ลี่เยว่กำลังพาทั้งหยางปิงและหนี่จี๋ชาไปหามู่เหลียง ระหว่างทางก็สวนกับเว่ยหยู่หลันและเยี่ยลี่ยี่
“จะไปไหนงั้นหรอ”
ลี่เยว่ถามขึ้น
“ท่านลี่เยว่ ดิฉันจะพาคุณเยี่ยไปทานมื้อเย็น”
เว่ยหยูหลันตอบด้วยท่าทางนอบน้อม
“ไปเถอะ เดี๋ยวสักพักฉันจะตามไป”
ลี่เยว่พยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนที่จะนำทางทั้งสองคนไปต่อ
“ได้เจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันยิ้มและขานรับ
ตอนนี้เธอมีความสุขมากที่จะได้เห็นอนาคตของเมืองแห่งนี้
ระหว่างทางไปหามู่เหลียง
“เธอเข้ากับเมืองเต่าทมิฬตั้งแต่เมื่อไหร่”
หนี่จี๋ชาถาม
“ฉันเข้าร่วมมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว”
ลี่เยว่ตอบอย่างไม่สนใจอะไร
ส่วนตอนที่เธอเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬนั้น เธอไม่อยากจะเล่ารายละเอียดให้ใครฟังเท่าไร
“ฉันพึ่งจะเข้าร่วมวันนี้”
หยางปิงพูดขึ้น
“ทำไมพวกเธอถึงไม่ได้เข้าร่วมพร้อมกันล่ะ?”
หนี่จี๋ชามองดูทั้งสองด้วยความสงสัย
ทั้งคู่ไม่ใช่กลุ่มเดียวกันงั้นหรอ? แล้วทำไมถึงถยอยเข้าที่ละคนแบบนี้
“....”
หยางปิงหันหน้าหนี และไม่อยากจะตอบคำถามนี้สักเท่าไร เพราะมันทำให้เธอนึกถึงการตัดสินใจอันโง่เขลาของเธอ อย่างการเสียสละในแผนการของหนี่จี๋ชาก่อนหน้านี้
“ไม่ต้องถามเยอะ เดียวเธอก็รู้เองภายหลัง”
ลี่เยว่ตอบพร้อมกับส่ายหัว
เพราะเมืองเต่าทมิฬพึ่งจะก่อตั้งขึ้น และข้อมูลนี้จะบอกหนี่จี๋ชาได้ก็ต่อเมื่อเธอเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬแล้วเท่านั้น
“ก็ได้”
หนี่จี๋ชาพยักหน้าด้วยความรู้สึกช่วยไม่ได้
เธออยากจะถามเกี่ยวกับถนนการค้า เพราะมันเป็นถนนที่น่าหลงไหลอย่างมาก
“ฉันมาแล้ว”
ลี่เยว่เห็นว่าประตูห้องไม่ได้ปิด เลยเคาะไปที่ขอบประตูเบาๆ
“เชิญ”
มู่เหลียงมองไปยังกลุ่มคนที่หน้าประตู
ลี่เยว่เดินนำเข้ามาโดยมีทั้งสองเดินตามมาติดๆ
บางสิ่งในตอนนี้มันอยู่นอกเหนืออำนาจของเธอ เพราะงั้นเธอจึงต้องให้มู่เหลียงตัดสินใจเรื่องหนี่จี๋ชา
“เธอคือหนี่จี๋ชาสินะ”
มู่เหลียงพูดขึ้นเบาๆ
เขามองไปยังหนี่จี๋ชาในชุดคลุมสีดำ แต่ก็เห็นลอนผมสีฟ้ายาวของเธอออกมานอกชุด
“ค่ะ ท่านเจ้าเมืองเต่าทมิฬ เราได้เจอกันอีกแล้ว”
หนี่จี๋ชาพูดอย่างเคารพ
“นั่งลงก่อนแล้วจะได้คุยกัน”
มู่เหลียงยิ้มให้ ก่อนที่จะเชิญทุกคนนั่ง
“ค่ะ”
หนี่จี๋ชานั่งลงบนเก้าอี้เพียงครึ่งตัวเท่านั้น
มู่เหลียงจับถ้วยชาเล่นและถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
“ว่ามาคิดอะไรอยู่”
“ฉันมีคำถามสองสามข้อที่อยากจะให้ท่านเจ้าเมืองตอบ”
หนี่จี๋ชาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ประหม่าเล็กน้อย
“งั้นก็ถามมาเถอะ”
มู่เหลียงยกมือขึ้นเพื่อบ่งบอกให้พูดต่อ
“ท่านเจ้าเมือง หากว่าพวกของฉันเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง”
คำถามนี้ของหนี่จี๋ชาต้องการจะเปิดทางให้กับการพาลูกน้องของเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเมือง
“รับผิดชอบเรื่องข่าวกรอง เฝ้าระวัง และงานลอบสังหาร”
-มู่เหลียงคิดไว้หมดแล้วว่าจะจัดการกับกลุ่มของหนี่จี๋ชายังไง
เนื่องจากตัวตนของหนี่จี๋ชาและกลุ่มของเธอจะถูกเก็บเป็นความลับ ดังนั้นทุกคนจะต้องอยู่ในหน่วยภูติผี
มีหลายอย่างที่ต้องจัดการในเมืองเต่าทมิฬ และลี่เยว่กับเพื่อนของเธอคงรับงานทั้งหมดไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่เนินสูง ยังไม่ได้รับการดูแลและป้องกันที่ดีพอ หากมีหน่วยรบพิเศษนี้ช่วยดูแลจะดีมาก
“เข้าใจแล้ว”
หนี่จี๋ชาพยักหน้า
งานแบบนี้เหมาะกับพวกเธอมาก เพราะสุดท้ายแล้วมันคือสิ่งที่พวกเธอทำเป็นประจำและรู้อยู่แล้ว
หนี่จี๋ชาถามต่อทันที
“งั้นคำถามต่อไป ท่านเจ้าเมืองพร้อมที่จะรับพวกเรากี่คน”
คำถามที่สองนี้จะสื่อว่ามู่เหลียงยอมรับพวกเธอในฐานะผู้ติดเชื้อได้กี่คน
“มากที่สุดเท่าที่เธอจะหามาได้”
มู่เหลียงไม่สนใจอยู่แล้วว่าจะมีมากแค่ไหน ขอแค่เป็นคนมีความสามารถก็พอ
ก่อนที่มู่เหลียงจะมองสบตากับหนี่จี๋ชาและพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
“จริงๆ แล้ว ฉันไม่คิดว่าสิ่งที่อยู่บนใบหน้าของพวกเธอเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ในทางกลับกันฉันคิดว่ามันดูทำให้พวกเธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก”
“นี้ท่าน…พูดจริงงั้นหรอ”
แววตาของหนี่จี๋ชาถึงกับสั่นไหว
เธอเข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูด แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีความคิดแบบนี้
“ดูมีเสน่ห์งั้นหรอ”
หยางปิงถึงกับใช้มืออันเรียวงามลูบไปที่แก้มของเธอเมื่อได้ยิน
“เรื่องนี้อยู่ที่พวกเธอจะยอมรับได้ไหมในอนาคต”
มู่เหลียงยิ้มและพูดออกมา
แคร็ก
“.....”
หยู่ฉินหลานนั้นอยู่ๆ ก็ออกแรงบีบกับถ้วยชามากเกินไปจนถ้วยชานั้นแตกทันที
เธอจ้องเขม็งใส่มู่เหลียง โดยไม่คิดว่าเขาจะกล้าเอ่ยปากชมผู้หญิงที่พึ่งพบเจอออกหน้าออกตาแบบนี้
“ไม่เป็นไรใช่ไหม? โดนบาดตรงไหนรึป่าว”
มู่เหลียงตรวจดูมือของหยู่ฉินหลานพร้อมกับส่งผ้าเช็ดหน้าให้
“ไม่..ฉันไม่เป็นไร”
หยู่ฉินหลานเม้มปากเล็กน้อย พร้อมกับใบหน้าที่ทรงเสน่ห์ของเธอที่ดูแข็งขึ้น
“อย่าคิดมาก”
ดวงตาดำคลับของมู่เหลียงมองไปยังหยู่ฉินหลาน และตบลงบนฝ่ามือของเธอเบาๆ
คำบางคำสามารถเข้าใจได้เพียงแค่คนบางคนเท่านั้น
นอกจากนี้มู่เหลียงยังตัดสินใจแล้วว่า มันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่เขาจะบอกพวกหยู่ฉินหลานกับหยู่เฟ่ยหยานเรื่องของโรคผีมายา
แต่ก็ยังต้องรอให้ทุกคนสนิทกันมากกว่านี้ก่อน เพื่อในตอนที่รู้ความจริงแล้วทุกคนจะได้ไม่แสดงความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม
“เข้าใจแล้ว”
หน้าของหยู่ฉินหลานแดงขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แต่ตอนนี้เธอกลับอายจนทำตัวไม่ถูก
“ฮึ่ม!!!”
มินโฮกระแทกเสียงออกมาเบาๆ
เธอและลี่เยว่มองหน้ากัน ในฐานะผู้ที่รู้ทุกอย่าง เธอเข้าใจดีถึงความหมายแฝงที่มู่เหลียงพูดก่อนหน้านี้
“น่าสนใจ…”
-ดวงตาสีฟ้าของหนี่จี๋ชานั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เธอมองดูสาวงามในห้อง และสังเกตเห็นถึงท่าทางของลี่เยว่กับมินโฮด้วย
หนี่จี๋ชานั้นมีลางสังหรณ์ว่าทั้งสามคนกำลังตกหลุมรักเจ้าเมืองเต่าทมิฬ และอาจจะพูดได้เต็มปากว่ารักเจ้าเมืองไปแล้วก็ได้
“....”
หยางปิงถึงกับตกใจกับสิ่งที่เป็น เพราะบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเร็วมาก
“แล้วคำถามที่สามล่ะ”
มู่เหลียงถามขึ้นเบาๆ
“อะ..เออ ….อะแฮ่มๆ”
หนี่จี๋ชากระแอมเบาๆ
พร้อมกับเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่จริงจัง และถามด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลง
“ถ้าฉันและหน่วยของฉันเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ ท่านสามารถหยุดการบุกโจมตีของเมืองเซิงหยางได้หรือไม่”
หน่วยนักฆ่าป็นหนึ่งในไม้เด็ดของเมืองเซิงหยาง
หากว่าหนี่จี๋ชาพาทั้งหน่วยออกมาจากเมือง มันจะไปกระตุ้นโทสะของเจ้าเมืองเซิงหยางได้ และคงไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะใหญ่
“ตราบใดที่เธอและพวกของเธอยอมเข้ากับเมืองเต่าทมิฬ จะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องพวกเธอได้”
รัศมีพลังอันรุนแรงถูกปล่อยออกมาจากร่างของมู่เหลียง และปกคลุมไปทั่วห้องทำงานแห่งนี้
“....”
รูม่านตาของหยางปิงนั้นถึงกับหดเล็กลง พร้อมกับใช้มือประคองตัวเองกับเก้าอี้ไม่ให้ก้มลงไปคุกเข่า
ลี่เยว่ มินโฮ และหยู่ฉินหลานถึงกับ ก้มหัวลงเพราะรัศมีพลังของมู่เหลียงกดทับพวกเธอเอาไว้ด้วย
“ฉะ–ฉะฉัน เข้าใจแล้ว”
หนี่จี๋ชาพูดอย่างยากลำบาก พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว
ก่อนที่แววตาของเธอจะเป็นประกายด้วยความยินดี นี้คือคำมั่นสัญญาณที่ดีที่สุดสำหรับเธอจากมู่เหลียง
ตราบใดที่มีคนกล้าท้าทายอำนาจของเมืองเซิงหยาง เธอก็กล้าที่จะแปรพักตร์มาเข้ากับเมืองเต่าทมิฬ
ฟิ้ว!!
ม้วนหนังและกระดาษปลิวไปมาแม้ว่าจะไม่มีลม
มู่เหลียงลดรัศมีพลังลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ฉันจะให้เวลาเตรียมตัวสองสามวัน แต่เธอสามารถพาใครมาก่อนก็ได้ในช่วงเวลานี้”
ก่อนที่เขาจะมองไปทางลี่เยว่
“เรื่องขัดขวางและรับมือเมืองเซิงหยางให้ฉันเป็นคนจัดการเอง
นี้อาจเป็นความกังวลใจของหลายๆ คนรวมไปถึงลี่เยว่
แต่เพราะมีลี่เยว่อยู่ด้วยทำให้มู่เหลียงนั้นยอมรับปัญหาที่จะตามมาภายหลังทั้งหมด
“เจ้าค่ะ ฉันจะรีบกลับมาเมื่อพร้อม”
หนี่จี๋ชายืนขึ้นพร้อมกับคำนับให้
“ไปได้แล้ว”
มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ
ก่อนที่จะพูดกับลี่เยว่”
“พาทั้งสองไปส่งยังที่เดิมด้วย”
“เข้าใจแล้ว”
ลี่เยว่พยักหน้า
หนี่จี๋ชาโค้งคำนับให้กับมู่เหลียงอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับลี่เยว่
“นี้จะเสี่ยงมากเกินไปรึป่าว”
หยู่ฉินหลานถามขึ้นด้วยความเป็นกังวล
“ไม่ช้าก็เร็ว เราก็ต้องเผชิญหน้ากันอยู่แล้ว”
มู่เหลียงส่ายหัวเล็กน้อย
เขายังไม่อยากบอกเรื่องของลี่เยว่ ให้กับหยู่ฉินหลานฟัง
คราวนี้ เขาจะได้มอบสิ่งตอบแทนให้กับเมืองเซิงหยางที่พวกเขาไม่มีทางปฏิเสธ
แต่มู่เหลียงเองก็ลืมอะไรไปบางอย่าง นั้นคือเจ้าเมืองเซิงหยางนั้นตั้งแต่เขามาถึงยังไม่เคยปรากฏตัวออกมาเลยสักครั้ง…..
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved