ครืนนนน!!
ประตูป้อมปราการซานไห่ก็เปิดออก
เว่ยกังได้ยืนรออยู่แล้วที่หลังประตู พร้อมกับคนของเขา
ก่อนที่เว่ยกังจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองเต่าทมิฬ”
“พวกเราเข้าไปได้รึยัง?”
หลี่เอ๋อกู่ถามขึ้นพร้อมกับชูบัตรผ่านเพื่อจะแสดงว่าพวกเขาผ่านด่านตรวจหมดรึยัง
“เชิญทางนี้”
เว่ยกังโบกมือเรียกให้ทุกคนเดินเข้าในป้อมซานไห่
หลังจากผ่านป้อมสองป้อมแรกแล้ว ประตูซานไห่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอะไรแล้ว แค่ตรวจสอบความเรียบร้อยเท่านั้น
เมื่อผ่านป้อมปราการเข้ามา กลุ่มของหลี่เอ๋อกู่ก็เห็นถนนหนทางที่สะอาดสะอ้านมาก พร้อมกับสองข้างทางที่เต็มไปด้วยอาคารร้านค้า
“กลิ่นอะไรหอมขนาดนี้”
หลี่เอ๋อกู่พูดขึ้นพร้อมกับทำจมูกฟุตฟิต
กลิ่นหอมนั้นมีหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นมีกลิ่นเนื้ออยู่ด้วย
“นอกจากเนื้อย่างแล้ว ยังมีกลิ่นอื่นอีกอยู่ด้วย เป็นกลิ่นที่แปลกใหม่มาก”
หนี่จี๋ชาพูดอย่างแผ่วเบา
“หัวหน้า ดูร้านนั้นสิ มีต้นไม้ด้วย!”
หนึ่งในสมาชิกหน่วยพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ทุกคนมองไปยังเถาของต้นอะไรสักอย่าง พร้อมกับกลิ่นหอมอันน่าหลงไหลที่โชยออกมาจากร้าน
“ถนนสายนี้เป็นถนนการค้างั้นหรอ”
หลี่เอ๋อกู่รู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะถนนเส้นนี้ดูเหมือนถนนการค้าแต่กลับมีผู้คนเดินอยู่บางตา
“ทุกคนยินดีต้อนรับสู่ถนนการค้าเต่าทมิฬ”
หยู่ฉินหลานเดินออกมาจากร้านอาหารที่มีถึงสี่ชั้น
“ถนนการค้า?”
หลี่เอ๋อกู่แปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ถนนสายนี้อยู่ในย่านการค้าของเมืองเต่าทมิฬที่เปิดให้กับคนภายนอกได้เข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยน”
หยู่ฉินหลานพูดด้วยท่าทางอันสง่างามและดูใจดี
“ท่านสามารถที่จะซื้อหรือขายเมื่ออยู่ในถนนสายนี้ได้ และภายในร้านค้าเหล่านี้มีสิ่งของมากมายที่น่าสนใจและอาหารเลิศรสหลายอย่างให้ลิ้มลอง”
“แล้วต้องใช้อะไรแลกเปลี่ยน?”
หลี่เอ๋อกู่ถามด้วยความสนใจ
“ผลึกสัตวว์อสูร”
หยู่ฉินหลานพูดเบาๆ
“ที่นี่รับแค่ผลึกสัตว์อสูรเท่านั้นงั้นหรอ?”
หลี่เอ๋อกู่ถึงกับถามด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ทุกอย่าง บางสิ่งเราก็รับแลกเปลี่ยน”
หยู่ฉินหลานยิ้มบางๆ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม
“ตัวอย่างเช่นพวกสัตว์อสูร หรือสัตว์หายาก หรือไม่ก็ของล้ำค่าบางอย่างก็เอามาแลกเปลี่ยนได้”
“ถ้าเช่นนั้น ขอลองเดินตลาดแห่งนี้หน่อยแล้วกัน”
หลี่เอ๋อกู่ดูมีความกระตืนรือร้นอย่างมาก และแววตาเองก็แฝงไปด้วยความกระหาย
กลิ่นหอมที่ลอยอยู่ในอากาศนั้นดูน่าสนใจจริงๆ
“ประเดี๋ยวก่อน ท่านเจ้าเมืองของเราต้องการจะเชิญท่านไปพูดคุยด้วย”
หยู่ฉินหหลานยกมือขึ้นห้ามปรามก่อนที่จะชี้ไปยังร้านอาหารที่อยู่ด้านหลังของเธอ
“ช่างเป็นเรื่องที่ใจตรงกันจริงๆ เราเองก็อยากจะไปพบเจอท่านเจ้าเมืองของที่นี่เหมือนกัน”
หลี่เอ๋อกู่พยักหน้าเห็นชอบด้วย
ก่อนจะมองไปยังร้านอาหารที่อยู่หลังหยู่ฉินหหลาน พร้อมกับป้ายร้านที่เขียนว่า หอโภชนาการ
“หอโภชนาการ เป็นชื่อที่ดูเรียบง่าย และตรงไปตรงมาดีจริงๆ”
หลี่เอ๋อกู่เอ่ยปากชมพร้อมกับรอยยิ้ม
“งั้นตาม มาทางนี้เลย”
ปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะอธิบายขึ้นที่มุมปากของหยู่ฉินหลาน
เธอเป็นคนนำทุกคนเข้าไปในหอโภชนาการ และพาไปยังห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ที่ชั้น 4
หอโภชนาการนั้นเป็นร้านอาหารสำคัญของถนนเส้นนี้ และจะเป็นที่ดึงดูดผลึกสัตว์อสูรจากผู้คนภายนอกอย่างดี
เมื่อหลี่เอ๋อกู่เข้าไปในห้องส่วนตัว เขาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งรออยู่แล้วในห้อง ตัวของชายผู้นี้ปล่อยรัศมีพลังที่ยากจะหยั่งถึง และมีกลิ่นไอที่แข็งแกร่งมาก ราวกับเขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าเมืองเซิงหยาง
เขาเริ่มระมัดระวังตัวขึ้น และแสดงกริยาท่าทางที่ดูผ่อนคลายและมีมารยาทต่อหน้าชายผู้นี้
เวลานี้หลี่เอ๋อกู่รู้สึกแบบเดียวกับเวลาที่ต้องอยู่ต่อหน้าเจ้าเมืองเซิงหยาง ถึงด้านหน้าของเขาจะเป็นเจ้าเมืองเต่าทมิฬก็ตาม
จากที่เขาสัมผัสพลังนั้น ชายหนุ่มตรงนี้เป็นปีศาจที่มีพลังอย่างน้อยขั้น 8 อย่างไม่ต้องสงสัย
“เชิญนั่งก่อน แล้วเราจะเริ่มคุยกัน”
มู่เหลียงพูดด้วยท่าทางสบายๆ
“ได้”
หลี่เอ๋อกู่นั่งลงพร้อมกับสงบสติอารมณ์
“....”
หนี่จี๋ชาและคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของหลี่เอ๋อกู่เหมือนกัน
กลุ่มของพวกเธอรู้เพียงว่า เจ้าเมืองเต่าทมิฬนั้นไม่ธรรมดาและน่าจะแข็งแกร่งมาก ไม่แปลกที่แม่ทัพหอกกระดูกหลี่เอ๋อกู่จะต้องรักษาท่าที
“ฉินหลาน สั่งให้พนักงานของเรานำอาหารมาจัดวางได้แล้ว….เอาเป็นว่ากินไปคุยไปหวังว่าจะไม่ถือสา”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับยิ้มจางๆ
“แน่นอน”
หลี่เอ๋อกู่พยักหน้าเห็นด้วย
ไม่นานพนักงานของร้านก็ปรากฏตัวในชุดกระโปรงยาว คนหนึ่งถือถาดอาหารอีกคนมีหน้าที่จัดจานอาหารบนโต๊ะ
มีมันทอด ผัดกะหล่ำปลี ซุปมะเขือเทศ และผัดผัก
อาหารทั้งสี่จานไม่มีเนื้อเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
หลี่เอ๋อกู่มองด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อว่าที่แห่งนี้จะเอาผักสีเขียวล้ำค่าออกมาทำอาหาร
“อาหารสี่อย่างนี้เป็นอาหารแนะนำของร้าน ลองชิมดูหวังว่าจะถูกปากทุกคน”
ก่อนที่มู่เหลียงจะเริ่มคีบตักอาหารเป็นคนแรก
ในโลกที่พังพินาศแบบนี้อาหารที่ทำจากผักทั้งสี่จานนั้นถือว่าเป็นอาหารที่หรูหรามากๆ
หลี่เอ๋อกู่ใช้ส้อมทิ่มลงไปบนผัดกะหล่ำปลี ก่อนที่จะส่งมันเข้าปากไป
ผัดกะหล่ำปลีนั้นทั้งกรอบ หวานฉ่ำทุกคำที่เคี้ยว
หลี่เอ๋อกู่แม้จะเป็นหนึ่งในแม่ทัพที่สำคัญของเมืองเซิงหยาง และถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในห้าผู้แข็งแกร่งที่สุดของเมือง
แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ได้กินอาหารหรูๆ แบบนี้บ่อยๆ หรือได้กินมื้อที่มีอาหารทำจากผักสี่จานแบบนี้
และอาหารแบบนี้จะมีให้เห็นแต่ในงานเลี้ยงฉลองระหว่างเจ้าเมืองเซิงหยางกับแม่ทัพทั้งสามเท่านั้น ซึ่งปีๆ หนึ่งไม่ได้มีบ่อยๆ
“ซุปนี้ก็มีรสชาติที่ดีไม่แพ้กัน”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ดูสง่าผ่าเผย
“ได้ ฉันจะลอง”
หลี่เอ๋อกู่ถือถ้วยน้ำซุปขึ้นมา และค่อยๆ ซดอย่างช้าๆ
เขารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่กลืนน้ำซุปลงคอ รสเปรี้ยวหวานไปกระตุ้นต่อมรับรสของเขาให้ดีขึ้น อีกทั้งยังรู้สึกอุ่นท้องเมื่อได้ดื่มสิ่งนี้ และสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
“....”
หนี่จี๋ชากับคนอื่นๆ ก็ได้แต่แอบกลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ และมองดูอาหารที่ทำมาจากพืชผักบนโต๊ะที่ค่อยๆ ลดลง และได้แต่จินตนาการรสชาติของพวกมัน
ตลอดที่หลี่เอ๋อกู่กินนั้น เขาแทบไม่พูดอะไรกับมู่เหลียงเลย
“??”
เมื่อหลี่เอ๋อกู่ซดน้ำซุปจนหมด เขาก็มองเห็นว่าอาหารบนโต๊ะนั้นหมดแล้ว
เขาวางถ้วยน้ำซุปลงอย่างเขินอาย นี้เป็นครั้งแรกที่เขานั้นหมกมุ่นกับการกินโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
“อาหารเป็นเช่นไร”
มู่เหลียงถามพร้อมกับอมยิ้มที่มุมปาก
“มันอร่อยมาก เหมาะสมกับการที่อยู่ในหอโภชนาการ”
หลี่เอ๋อกู่กล่าวชมอย่างจริงใจ
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงชื่อ หอโภชนาการ เพราะมันเป็นสถานที่มีอาหารดีๆ ให้กินอย่างเอร็ดอร่อย
“ถ้าเช่นนั้น เมื่อไรที่อยากกินอีก ก็แวะมาที่ร้านแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ”
มู่เหลียงพูดขึ้นราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“มาบ่อยๆ ก็ได้งั้นหรอ?”
หลี่เอ๋อกู่อุทานถามด้วยความตกใจ
“แน่นอน พวกเราจะพักอยู่ที่เมืองเซิงหยางสักระยะ เพราะงั้นสามารถแวะมากินของอร่อยๆ ที่นี่ได้เสมอ”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
“งั้นก็ดีเลย”
ดวงตาของหลี่เอ๋อกู่เป็นประกาย
เขารู้สึกดีมากที่จะได้กลับมากินอาหารเช่นนี้อีก และทำให้ตัวเองรู้สึกสูงส่งจากการได้กินอาหารหรูหรา
อีกสิ่งที่เขารู้เลยคือเมืองเต่าทมิฬแห่งนี้ไม่ใช่เมืองเล็ก แต่เป็นเมืองที่ทรงอำนาจมาก ถึงขนาดที่ว่าเอาพืชผักออกมาขายได้ทั่วไปแบบนี้
แค่นี้ก็แสดงถึงฐานะความร่ำรวยของเมืองได้อย่างดี เพราะเมืองเซิงหยางเองไม่ทำการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายผักกับใคร
“เมืองเต่าทมิฬของเราไม่ได้มีความคิดร้ายต่อเมืองเซิงหยางแต่อย่างใด”
หยูฉินหลานกล่าวเสริม
“พวกเราจะอยู่ที่นี่สักพักเพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน””
“เข้าใจแล้ว”
หลี่เอ๋อกู่พยักหน้าเห็นด้วย
ก่อนหน้านี้เขาไม่อาจเข้าใจเหตุผลของคำพูดของหยู่ฉินหลานได้ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว
อีกอย่างเขาเองก็ไม่กล้าทำให้เจ้าเมืองเต่าทมิฬไม่พอใจ ซึ่งเขาเองสงสัยว่าเจ้าเมืองนี้อาจเป็นผู้มีพลังขั้น 8 หากเป็นเช่นนั้นจริงเขาไม่อาจจะคิดสภาพศพของเขาออกเลยด้วยซ้ำว่าจะตายเช่นไร หากทำให้เจ้าเมืองเต่าทมิฬไม่พอใจ
“ถ้าเช่นนั้น พวกท่านเชิญไปเที่ยวชมตลาดและถนนการค้าของเราจะดีกว่า มีของหลายสิ่งให้ท่านเลือกซื้อแลกเปลี่ยน”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับลุกขึ้น
นี้คือเป้าหมายของเขา และตอนนี้เขาได้บรรลุเป้าหมายนั้นแล้ว สำหรับคนที่จะขึ้นมาบนเมืองเต่าทมิฬนั้นขึ้นอยู่กับการกระจายข่าวของคนผู้นี้แล้ว
“ได้”
หลี่เอ๋อกู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved