“เฮ้อ!! ในที่สุดเราก็สลัดเจ้าพวกนั้นหลุดสักที”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นพร้อมกับกระพือปีกของเธอเบาๆ และร่อนลงมาจากท้องฟ้า
เธอร่อนลงมาบนก้อนหินก้อนใหญ่ แววตาสีแดงของเธอก็สลายหายไป กลายเป็นนัยน์ตาสีทอง
ฟุบ!!
เงาหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างปราดเปรียว และยืนอยู่ข้างก้อนหิน
ร่างของมิอาปรากฏขึ้นสีหน้าของเธอยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยน และดูอ่อนเพลียเล็กน้อย
“เป็นไงยังไหวอยู่ไหม”
ซิไป่ฉีถามอย่างเป็นห่วง
ทั้งสองถูกไล่ล่าอยู่สิบวัน
เมื่อคืนพวกเธอเกือบถูกจับ และเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็หนีรอดมาได้
“ไม่…เป็นไร”
มิอาพูดอย่างไร้อารมณ์
“พวกหน้าขนจากเมืองหมื่นอสูรโง่ชะมัด ถึงจะมีตัวหนึ่งจมูกดีก็ตาม”
ซิไป่ฉีพูดพร้อมกับขบฟันด้วยความโกรธ
“ถึงจะโง่เง่าแต่มันก็ไล่กัดไม่ปล่อย”
ทุกครั้งที่ทั้งคู่พัก นักล่าจากเมืองหมื่นอสูรจะไล่ตามทันทุกครั้ง หากว่าซิไป่ฉีไม่ได้สามารถบินสูงขึ้นไปหาที่แอบได้ ทั้งสองคงไม่สามารถซื้อเวลาพอที่จะได้พักผ่อน
“ปีกของฉันมันเล็กเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้”
ซิไป่ฉีลูบไปบนปีกของเธอพร้อมกับสีหน้าลำบากใจ
เธอไม่สามารถแบกคนไปได้ไกลด้วยปีกนี้ เธอสามารถแบกคนได้ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น แต่แค่นั้นก็ทำให้เธอเหนื่อยมากแล้ว
“เธอยังโตได้มากกว่านี้ ถ้าได้กลับไปยังเมืองจันทร์ดับ”
มิอาพูดอย่างเย็นชา
เมืองจันทร์ดับเป็นเมืองใหญ่ และเป็นเมืองชนชั้นสูงของเผ่าพันธ์ผีดูดเลือด และซิไป่ฉีคนนี้เป็นเจ้าหญิงองค์เล็กสุดแห่งเมืองจันทร์ดับ
“ฉันไม่กลับหรอก! มีแต่พวกโรคจิตอยากให้ฉันดูดเลือดพวกมัน”
ซิไป่ฉีส่ายหัวพร้อมกับเบ้ปากด้วยความดูถูก
“เลือดของพวกมันไม่คู่ควรกับร่างกายของฉัน”
“แต่เธอไม่ดื่มเลือดมนุษย์มาก่อนเลยไม่ใช่หรอ”
มิอาพูดเบาๆ
“งั้นทำไมเธอถึงไม่ให้ฉันดูดเลือดเธอสักคำล่ะ”
ซิไป่ฉีแยกเขี้ยวน้อยๆ ของเธอพร้อมกับเลียมุมปาก และมองไปยังคออันเรียวขาวของมิอา
เธออยากจะดูดเลือดมิอา เพราะมันจะเพิ่มพลังให้กับเธออย่างแน่นอน
ถ้าหากว่าเธอไปดูดเลือดพวกอ่อนแอ มันจะยิ่งทำให้พลังสายเลือดบริสุทธิ์ของเธออ่อนแอลง
“ไม่”
มิอาตอบอย่างไม่คิด
“เอาน่า ขอแค่คำเดียว ไม่เจ็บหรอกแป๊บเดียว”
ฉิไป่ซีพยายามพูดอ้อนด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร พร้อมกับโน้มตัวไปใกล้ๆ มิอา
“รู้ไหมว่าทุกคนในเมืองจันทร์ดับต้องการที่จะให้ฉันดูดเลือดพวกเขา แต่ฉันปฏิเสธทั้งหมด ตอนนี้เธออุสาได้รับเกียรตินั้นเลยนะ เธอต้องรู้สึกขอบคุณมากกว่าสิ”
“ถ้าเธอหิว เดี๋ยวฉันจับกระต่ายแถวนี้ให้”
มิอาพูดพร้อมกับมองไปยังซิไป่ฉี
“ชิร์!! แล้วอย่ามาเสียใจภายหลังแล้วกัน!”
ซิไป่ฉีแก้มพองขึ้นพร้อมกับทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ
เธอไม่อยากกินเลือดกระต่าย เธออยากจะกินเลือดของผู้มีพลังกระต่ายมากกว่า เพื่อจะได้แข็งแกร่งขึ้น
มีเพียงเลือดมนุษย์ที่ได้รับการวิวัฒนาการแล้วเท่านั้น ทั้งผู้กลายพันธ์และผู้ตื่น ที่จะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นได้
“ไม่ละ ฉันไม่เสียใจกับการตัดสินใจนี้แน่ๆ”
มิอาตอบอย่างเย็นชา
“แค่ดูดเลือดคำสองคำทำเป็นขี้เหนียวไปได้”
ซิไป่ฉีหน้ามุ่ยอีกครั้ง
“.....”
นัยน์ตาสีแดงของมิอามองไปยังเขี้ยวของซิไป่ฉี ด้วยความไม่พอใจ แม้ว่าซิไป่ฉีจะมองกลับมาด้วยสายตาออดอ้อนก็ตาม
มิอาเพียงพูดออกมาสองคำ
“โรคจิต….”
“ห๊า! โรคจิต!”
ถึงจุดนี้ซิไป่ฉีพูดขึ้นด้วยความโมโห
“ยัยแมวตัวเหม็น นี้แกคิดเรื่องน่าเกลียดกับฉันใช่ไหม!!”
“ไม่ฉันไม่ได้คิด….”
มิอาตอบและเมินหน้าหนี
“ฉันไม่รู้ ไม่สนทั้งนั้น ก็เธอเป็นคนพาฉันออกมาจากเมืองจันทร์ดับเอง
ซิไป่ฉีวางมือเท้าเอวพร้อมกับแยกเขี้ยวน้อยๆ ด้วยความโมโห
“เธอต้องรับผิดชอบฉันสิ!”
ใช่แล้วเธอถูกมิอาเกลี้ยกล่อมและหว่านล้อมจนเธอเชื่อและออกมาจากเมืองจันทร์ดับ เธอโดนหลอกว่าข้างนอกนั้นมีแต่เรื่องสนุกๆ รออยู่ และงดงามขนาดไหน
ซิไป่ฉีเวลานั้นเชื่อยังหมดใจด้วยความใสซื่อ และออกจากเมืองจันทร์ดับมากับมิอา
แต่นั้นมันก็เมื่อปีก่อน
“ขอโทษ…”
มิอาชะงักพร้อมกับเปลี่ยนกลับคำทันที
“งั้นเดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับไปส่งเมืองจันทร์ดับ”
เธอได้ข่าวจากดินแดนเขียวขจีว่า มีเจ้าหญิงแวมไพร์จากเมืองจันทร์ดับที่มีความสามารถเรื่องการตัดแต่งพืช
ดังนั้นมิอาเลยแฝงตัวเข้าไปในเมือง และใช้เวลากว่าสิบวันเพื่อตามหาซิไป่ฉีก่อนที่จะหว่านล้อมจนเธอออกมาจากเมืองจันทร์ดับได้
แต่ปรากฏว่าซิไป่ฉีไม่ได้มีความสามารถนั้น และกลายเป็นข่าวใหญ่ในเมืองจันทร์ดับ
มีผู้คนมากมายที่ใฝ่ฝันและหลงใหลในตัวเจ้าหญิงองค์เล็ก และต้องการจะถูกนางดูดเลือดสักวัน การจากไปของซิไป่ฉีมันได้ทำลายความฝันของทุกคน
“นี้ เธอไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเลยรึไง”
ซิไป่ฉีถามพร้อมกับหรี่ตาลง และพูดอย่างหยอกล้อ
“งั้นทำไมไม่พาฉันกลับไปตอนนี้เลยล่ะ”
“ฉันจะไม่พูดแบบนั้นอีก”
มิอาพูดก่อนที่จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่ซิไป่ฉีพูด
“เธอนี้มัน!!”
ซิไป่ฉีขบฟันด้วยความหงุดหงิด
นั้นเพราะเธอทำอะไรมิอาไม่ได้เลย ทั้งที่อายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำ
ทั้งคู่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรกันอยู่พักหนึ่ง
คนหนึ่งกำลังโมโห
อีกคนแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
พอสายลมยามค่ำคืนพัดมา
มันได้ทำให้ซิไป่ฉีตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น ก่อนที่เธอจะพูดขึ้น
“แล้วเราจะไปไหนดี”
ถ้าเธอนิ่งเงียบไม่ถามต่อไป เธอรู้ด้วยนิสัยของมิอาก็คงอยู่ตรงนี้ทั้งคืนแน่
“เมืองเซิงหยาง”
มิอาพูดอย่างเรียบๆ
สถานที่แห่งนี้มีข่าวสารมากที่สุด และเป็นเมืองใหญ่ ตราบใดที่มีจ่าย ข้อมูลทั้งหมดก็สามารถซื้อได้ทั้งนั้น
เธอต้องการตามหาผู้ชายในภาพวาดของน้องสาวเธอ ดังนั้นเธอจึงไปตามเมืองใหญ่เพื่อหาข่าวสาร
“ได้ยินชื่อเมืองเซิงหยางมานานแล้ว แต่ยังไม่เคยไปสักที”
แววตาของซิไป่ฉีดูเป็นประกายขึ้นมาทันที
เหลุผลที่เธอยอมตามมิอามานั้นก็เพราะเธออยากจะท่องโลกกว้างมากกว่านี้
แต่ข้อเสียเดียวคือการออกมากับมิอานั้นมักจะถูกไล่ล่าไล่ฆ่าตลอด และไม่ได้สนุกกับการเดินทางเลย
“มีคนกำลังใกล้เข้ามา”
มิอาพูดอย่างเย็นชา พร้อมกับเหล่มองไปยังทิศทางที่มีเปลวไฟเกิดขึ้น
“พวกมันไม่ใช่พวกหมื่นอสูร”
ซิไป่ฉีแววตาเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
เธอเห็นกลุ่มคนมากมายพร้อมกับสัมภาระกำลังเดินทางมาทางพวกเธอ
“ฉันจะถามพวกเขาเกี่ยวกับคนในรูปนี้”
มิอาจับภาพวาดในกระเป๋าและตั้งใจจะออกไปสอบถามข้อมูล
“เขาจะรู้เรื่องคนที่ขี่เต่ายักษ์ได้จริงๆ งั้นหรอ”
ซิไป่ฉีพูดเบาๆ
มิอารีบแก้ไขทันที
“มันไม่ใช่เต่า แต่เป็นสัตว์อสูรที่มี 8 เหลี่ยม”
“โอ้ยย!! เธอนี้ไม่ยอมเลยจริงๆ”
ซิไป่ฉีพูดด้วยความเอือมระอา
ฟุบ!
มิอาหายไปในเงามืดและพุ่งเข้าไปหากลุ่มคน
เธอปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอย่างเงียบๆ
“นั้นใคร”
เยี่ยลี่ยี่ถอยหลังไปก้าวพร้อมกับระมัดระวังตัวทันที กลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนของหว่านเอ่อตู้
“เคยเห็นผู้ชายที่ขี่สัตว์อสูรที่เป็นรูป 8 เหลี่ยมหรือไม่? และมีเด็กสาวที่มีหูกระต่ายอยู่ข้างๆ”
มิอาเปิดภาพวาดให้กับทั้งกลุ่มดู
“ไม่ ฉันไม่เคยเห็น”
เยี่ยลี่ยี่ส่ายหัว
แต่เธอก็คิดได้ว่ามีคนคนหนึ่งที่ขี่สัตว์อสูรยักษ์ และข้างกายมีเด็กสาวหูกระต่ายอยู่ด้วย
แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่สัตว์อสูรยักษ์ที่ดุร้ายเช่นนั้นจะมี 8 เหลี่ยม สิ่งที่คนผู้นี้พูดมันไม่เข้ากับตัวสัตว์อสูรตัวนั้นเลย
ซิไป่ฉีมองลงมาจากท้องฟ้า ก่อนที่จะร่อนลงมาพร้อมกับยิงคำถามใหม่
“ถ้าเป็นคนที่ขี่เต่ายักษ์พอจะรู้ไหม”
“ไม่”
เยี่ยลี่ยี่มองขึ้นไปยังสาวผมสีทองตัวเล็กด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ยังมีเด็กตัวเล็กๆ อีกคนด้วยงั้นหรอ เธอเคยได้ยินเรื่องคนที่บินได้มาจากพ่อแม่ของเธอ และไม่คิดว่าจะได้เห็นมันจริงๆ ในวันนี้ มันทำให้เธอตกตะลึงอย่างมาก
“ไปกันเถอะ”
มิอาเก็บรูปวาด
เธอหันหลังกลับและจะมุ่งหน้าไปยังเมืองเซิงหยาง
“อือ…อีกแค่นิดเดียวเอง”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นพร้อมกับเหลือบมองสตรีผมเขียว พร้อมกับถอนหายใจ
“เดี๋ยวสิ!! ยัยแมวตัวเหม็น รอฉันด้วย!”
ซิไป่ฉีบินตามไปทันที เมื่อเห็นว่ามิอามุ่งหน้าไปไกลแล้ว
“นี้เป็นสัญญาณของเรื่องใหญ่อะไรสักอย่าง”
เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ดูเหมือนว่าทั้งสองคนกำลังถามหาใครสักคนอยู่ และเธอนั้นรู้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ทั้งสองค้นหา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved