ตอนที่ 113

ถนนในเมืองเต่าทมิฬ หญิงสาวสองคนกำลังเดินกลับไปยังเนินสูง

“เหนื่อยชะมัด”

ลี่ลี่ขยับไหล่ พร้อมกับบ่นกับลี่เยว่

“ฉันพึ่งจะมาถึงเธอก็ใช้งานสะหนักเลย”

“บ่นดีจริงนะ ทั้งที่กินมื้อเย็นไปมากขนาดนั้น”

ลี่เยว่พูดพร้อมกับส่งสายตาไปหยอกล้อเพื่อนของเธอ

เพราะเธอจำได้ว่ามื้อเย็นเมื่อวานลี่ลี่กินเท่ากับคนปกติสามเท่า

“ฉันละอยากจะเชื่อเธอจริงๆ เลย”

ลี่ลี่บ่นออกมา พร้อมกับมองบนหลังจากจบงานของเมื่อคืน

เธอเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับถามขึ้นมา

“แต่ว่าโหย่วเฟ่ยอยู่ไหน? ตั้งแต่มาถึงฉันยังไม่เห็นเธอเลย”

“โหย่วเฟ่ย ก็เหมือนเดิมแหละปานี้คงกำลังศึกษาปรุงยาทำอะไรไปเรื่อย โดยที่ไม่สนใจโลกภายนอก”

ลี่เยว่ตอบ

“งั้นพาฉันไปหาเธอหน่อย ลี่เยว่”

ลี่ลี่มีคำถามหลายอย่างที่อยากจะถามโหย่วเฟ่ย และต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากปากของเธอ

เพราะเวลานี้ลี่เยว่นั้นได้กลายเป็นคนของเมืองเต่าทมิฬโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งนิสัยความคิดของเธอเปลี่ยนไปจนหมด ต่างจากเดิมลิบลับ

ลี่ลี่จับตัวชุดเกราะล่องหนอีกครั้ง เธอรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะสร้างเกราะแบบนี้ได้ เจ้าเมืองเต่าทมิฬนั้นไม่ธรรมดา เขาสามารถสร้างเกราะจิตวิญญาณระดับสูงแบบนี้ได้ยังไงกัน

“ได้”

ลี่เยว่พยักหน้า ก่อนที่จะเร่งฝีเท้านำหน้าลี่ลี่ไป

“งั้นไปถอดชุดเกราะพวกนี้ก่อนเถอะ”

ทั้งสองเดินขึ้นไปบนเนินสูง และกลับไปยังห้องโถงของคฤหาสน์ เมื่อเข้ามาก็เห็นว่ามู่เหลียงกำลังขีดเขียนอะไรสักอย่าง

เมื่อเสียงฝีเท้าดังขึ้นมู่เหลียงก็รู้ตัวทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองว่าใครที่เดินเข้ามา ก่อนที่จะยิ้มให้และพูดอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณสำหรับคืนนี้มากทั้งสองคน”

“ไม่ได้ลำบากอะไรมากเลย”

ลี่เยว่ส่ายหัวเบาๆ

เธอถอดเกราะหมวกออก และสยายผมของเธอ

“ชุดเกราะพวกนี้เป็นไงบ้าง”

มู่เหลียงถามพร้อมกับเอามือขึ้นมาประสานกันวางไว้บนโต๊ะ

“มีข้อเสียอะไรบ้างรึป่าว”

“ไม่มีเลยใช้งานได้ปกติ”

ลี่เยว่แม้ว่าจะมีสีหน้าที่เย็นชาตลอดเวลา ก็ไม่สามารถฝืนความรู้สึกที่ชื่นชมชุดเกราะนี้ได้

“ชุดเกราะนี้มันน่าอัศจรรย์มาก และเพิ่มพลังให้กับผู้ใส่อย่างชัดเจน”

“แล้วมีอะไรต้องแก้ไขอีกไหม”

มู่เหลียงถามพร้อมกับรอยยิ้ม

“ไม่มี”

ลี่เยว่ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบ

“แล้วเธอคิดว่าไง”

มู่เหลียงหันไปถามลี่ลี่

“มันดีมากๆ และไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลย”

ลี่ลี่ตอบก่อนที่จะถามต่อด้วยความสงสัย

“เจ้าสิ่งนี้มันมีชื่อเรียกว่าอะไร”

“พลังของมันคือการพรางตาล่องหน เหมือนกับภูติผี แม้จะอยู่ตรงหน้าก็มองไม่ห็น งั้นขอตั้งชื่อว่าเกราะภูติผี”

มู่เหลียงคิดชื่อให้เกราะทันที

“เกราะภูติผี ชื่อนี้เหมาะกับมันมาก”

ลี่เยว่พูดอย่างเห็นด้วย

ความสามารถในการล่องหน ทำให้ผู้สวมใส่เหมือนกับภูติผีที่จะปรากฏตัวเมื่อไรก็ได้ และไม่มีใครมองเห็น

“เอาล่ะ เหนื่อยกันมาทั้งคืนแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”

มู่เหลียงเข้าไปช่วยถอดชุดเกราะภูติผีให้กับลี่เยว่

มู่เหลียงไม่ได้บอกเรื่องแผนการสร้างหน่วยรบพิเศษที่ล่องหนได้ให้ทั้งสองคนฟัง และปล่อยให้ทั้งคู่ไปพักก่อน

“เอาล่ะ ที่นี่ทั้งสองก็ไปอาบน้ำได้แล้ว”

มู่เหลียงถอดชุดให้ลี่เยว่เสร็จแล้วก็ช่วยเอาผมทัดหูของเธอ

โดยที่เขายังไม่เข้าไปช่วยลี่ลี่ถอดชุด

แต่นั้นเพราะว่าลี่ลี่มีนิสัยคล้ายกับมินโฮ อาจจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดหากเขาเข้าไปใกล้เธอมากเกินไป

“อื้อ”

ลี่เยว่หน้าแดงขึ้นพร้อมกับตอบอย่างเขินอาย

“???”

ลี่ลี่มองทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัย

จนเธออดไม่ได้ที่จะสะกิดลี่เยว่เบาๆ เพื่อเรียกสติ ว่าให้มาช่วยเธอถอดชุดเกราะ

“อะไร..”

ลี่เยว่พูดขึ้นเบาๆ และหันไปมองด้วยความสงสัย

“ช่วยถอดชุดให้หน่อย”

“เอ้ะ!”

ลี่เยว่ถึงกับยิ้มแห้ง พร้อมกับสิหน้าที่รู้สึกผิด ก่อนที่จะช่วยถอดชุดเกราะให้ลี่ลี่

ลี่ลี่เสยผมสีชมพูของเธอ ก่อนที่จะเอาที่คาดผมออกมา และทำผมแกะสองข้าง มันได้เผยให้เห็นเรียวคอที่ขาวราวหิมะของเธอ

“งั้นไปอาบน้ำกันเถอะ”

ลี่เยว่ดึงตัวลี่ลี่ไปยังห้องของเธอทันที

“ต้องอาบน้ำจริงๆ งั้นหรอ”

ลี่ลี่ถามขึ้นด้วยความรู้สึกเกรงใจ

“มันจะไม่เป็นการเปลืองน้ำเปล่าๆ งั้นหรอ แค่ผ้าชุบน้ำแล้วเอามาเช็ดตัวก็ได้ ไม่ต้องอาบหรอก”

“ไม่เปลืองน้ำหรอก”

ลี่เยว่กล่าวและนึกถึงคำบ่นสอนของมู่เหลียง

ก่อนที่เธอจะเริ่มทำเช่นเดียวกับที่เธอเคยโดนมา

“น้ำหลังจากใช้อาบแล้ว ที่เหลือก็เอาไปราดของเสีย หรือรดน้ำผัก ไม่ก็เอามาเช็ดถูกพื้นต่อได้”

“เอ่อ….แต่ฉันรู้สึกว่ามันก็เป็นการเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์อยู่ดี”

หลังจากที่ฟังลี่ลี่ก็รู้สึกว่ามันก็ยังไม่เข้าท่าอยู่ดี

“งั้นตามฉันมานี้”

เวลานี้ลี่เยว่เริ่มเข้าใจความรู้สึกของมู่เหลียงตอนที่บ่นสอนพวกเธอกับมินโฮแล้ว

เพราะตอนนี้หลักการคิดของเธอถูกเปลี่ยนไปโดยมู่เหลียง

และเธอมั่นใจว่าหากเพื่อนของเธอได้ทำสักครั้งสองครั้งก็จะเคยชินไปเอง

ลี่ลี่ถูกพาไปเอาชุดที่ห้องของลี่เยว่ก่อนที่จะนำไปยังห้องอาบน้ำในบ้าน

เมื่อมาถึงลี่ลี่ได้แต่มองอ่างไม้ขนาดใหญ่ ด้วยสีหน้าตกตะลึง

ก่อนที่เธอจะเม้มปากและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

“ลี่เยว่! เธออาบน้ำแบบนี้บ่อยแค่ไหน!”

ลี่เยว่ตอบอย่างสบายๆ

“ก็ตอนที่ฉันทำงานมาเหงื่อเยอะๆ หรือรู้สึกไม่สบายตัว”

ลี่เยว่วางแผนจะให้ลี่ลี่ได้ลองแช่อ่างอาบน้ำนี้ และให้เธอได้รับรู้ถึงความเพลิดเพลินในการอาบน้ำ

ลี่เยว่ต้องการที่จะดึงตัวให้ลี่ลี่อยู่กับเธอที่นี่ และไม่อยากจะไปที่ไหนอีกในอนาคต

นั้นเพราะลี่ลี่นั้นมีเหตุผลเป็นของตัวเอง และไม่ได้หัวอ่อนเหมือนโหย่วเฟ่ย หากไม่มีเหตุผลที่มากพอเธอก็คงไม่อยู่ต่อ

เพราะลี่ลี่อาจจะออกเดินทางต่อก็ได้ เมื่อเห็นว่าทั้งเธอและโหย่วเฟ่ยอยู่สบายแล้ว

สุดท้ายแล้วลี่ลี่นั้นก็มีความเป็นักผจญภัยมากกว่า

และความฝันของเธอคือการท่องไปทุกที่และจดเรื่องราวต่างๆ สร้างการผจญภัยของเธอเอง

“งั้นเราจะอาบน้ำด้วยกันใช่ไหม?”

ลี่ลี่ถามด้วยความคาดหวัง และสายตาที่เป็นประกาย

“แน่นอน! พวกเราไม่ได้อาบน้ำด้วยกันมาต้องนานแล้ว”

ลี่เยว่ลงไปแช่ในอ่างน้ำก่อนทันที

ก่อนที่จะหันมาโบกมือเรียกให้ลี่ลี่ตามลงมา

“ลงมาเร็ว ก่อนที่น้ำจะเย็น”

“อย่ารีบนักสิ!”

ลี่ลี่เดินเข้าไปในอ่างน้ำด้วยท่าทางเขินอาย

“แผลที่หลังนั้น มาจากตอนที่เธอปกป้องฉันตอนนั้นใช่ไหม”

ลี่เยว่ถามด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

“หยุดพูดถึงเรื่องนี้ มันไม่ใช่ความผิดเธอ”

ลี่ลี่ตะโกนด้วยความเขินอาย

“เธอ…”

“ไม่ต้องพูดถึงมันแล้ว”

“นี้เธอเขินงั้นหรอ ฉันยังไม่พูดอะไรเลย”

“ไม่ๆ เข้าใจผิดแล้ว”

“....”

มู่เหลียงยิ้มมุมปากเบาๆ เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างสองสาวในห้องน้ำ

หยู่ฉินหลานกลับมาจากข้างนอก และเห็นว่ามู่เหลียงยิ้มอยู่คนเดียวจึงถามขึ้น

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ มีเรื่องอะไรดีๆ งั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานนั้นไปเฝ้าที่ส่วนห่างของเต่าทมิฬน้อยเกือบทั้งคืนจนกระทั้งเห็นว่าไม่มีใครขึ้นมาอีกแล้วจึงกลับมาที่คฤหาสน์

“ฟังสิ”

มู่เหลียงยิ้มและชี้ไปทางห้องน้ำ

หยู่ฉินหลานเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่จะมองไปทางมู่เหลียงด้วยสายตาแปลกๆ

เธอหรี่ตาลง และพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเลศนัย

“ไม่รู้ว่าท่านเจ้าเมืองของเราจะมีนิสัยชอบแอบฟังเรื่องพูดคุยของสาวๆ เวลาอาบน้ำด้วย”

“อะ..เอ่อ”

มู่เหลียงถึงกับใบหน้าแข็งทื่อไปทันที

เขาคิดว่าเรื่องที่สองสาวพูดคุยกันนั้นดูน่าเอ็นดู แต่เมื่อมันถูกพูดออกมาจากปากของหยู่ฉินหลานมันทำให้เขาดูเหมือนพวกโรคจิต?

หูของเขาคงจะดีเกินไปรึป่าว?

“ไปนอนพักเถอะ พรุ่งนี้เราต้องเตรียมสินค้าออกไปขายอีก”

มู่เหลียงเปลี่ยนสีหน้าทันที และพูดเรื่องอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

เขาลุกขึ้นและเดินกลับไปยังห้องนอนของเขา เพื่อจะนอนพักผ่อน พรุ่งนี้เขาจะได้สัตว์เลี้ยงใหม่สองตัวแล้ว

หยู่ฉินหลานมองไปยังมู่เหลียงที่เดินจากไป พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างราวกับพบเรื่องสนุกเข้าให้แล้ว

มันน่าสนใจที่จะได้แหย่เจ้าเมืองของเธอ

“ไม่คิดว่าเขาจะมีด้านที่น่ารักแบบนี้อยู่ด้วย”

นิ้วอันเรียวงามของหยู่ฉินหลานจับไปที่ปลายคางของเธอ พร้อมกับสายตาที่ดูมีเสน่ห์ไม่น้อยจ้องมองไปยังทางที่มู่เหลียงเดินจากไป