“มู่เหลียง เรียกฉันมีอะไรงั้นหรอ?”
มินโฮเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น และเดินเข้าไปหามู่เหลียงอย่างรวดเร็ว
ตอนแรกเธอกำลังหาสูตรทำอาหารใหม่ๆ อยู่ในห้องครัว
“นี่สำหรับเธอ”
มู่เหลียงหยิบกระดาษที่เขียนทั้งสองหน้าให้กับมินโฮ
“มันคืออะไร”
มินโฮเอื้อมมือไปรับมาและอ่านแผ่นกระดาษ
“ชานม? เครื่องดื่มเย็น?”
มินโฮพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยได้ยินคำพวกนี้มาก่อน
มู่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อยและยิ้ม
“ฉันจะให้เธอลองศึกษามันดู แล้วดูว่ามินโฮจะทำได้ไหม”
มินโฮนั้นดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เธอเองก็อยากทำเมนูเครื่องดื่มมานานแล้ว
“ได้ฉันจะลองดู”
แววตาสีฟ้าของมินโฮเป็นประกาย และเดินออกไปจากห้องขณะที่ก้มหน้าก้มตาดูม้วนแผ่นกระดาษที่มู่เหลียงให้
“เดินดูทางด้วย!”
มู่เหลียงเตือน
“รู้แล้วววว”
มินโฮตอบกลับมาด้วยเสียงที่ลากยาว
หลังจากที่มินโฮตอบได้ไม่นาน เธอก็เดินชนเข้ากับประตู
“โอ้ยย!! เจ็บอะ”
มินโฮร้องออกมา ก่อนที่จะรู้ตัวและวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย
“จริงๆ เลย”
มู่เหลียงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือสงสารเด็กสาวคนนี้ดี
ไม่นานหลังจากนั้น
มินโฮก็มาถึงห้องครัวและศึกษาวิธีกรทำชานมต่อ
เว่ยหยูหลันพึ่งกลับมาหลังจากเอาน้ำชาไปให้โหย่วเฟ่ย และเห็นมินโฮกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรอยู่เลยเอ่ยปากถาม
“ท่านมินโฮทำอะไรอยู่ค่ะ”
“กำลังลองทำชานม”
มินโฮตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
“ชานมคืออะไรหรอคะ”
แววตาของเว่ยหยูหลันดูสับสน และถามออกไปด้วยความไม่รู้ตัว
“แล้วมีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
มินโฮเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำถาม และคิดอยู่แปบหนึ่งและพูดอย่างร่าเริง
“ถ้างั้นไปหานมแพะให้ฉันหน่อย”
“ได้ค่ะ”
เว่ยหยูหลันพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่จะเอาโหลแก้วออกไปจากห้องครัว
“ขั้นตอนการทำไข่มุก….ใช้แป้งมันเทศ…น้ำผึ้ง…แล้วก็น้ำงั้นหรอ?”
มินโฮพูดอยู่คนเดียวเบาๆ และกำลังศึกษาวิธีทำไข่มุก
ส่วนวิธีการทำไข่มุกนั้นมู่เหลียงคิดสูตรขึ้นมาอย่างง่ายๆ
เดิมทีไข่มุกต้องใช้แป้งสำปะหลัง น้ำตาลทรายแดง และน้ำ
มินโฮเอาหม้อมาวางไว้บนเตาและจุดไฟ เตรียมต้มน้ำ
“นี้ไง เจอแล้ว!
นิ้วของมินโฮเลื่อนดูขวดเครื่องปรุงที่วางไว้ในชั้นไม้ และเลื่อนไปเจอกับสิ่งที่เธอต้องการ
นั้นคือขวดที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งสีทองอำพัน
มินโฮเปิดฝาขวดและตักน้ำผึ้งสองสามช้อนโต๊ะลงไปในหม้อ
น้ำผึ้งเหล่านี้ได้มาจากรังของนางพญาผึ้ง และพึ่งเก็บเกี่ยวได้เมื่อสองวันก่อน
น้ำภายในหม้อกำลังเริ่มที่จะเดือด มินโฮก็เติมน้ำผึ้งลงไป ก่อนที่มันจะเริ่มละลาย
“นี้มันกลิ่นอะไร?”
หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้ามาในห้องครัว เธอทำจมูกฟุตฟิตไปมา และดมกลิ่นหวานๆ ในอากาศ
“มันคือกลิ่นของน้ำผึ้ง”
มินโฮตอบพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
“โอ้!! น้ำผึ้งนี้อร่อยไหม”
หยู่เฟ่ยหยานถามด้วยแววตาที่เป็นประกาย
“ลองชิมดูสิ”
มินโฮชี้ไปทางโหลใส่น้ำผึ้งที่ยังไม่ได้ปิดฝา
ปุ๊ดๆๆ
มินโฮได้ยินเสียงน้ำเดือดก็เลยหันกลับมาดูหม้ออีกครั้ง และคนด้วยไม้พายเบาๆ
หยู่เฟ่ยหยานลองตักน้ำผึ้งออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะลองดมดู
เมื่อหยู่เฟ่ยหยานได้กลิ่นก็เกิดอาการน้ำลายสอ ก่อนที่จะเอ่ยปากถาม
“มินโฮ เจ้านี้กินสดๆ เลยได้ไหม”
“ได้”
มินโฮพยักหน้าตอบ
“งั้ม….”
หยู่เฟ่ยหยานงับไปหนึ่งช้อน ก่อนที่หน้าตาของเธอจะดูมีความสุขมากๆ และพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เป็นประกาย
“มันหอมหวานอร่อยมาก”
อาจจะเป็นเพราะน้ำผึ้งพวกนี้มาจากรังของนางพญาผึ้งที่สร้างจากน้ำหวานของดอกไม้หลายชนิดทำให้น้ำผึ้งที่ผลิตได้มีความพิเศษ และมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าน้ำผึ้งปกติ
หยู่เฟ่ยหยานอดใจไม่ไหว และตัดกินเข้าไปอีกคำ
“ไม่ได้นะ พี่เฟ่ยหยาน!! ฉันต้องเอาไว้ทำชานม!”
มินโฮร้องทักด้วยความตกใจ
“ก็ได้…ไม่กินแล้วก็ได้”
หยู่เฟ่ยหยานพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกเลยว่าไม่อยากจะวางโหลน้ำผึ้งนี้
ก่อนที่มินโฮจะพูดอย่างจริงจัง
“เอาไว้รอกินตอนมันเป็นชานมดีกว่า”
มินโฮเอาโหลน้ำผึ้งไปเก็บ กลัวว่าหากทิ้งเอาไว้น้ำผึ้งจะถูกหยู่เฟ่ยหยานกินจนหมด
“งั้นชานมคืออะไร”
หยู่เฟ่ยหยานสนใจสิ่งที่มินโฮพูดแทนทันที
มินโฮเพียงส่ายหัว และพูดอย่างมีเลศนัย
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเป็นเครื่องดื่มที่มู่เหลียงให้สูตรมา เพราะงั้นเราต้องมาดูว่าตอนมันเสร็จจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร”
“งั้นหรอ”
หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างกระตือรือร้น
“งั้นๆ มินโฮมีอะไรให้ฉันช่วยไหม”
“ไม่เป็นไร ฉันมีคนช่วยแล้ว”
มินโฮส่ายหัว
ในขณะที่พูดเธอก็คนน้ำผึ้งที่ต้มอยู่ด้วย
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง…”
มินโฮยกหม้อลงจากเตาและรอให้มันเย็นลง
“ใส่แป้งมันเทศลงไป….ให้แป้งเกาะตัว….แล้วก็นวดให้กลายเป็นก้อนแป้ง”
มินโฮกระพริบตาด้วยความสงสัยหลังจากอ่านขั้นตอนทำต่อไป
“แล้วต้องใส่แป้งเท่าไหร่ล่ะ?”
เธอวางกระดาษสูตรลงด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไร
ก่อนที่จะนำแป้งออกมา และตักลงไปหนึ่งช้อนเต็มๆ จากนั้นก็เอาตะเกียบตีเร็วๆ จนน้ำกับแป้งผสมกันอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนจะเหลวไป”
มินโฮเห็นแบบนั้นจึงเพิ่มแป้งลงไปอีกสองช้อน และใช้ตะเกียบตีผสมให้เข้ากัน ซึ่งมันยากมาก
“คงต้องใช้มือสินะ”
มินโฮวางตะเกียบลงและหันไปล้างมือ
ความคิดและนิสัยของเธอเปลี่ยนไปเยอะตั้งแต่รู้จักกับมู่เหลียง การล้างมือจึงเป็นเรื่องปกติไปแล้วในตอนนี้
มินโฮเช็ดมือจนสะอาด และเริ่มนวดแป้งอีกครั้ง
หยู่เฟ่ยหยานรู้สึกว่ามันดูยุ่งยาก ทำให้ความสนใจของเธอลดน้อยลง
“แค่นี้น่าจะได้แล้วนะ”
มินโฮดูแป้งสีเหลืองนวลที่ดูหนุบหนับ
เธอวางแป้งลงและดูขั้นตอนต่อไปในแผ่นกระดาษ
“ขั้นตอนต่อไป….ปั้นเป็นลูกเม็ดเล็กๆ….ง่ายๆ แค่นี้เลยหรอ?”
มินโฮเอาแป้งมานวดเป็นเส้นยาวๆ ก่อนที่จะตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาด ประมานหนึ่งข้อนิ้ว
หลังจากนั้นเธอก็เอาแป้งที่ตัดแล้ว ขึ้นมาปั้นเป็นลูกกลมๆ
“มันดูน่าสนุกจัง ให้ฉันช่วยไหม”
หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
มินโฮมองและทำหน้าขึงขังใส่เล็กน้อย
“ไปล้างมือก่อน!”
“ก็ได้ๆ”
หยู่เฟ่ยหยานหันกลับไปที่อ่างล้างจาน ก่อนที่จะเอาน้ำมาล้างมือและเช็ดจนแห้ง
และเธอก็เข้ามายืนข้างๆ มินโฮและทำตามที่มินโฮทำ
แต่ลูกที่หยู่เฟ่ยหยานปั้นออกมานั้นดูบิดเบี้ยวเพราะใช้แรงมากเกินไป
“พี่เฟ่ยหยาน พี่ต้องตั้งใจมากกว่านี้นะ”
มินโฮกลอกตาไปมา
“งานละเอียดอ่อนแบบนี้คงไม่เหมาะกับฉัน”
หยู่เฟ่ยหยานทำแก้มป่องอย่างไม่พอใจ และลองปั้นแป้งอีกครั้ง
“ท่านมินโฮค่ะ ฉันเอานมแพะมาแล้ว”
เว่ยหยูหลันเดินกลับเข้ามาพร้อมกับโหลที่เต็มไปด้วยนมแพะ และวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
นมแกะสีขาวนวลเริ่มส่งกลิ่นของนมจางๆ ออกมา และไม่มีกลิ่นเหม็น
“เอาล่ะ มาช่วยกันปั้นแป้งพวกนี้หน่อย”
มินโฮพูดพร้อมกับกระดิกหูกระต่ายไปมา
“ขอไปล้างมือสักครู่ค่ะ”
เว่ยหยูหลันตอบอย่างเชื่อฟัง และหันกลับไปล้างมือ
มินโฮปัดแป้งออกจากมือ ก่อนที่จะเริ่มต้มน้ำใหม่อีกหม้อ และเติมใบชาลงไปหนึ่งหยิบมือ
ปุ๊ดๆ
ห้านาทีต่อมาน้ำในหม้อก็เริ่มเดือด และส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของใบชาประกายแสงออกมา ซึ่งทำให้รู้สึกสดชื่น
นี่คือน้ำชาที่ทำมาจากใบชาระดับแปดของต้นชาเขียวประกาย
เมื่อเทียบกับใบชาก่อนหน้านี้ คุณภาพของใบชาสูงกว่ามาก ทั้งในเรื่องช่วยทำให้จิตใจสงบ และยืดอายุขัย
“เอานมแพะผสมลงไป แล้วก็ต้มให้เดือด”
มินโฮพูดกับตัวเอง และเอาโหลนมแพะมา ก่อนที่จะเทลงไปครึ่งหนึ่ง
จ็อกๆ
“ท่านมินโฮค่ะ เสร็จแล้วค่ะ”
เว่ยหยูหลันพูดเบาๆ
“เอาทั้งหมดไปต้ม หลังจากนั้นค่อยตักขึ้นมาแช่ในน้ำเย็น”
มินโฮบอกขั้นตอนการทำภายในสูตรที่เธอจำได้กับเว่ยหยูหลัน
“ค่ะ”
เว่ยหยูหลันตอบอย่างรวดเร็ว
หยู่เฟ่ยหยานเองก็ไปล้างมือและยืนดูอย่างคาดหวัง
นมแพะและชาประกายแสงนั้นถูกเคี่ยวผสมกันในหม้อใบเดียว และสีของมันก็ได้เปลี่ยนไป กลายเป็นสีเขียวนวลที่ดูสวยงาม
“เพิ่มน้ำผึ้งลงไป”
มินโฮเอาโหลน้ำผึ้งออกมาและเทผสมลงไปในหม้อ จากนั้นก็เริ่มคนให้เข้ากันอย่างช้าๆ
“เท่านี้คงจะพอได้แล้วนะ”
มินโฮยกหม้อออกจากเตา
ในขณะเดียวกันไข่มุกที่ต้มอยู่ก็เริ่มดูเป็นเม็ดสีใสๆ หลังจากตักเอาไปแช่น้ำเย็น มันก็ได้กลายเป็นสีเหลืองอำพันที่แวววาว
มินโฮเอาแก้วน้ำออกมาหลายใบ ก่อนที่จะใส่ไข่มุกลงไปในแก้วสองช้อนใหญ่ๆ และเทชาที่ผสมนมแพะลงไป
“ชานมได้แล้ว!”
มินโฮกระพริบตามองดูด้วยความลังเลเล็กน้อย และคิดว่ารสชาติจะเป็นเช่นไร
“ฉันลองชิมให้”
หยู่เฟ่ยหยานอาสาตัวก่อนทันที
เธอเอื้อมมือปหยิบแก้วขึ้นมา และลองจิบดูเล็กน้อย
“ !!!! อร่อยมาก มีทั้งกลิ่นนมและชาอยู่ในนี้ อีกทั้งยังหอมหวานอีก”
“น้องหลันลองดูสิ”
มินโฮถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับเอามือทาบอก
“ค่ะ”
เว่ยหยูหลันยกแก้วขึ้นมาและลองจิบชานมก่อนที่จะตกหลุมรักชานมทันที
เธอดื่มจนหมดแก้วโดยที่หยุดตัวเองไม่อยู๋ เหลือเพียงไข่มุกที่ก้นแก้ว
“ฉันจะเอาไปให้มู่เหลียง”
มินโฮหยิบแก้วอีกใบขึ้นมาและออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved