ตอนที่ 264

“มู่เหลียง เรียกฉันมีอะไรงั้นหรอ?”

มินโฮเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น และเดินเข้าไปหามู่เหลียงอย่างรวดเร็ว

ตอนแรกเธอกำลังหาสูตรทำอาหารใหม่ๆ อยู่ในห้องครัว

“นี่สำหรับเธอ”

มู่เหลียงหยิบกระดาษที่เขียนทั้งสองหน้าให้กับมินโฮ

“มันคืออะไร”

มินโฮเอื้อมมือไปรับมาและอ่านแผ่นกระดาษ

“ชานม? เครื่องดื่มเย็น?”

มินโฮพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยได้ยินคำพวกนี้มาก่อน

มู่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อยและยิ้ม

“ฉันจะให้เธอลองศึกษามันดู แล้วดูว่ามินโฮจะทำได้ไหม”

มินโฮนั้นดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เธอเองก็อยากทำเมนูเครื่องดื่มมานานแล้ว

“ได้ฉันจะลองดู”

แววตาสีฟ้าของมินโฮเป็นประกาย และเดินออกไปจากห้องขณะที่ก้มหน้าก้มตาดูม้วนแผ่นกระดาษที่มู่เหลียงให้

“เดินดูทางด้วย!”

มู่เหลียงเตือน

“รู้แล้วววว”

มินโฮตอบกลับมาด้วยเสียงที่ลากยาว

หลังจากที่มินโฮตอบได้ไม่นาน เธอก็เดินชนเข้ากับประตู

“โอ้ยย!! เจ็บอะ”

มินโฮร้องออกมา ก่อนที่จะรู้ตัวและวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย

“จริงๆ เลย”

มู่เหลียงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือสงสารเด็กสาวคนนี้ดี

ไม่นานหลังจากนั้น

มินโฮก็มาถึงห้องครัวและศึกษาวิธีกรทำชานมต่อ

เว่ยหยูหลันพึ่งกลับมาหลังจากเอาน้ำชาไปให้โหย่วเฟ่ย และเห็นมินโฮกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรอยู่เลยเอ่ยปากถาม

“ท่านมินโฮทำอะไรอยู่ค่ะ”

“กำลังลองทำชานม”

มินโฮตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

“ชานมคืออะไรหรอคะ”

แววตาของเว่ยหยูหลันดูสับสน และถามออกไปด้วยความไม่รู้ตัว

“แล้วมีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

มินโฮเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำถาม และคิดอยู่แปบหนึ่งและพูดอย่างร่าเริง

“ถ้างั้นไปหานมแพะให้ฉันหน่อย”

“ได้ค่ะ”

เว่ยหยูหลันพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่จะเอาโหลแก้วออกไปจากห้องครัว

“ขั้นตอนการทำไข่มุก….ใช้แป้งมันเทศ…น้ำผึ้ง…แล้วก็น้ำงั้นหรอ?”

มินโฮพูดอยู่คนเดียวเบาๆ และกำลังศึกษาวิธีทำไข่มุก

ส่วนวิธีการทำไข่มุกนั้นมู่เหลียงคิดสูตรขึ้นมาอย่างง่ายๆ

เดิมทีไข่มุกต้องใช้แป้งสำปะหลัง น้ำตาลทรายแดง และน้ำ

มินโฮเอาหม้อมาวางไว้บนเตาและจุดไฟ เตรียมต้มน้ำ

“นี้ไง เจอแล้ว!

นิ้วของมินโฮเลื่อนดูขวดเครื่องปรุงที่วางไว้ในชั้นไม้ และเลื่อนไปเจอกับสิ่งที่เธอต้องการ

นั้นคือขวดที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งสีทองอำพัน

มินโฮเปิดฝาขวดและตักน้ำผึ้งสองสามช้อนโต๊ะลงไปในหม้อ

น้ำผึ้งเหล่านี้ได้มาจากรังของนางพญาผึ้ง และพึ่งเก็บเกี่ยวได้เมื่อสองวันก่อน

น้ำภายในหม้อกำลังเริ่มที่จะเดือด มินโฮก็เติมน้ำผึ้งลงไป ก่อนที่มันจะเริ่มละลาย

“นี้มันกลิ่นอะไร?”

หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้ามาในห้องครัว เธอทำจมูกฟุตฟิตไปมา และดมกลิ่นหวานๆ ในอากาศ

“มันคือกลิ่นของน้ำผึ้ง”

มินโฮตอบพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

“โอ้!! น้ำผึ้งนี้อร่อยไหม”

หยู่เฟ่ยหยานถามด้วยแววตาที่เป็นประกาย

“ลองชิมดูสิ”

มินโฮชี้ไปทางโหลใส่น้ำผึ้งที่ยังไม่ได้ปิดฝา

ปุ๊ดๆๆ

มินโฮได้ยินเสียงน้ำเดือดก็เลยหันกลับมาดูหม้ออีกครั้ง และคนด้วยไม้พายเบาๆ

หยู่เฟ่ยหยานลองตักน้ำผึ้งออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะลองดมดู

เมื่อหยู่เฟ่ยหยานได้กลิ่นก็เกิดอาการน้ำลายสอ ก่อนที่จะเอ่ยปากถาม

“มินโฮ เจ้านี้กินสดๆ เลยได้ไหม”

“ได้”

มินโฮพยักหน้าตอบ

“งั้ม….”

หยู่เฟ่ยหยานงับไปหนึ่งช้อน ก่อนที่หน้าตาของเธอจะดูมีความสุขมากๆ และพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เป็นประกาย

“มันหอมหวานอร่อยมาก”

อาจจะเป็นเพราะน้ำผึ้งพวกนี้มาจากรังของนางพญาผึ้งที่สร้างจากน้ำหวานของดอกไม้หลายชนิดทำให้น้ำผึ้งที่ผลิตได้มีความพิเศษ และมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าน้ำผึ้งปกติ

หยู่เฟ่ยหยานอดใจไม่ไหว และตัดกินเข้าไปอีกคำ

“ไม่ได้นะ พี่เฟ่ยหยาน!! ฉันต้องเอาไว้ทำชานม!”

มินโฮร้องทักด้วยความตกใจ

“ก็ได้…ไม่กินแล้วก็ได้”

หยู่เฟ่ยหยานพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกเลยว่าไม่อยากจะวางโหลน้ำผึ้งนี้

ก่อนที่มินโฮจะพูดอย่างจริงจัง

“เอาไว้รอกินตอนมันเป็นชานมดีกว่า”

มินโฮเอาโหลน้ำผึ้งไปเก็บ กลัวว่าหากทิ้งเอาไว้น้ำผึ้งจะถูกหยู่เฟ่ยหยานกินจนหมด

“งั้นชานมคืออะไร”

หยู่เฟ่ยหยานสนใจสิ่งที่มินโฮพูดแทนทันที

มินโฮเพียงส่ายหัว และพูดอย่างมีเลศนัย

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเป็นเครื่องดื่มที่มู่เหลียงให้สูตรมา เพราะงั้นเราต้องมาดูว่าตอนมันเสร็จจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร”

“งั้นหรอ”

หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างกระตือรือร้น

“งั้นๆ มินโฮมีอะไรให้ฉันช่วยไหม”

“ไม่เป็นไร ฉันมีคนช่วยแล้ว”

มินโฮส่ายหัว

ในขณะที่พูดเธอก็คนน้ำผึ้งที่ต้มอยู่ด้วย

“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง…”

มินโฮยกหม้อลงจากเตาและรอให้มันเย็นลง

“ใส่แป้งมันเทศลงไป….ให้แป้งเกาะตัว….แล้วก็นวดให้กลายเป็นก้อนแป้ง”

มินโฮกระพริบตาด้วยความสงสัยหลังจากอ่านขั้นตอนทำต่อไป

“แล้วต้องใส่แป้งเท่าไหร่ล่ะ?”

เธอวางกระดาษสูตรลงด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไร

ก่อนที่จะนำแป้งออกมา และตักลงไปหนึ่งช้อนเต็มๆ จากนั้นก็เอาตะเกียบตีเร็วๆ จนน้ำกับแป้งผสมกันอย่างรวดเร็ว

“ดูเหมือนจะเหลวไป”

มินโฮเห็นแบบนั้นจึงเพิ่มแป้งลงไปอีกสองช้อน และใช้ตะเกียบตีผสมให้เข้ากัน ซึ่งมันยากมาก

“คงต้องใช้มือสินะ”

มินโฮวางตะเกียบลงและหันไปล้างมือ

ความคิดและนิสัยของเธอเปลี่ยนไปเยอะตั้งแต่รู้จักกับมู่เหลียง การล้างมือจึงเป็นเรื่องปกติไปแล้วในตอนนี้

มินโฮเช็ดมือจนสะอาด และเริ่มนวดแป้งอีกครั้ง

หยู่เฟ่ยหยานรู้สึกว่ามันดูยุ่งยาก ทำให้ความสนใจของเธอลดน้อยลง

“แค่นี้น่าจะได้แล้วนะ”

มินโฮดูแป้งสีเหลืองนวลที่ดูหนุบหนับ

เธอวางแป้งลงและดูขั้นตอนต่อไปในแผ่นกระดาษ

“ขั้นตอนต่อไป….ปั้นเป็นลูกเม็ดเล็กๆ….ง่ายๆ แค่นี้เลยหรอ?”

มินโฮเอาแป้งมานวดเป็นเส้นยาวๆ ก่อนที่จะตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาด ประมานหนึ่งข้อนิ้ว

หลังจากนั้นเธอก็เอาแป้งที่ตัดแล้ว ขึ้นมาปั้นเป็นลูกกลมๆ

“มันดูน่าสนุกจัง ให้ฉันช่วยไหม”

หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

มินโฮมองและทำหน้าขึงขังใส่เล็กน้อย

“ไปล้างมือก่อน!”

“ก็ได้ๆ”

หยู่เฟ่ยหยานหันกลับไปที่อ่างล้างจาน ก่อนที่จะเอาน้ำมาล้างมือและเช็ดจนแห้ง

และเธอก็เข้ามายืนข้างๆ มินโฮและทำตามที่มินโฮทำ

แต่ลูกที่หยู่เฟ่ยหยานปั้นออกมานั้นดูบิดเบี้ยวเพราะใช้แรงมากเกินไป

“พี่เฟ่ยหยาน พี่ต้องตั้งใจมากกว่านี้นะ”

มินโฮกลอกตาไปมา

“งานละเอียดอ่อนแบบนี้คงไม่เหมาะกับฉัน”

หยู่เฟ่ยหยานทำแก้มป่องอย่างไม่พอใจ และลองปั้นแป้งอีกครั้ง

“ท่านมินโฮค่ะ ฉันเอานมแพะมาแล้ว”

เว่ยหยูหลันเดินกลับเข้ามาพร้อมกับโหลที่เต็มไปด้วยนมแพะ และวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง

นมแกะสีขาวนวลเริ่มส่งกลิ่นของนมจางๆ ออกมา และไม่มีกลิ่นเหม็น

“เอาล่ะ มาช่วยกันปั้นแป้งพวกนี้หน่อย”

มินโฮพูดพร้อมกับกระดิกหูกระต่ายไปมา

“ขอไปล้างมือสักครู่ค่ะ”

เว่ยหยูหลันตอบอย่างเชื่อฟัง และหันกลับไปล้างมือ

มินโฮปัดแป้งออกจากมือ ก่อนที่จะเริ่มต้มน้ำใหม่อีกหม้อ และเติมใบชาลงไปหนึ่งหยิบมือ

ปุ๊ดๆ

ห้านาทีต่อมาน้ำในหม้อก็เริ่มเดือด และส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของใบชาประกายแสงออกมา ซึ่งทำให้รู้สึกสดชื่น

นี่คือน้ำชาที่ทำมาจากใบชาระดับแปดของต้นชาเขียวประกาย

เมื่อเทียบกับใบชาก่อนหน้านี้ คุณภาพของใบชาสูงกว่ามาก ทั้งในเรื่องช่วยทำให้จิตใจสงบ และยืดอายุขัย

“เอานมแพะผสมลงไป แล้วก็ต้มให้เดือด”

มินโฮพูดกับตัวเอง และเอาโหลนมแพะมา ก่อนที่จะเทลงไปครึ่งหนึ่ง

จ็อกๆ

“ท่านมินโฮค่ะ เสร็จแล้วค่ะ”

เว่ยหยูหลันพูดเบาๆ

“เอาทั้งหมดไปต้ม หลังจากนั้นค่อยตักขึ้นมาแช่ในน้ำเย็น”

มินโฮบอกขั้นตอนการทำภายในสูตรที่เธอจำได้กับเว่ยหยูหลัน

“ค่ะ”

เว่ยหยูหลันตอบอย่างรวดเร็ว

หยู่เฟ่ยหยานเองก็ไปล้างมือและยืนดูอย่างคาดหวัง

นมแพะและชาประกายแสงนั้นถูกเคี่ยวผสมกันในหม้อใบเดียว และสีของมันก็ได้เปลี่ยนไป กลายเป็นสีเขียวนวลที่ดูสวยงาม

“เพิ่มน้ำผึ้งลงไป”

มินโฮเอาโหลน้ำผึ้งออกมาและเทผสมลงไปในหม้อ จากนั้นก็เริ่มคนให้เข้ากันอย่างช้าๆ

“เท่านี้คงจะพอได้แล้วนะ”

มินโฮยกหม้อออกจากเตา

ในขณะเดียวกันไข่มุกที่ต้มอยู่ก็เริ่มดูเป็นเม็ดสีใสๆ หลังจากตักเอาไปแช่น้ำเย็น มันก็ได้กลายเป็นสีเหลืองอำพันที่แวววาว

มินโฮเอาแก้วน้ำออกมาหลายใบ ก่อนที่จะใส่ไข่มุกลงไปในแก้วสองช้อนใหญ่ๆ และเทชาที่ผสมนมแพะลงไป

“ชานมได้แล้ว!”

มินโฮกระพริบตามองดูด้วยความลังเลเล็กน้อย และคิดว่ารสชาติจะเป็นเช่นไร

“ฉันลองชิมให้”

หยู่เฟ่ยหยานอาสาตัวก่อนทันที

เธอเอื้อมมือปหยิบแก้วขึ้นมา และลองจิบดูเล็กน้อย

“ !!!! อร่อยมาก มีทั้งกลิ่นนมและชาอยู่ในนี้ อีกทั้งยังหอมหวานอีก”

“น้องหลันลองดูสิ”

มินโฮถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับเอามือทาบอก

“ค่ะ”

เว่ยหยูหลันยกแก้วขึ้นมาและลองจิบชานมก่อนที่จะตกหลุมรักชานมทันที

เธอดื่มจนหมดแก้วโดยที่หยุดตัวเองไม่อยู๋ เหลือเพียงไข่มุกที่ก้นแก้ว

“ฉันจะเอาไปให้มู่เหลียง”

มินโฮหยิบแก้วอีกใบขึ้นมาและออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว