ที่หน้าบ้านของหยู่จู
มีผู้คนมากมายรวมกันอยู่ และแตกออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งมีสิบคน อีกกลุ่มมีมากถึงสองสามร้อยคน
“เว่ยกัง! หลีกทางไป อย่าลืมสิว่าใครเป็นคนเลื่อนตำแหน่งให้แก”
ผู้อาวุโสใหญ่ขู่คำรามขึ้นพร้อมกับมองไปยังชายกลางคนด้วยสายตาหยิ่งยโส
เขาไม่คิดเลยว่าในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้เว่ยกังที่เป็นหนึ่งในหัวหน้าทีมนักล่าที่เขาไว้ใจจะหันมาเป็นปรปักษ์กับเขา
“ผู้อาวุโสใหญ่!! ท่านมันหลอกลวง ฉันนั้นภักดีต่อนายหัวคนเดียว!”
เว่ยกังยืนขวางทางเข้าบ้านของหยู่จู พร้อมกับดาบและโล่ใบใหญ่ เขาเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสโดยที่ไม่เกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
“ฉันกำลังจะมอบชีวิตใหม่ให้กับทุกคนในค่ายแห่งนี้ และไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำอีกต่อไป!”
ผู้อาวุโสใหญ่พูดด้วยความชอบธรรม
“ไม่อยากจะมีน้ำดื่มน้ำใช้ที่เพียงพองั้นหรอ? เว่ยกัง!!”
“ใช่!!”
ทหารและทีมนักล่ากว่าสามร้อยชีวิตร้องตะโกนขึ้นพร้อมกัน
“พวกเราเหล่าผู้อาวุโสคิดทบทวนเรื่องนี้มาดีแล้ว ถึงได้เข้าร่วมกับเผ่าพันพฤกษา และก่อตั้งเมืองขึ้น!”
ผู้อาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูน่าเชื่อถือและปลุกเร้า
“ถึงเวลานั้นทุกคนจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้อาศัยอยู่ในเมือง และไม่ต้องมากังวลเรื่องน้ำอีกเลย!”
“พวกเรามีท่านหยู่จู เพราะงั้นก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องน้ำเหมือนกัน!”
เว่ยกังพูดขัดขึ้นอย่างสุดเสียง และใช้ดาบชี้ไปยังฝูงชนที่อยู่ตรงหน้า
“ตอนนี้ท่านหยู่จูบาดเจ็บ พวกแกถึงกับทอดทิ้งท่านเลยงั้นหรอ!”
“ไม่!! พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อนายหัวหยู่จู”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงขึ้น
ก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเชื่อมั่น
“พวกเราต่างหากที่เห็นถึงความเหนื่อยล้าของนายหัว และเป็นห่วงนายหัวที่สุด เพราะงั้น!! หากว่ากลุ่มของเราร่วมกับเผ่าพันพฤษก์ได้ นายหัวจะไม่ต้องลำบากผลิตน้ำคนเดียวอีกต่อไป และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ!”
“โกหก!!! ฉันได้ยินว่าแกตกลงจะแลกเปลี่ยนท่านหยู่จูกับเผ่าพันพฤกษา ไม่ต่างจากสิ่งของ!!”
เว่ยกังเถียงด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา
ใช่….เขาจะไม่ขัดขวางการร่วมเผ่าเลยเพราะมันเป็นข้อเสนอที่ดี
แต่มันเกินไป หากว่าต้องแลกกับนายหัวหยู่จู ที่ต้องเสียสละเพื่อพวกเขาอีกครั้ง
“ไร้สาระ! แกไปฟังเรื่องพวกนี้มาจากไหนกัน!”
สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นลง
“ผู้นำของเผ่าพันพฤกษา เพิ่งจะได้ขึ้นมาครองตำแหน่งไม่นาน และเขายังไม่มีภรรยาที่ดี และเขาก็รักใคร่นายหัวหยู่จูมาโดยตลอด”
“ก็อีแค่คำพูดสวยหรู!!”
เว่ยกังพูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน
เขาไม่เชื่อสิ่งที่ผู้อาวุโสใหญ่พูดสักคำเดียว
เขารู้จักชายผู้นั้นดี ผู้นำของเผ่าพันพฤกษา ผู้ชายคนนั้นสนใจแค่ผู้มีพลังวิเศษ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาสนใจนายหัวหยู่จูกับคุณหนูหยู่เฟ่ยหยาน
ตราบใดที่ทั้งสองคนนี้แต่งงานกับเขา โอกาสที่ลูกหลานที่เกิดขึ้นเป็นผู้ตื่นสูงมาก
“แกไม่คิดจะถอยจริงๆ สินะ”
ผู้อาวุโสใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงที่หมดความอดทน
ตอนแรกผู้อาวุโสใหญ่ไม่ได้ต้องการที่จะเร่งแผนการร่วมเผ่าพันพฤกษาเร็วเกินไปนัก แต่ใครจะไปคิดว่า
หยู่จูจะมาบาดเจ็บแบบนี้ ทำให้เขาทนไม่ได้และกลับมาทบทวนแผนนี้กับทีมนักล่าอีกครั้ง
แล้วยิ่งถูกหยู่เฟ่ยหยานด่าทอวันนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผู้อาวุโสใหญ่โกรธแค้นมากขึ้นไปอีก เขาจึงตัดสินใจลงมือดำเนินแผนนี้ทันที
ด้วยความช่วยเหลือจากในวงในทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ไม่ต้องออกแรงมากเลยในการเกลี้ยกล่อมทหารและทีมนักล่า เพราะเกือบทั้งหมดเห็นด้วยในทันที และตกลงจะเข้าร่วมกับเผ่าพันพฤกษา
แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่คนทั้งหมด ยังเหลือส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วย และพวกเขาคือคนที่งดออกเสียงในครั้งนี้ และได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามในตอนนี้ พวกเขานั้นล้วนเป็นคนที่ซื่อสัตว์
“ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเราได้รับน้ำจากน้ำพักน้ำแรงของท่านหยู่จู คราวนี้ถึงเวลาที่พวกเราจะตอบแทนบุญคุณท่านแล้ว”
เว่ยกังตะโกนขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจ และชี้ดาบออกไปทางกลุ่มผู้อาวุโสใหญ่
“หากคิดจะผ่านเข้าไปหาท่านหยู่จู ก็ต้องข้ามศพพวกเราไปก่อน!!”
หนึ่งคนคำรามแต่ทำให้คนนับร้อยถอยหลัง
“ไม่ให้ผ่านไปได้!!!”
กลุ่มคนสิบคนร้องตะโกนขึ้นพร้อมกับตั้งดาบด้วยท่าทางเอาจริง
“ถ้าเช่นนั้น….ก็อย่าได้หาว่าพวกเราใจดำไร้เมตตาแล้วกัน การเปลี่ยนแปลงต้องการเลือดของผู้หลงผิดมาชำระล้างเท้าของผู้ต้องการการเปลี่ยนแปลง!”
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวอย่างชอบธรรมและหาเหตุผลในการลงมือจัดการกลุ่มของเว่ยกังทันที
“อย่าได้ทำอะไรบ้าๆ นะ!”
หยู่เฟ่ยหยานเดินออกมาจากบ้านด้วยเปลวเพลิงที่ลุกท่วมไปทั้งตัว
“คุณหนู!”
ฝูงชนเริ่มปั่นป่วนจากการปรากฏตัวของหยู่เฟ่ยหยาน
“คุณหนู!! ท่านออกมาทำไม หากพวกเรายังอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครทำร้ายนายหัวกับคุณหนูได้!”
เว่ยกังหันไปทางหยู่เฟ่ยหยานพูดด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ
“ขอบคุณท่านลุงเว่ย”
หยู่เฟ่ยหยานนั้นกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
ถ้าเธอไม่ออกมา เหตุการณ์คงเลยเถิดไปมากกว่านี้
ย้อนกลับไป หยู่เฟ่ยหยานสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากเสียงดังที่โวยวายอยู่นอกบ้าน เมื่อเธอมองผ่านหน้าต่างออกมาก็เห็นว่ากลุ่มของผู้อาวุโสใหญ่ ได้ยกคนมาล้อมบ้านเธอแล้ว
และได้รู้อีกด้วยว่า ผู้อาวุโสใหญ่มีแผนการจะเข้าร่วมกับเผ่าพันพฤกษา
หากเว่ยกังไม่ขัดขวางเอาไว้ เธอและแม่คงถูกจับและส่งให้หัวหน้าเผ่าพันพฤกษาไปแล้ว
หยู่เฟ่ยหยานนั้นมีความคิดที่จะสู้จนตัวตาย
หากไม่ได้เว่ยกังช่วยถ่วงเวลาเอาไว้ เธอคงไม่สามารถคิดหาทางออกอีกทางได้
“แล้วคุณหนูจะทำเช่นไร”
หยู่เฟ่ยหยาน ก้าวออกไปด้านหน้ากลุ่มของเว่ยกัง ใบหน้าที่งดงามของเธอเต็มไปด้วยความสง่าผ่าเผย ก่อนที่จะถามขึ้น
“แม่ของฉันทำอะไรผิด…เธอถึงต้องยอมรับในสิ่งที่พวกท่านจะมอบให้ด้วย”
ทุกคนต่างนิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใด
ทุกคนที่นี่ต่างรู้ดีว่าหยู่จูนั้นเสียสละตัวเองแค่ไหน
แต่อย่างไรก็ตามจิตใจของมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความโลภ และหิวกระหาย
เวลานี้พวกเขาได้รับน้ำเพียงแค่ครึ่งถัง ซึ่งต้องแบ่งใช้กันทั้งครอบครัว
แต่ที่พวกเขารู้คือหากว่าเข้าร่วมกับเผ่าพันพฤกษาแล้ว พวกเขาจะได้รับน้ำเป็นหนึ่งถังเต็มซึ่งนั้นมากกว่าที่พวกเขาได้เป็นสองเท่า
ซึ่งข้อนี้ทุกคนนั้นรู้ดี และหลายครอบครัวยอมรับและต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้น
“ไม่มีใครพูดเลยงั้นหรอ?”
มุมปากของหยู่เฟ่ยหยานกระตุกขึ้น และแสดงสีหน้าที่เยาะเย้ย
“ทุกครั้งที่แม่ฉันต้องผลิตน้ำจนเป็นลมล้มพับ…..เคยมีใครมาเห็น….แล้วดูตอนนี้สิ…นี้คือสิ่งที่ทุกคนตอบแทนแม่ของฉันงั้นหรอ?”
“หยู่เฟ่ยหยาน! อย่าได้เข้าใจผิด พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายกับทั้งสองแม่ลูก พวกเราแค่ต้องการมีชีวิตเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
ผู้อาวุโสใหญ่ตอบด้วยน้ำเสียงที่สุขุม และดูชอบธรรม เขาปล่อยให้หยู่เฟ่ยหยานพูดมากไปกว่านี้ไม่ได้ ไม่งั้นกลุ่มคนทั้งหมดจะใจอ่อน
“เข้าใจผิด….ชีวิตที่ดีขึ้น…..”
แววตาของหยู่เฟ่ยหยานฉายออกถึงความโกรธสุดขีด ก่อนที่จะตะโกนออกมาสุดเสียง
“เพราะแบบนั้น!!!….พวกแกเลยจะจับฉันกับแม่ยัดใส่จานแล้วถวายเป็นของกำนัลกับหัวหน้าเผ่าพันพฤกษา นี้ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดด้วยงั้นหรอ!!”
เธอพูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น
“ถ้าพวกแกต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็ออกไปจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ซะสิ!! ไปเข้ากับเผ่าพันพฤกษาเลย ไม่มีใครห้าม!!”
“มีหรือที่แม่ของฉันจะห้ามพวกแกออกไปอยู่กับใคร?”
“หรือว่าพวกแกต้องใช้ฉันกับแม่เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อจะได้เข้าเผ่าพวกมัน!”
แววตาของหยู่เฟ่ยหยานนั้นมองกลุ่มผู้อาวุโสใหญ่อย่างดูถูก
“.......”
ความเงียบได้ปกคลุมไปทั่วกลุ่มคนสามร้อยคน
พวกเขาใช้จังหวะที่หยู่จูนั้นอ่อนแอและบาดเจ็บ เพื่อบีบบังคับให้เธอยินยอม ไม่งั้นคงไม่มีใครกล้าท้าทาหยู่จูแบบนี้
“นังเด็กสามหาว!”
ผู้อาวุโสใหญ่กัดฟันและก่นด่าเธอ ไม่คิดว่าหยู่เฟ่ยหยานที่ปกติตัว-เจียมเจี๋ยมไม่กล้าหือกับผู้อาวุโส จะมีฝีปากที่กล้าถึงขนาดนี้
ด้วยคำพูดไม่กี่คำ ทำให้ความชอบธรรมทั้งหมดที่เขาพูดมาหายเกลี้ยง
“แค๊กๆ!”
มีเสียงไอดังขึ้น และได้ทำลายความเงียบ
ร่างที่ดูสง่างาม เกาะอยู่ที่ประตู
“ท่านแม่!! ท่านออกมาทำไม”
หยู่เฟ่ยหยานลดไฟลง และรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ของเธอทันที
“ไม่เป็นไร….ฉันได้ยินเสียงดังโวยวายเลยนอนไม่หลับ ก็เลยออกมาดูเสียหน่อยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
หยู่จูพูดด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว แววตาฉายออกถึงความอ่อนล้าอย่างที่สุด
“นายหัว!”
หลายคนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“นายหัวหยู่จู ท่านควรจะพักผ่อน”
เว่ยกังนั้นร้องออกมาพร้อมกับขอร้องหยู่จู
“ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณที่ยังเชื่อใจฉันจนวินาทีสุดท้าย”
หยู่จูมองไปยังกลุ่มคนสิบคนด้านหน้าด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง แต่ก็เศร้าสร้อยไปในตัว
เธอได้รับตำแหน่งหน้าหัวของกลุ่มต่อจากแม่ของเธอ และกลายเป็นแหล่งน้ำเดียวของกลุ่มแห่งนี้ เป็นความหวังของกลุ่ม และทำให้กลุ่มยังคงอยู่ได้จนมาถึงวันนี้
แต่สุดท้ายแล้วกลับมีคนเพียงสิบคนเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่เธอล้มลง มันช่างน่าน้อยใจยิ่งนัก
“กระผมขอโทษ”
เว่ยกังกัดฟันพร้อมกับเอ่ยขอโทษอย่างเจ็บปวด เขาก้มหน้าลงและไม่กล้ามองไปยังหยู่จู
“มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอก เว่ยกัง”
หลังจากที่หยู่จูพูดจบ เธอก็มองไปยังกลุ่มคนสามร้อยคนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง
นัยน์ตาสีฟ้าของเธอเมื่อมองไปที่ใคร ก็ไม่มีใครกล้าสบตาเลยสักคน และได้แต่ก้มหน้าหนี
“อาการบาดเจ็บของฉัน คงทำให้ทุกคนไม่สบายใจสินะ”
น้ำเสียงของหยู่จูนั้นไร้อารมณ์อย่างมาก และดูไม่เป็นมิตรอีกต่อไป
“แต่ไม่ต้องห่วงไม่ช้าอาการบาดเจ็บของฉันจะหายดี เพราะงั้นวันนี้ทุกคนโปรดกลับไป และฉันจะคิดว่าเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“นี้….”
“เอาไงดี เราจะถอยดีไหม?”
“ถอยกลับ หรือไม่ถอยเราก็ไม่มีน้ำให้ใช้อีกแล้ว”
เกิดความโกลาหลขึ้นในกลุ่มทีมนักล่าและทหารทั้งสามร้อยคน พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไรในสถานการณ์แบบนี้
“นายหัวหยู่จู ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของท่านอีกแล้ว แต่นี้คือหนทางที่ชีวิตของทุกคนจะดีขึ้น!!”
ผู้อาวุโสใหญ่พูดอย่างมั่นใจ และเด็ดเดียว
“ตราบใดที่เราร่วมกับเผ่าพันพฤกษา พวกเราทั้งหมดจะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำอีก และท่านเองก็จะไม่ต้องเหนื่อยผลิตน้ำอีกต่อไป”
“เผ่าพันพฤกษางั้นหรอ? เผ่าที่คิดจะปลูกต้นไม้ให้ได้พันต้นเนี่ยนะ?”
สีหน้าของหยู่จูนั้นดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอรู้ว่าเผ่านี้มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติอยู่
“ใช่ และพวกเขาก็ใกล้ที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายนั้นแล้ว ตอนนี้พวกเขาพร้อมที่จะสร้างเมืองแล้ว!”
เป็นความบังเอิญที่ผู้อาวุโสใหญ่ได้รู้จักกับผู้ปกครองคนปัจจุบันของเผ่านี้
และพวกเขาก็ได้ทำข้อตกลงต่อกันว่าหากส่งตัวหยู่จูกับหยู่เฟ่ยหยานมา พวกเขาจะยอมให้กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขา
และจะให้ตำแหน่งสมาชิกสภาสูงของเมืองให้กับผู้อาวุโสใหญ่
“แล้วพวกมันสัญญาว่าจะให้อะไร พวกท่านถึงยอมกระดิกหางเชื่อฟังมันแบบนี้”
สายตาอันดูถูกของหยู่จูนั้นมองออกไปยังกลุ่มผู้อาวุโส และแสดงออกถึงความเกลียดชัง
“ไม่มีสัญญาอะไรทั้งนั้น ที่ข้าทำไปเพราะคิดถึงทุกคน”
ร่องรอยของความประหม่าเกิดขึ้นบนใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ เขาจึงพูดต่อทันที
“นายหัวหยู่จู ท่านเหนื่อยมามากพอแล้ว ทำไมท่านไม่คิดว่านี้เป็นโอกาสที่ดี ที่ท่านจะได้ปล่อยวาง”
“งั้น…ท่านก็รู้ดีนี้…..ว่าฉันเหนื่อยแค่ไหน”
ความโกรธของหยู่จูนั้นฉายออกทางสีหน้าและแววตาอย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ทำไมฉันถึงไม่รู้กันนะ…..ว่าท่านเองก็รู้ว่าฉันเหนื่อยกับการผลิตน้ำทุกวัน แล้วทำไมบ้านท่านถึงใช้น้ำราวกับเททิ้งแบบนั้นล่ะ!!”
ผู้อาวุโสคนนี้เป็นคนควบคุมคลังอาหารของกลุ่ม ซึ่งเป็นเหตุผลที่หยู่จูไม่กล้ายุ่งกับเขา
ไม่งั้นเธอคงจัดการตาเฒ่าหนังเหนียวนี้ไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มาผลาญน้ำที่เธอสร้างอย่างยากลำบากแบบนี้หรอก
“นั้นก็เพราะข้าต้องศึกษาต้นไม้และพืชพันธ์ต่างๆ ที่จะนำมาปลูกในกลุ่ม”
ผู้อาวุโสตอบคำถามนี้ราวกับเตรียมตัวเอาไว้นานแล้ว
“งั้นแปลว่าท่านก็คงทำงานหนักมากในช่วงหลายปีมานี้”
หยู่จูหัวเราะเยาะ
เธอไม่สนใจอยู่แล้วว่าผู้อาวุโสใหญ่จะพูดความจริงหรือโกหก เธอหมดความอดทนกับเขาแล้ว
แล้วในวันนี้ เขาพาคนมากมายลุกขึ้นมาต่อต้านเธอ ทำให้เธอรู้สึกขายหน้าและผิดหวังอย่างที่สุด
แต่เธอทำอะไรไม่ได้ เพราะยังบาดเจ็บอยู่ หากว่าสามารถทำให้แผลหายในตอนนี้เลย เธอคงจัดการทุกอย่างเรียบร้อยไปแล้ว
“นั้นก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลย”
ผู้อาวุโสใหญ่แสยะยิ้มครึ่งหนึ่ง
เขาชูมือขึ้นทั้งสองข้าง และเงยหน้าขึ้นพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูยิ่งใหญ่
“อนาคต…..และชะตากรรมกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ขึ้นอยู่กับนายหัวหยู่จูอยู่แล้ว”
“ฉัน…”
หยู่จูพยายามจะเอ่ยปากพูด แต่มันก็จนใจเพราะไม่มีทางให้เธอเลือกเลย คำพูดของผู้อาวุโส และปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเธอไม่สามารถแก้ไขได้
สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือการเข้าร่วมกับเผ่าพันพฤกษา นั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุด
จะเข้าร่วมดีๆ หรือถูกกลุ่มคนพวกนี้จับขังกรงแล้วส่งให้เผ่าพันพฤกษาไม่ต่างจากสินค้า ก็มีค่าเท่ากัน
“ท่านเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”
ผู้อาวุโสใหญ่เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับพูดอย่างเย็นชา
“คนจากเผ่าพันพฤกษาจะมาถึงที่นี่ตอนเช้า นายหัวคงไม่อยากถูกจับมัดส่งไปแบบสินค้าหรอกจริงไหม?”
“ดูท่าท่านคงจะเตรียมการมานานแล้ว”
หยู่จูกัดฟันตอบกลับไปอย่างเจ็บแค้น
ผู้อาวุโสใหญ่นั้นพูดขึ้นพร้อมกับตีหน้าเศร้า
“ก็ในเมื่อปลาอัญมณีหายไปแล้ว อนาคตของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ก็หายไปพร้อมกับมัน”
การหายไปของปลาอัญมณีนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจทำแบบนี้เร็วขึ้น
“ฉันยังมีทางเลือกอยู่….นั่นคือทำให้ทุกคนตายไปพร้อมกับฉัน!!”
ใบหน้าที่งดงามของหยู่จูนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ก่อนที่จะเกิดหยดน้ำควบแน่นขึ้นรอบตัวเธอ
ต้องการใช้สองแม่ลูกเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนงั้นหรอ? ฝันไปเถอะ
อย่าได้หวังว่าจะเป็นจริง หยู่จูตัดสินใจที่จะเปิดทางให้หยู่เฟ่ยหยานหนีรอดออกไป
“หยู่จู!!! แกมันเสียสติไปแล้ว”
ใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่บิดเบี้ยวไปทันที และดูดุร้ายขึ้นมา เขารีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว และหลบเข้าไปซ่อนหลังกลุ่มคน
“ถอยเร็ว!”
ทั้งทีมนักล่าและทหารยามทั้งหมดถอยออกไปทันที
เพียงครู่เดียวลานหน้าบ้านของหยู่จูก็ว่างเปล่า
“แค๊ก!!”
หยู่จูกระอักเลือดออกมาสองสามครั้ง บาดแผลของเธอเปิดออก ทำให้สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก
ถึงกระนั้นก็ไม่มีทีมนักล่าคนไหนกล้าบุกเข้ามา
เพราะใจหนึ่งก็รู้สึกละอายต่อหยู่จู อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง
“ล้อมที่นี่เอาไว้ รอจนกว่าคนจากเผ่าพันพฤกษามาถึง”
ผู้อาวุโสใหญ่ปัดแขนเสื้อด้วยความขุ่นเคือง
เขาไม่จำเป็นจะต้องเผชิญหน้ากับหยู่จู และเขาเองก็กลัวว่าหยู่จูจะทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมาอีก
“ครับ!”
ทีมนักล่าและทหารขานรับทันที
หยู่เฟ่ยหยานรีบเข้าไปพยุงหยู่จูด้วยความกังวล
“ท่านแม่….ท่านยังไหวไหม”
“ไม่เป็นไร ลูกรีบไปเก็บข้าวของเถอะ”
หยู่จูพูดขึ้นอย่างรีบร้อน
“ห้ะ ทำไมล่ะ!!”
หยู่เฟ่ยหยานนั้นตกตะลึงไป ไม่คิดว่าแม่ของเธอจะสั่งแบบนี้
“แล้วท่านแม่ล่ะ”
หยู่จูยิ้มให้อย่างขมขื่น
“แม่จะหาโอกาสให้ลูกหนีออกไป เมื่อผ่าออกไปได้ลูกต้องไปหานายท่านมู่เหลียงเข้าใจไหม!”
นี้คือสิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ตอนนี้พละกำลังของเธอแค่จะจัดการใครสักคนยังทำไม่ได้
“นายหัว! ให้พวกเราพานายหัวกับคุณหนูออกไปเถอะครับ”
เว่ยกังรีบวิ่งเข้ามาและพูดอย่างจริงจัง
“ใช่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเราเอง”
กลุ่มทีมนักล่าอีกสิบคนพูดขึ้นพร้อมกัน
“ทุกคนยังมีครอบครัวอยู่”
หยู่จูส่ายหัวปฏิเสธ เธอไม่อยากให้คนที่เชื่อใจเธอต้องมาตายเพื่อเธอแบบนี้
หยู่จูแหงนหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า ที่เริ่มมีแสงขึ้นมาแล้ว ก่อนที่เธอจะถอนหายใจ
“มันคงดีกว่านี้ถ้าฉันสามารถติดต่อกับนายท่านมู่เหลียงได้ ด้วยความสามารถของเขา เขาคงพาลูกหนีออกไปได้”
ตอนนี้ความหวังเดียวของเธอคือมู่เหลียง
แต่เธอไม่หวังอยู่แล้วว่ามู่เหลียงจะเข้ามาช่วยพวกเธอ เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย
“ถ้าท่านแม่ไม่ไป หนูก็ไม่ไป”
หยู่เฟ่ยหยานนั้นกัดริมฝีปากแน่น พร้อมกับส่ายหัวไปมา
“เชื่อแม่!! หากเราสองคนอยู่ด้วยกัน ชะตากรรมของเราต่อจากนี้ไม่รู้ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน”
หยู่จูกล่าวอย่างขมขื่น
“ไม่!! หนูไม่ไป!”
หยู่เฟ่ยหยานพูดด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า และส่ายหัวอย่างดื้อรั้น
“โอโห….สงสัยฉันจะมาถูกจังหวะพอดีเลยแหะ”
มีเสียงกระทืบเบาๆ บนหลังคาบ้าน พร้อมกับน้ำเสียงที่ดูขี้เล่น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved