ตกดึก
ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ มู่เหลียงกำลังรอหลู่ชวนอยู่ภายในห้อง
แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่จะเปิดเข้ามา
“นี้ผลึกสัตว์อสูรที่ตกลงกันไว้ เชิญนับ”
หลู่ชวนยื่นถุงที่โป่งพองให้อย่างไม่เต็มใจ
“ไม่จำเป็น กระผมเชื่อใจ”
มู่เหลียงรับถุงผลึกสัตว์อสูรด้วยท่าทางสบายๆ
เขาสังเกตเห็นว่าใบหน้าของหลู่ชวนนั้นมีแต่รอยปูดและม่วงช้ำเต็มไปหมด เหมือนกับถูกใครทุบตีมาแบบไม่ยั้งมือ
“แล้วชาประกายแสงของข้าล่ะ”
หลู่ชวนทวงของด้วยใบหน้าที่ปูดบวม
ตอนที่เขากลับไปถึงบ้านและบอกเรื่องชาประกายแสงให้ปู่ของเขาฟัง เขากลับถูกปู่ของเขาทุบตีอย่างไร้เหตุผล ไม่รู้ว่าปู่ของเขาไปโกรธอะไรมา แต่ปู่ของเขาดูอารมณ์เสียอย่างมากตั้งแต่เขาเห็น
โชคดีที่ท่านย่าของเขารักและเอ็นดูหลู่ชวนมากจึงแอบเอาผลึกสัตว์อสูรให้หลู่ชวน
“รับของของท่านไปสิ”
มู่เหลียงผายมือไปทางมินโฮที่ถือกล่องชาประกายแสง
“....”
หลู่ชวนรับกล่องไม้มาพร้อมกับเปิดดูอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน เขาได้กลิ่นหอมสดชื่นออกมาจากใบชาพวกนี้อย่างชัดเจน
เขารีบปิดกล่องไม้ และกอดมันเอาไว้ ก่อนที่จะเดินจากไปโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ
“ฮุ…ฮะๆๆ”
มินโฮเมื่อเห็นว่าหลู่ชวนจากไปแล้วจึงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“เขาคงถูกคนที่บ้านทุบตีมาแน่”
ลี่เยว่กล่าวขึ้นพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆ และพยายามกลั้นขำ
คนที่สามารถจ่ายผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอด 150 ชิ้นได้จะต้องเป็นตระกูลหรือครอบครัวที่ร่ำรวยของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ ไม่ก็เป็นครอบครัวของผู้อาวุโสกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์
“ไม่ต้องสนใจเรื่องของเขา ขอแค่เขาเอาผลึกสัตว์อสูรมาให้เราได้ก็พอ”
มู่เหลียงโบกมืออย่างไร้เยื่อใย และเอามือล้วงเข้าไปในถุงผ้า
-ติ๊ง!! ตรวจพบแหล่งพลังงาน เจ้านายต้องการเปลี่ยนเป็นแต้มฝึกฝนหรือไม่-
“เปลี่ยน”
มู่เหลียงตอบในใจ
-ติ๊ง!! เปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานเป็นแต้มฝึกฝนสำเร็จ ได้รับแต้มฝึกฝน 15,000 แต้ม-
มู่เหลียงได้ยินเสียงของระบบแจ้งถึงแต้มที่ได้รับ ทำให้เขาถึงกับเก็บอาการไว้ไม่อยู่ 15,000 แต้มนั้นมากพอ ที่เขาจะวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงของเขาให้ถึงระดับ 5 ได้
และหลังจากใช้แต้มวิวัฒนาการไปแล้วยังจะเหลือแต้มฝึกฝนอีกห้าพันแต้ม
และเมื่อไรที่มู่เหลียงได้รับผลึกสัตว์อสูรจากหยูเฟ่ยหยาน เขาจะมีแต้มฝึกฝนมากถึง 25,000 แต้ม
นั้นมากพอที่เขาจะวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงสองตัวให้อยู่ในระดับ 5
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
“นั้นใคร”
ลี่เยว่ตะโกนถามขึ้น
“ฉันเองหยู่เฟ่ยหยาน”
เสียงที่ดูจริงจัง และเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นมาจากหลังประตู
แอ๊ด
แล้วประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นหยูเฟ่ยหยานพร้อมกับสาวใช้
เธอเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นถุงที่เต็มไปด้วยผลึกสัตว์อสูรให้มู่เหลียง
“เมื่อครู่ฉันเห็นหลู่ชวนเดินสวนลงไป แต่สภาพของเขาดูบอกช้ำมาก….”
“ไม่มีอะไรมากเขาแค่มาแลกเปลี่ยนชาประกายแสงเหมือนกัน และคงถูกใครสักคนทุบตีมาก่อนหน้านั้น”
มู่เหลียงรับถุงผลึกสัตว์อสูรมาพร้อมกับตอบคำถามด้วยท่าทางที่สุขุม
“ยังงี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้ว”
หยูเฟ่ยหยานพยักหน้าราวกับเข้าใจอะไรสักอย่าง
“คงต้องเป็นตาเฒ่าหัวแข็งนั้นแน่ ที่ไม่เห็นด้วยและทุบตีเขา”
“หือ?”
มู่เหลียงได้ยินก็ถึงกับอุทานออกมาเบาๆ และรู้สึกสงสารชายผู้นี้จริงๆ
“อ๋อแล้วก็…เรื่องคนที่นายกำลังหา ฉันสั่งให้คนออกไปสืบดูแล้ว”
หยูเฟ่ยหยานนั้นพูดขึ้นก่อนที่จะรับกล่องชาจากมือของมินโฮ และยิ้มออกมาอย่างมีความสุขชานี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวของแม่เธอได้
เธอกอดกล่องไม้ไว้แน่นและพูดต่อ
“ด้วยลักษณะของผู้กลายพันธ์ไม่น่าจะยากที่จะเจอตัว ไม่เกินพรุ่งนี้ก็คงรู้”
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ายแห่งนี้ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ย่อมอยู่ในสายตาของเธอ
“ขอบคุณคุณหนู”
มู่เหลียงกล่าวอย่างจริงใจ
แล้วอยู่ๆ หยูเฟ่ยหยานก็โน้วตัวเองเข้ามาใกล้มู่เหลียงและพูดขึ้น
“นายมู่เหลียง….เล่าเรื่องเมืองเต่าทมิฬให้ฉันฟังอีกสักเรื่องได้ไหม”
“ครั้งนี้คุณหนูต้องการรู้เรื่องอะไร”
มู่เหลียงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป และคิดว่าเล่าสิ่งที่เขาจะทำให้เกิดขึ้นในอนาคตก็คงดีไม่น้อย
เพราะเมืองเต่าทมิฬนั้นคือเมืองในอนาคตที่เขาจะสร้างขึ้นบนหลังของเต่าหิน
“ฉันอยากรู้ว่าเมืองเต่าทมิฬมีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำหรือเปล่า”
หยูเฟ่ยหยานกระพริบตาหลายครั้งด้วยความสงสัย และอยากรู้คำตอบอย่างมาก
“....”
มู่เหลียงหลับตาลงทำท่านึกคิด และตอบกลับไปอย่างไร้ความกังวล
“เมืองของเราไม่เคยขาดแคลนน้ำ พวกเรามีปลาอัญมณี”
“....!!?!”
ลี่เยว่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจและเอามือขึ้นมากุมหน้ากากของเธอเอาไว้
“ดีจังเลยนะ ถ้าหากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มีปลาอัญมณีบ้างก็ดี”
หยูเฟ่ยหยานถอนหายใจอย่างอิจฉา
“คุณหนูจะบอกว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ไม่มีแหล่งน้ำงั้นหรอ”
มู่เหลียงถามด้วยความสงสัย
“แหล่งน้ำหรอ….สิ่งนั้นหายากเกินไป น้ำที่ใช้อยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์นั้นมาจากแม่ของฉัน”
หยูเฟ่ยหยานพูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เศร้าหมองลงเล็กน้อย
เธอเป็นผู้ตื่นพลังแห่งไฟ และก่อนที่พลังของเธอจะตื่น เธอเป็นที่คาดหวังของผู้อาวุโสอย่างมาก แต่พอพลังของเธอตื่นขึ้นทุกคนกลับต้องผิดหวัง
และทำตัวไม่เหมือนเดิมกับเธออีกเลย
หยูเฟ่ยหยานเคยเห็นแม่ของเธอต้องสร้างน้ำจำนวนมาก จนเป็นลมไป และวันต่อมาก็ต้องทำเช่นนั้นอีก ทำให้เธอรู้เลยว่าแม่ของเธอแบกรับภาระไว้มากขนาดไหน
เหตุผลที่หยูเฟ่ยหยานสนใจโลกภายนอกค่ายแห่งนี้ เพราะต้องการหาอะไรมาช่วยผลิตแหล่งน้ำแทนแม่ของเธอ
“แม่ของคุณหนู…สามารถสร้างน้ำเลี้ยงคนทั้งค่ายนี้เลยงั้นหรอ”
มู่เหลียงตกใจไม่ใช่น้อย
“ใช่ ตั้งแต่ท่านยายของฉันจากไป แม่ของฉันก็ต้องรับภาระนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว”
หยูเฟ่ยหยานนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่น
“ช่างเป็นบุคคลที่น่านับถือจริงๆ”
มู่เหลียงยังประหลาดใจไม่หาย
แม้ว่าเขาจะมองคนประเภทนี้ว่าโง่เขลา แต่การเสียสละของพวกเขานั้นก็ควรค่าแก่การยกย่อง
แววตาของหยูเฟ่ยหยานนั้นดูภาคภูมิใจขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าสีหน้าจะเศร้าอยู่ก็ตาม เธอไม่ได้หวังให้แม่ของเธอกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อะไรแบบนี้
“ฮะๆๆ นี้ฉันเล่าเรื่องอะไรของฉันเนี่ย”
เธอฝืนยิ้มออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป
“งั้นพรุ่งนี้หากว่าฉันว่าง ฉันจะมาหานายอีก”
“ก้าวเท้าระวังด้วย”
มู่เหลียงเตือนด้วยความหวังดี และมองดูหยูเฟ่ยหยานกลับออกไป
เมื่อประตูปิดลง เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เอ้า…อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาไม่ต้องอมเอาไว้อีกแล้ว”
“มู่เหลียง!!! นายบ้ารึป่าวที่บอกเรื่องปลาอัญมณีไปแบบนั้น!”
ลี่เยว่ถอดหน้ากากและตะคอกใส่มู่เหลียงทันที
“ลืมไปแล้วรึไงว่าเรายังอยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์!!”
“แล้วไง? ปลาอัญมณีไม่ได้อยู่ที่ตัวฉันสักหน่อย?”
มู่เหลียผายมือออกพร้อมกับยักไหล่ ด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“นาย….นายนี้มัน!! ฉันละเหลืออด กับคนอย่างนายจริงๆ!!”
ลี่เยว่ไม่รู้ว่าจะด่าทอชายคนนี้อย่างไรดี ได้แต่ทำหน้าบึ้งตึง และหันหน้าไปทางอื่น
“พอเลย หันหน้ากลับมานี่ แล้วดูสิ่งนี้ก่อน”
มู่เหลียงส่ายหัวและยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะสร้างมวลน้ำขึ้นในมือของเขา
เขารู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของลี่เยว่นั้นเจอแต่ความยากลำบากมาตลอดทำให้เธอเป็นคนขี้หวาดระแวง แต่ก็รู้ว่าเธอเองแค่หวังดี
เพราะนิสัยขี้ระแวงแบบนี้ ทำให้เธอยังอยู่รอดบนโลกใบนี้ได้
“อะไรอีกล่ะ!”
ลี่เยว่หันหน้ากลับมามอง และก็ต้องตกตะลึงกับบอลน้ำที่อยู่ในมือของมู่เหลียง
เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ และแตะลงไปบนบอลน้ำด้วยความระมัดระวัง และเห็นว่าเมื่อบอลน้ำนี้ถูกสัมผัสมันก็กระเพื่อมออก
“นี้มันน้ำจริงๆ เลยไม่ใช่หรอ!”
ลี่เยว่พูดขึ้นอย่างตกใจ
“ถ้าไม่ใช่น้ำแล้วจะเป็นก้อนหินรึไง?”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
“ฉันคิดว่านี้เป็นแค่ภาพลวงตา”
ลี่เยว่ตอบพร้อมกับมองทุกมุมของบอลน้ำนี้อย่างละเอียด”
-ชเธอไม่สามารถประเมินพลังของมู่เหลียงได้อีกแล้ว ผู้ชายคนนี้จะเปิดเเผยพลังใหม่ๆ ออกมาเสมอ จนเธอไม่รู้แล้วว่าเขามีกี่พลังกันแน่
“ว้าว! มู่เหลียง นายทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่!”
มินโฮถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น และมองดูบอลน้ำในมือของมู่เหลียงตาไม่กระพริบ
“พลังนี้พึ่งจะตื่นขึ้นเมื่อเช้า”
มู่เหลียงแก้ตัวราวกับว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ
เขาพูดไม่ได้ว่า เขาได้รับพลังและความสามารถมาจากสัตว์เลี้ยงของเขาทั้งหมด และคงเป็นการดีกว่าที่เรื่องนี้จะเป็นความลับ
และผู้ชายที่มีความลับทำให้ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
“ขอดื่มมันหน่อยได้ไหม”
ลี่เยว่พูดขึ้น พร้อมกับเลียไปบนริมฝีปากที่เริ่มแห้งของเธอ
“แน่นอน”
มู่เหลียงยื่นบอลน้ำออกไป และพูดต่อ
“เอาปากมาประกบแล้วดูดเข้าไป”
ซูด!
ลี่เยว่โน้มตัวไปด้านหน้าก่อนที่จะเอาริมฝีปากจูบลงไปบนลูกบอลน้ำก่อนจะเริ่มดูดมัน แล้วบอลน้ำก็ค่อยๆ หดเล็กลง พร้อมกับน้ำที่ไหลลงสู่คอของเธอ
“ฉันขอด้วย”
มินโฮเองก็เอาหน้ายื่นเข้ามาแล้วดูดน้ำจากบอลน้ำด้วย
บอลน้ำหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
“???”
แต่ภาพที่เขาเห็นคือทั้งสองสาวยังไม่ถอยออกจากบอลน้ำ แม้ว่าขนาดของมันจะเล็กลงก็ตาม ทำให้หน้าของหญิงสาวทั้งสองใกล้กันมากขึ้น
จนเกือบจะจูบกัน
แต่สุดท้ายแล้วมู่เหลียงก็ต้องผิดหวังเมื่อทั้งสองหยุดดูดน้ำ และถอนตัวออกด้วยสีหน้าอิ่มเอม
“อิ่มจัง”
มินโฮลูบท้องอย่างมีความสุข
ลี่เยว่เองก็เลียมุมปากของเธอ ที่มีคราบน้ำติดอยู่ และพูดออกมา
“มันไม่ต่างจากน้ำธรรมดาๆ เลย”
“จริงงั้นหรอ งั้นฉันขอลองหน่อย”
มู่เหลียงดูดน้ำที่เหลือในบอลน้ำเข้าไปทันที
ก่อนที่เขาจะทำท่าครุ่นคิดและพูดออกมา
“ฉันว่ามันมีรสหวานหน่อยๆ นะ”
“มู่เหลียง!!! นายทำอะไรลงไป!! นายดื่มน้ำต่อจากพวกเรางั้นหรอ!”
ใบหน้าที่งดงามของลี่เยว่แดงขึ้น และเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้
“ไม่ได้นะ…ดื่มน้ำต่อกันมันไม่…มันไม่ดี”
มินโฮเองก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เขินอาย และหน้าของเธอก็แดงขึ้น หูกระต่ายของเธอเองบิดไปมาเป็นเกลียว
ตอนนี้มินโฮไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว หลังจากที่ได้คุยเล่นกับลี่เยว่หลายครั้ง จนได้รู้เรื่องอะไรหลายอย่าง
อย่างเช่นเรื่องที่ว่าหากดื่มน้ำต่อจากปากใครแล้ว จะท้อง
“ก็ไม่อยากให้น้ำเสียเปล่า”
มู่เหลียงตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ก๊อก ก๊อก
อยู่ๆ บรรยากาศที่ดูจั๊กจี้ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตู
“นั่นใคร!”
ลี่เยว่ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา และสวมหน้ากากอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับเอาธนูออกมาง้างขึ้นสายทันที
“ฉันคือนายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ ต้องการพบผู้ครอบครองปลาอัญมณี….”
เสียงของสตรีที่ดูสูงส่งดังขึ้นมาจากหลังประตู
“หยูจู!!”
การแสดงออกของลี่เยว่เปลี่ยนไปทันที
เธอลดธนูลงและกระชากแขนของมู่เหลียงกับมินโฮอย่างร้อนรน และพยายามที่จะผลักทั้งสองไปที่หน้าต่าง
“ไปเร็ว! ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้”
ลี่เยว่ใช้น้ำเสียงกระซิบพูดอย่างตื่นตระหนก
“มู่เหลียงพามินโฮหนีไปก่อน”
ทั้งสามยืนอยู่ที่หน้าต่างของห้อง
“ไม่เป็นไรสาวน้อย เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”
มู่เหลียงส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมกับจับไหล่ของหญิงสาวให้หันหน้ากลับไป
“แต่…แต่…!!”
ลี่เยว่นั้นกระวนกระวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไม่เป็นไร เชื่อใจฉัน”
มู่เหลียงดีดนิ้วใส่หน้าผากของลี่เยว่ ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved