ตอนที่ 48

ณ อีกฝั่งหนึ่ง

เซียฮูเหลือบหันกลับไปมองยังผู้ติดตามด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนที่จะตะโกนถามหัวหน้าหมาล่าเนื้อ

“แกตามร่องรอยของมันได้ใช่ไหม!!”

หมาล่าเนื้อนั้นไม่มีเวลาแม้แต่จะปาดเหงื่อที่ไหลอยู่บนหน้าเลยด้วยซ้ำ และตอบกลับไป

“ตามได้ขอรับ ไอหัวขโมยนั้นมันไปทางนั้น”

หมาล่าเนื้อชี้ไปยังทิศทางข้างหน้า ด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“หากไปตามทางนี้เราจะเจอมันในไม่ช้า”

เซียฮูมองไปยังหุบเขาที่เป็นฐานที่มั่นของเขาด้วยแววตาที่อาฆาต

เพราะหากว่าไม่สามารถนำปลาอัญมณีกลับมาได้ กลุ่มของเขาก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

อีกทั้งสูตรยาต่างๆ ก็ยังถูกขโมยไปด้วยซึ่งทั้งสองสิ่งนั้นมีค่าเท่ากัน ทำให้เซียฮูมีตั๋วเที่ยวเดียวเท่านั้นคือไปล่าหัวขโมยคนนี้

ถึงสูตรยาพวกนี้เขาจะท่องจำได้ขึ้นใจแล้วก็ตาม แต่ความแค้นที่มีก็ต้องสะสาง

“ไปเรียกไอพวกสันหลังยาวมารวมกันเดี๋ยวนี้”

เซียฮูนั้นดึงมีดออกมาจากฝักข้างเอว และตะโกนออกมา

“ใครก็ตามที่ทำให้การเดินทางนี้ล่าช้า ฉันจะฆ่ามัน!”

เหล่าสมุนโจรและผู้ติดตามทั้งหลายก็ได้แต่รีบกินและดื่ม พวกเขาเดินทางมาทั้งวันได้พักไม่ถึงสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความกลัวที่มีต่อเซียฮูจึงไม่มีใครกล้าที่จะขัดขืน

“แล้วใครก็ตามที่เป็นคนแรกที่จับหัวขโมยคนนี้ได้…..”

เซียฮูพูดต่อ ก่อนที่จะตะโกนเสียงดังขึ้นกว่าเก่า

“มันผู้นั้นจะได้เนื้อตากแห้งพันชิ้นกับน้ำร้อยถัง!!”

เซียฮูไม่ใช่คนโง่เขารู้ว่าจะกระตุ้นคนเหล่านี้ได้อย่างไร และได้เอารางวัลก้อนโตมาหลอกล่อ

“เฮ!!!!”

เหล่าโจรและผู้ติดตามทุกคนต่างกู่ร้องด้วยความยินดี

น้ำร้อยถัง เนื้อพันชิ้น สามารถอยู่กินได้เป็นปีๆ

“ไป!!!”

เซียฮูวาดมีดไปด้านหน้า

“ไปทางนั้น!!”

เหล่าโจรและสมุนกลุ่มเคราโลหิตเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

หน้าทางเข้าฐานของกลุ่มเคราโลหิต ตอนนี้เต็มไปด้วยแสงไฟจากคบเพลิงของกลุ่มเคราโลหิตทั้ง 500 คน

“น่าสมเพช”

เซียฮูหันกลับไปมองยังฐานของตัวเองอีกครั้ง

หากว่าเขาไม่สามารถนำปลาอัญมณีกลับมาได้ กลุ่มของเขาก็ถึงจุดจบ

เซียฮูมีช่วงเวลาที่ดำมืดเช่นนี้สองครั้ง

ครั้งแรกเขาต้องหนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าของคนในกลุ่มที่เขาเคยอาศัยอยู่ เพราะเขาไปขโมยสูตรยาเสริมพลังมา

ครั้งที่สองคือตอนที่เขาถูกสหายและเป็นข้ารับใช้ที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง และเอากำลังคนไปถึง 400 คน

เซียฮูยังเชื่อว่าผู้ทรยศเขายังเฝ้ามองเขาอยู่ และจับตาดูฐานใหญ่ของเขาเอาไว้ แทนที่จะย้ายที่อยู่ไปแต่เขากลับที่จะอยู่ที่นี่ต่อ เขาต้องการใช้สถานที่แห่งนี้เป็นเหยื่อล่อ เรียกให้คนทรยศออกมาหาเขาอีกครั้ง

“ไป”

เซียฮูหันหน้ากลับมา และก้าวไปข้างหน้า ตามกองกำลังของเขาไป

พวกเขาเดินกันเบียดเสียดมาก เพื่อที่จะป้องกันกันซุ่มโจมตีจากสัตว์อสูร

แม้ว่าการเคลื่อนไหวตอนกลางคืนจะอันตราย แต่นั้นก็เป็นโอกาสดีที่จะจับหัวขโมยคนนี้ได้

ตอนที่เซียฮูหยุดพัก เซียเต๋าจึงเข้ามารายงานสถานการณ์ให้ฟัง

ว่ามีของสิ่งใดถูกขโมยออกไปบ้าง นอกจากปลาอัญมณีกับบันทึกสูตรยาแล้ว ก็มีต้นไม้ที่ปลูกไว้ในแปลงอีกด้วย

และตั้งแต่เขาได้ยินเรื่องนี้ความคิดที่จะวนกลับไปยังฐานที่มั่นของเขาก็หายไปทันที

ยิ่งไปกว่านั้นเซียฮูยังรู้ว่าหัวขโมยคนนี้ขนของที่บอกบางไปด้วย ไม่มีทางที่จะเดินทางได้เร็วนัก

บางที่หลังจากที่ตามร่องรอยมาตลอดทั้งวัน ก็คงใกล้จะทันแล้ว

เวลาเที่ยงคืน

หมาล่าเนื้อได้พุ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ

“แก...เจออะไร”

“หัวหน้า!! ในหุบเขาข้างหน้า กลิ่นของพวกมันแรงมากออกมาจากหุบเขานั้น”

หมาล่าเนื้อพูดอย่างตื่นเต้น

“ไอ้เจ้าหัวขโมยนั้นอาจจะยังอยู่ในหุบเขาก็ได้!”

ถ้ากลิ่นยิ่งแรงก็แปลว่าเจ้าของกลิ่นยังอยู่หรือเคยอยู่สถานที่นี่นานมาก

“งั้นก็รีบเข้าไป”

เซียฮูโบกมือเบาๆ

แล้วโจรกว่า 500 คนก็เรียงแถวกันล้อมเป็นวงกลมป้องกันเซียฮูเอาไว้

กลุ่มเคราโลหิตทั้งหมดได้เข้าไปยังหุบเขาเป็นที่เรียบร้อย

ก่อนที่หัวหน้าหมาล่าเนื้อจะชะงักเพราะพบถ้ำที่มีกลิ่นที่แรงมาก

และเขาก็ชี้ไปยังคนติดตามของเขาสามคน

“พวกแกเข้าไปสำรวจข้างในซิ”

“ครับ”

สมุนของมันสามสี่คนได้เดินถือคบเพลิงเข้าไปในถ้ำ

“ทำไมพื้นมันดูนิ่มๆ?”

หนึ่งในนั้นก้าวขาลงไปและรู้สึกได้ว่าพื้นตรงนี้มันแตกต่างจากจุดอื่น

เปี๊ยะ!

เสียงของใยแมงมุมขาดอย่างชัดเจนดังขึ้น

ครืน!!

อยู่ๆ พื้นก็ยุบตัวลง ทำให้ทั้งหมดหล่นลงไปสู่กับดักหอกที่แหลมคมด้านล่าง

อ้ากกกก!!!

เสียงร้องอันโหยหวนดังขึ้นมาทันที ก่อนที่มันจะสร้างความโกลาหลขึ้น

หมาล่าเนื้อนั้นเห็นว่ามีสิ่งผิดปกติจึงถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว

ก่อนที่จะตะโกนเข้าไปในถ้ำ

“มันเกิดอะไรขึ้น!”

“ช่วยด้วย!!! หัวหน้าช่วยด้วย!! ข้างในมันมีกับดัก!!”

เสียงร้องอันโหยหวนและเจ็บปวดดังออกมาจากในถ้ำไม่หยุด

“ไอ้หัวขโมยนั้น มันหลอกให้เราเข้าไปติดกับมัน!!”

หัวหน้าหมาล่าเนื้อไม่ได้สนใจเสียงร้องอันเจ็บปวดเหล่านั้นเลย แต่กลับแสดงสีหน้าที่เจ็บใจออกมาแทน

เมื่อได้ยินว่าเป็นกับดัก หลายคนก็เริ่มโล่งใจ

“โถ่นึกว่าอะไร ที่แท้ก็กับดัก นึกว่าเจอเข้ากับสัตว์อสูรเสียแล้ว”

“ใช่…แต่ก็เป็นโชคร้ายของพวกเขา ดูเหมือนว่าตัวหารน้ำของเราจะน้อยลงไปแล้วล่ะ”

โจรที่อยู่ข้างนอกพูดหยอกล้อกันขึ้น โดยที่ไม่ได้สนใจหาทางช่วยคนที่โดนกับดักเลย

เปี๊ยะ!

แล้วทันใดพื้นดินก็สั่นไหว กับดักหินถล่มได้ทำงานทันที แท้จริงแล้วกับดักหลุมพรางในถ้ำนั้นเป็นเพียงแค่กลไกที่จะทำให้กับดักข้างนอกทำงาน

เปี๊ยะๆๆ!

เสียงของใยแมงมุมขาดขึ้นไม่หยุด

“เสียงอะไร!”

เซียฮูขยับใบหูสองสามครั้งก่อนที่จะจับมือที่เอวอย่างใจเย็น

“เสียงอะไรท่านพ่อ”

เซียเต๋าพยายามเงี่ยหูฟังด้วยความสงสัย

“เสียงมันไม่ดังมาก เหมือนกับอะไรขาด”

หัวหน้าหน่วยอีกสองคนมองหน้ากันทันที ราวกับรู้อะไรบางอย่าง

พวกเขาเงยหน้าขึ้นด้านบน และสิ่งที่พวกเขาเห็นคือก้อนหินมากมายที่กำลังถล่มลงมาใส่พวกเขา ทำให้พวกเขาสีหน้าซีดเซียวทันที

“ออกไปจากที่นี่!!!”

เซียฮูนั้นไหวตัวทันคนแรก ก่อนที่จะตะโกนออกมาเสียงดัง

“เขาแห่งนี้กำลังถล่ม!!”

ตูม!! ตูม!! ตูม!!

เมื่อพูดจบก้อนหินมากมายก็ร่วงหล่นลงมาทันที

สมุนและผู้ติดตามทั้งหมดที่ยังอยู่ในอาการมึนงงก็ทำตัวไม่ถูก จึงโดนหินหล่นทับโดยที่ไม่ได้หลบหรือหนี

อ๊ากกกก!!!

“ช่วยด้วย!!! ช่วยฉันที!!”

“อย่าดันสิวะ!! ปล่อยฉันออกไป”

ไม่กี่นาทีต่อมา

เมื่อทุกอย่างเงียบสงบลงไปแล้ว

“แขน!! แขนข้า!!”

“ใครก็ได้!! ช่วยที ฉันติดอยู่ในหิน!!”

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังไปทั่ว พร้อมกับเสียงร้องอันโหยหวนของความเจ็บปวด

กลุ่มเคราโลหิตกว่า 500 คนถูกหินทับตายเกือบหมด

ก่อนที่ทันใด ก้อนหินขนาดใหญ่จะปลิวกระเด็น

ชายตัวสูงใหญ่ที่มีหนวดเคราสีแดงที่เหมือนโลหิตลุกขึ้น พร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วง นัยน์ตาของเขาแดงสนิทราวกับปีศาจร้าย

นี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับความตาย หากว่าเขาไม่ได้หลบตัวเองเข้าไปในซอกหินในช่วงวิกฤตเขาคงพิการ ไม่ก็ตายไปแล้ว

“ไอ้หัวขโมยสารเลว!! แกกล้ามาก!!”

เซียฮูมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่โกรธแค้น และได้ยินแต่เสียงโหยหวนของความเจ็บปวดของสมุนดังตลอดเวลา

เขาแทบอยากจะกระชากหัวของขโมยคนนี้ออกมา และใช้มีดของเขาถลกหนังมันทั้งเป็นและตัดเนื้อมันออกมาเป็นพันๆ ชิ้น

“หัวหน้า ปลอดภัยดีไหม!”

หมาล่าเนื้อนั้นมองหาเซียฮูด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว พร้อมสภาพแขนที่หักงอไปข้าง

“....”

เซียฮูจ้องมองไปยังหมาล่าเนื้ออย่างอาฆาต ถ้าหากว่ามันไม่นำทางพวกเขา เข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด

แล้วตอนนั้นเองที่หมาล่าเนื้อสัมผัสได้ถึงกลิ่นของผู้ก่อเรื่องในครั้งนี้

เขาชี้ออกไปทันที ก่อนจะตะโกนออกมา

“หัวหน้า พวกหัวขโมยมันไปทางนั้น!”

“ฮึ่ม!!”

เซียฮูพยายามควบคุมจิตสังหารของตัวเอง และปล่อยหมาล่าเนื้อไปก่อนเพราะยังต้องใช้ประโยชน์จากมัน

เขาดึงมีดขึ้นมาจากกองซากหิน ก่อนที่จะตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

“ลุกขึ้นมาซะไอ้พวกขยะโสโครก ใครที่ยังไหวลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”

“ครับ”

เซียเต๋าขานรับแม้ว่าร่างกายจะยังสั่นกลัวอยู่ก็ตาม

“หัวหน้า…”

หัวหน้าหน่วยเฉียวหูและเย่ฉายเดินเข้ามาด้วยสภาพที่น่าอับอาย

ในฐานะผู้กลายพันธ์สองคน เขามีความสามารถในการเอาตัวรอดมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป และพวกเขาเองก็ได้พิงกับหน้าผาเพื่อหลบก้อนหิน

“ต้าหลี่อยู่ไหน!”

เซียฮูถามขึ้น เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหน่วยคนหนึ่งหายไป

“เขาตายแล้ว”

เฉียวหูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอับอาย

“เขาถูกหินทับหัวจนเละไม่มีชิ้นดี”

“ฮึ!! ไปรวบรวมคนที่พอจะเดินไหวแล้วไปต่อ”

เซียฮูกัดฟันพูดด้วยความเจ็บแค้น

เขายังคิดที่จะตามหัวขโมยคนนี้ต่อไป และเซียฮูไม่มีทางลืมความแค้นนี้ไปแน่