อินทรีอัคคีก้มหัวลง และเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายของมัน
มันใช้หัวของมันถูเบาๆ กับตัวมู่เหลียงพร้อมกับหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง
“ฮ่าๆๆ เด็กดีๆ”
มู่เหลียงยิ้มร่าอย่างชอบใจ และพูดขึ้น
“ตั้งแต่นี้ไปฉันจะเรียกแกว่า เซียวหยู”
กรูลๆ
อินทรีอัคคีร้องดีใจอยู่ในลำคอของมัน
“แต่ก่อนอื่น ขอขนของแกสักหน่อยได้ไหม”
มู่เหลียงพูดอย่างนุ่มนวล
เมื่อได้ยินแบบนั้น อินเทรีอัคคีก็หมุนคอของมันไปจิกเอาขนสีแดงส้มที่ลำตัวออกหลายเส้น ซึ่งมีขนาดเท่ากับแขนของมู่เหลียงได้
ขนอันนี้ไม่ได้เป็นขนแข็งหรือขนของปีกหลัก เพราะงั้นถึงจะเสียมันไปก็ไม่ส่งผลกับการบิน
“เก่งมาก”
มู่เหลียงลูบไปที่จะงอยปากของอินทรีเบาๆ และให้แต้มวิวัฒนาการกับมันไปหนึ่งร้อยแต้ม
“ตอนนี้ ฉันจะขอให้แกอยู่นอกเมืองไปก่อน เอาไว้เต่าทมิฬน้อยเป็นระดับแปดเมื่อไร แกจะบินไปไหนก็ได้ตามที่ต้องการ
กรู๊ว
อินทรีอัคคีพยักหน้าอย่างกับคน และกระพือปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า และไปทางนอกเมืองเต่าทมิฬทันที
“มู่เหลียง นายจะเอาขนของมันไปทำอะไรงั้นหรอ?”
มินโฮถามด้วยความสงสัย
“ทำอาวุธวิญญาณ”
มู่เหลียงพ่นใยแมงมุมออกมาจากนิ้วและมัดขนทั้งหมดเข้าด้วยกันก่อนที่จะถือขึ้นมา
และหันหลังเดินกลับเข้าไปที่ตำหนักเจ้าเมือง
“ฉันจะไปห้องทดลองแล้ว”
“โถ่!”
มินโฮทำแก้มป่อง และรู้สึกไม่พอใจที่มู่เหลียงเอาแต่ทำงาน ทั้งที่ตัวเองพึ่งจะกลับมา
มู่เหลียงไปยังห้องทดลอง และคิดวิธีการต่างๆ นาๆ เพื่อจะทดลองใช้กับขนนกพวกนี้
เขามีขนทั้งหมด 25 เส้น และเขาก็เริ่มจัดเรียงขนจากเล็กไปใหญ่บนโต๊ะทำงานของเขา
มู่เหลียงมองดูขนของอินทรีอัคคี และพูดกับตัวเอง
“คุณสมบัติของขนพวกนี้น่าจะเป็น เบา ทนไฟ และใช้บินได้”
ก่อนที่คิ้วของเขาจะขมวดเข้าหากัน
“แล้วเราจะเตรียมวัตถุดิบยังไงดี”
นี่เป็นครั้งแรกที่มู่เหลียงได้สัมผัสกับขนของอินทรีอัคคี เพราะงั้นการเตรียมวัตถุดิบเขาคงต้องศึกษาและหาคำตอบเอง
“ลองเอาไปต้มดูก่อนแล้วกัน”
มู่เหลียงเดินหันกลับไปเอาหม้อต้มใบใหญ่ออกมา
ก่อนที่จะตั้งลงข้างๆ และเอามือจับไปที่ก้นหม้อ พริบตาเดียวก็เกิดไฟลุกขึ้นมา นั้นคือผลของพลังใหม่ของเขา
ในขณะเดียวกันก็ใช้มืออีกข้างใช้ควบแน่นวารี สร้างน้ำขึ้นและเติมจนเต็มหม้อ
ก่อนที่มู่เหลียงจะโยนขนนกลงไป เพื่อทดลองอะไรบางอย่าง
สองนาทีต่อมา
น้ำในหม้อก็เริ่มที่จะเดือด โดยมีขนนกลอยอยู่บนผิวน้ำ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร
“ใช้เวลาน้อยไปงั้นหรอ?”
มู่เหลียงขมวดคิ้ว และเร่งความแรงของไฟมากขึ้น ทำให้น้ำในหม้อร้อนขึ้นทันที
ปุ๊ดๆ
น้ำในหม้อกำลังเดือดอย่างรุนแรง
ผ่านไปยี่สิบนาที น้ำในหม้อตอนนี้กำลังเดือดจัด แต่ขนนกกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
“นี้ยังร้อนไม่พอหรอ”
มู่เหลียงดับไฟและปล่อยหม้อให้เย็นลง
เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเตรียมขนนกอินทรีอัคคีเลย เลยทำได้เพียงทดลองสิ่งที่พอจะเป็นไปได้
ก่อนที่มู่เหลียงจะลองเอาขนนกมาวางไว้บนมือและจุดไฟเผา
แต่ขนนกกลับไม่มีแม้แต่รอยไหม้เลยด้วยซ้ำ
มู่เหลี่ยงเริ่มเร่งความแรงของไฟเพิ่มขึ้น จากไฟที่เป็นสีส้มเริ่มกลายเป็นสีแดง
อุณหภูมิบนฝ่ามือของเขาน่าจะมากกว่า 300 องศาไปแล้ว และน่าจะถึง 500 องศาในไม่ช้า
แต่อุณหภูมิระดับนี้ถือว่าเป็นอุณหภูมิของไฟที่โลกใบนี้สร้างขึ้นได้
แต่ถึงอย่างงั้นขนนกก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
“ถ้างั้นก็ต้องเพิ่มให้มากขึ้นไปอีก”
ภาพฉายของเปลวไฟสะท้อนออกมาจากแววตาของมู่เหลียง ก่อนที่ความร้อนของเปลวไฟในมือจะเพิ่มขึ้นเป็นพันองศา
การเผาดำเนินไปนานกว่าสิบนาที
ในที่สุดขนนกในมือของมู่เหลียงก็เปลี่ยนไป
จากสีส้มแดงเริ่มจางลง และกลายเป็นสีใส เมื่อเผาต่อไป ขนนกก็กลับมามีสีแดงเพลิงอีกครั้ง
“เราน่าจะมาถูกทาง”
มู่เหลียงยิ้มมุมปาก และจุดไฟเผาต่อไป
สิบห้านาทีต่อมา ขนนกไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้ว ก่อนที่เขาจะดับไฟในมือ
“คงต้องเก็บมันอย่างระมัดระวัง”
มู่เหลียงพูดออกมาอย่างกังวล
เขาวางขนที่ผ่านการเผาแล้วอย่างระมัดระวัง และเริ่มเผาขนนกที่เหลือ
ทำให้อุณหภูมิภายในห้องทดลองนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วของที่ติดไฟง่ายก็เริ่มลุกเป็นไฟ
หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที เปลวเพลิงก็ดับลง พร้อมกับกองขนนกที่ใสเหมือนกับผลึกแต่มีสีแดงเพลิง
“ฟู่ว”
มู่เหลียงถอนหายใจยาว การควบคุมเพลิงนั้นเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก
เขาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะคิดถึงรูปร่างอาวุธวิญญาณที่จะสร้าง
“น่าจะได้อยู่นะ”
มู่เหลียงคิดแบบออกมาคร่าวๆ
เขาหยิบขนนกขึ้นมา และตรวจสอบมันอีกครั้ง
เมื่อสำรวจที่โคนขนก้เห็นว่ามีรูกลมๆ เล็กๆ หลายรู ซึ่งนั้นน่าจะเป็นเส้นเลือดของขนนกอินทรีอัคคี
ต่อมามู่เหลียงได้ใช้ใยแมงมุมเข้าไปในเส้นเลือดของขนนก อย่างแม่นยำ
เส้นเลือดของขนนกอินทรีอัคคีนั้นใช้แรงและเวลานานกว่า การเชื่อมเปลือกของอสูรหนอนเก้าส่วน และยังยากมากกว่าด้วย
ยี่สิบนาทีต่อมา มู่เหลียงก็ยึดขนนกด้วยใยแมงมุมได้ทั้งหมด
มู่เหลียงเชื่อมด้วยใยแมงมุมทำให้มันแน่นมากขึ้น และจัดเรียงขนที่ละชั้น
“มันไม่มีอะไรให้ยึดด้วย”
มู่เหลียงมองไปรอบๆ ห้อง เพื่อมองหาวัตถุดิบอะไรสักอย่างในการเชื่อมวัตถุดิบ
เขาจำได้ว่าสองสามวันก่อน คนจากหอสมบัติได้เอาชิ้นส่วนสัตว์อสูรมาส่งจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นเกล็ดของอสูรธาตุไฟ หรือเป็นกิ้งก่าเพลิงอะไรสักอย่าง
มู่เหลียงเข้าไปรื้อหาในกองวัตถุดิบตรงหน้าทันที
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เจอเข้ากับกล่องไม้ขนาดใหญ่
เมื่อเปิดออกมาก็เห็นว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยเกล็ดของกิ้งก่าเพลิง
มีเกล็ด และกระดูกสองสามท่อนซึ่งน่าจะเป็นกระดูกส่วนหลังของกิ้งก่าเพลิง
“กระดูกสันหลังนี้เหมาะที่จะเอามาทำเป็นปีก เกล็ดพวกนี้ก็เหมือนที่จะสร้างเกราะ มันช่างเหมาะเจาะอะไรขนาดนี้”
มู่เหลียงพูดอยู่กับตัวเองเบาๆ
เปลวไฟลุกขึ้นในมือของเขา ก่อนที่มู่เหลียงจะจุดไฟเผาชิ้นส่วนของกิ้งก่าเพลิงทั้งหมด
ยิ่งนานไปอุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
มู่เหลียงคิดจะใช้วิธีการเดียวกันกับที่ใช้เตรียมขนอินทรีอัคคี เพราะวัตถุดิบทั้งสองชิ้นมีคุณสมบัติของธาตุไฟทั้งคู่
ยิ่งเผานานเท่าไร เกล็ดและกระดูกก็ดูเงางามขึ้น และกลายเป็นสีแดง
และตัวของกระดูกสันหลังจากที่เคยยาวสองเมตรก็หดลงไปเหลือ 1.6 เมตรเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าเราจะเดาถูก”
มู่เหลียงหัวเราะชอบใจ
หลังจากดับไฟแล้ว เขาถือเกล็ดขึ้นมา น้ำหนักของมันหายไปถึงหนึ่งในสาม และดูโปร่งแสง พร้อมกับลวดลายเพลิงบนตัวเกล็ด
“ได้เวลาประกอบร่างล่ะ”
มู่เหลียงพ่นใยแมงมุมออกมา และเชื่อมระหว่างขนอินทรีอัคคีกับกระดูกสันหลังกิ้งก่าเพลิง โดยที่ทั้งสองชิ้นถูกใยแมงมุมเชื่อมไว้ระหว่างชิ้นอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจว่ามันจะแน่นหนาพอ
ทีนี้ก็เหลือเพียงบรรลุวิญญาณเท่านั้น ทั้งขนกระดูกจะกลายเป็นชิ้นเดียวกัน
มู่เหลียงเอาขนกับกระดูกสันหลังมาทำปีกคู่ยาวข้างละ 1.7 เมตร
“สวยเหมือนกันแฮะ”
มู่เหลียงวางปีกลงและเริ่มทำชุดเกราะ
ใยแมงมุมออกมาจากนิ้วมือของเขาอีกครั้ง และเริ่มที่จะต่อเกล็ดกิ้งก่าเพลิงเข้าด้วยกัน
ใยแมงมุมแทรกข้าไปตามเส้นเลือด และกระตุ้นคุณสมบัติของสัตว์อสูรออกมา
และมู่เหลียงเองก็เริ่มเคยชินกับการทำแบบนี้แล้ว มันเหมือนกับตอนทำเกราะภูติผี
หนึ่งชั่วโมงต่อมาเกล็ดทั้งหมดก็ถูกเชื่อมเส้นเลือดเข้าด้วยกัน และกลายเป็นชุดเกราะ
“เกือบเสร็จแล้ว”
มู่เหลียงหายใจยาว และเอาปีกนกมาติดไว้ที่ด้านหลังของเกราะ
ก็อกๆ
“มู่เหลียง…ยุ่งอยู่ไหม”
เสียงของลี่เยว่ดังขึ้น
“เข้ามา”
มู่เหลียงตอบโดยไม่หันกลับไปมอง
เอี๊ยด
เสียงของลี่เยว่เปิดประตูเข้ามาในห้องทดลอง เมื่อเข้ามาถึงเธอก็เจอกับไอความร้อนที่กระแทกหน้าของเธอ แต่ส่วนอื่นกลับไม่รู้สึกเพราะมีเกราะภูติผีกันไว้ให้
ลี่เยว่มองดูอย่างเงียบๆ
มู่เหลียงกำลังเอาผลึกสัตว์อสูรสิบหกก้อนออกมา และติดเข้ากับปีกสี่ชิ้น และอีกสองชิ้นตรงข้อต่อระหว่างปีกกับชุดเกราะ และอีกหกก้อนที่ตัวชุด
แล้วไม่นานหลังจากนั้นมู่เหลียงก็หยดเลือดตัวเองลงไปบนผลึกสัตว์อสูร
ชุดเกราะที่มีสีแดงสว่างขึ้น และเปลวไฟก็ลุกไหม้เกราะ
แก็ก!
เสียงของบางสิ่งที่ประกบเข้าหากันดังขึ้น มันคือเสียงของปีกกับชุดเกราะที่เชื่อมเข้าหากันอย่างแน่บชิด และเส้นสีแดงก็เปล่งประกายออกมาจากชุด
หึ้งๆๆ
มีเสียงดังออกมาจากชุดเกราะ แสดงให้เห็นว่าการบรรลุวิญญาณเสร็จสมบูรณ์
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved