ที่ประตูเมืองสิบขั้น
เจ้าเมืองทั้งสิบได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับคนกลุ่มใหญ่
หว่านเอ่อตู้เงยหน้าขึ้น มองไปยังสัตว์อสูรยักษ์ และเห็นว่ามีรังไหมสีขาวห้อยอยู่เต็มไปหมด มันอดไม่ได้ที่จะเพ่งมองดูด้วยความสงสัย
“ดูเหมือนว่าพวกที่บุกไปเมื่อคืนถูกจับได้หมดแล้ว”
เจ้าเมืองอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“เมืองเต่าทมิฬแข็งแกร่งกว่าที่เราคิดเอาไว้”
หว่านเอ่อตู้ระงับสีหน้าวิตกเอาไว้
เยี่ยลี่ยี่ก็เหลือบมองไปยังสัตว์อสูร รู้สึกถึงความปั่นป่วนในท้องของเธอ และความคิดที่ฟุ้งซ่านไปหมด
“ไปกันเถอะ”
หว่านเอ่อตู้เหลือบมองเยี่ยลี่ยี่ ก่อนที่จะเดินนำหน้าทุกคนไป
“ทุกท่านมาแต่เช้าจริงๆ”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
“พวกเราต้องการอยากเห็นว่ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนอีก”
หว่านเอ่อตู้พูดขึ้นอย่างสุขุม
เขามองไปยังกลุ่มคนที่ถือลังไม้ ถังไม้มาเต็มไปหมด ที่ด้านหลังนั้นมีมู่เหลียงเดินตามมาติดๆ
“ฉินหลาน ”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
แล้วหยู่ฉินหลานก็หยิบสมุดเล่มเล็กๆ ของเธอออกมาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
“ใครที่ต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งของโปรดเข้าแถวอย่างเป็นระเบียด”
“นี่คืองู 20 ตัว”
หว่านเอ่อตู้ยื่นถุงผ้าที่เต็มไปด้วยงูให้
คนฝั่งมู่เหลียงก็นำถุงผ้าที่ใส่หัวกะหล่ำปลีไว้ กับต้นอ่อนให้กับหว่านเอ่อตู้ ก่อนที่หว่านเอ่อตู้จะให้คนของเขาตรวจสอบของและนำกลับไป
“นี่คือแกะเขาสามเหลี่ยมที่ตกลงกันไว้”
เจ้าเมืองอีกคนลากแกะเข้ามาด้วยท่าทางประหม่า
แกะสูงประมาณครึ่งตัวผู้ใหญ่มีเขาเป็นทรงสามเหลี่ยม และดูซูบผอมเล็กน้อย
“อือ”
มู่เหลียงมองไปยังแกะเขาสามเหลี่ยยมตัวผอม และรู้ว่ามันคงไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็สงสัยว่าทั้งแกะและกระต่ายที่เขาเคยเจอก่อนหน้านี้มันกินอะไรเพื่อเอาตัวรอด ในเมื่อต้นหญ้าใบไม้นั้นแห้งเฉาจนหมด
มู่เหลียงจึงตัดสินใจว่าจะหาเวลามาศึกษาพวกมัน บางที่เขาอาจจะสามารถเพาะเลี้ยงพวกมันได้ และไม่ต้องออกไปล่าเนื้อสัตว์ตลอดเวลา
ลี่ลี่เดินออกไปด้านหน้าและจูงแกะเขาสามเหลี่ยมไป เธอมองเจ้าแกะเหมือนกับอาหารอันเลิศรสจานหนึ่ง
“มันไม่ได้มีเอาไว้กิน…”
“ลี่เยว่บีบแขนของลี่ลี่เพื่อเรียกสติเธอ ไม่งั้นอีกสักพักลี่ลี่คงได้ทุบหัวและเอามันไปทำเนื้อย่างแน่
“ปะ ปะเปล่า! ไม่ได้พูดสักคำว่าจะกินมัน”
ลี่ลี่มองไปทางอื่นด้วยสีหน้าเขินอาย
“เด็กน้อย ช่วยจัดการเปิดร้านที”
มู่เหลียงพูดกับมินโฮและเว่ยหยูหลัน
“ค่ะ”
มินโฮขานรับก่อนที่จะตั้งร้านแผงลอยขึ้นมาทันที
เว่ยกังและคนอื่นๆ ก็ได้นำของที่เอามาวางบนแผงลอย ทั้งผักสีเขียว และพืชผลต่างๆ จนไปถึงถังที่เต็มไปด้วยน้ำ
หลังจากแลกเปลี่ยนตามที่สัญญากับหว่านเอ่อตู้และเจ้าเมืองคนอื่นหมดแล้ว มู่เหลียงก็อยากดูว่าพวกเขาต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งใดอีก
“ทุกท่านอย่างที่เห็น เรามีน้ำ พืชผักใบเขียว และต้นไม้บางชนิดมาแลกเปลี่ยน รวมไปถึงเครื่องปั้นดินเผา”
ภายใต้การกำกับดูแลจากหยู่ฉินหลาน และเว่ยกังก็เริ่มตะโกนทันที
“ทุกอย่างนี้สามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ด้วยผลึกสัตว์อสูร!”
ตอนแรกทุกคนก็หวาดผวากับภาพคนที่ถูกแขวนอยู่บนตัวของสัตว์อสูรยักษ์ มันเป็นภาพที่ดูโหดร้ายมาก
-และทุกคนก็ต่างคิดว่าทุกคนที่โดนแขวนนั้นตายหมดแล้ว
แต่หลังจากเสียงของเว่ยกังสิ้นสุดลงผู้คนก็แห่กันเข้ามามุงดูและสอบถามราคาทันที
“น้ำราคาถูกมาก หนึ่งผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำก็แลกได้แล้ว”
“ไอสิ่งนี้เรียกว่ามะเขือเทศงั้นหรอ ต้องใช้ผลึกสัตว์อสูรชั้นกลางแลกเลยงั้นหรอ”
“ชามดินเผาพวกนี้สร้างอย่างปราณีตมาก ใช้ผลึกสัตว์อสูรแลกได้จริงๆ งั้นหรอ”
“ต้นอ่อนพวกนี้หนึ่งต้นใช้ผลึกสัตว์อสูรชั้นกลางระดับทั่วไปสิบผลึก”
เมื่อราคาของสินค้าเริ่มประกาศออกมาก็เริ่มีกลุ่มคนเคลื่อนไหว
“เอาถังน้ำสิบถัง!”
“ขอผักใบเขียวพวกนี้ด้วย”
“ฉันต้องการกะหล่ำปลีห้าหัว!”
คนกลุ่มใหญ่เริ่มรุมล้อมเข้ามาซื้อของอย่างแน่นคนัด และสิ่งที่ขายดีที่สุดคือน้ำกับกะหล่ำปลี
สำหรับต้นอ่อนนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ซื้อไป เพราะในราคาที่แพง และยังต้องการน้ำในการรดพวกมันอีก
“จะซื้อมะเขือเทศด้วยดีไหมนะ เพราะเราซื้อกะหล่ำปลีมากไปแล้ว”
เจ้าเมืองคนนั้นพูดขึ้นด้วยความเพลิดเพลินกับการเลือกของ
“ใช่ ต้นอ่อนมะเขือเทศก็น่าสนใจไม่น้อย หากปลูกมันได้ก็มีมะเขือเทศกินตลอด”
เจ้าเมืองอีกคนพูดขึ้น
“งั้นก็ซื้อมันมาเถอะ”
แม้ทุกคนกำลังสนุกสนานไปกับการเลือกซื้อของมีเพียงหว่านเอ่อตู้ที่แสดงสีหน้านิ่งเฉย และพูดอย่างแผ่วเบา
“เลือกกันให้พอ ยังไงทุกคนก็ไม่มีกำลังซื้อทั้งหมดนี้อยู่แล้ว”
อันที่จริงเขาก็รู้สึกหวั่นๆ เหมือนกันว่าของจะหมด แต่เขาต้องการรอก่อน เพื่อจะได้ราคาที่ดีกว่านี้
“ใช่แล้ว ในเมื่อของที่เอามาขายขายไม่ออก เราก็ขอต่อรองราคาได้”
เจ้าเมืองอีกคนที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นอย่างเห็นด้วย
“งั้นก็รออีกหน่อยแล้วกัน”
“ในเมื่อทุกคนต้องการรอ ฉันขอไปซื้อของก่อนแล้วกัน”
เยี่ยลี่ยี่นั้นไม่สนใจ และเดินเข้าไปหาร้านค้าของมู่เหลียงและคนอื่นๆ
“ปล่อยเธอไป ตราบใดที่ยังอยู่ในอาณาเขตเมืองสิบขั้น เราไม่จำเป็นต้องระวังทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆ แค่นี้”
หว่านเอ่อตู้พูดอย่างเย็นชา
……..
ในฐานะเจ้าเมืองเหมือนกันเขาจะต้องมากลัวเจ้าเมืองที่มีพลังขั้น 5 ตัวคนเดียวแบบนี้งั้นหรอ?
เมื่อเยี่ยลี่ยี่มายืนอยู่ต่อหน้ามู่เหลียง เธอเองก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
และก็พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมสุดๆ
“ท่านเจ้าเมืองเต่าทมิฬ ฉันอยากจะซื้อของสักเล็กน้อย”
“ถ้าอยากจะซื้อขายก็ไปทางแผงขายของด้านข้างจะดีกว่า”
มู่เหลียงมองไปทางแผงขายของที่อยู่ข้างๆ
“ไม่ ฉันต้องการสิ่งอื่น”
เยี่ยลี่ยี่ส่ายหัว และมองไปทางหว่านเอ่อตู้กับคนอื่นๆ
เสียงของเธอเบาลงราวกับกระซิบ
“ฉันจะให้ผลึกสัตว์อสูรทั้งหมดที่ฉันมี ได้โปรดช่วยฉันด้วย”
“หากจะให้โจมตีเมืองสิบขั้น คงจะเป็นไปไม่ได้”
มู่เหลียงพูดดักทางเยี่ยลี่ยี่ก่อนทันที
เขาไม่คิดว่าเยี่ยลี่ยี่จะเข้ามาหาเขาเพื่อที่จะต่อรองแบบนี้
“นายท่าน ท่านกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ขอให้ท่านโจมตีเมือง”
เยี่ยลี่ยี่โบกมือปฏิเสธด้วยความร้อนรน เธอไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น
“งั้นโปรดพูดออกมาให้หมด”
มู่เหลียงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“นายท่าน ได้โปรดพาเราออกไปจากเมืองสิบขั้นด้วย”
เยี่ยลี่ยี่กล่าวอย่างไม่สบายใจมาก
“ออกจากเมืองสิบขั้น? แล้วต้องการจะไปที่ไหน”
มู่เหลียงไม่คิดว่าหญิงสาวคนนี้ต้องการจะออกไปจากเมืองแห่งนี้
“ตระกูลของเราถูกกดดันจากเจ้าเมืองคนอื่นของเมืองสิบขั้น และไม่สามารถอยู่ในเมืองได้อีกต่อไป”
เยี่ยลี่ยี่นั้นเริ่มอธิบายและบอกแผนการต่างๆ ที่เธอวางเอาไว้ให้กับมู่เหลียงฟัง
“เพราะงั้นเลยต้องใจว่าจะย้ายไปตั้งรกรากใหม่ที่เมืองเซิงหยาง”
“เมืองเซิงหยาง?”
เมื่อลี่เยว่กับลี่ลี่ได้ยินก็ถึงกับหูผึง และมองเยี่ยลี่ยี่อย่างระมัดระวังทันที
“ไม่ใช่ว่านอกจากพาออกจากเมืองแล้ว ต้องการจะให้พวกเราพาไปส่งด้วยใช่ไหม?”
มู่เหลียงถามต่อ และไม่คิดว่าเยี่ยลี่ยี่จะใจกล้ามากขนาดนี้
“ไม่ ขอเพียงแค่ช่วยพวกเราออกไปจากเมืองสิบขั้นได้ก็พอ”
เยี่ยลี่ยี่ส่ายหัว และไม่กล้าคาดหวังว่าจะให้มู่เหลียงคุ้มกันไปส่งเธอจนถึงปลายทาง
ตราบใดที่ออกไปจากเมืองสิบขั้นได้ เธอก็สามารถพาทั้งตระกูลไปตั้งถิ่นฐานในเมืองอื่นได้
แต่ความคิดที่จะเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬนั้นเยี่ยลี่ยี่ไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ในเมือเมืองอยู่บนหลังสัตว์อสูรยักษ์นั้นแปลว่าไม่มีทางที่จะรองรับคนจำนวนมากได้ หรือรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นได้
ตระกูลของเธอเพียงตระกูลเดียวก็มีคนเป็นร้อยคน ไม่นับรับใช้ อื่นๆ ภายในตระกูลอีก รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่าห้าร้อยคน
ด้วยจำนวนคนมากขนานนี้ไม่มีทางที่เมืองเต่าทมิฬจะรองรับได้
และอีกอย่างเธอคิดว่าไม่มีทางที่เจ้าเมืองเต่าทมิฬจะช่วยเหลือเธอมากขนาดนั้นอยู่แล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved