ตอนที่ 58

ที่พื้นที่ใจกลางค่ายของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ มีบ้านหลังใหญ่โตหลังหนึ่งตั้งอยู่ และตอนนี้ได้เกิดเสียงของคนทะเลาะกันดังขึ้น

“ต้องกำจัดพวกไร้ประโยชน์ออกไป พวกนั้นเป็นภาระให้กับกลุ่มของเรา!”

เสียงตะคอกของชายสูงวัยดังขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ไม่ได้ ทุกคนล้วนเป็นคนของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ จะให้ฉันปล่อยพวกเขาไปได้ไง!”

นายหัวแห่งทะเลสาบพระจันทร์นั้นเถียงเสียงแข็ง และไม่ยอมรับข้อเสนอแนะจากผู้อาวุโสของกลุ่ม

“หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะพินาศ!”

ผู้อาวุโสของกลุ่มตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราด

“หากฉันยังอยู่ กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะพินาศได้ยังไง!”

หยูจูตอบด้วยท่าทางที่องอาจ และสง่างาม

“แกจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน!! อย่าลืมว่า หากลูกหลานรุ่นต่อไปไม่ใช่ผู้ตื่นพลังแห่งวารี กลุ่มของเราจะเอาน้ำที่ไหนใช้ดื่มกิน”

ผู้อาวุโสของกลุ่มย้อนถามทันที

“หยูเฟ่ยหยานเป็นผู้ตื่นพลังแห่งไฟ และลูกหลานรุ่นต่อไปก็คงเป็นผู้ใช้ไฟอีก ต่อให้เป็นผู้ตื่น แล้วจะแก้สถานการณ์ขาดแคลนน้ำได้ยังไง!!”

ที่มาของน้ำในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์นั้นมาจากพลังของหยูจูซึ่งเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารี

และที่ผ่านมานายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ก็เป็นผู้ตื่นที่มีพลังแห่งวารีทั้งหมด

เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มีนายหัวเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารีถึงสามรุ่น นั้นคือช่วงเวลาที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เฟื่องฟูที่สุด

เพียงแต่ว่าลูกหลาน และผู้สืบทอดคนต่อไปคือหยูเฟ่ยหยาน ที่ดันเป็นผู้ตื่นพลังแห่งไฟ ทำให้ผู้อาวุโสระดับสูงทั้งหลายในกลุ่มเริ่มสูญเสียความมั่นใจ

“มันยังมีปลาอัญมณี!!! คราวหน้าฉันจะไปพบกับเซียฮูเองเพื่อขอแลกเปลี่ยนปลาอัญมณี”

หยูจูพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ

ที่ผ่านมาเธอไม่สามารถออกไปนอกกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้ หากว่าเธอจากที่แห่งนี้ไป ทุกคนในกลุ่มจะขาดแคลนน้ำภายในสามวัน

“นี้ยังคิดเรื่องปลานั้นอีกงั้นหรอ! ข้าได้ยินมาว่าปลาอัญมณีของเซียฮูถูกขโมยไปแล้ว!”

ผู้อาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง

การหายไปของปลาอัญมณีทำให้เขาถึงต้องมานั่งเถียงเกี่ยวกับหนทางต่อไปของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

เพราะตั้งแต่พวกเขาได้ยินเรื่องปลาอัญมณีมันก็เปรียบเสมือนความหวังของพวกเขา

แต่ในเมื่อมันหายไป ก็เริ่มทำให้กลุ่มผู้อาวุโสสิ้นหวัง

“ข่าวนี้นานรึยัง?”

สีหน้าของหยูจูนั้นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

แล้วไม่อาจจะนิ่งสงบได้อีกต่อไป หากปลาอัญมณีหายไปแบบนี้ ยุคถดถอยของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอตาย

“ข่าวพึ่งมาถึงเมื่อเช้า”

สีหน้าของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยความตึงเครียด

“เพราะงั้นรีบไล่พวกไร้ประโยชน์ออกจากค่ายแห่งนี้ให้หมด ต่อจากนี้เราต้องเริ่มประหยัดน้ำแล้ว เพราะงั้นคิดให้ดี”

หยูจูนั้นหน้าบึ้งขึ้นมาทันที หน้าผากของเธอย่นจนเห็นสามขีด ก่อนที่จะกุมขมับและโบกมือไล่ทุกคนไป

เธอต้องคิดทบทวนทุกอย่าง ถ้ายังยื้อต่อไปก็เหมือนรอวันที่กลุ่มจะพังพินาศเท่านั้น หากเธอไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างในตอนนี้

“ฮึ!! ข้าหวังว่ากลุ่มของเราจะไม่พบเจอกับความพินาศเพราะน้ำมือของท่าน!”

ผู้อาวุโสเค้นเสียงออกมาอย่างประชดประชันก่อนที่จะเดินออกไป

ในเวลาเดียวกันที่ทางเข้าบ้านแห่งนี้

“ท่านแม่! ข้ากลับมาแล้ว”

หยูเฟ่ยหยานนั้นรีบเดินเข้ามา จนผมสีแดงของเธอนั้นปลิวพริ้วไสว

เธอสวนกับผู้อาวุโสใหญ่ที่มีใบหน้าบึ้งตึง เธอจึงรีบหยุดและกล่าวทักทายด้วยความเคารพทันที

“ท่านผู้อาวุโส ท่านคุยกับท่านแม่จบแล้วหรอ”

“เช่นนั้น…”

ผู้อาวุโสเหลือบมองหยูเฟ่ยหยาน พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่ แสดงออกถึงท่าทางหนักใจ

ก่อนที่จะส่ายหัวและเดินจากไป

“เขามีปัญหาอะไรกับฉันนักหนา….ทุกครั้งที่เห็นหน้าฉันที่ไร ต้องทำหน้าหนักใจแบบนี้ทุกที”

หยูเฟ่ยหยานมุ้ยปาก และพร้อมกับสายตาที่ดูเศร้าๆ

มีหรือที่หยูเฟ่ยหยานจะไม่รู้เหตุผลจริงๆ เธอรู้ทุกอย่าง

แต่เธอทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นผู้ตื่นพลังแห่งไฟ

“หยูเฟ่ยหยาน เข้ามาสิ”

“แม่…”

หยูเฟ่ยหยานนั้นใช้มือตบหน้าเบาๆ ก่อนที่จะกระชับห่อใบชาประกายแสง และเดินเข้าไปหาแม่ของเธอด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเข้าไปในห้องโถง เธอก็เห็นว่าแม่ของเธอนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าที่อ่อนล้า

“เป็นเช่นไร ทั้งสามคนนั้นเป็นใครมาจากไหน”

หยูจูถามขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียกให้หยูเฟ่ยหยานเข้าไปหา

“คนที่เป็นผู้นำของกลุ่มชื่อว่ามู่เหลียง มาจากเมืองที่ชื่อเต่าทมิฬ เขามาที่นี่เพื่อตามหาคน..”

หยูเฟ่ยหยานเดินเข้าไปหาอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่จะอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ที่แม่ของเธอนั่งอยู่เพื่อนวด และบอกเล่าทุกอย่าง

และทุกอย่างที่เธอเล่าไปนั้น เธอได้ปกปิดเรื่องชาประกายแสงเอาไว้ หยูเฟ่ยหยานต้องหาจังหวะขายมันให้ออกก่อนถึงจะนำมันออกมา

“งั้นหรอ? ถ้างั้นเมืองเต่าทมิฬน่าจะเป็นเมืองใหญ่น่าดู”

สีหน้าของหยูจูนั้นไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

“ท่านแม่ คิดว่าสิ่งที่เขาพูดมาเป็นความจริงไหม?”

หยูเฟ่ยหยานถามอย่างสงสัย

“จริงครึ่ง ไม่จริงครึ่ง เป็นไปได้ทั้งหมด และมันยากมากที่จะตัดสินจากคำบอกเล่า”

หยูจูหรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมกับแสดงสีหน้าพึงพอใจจากการนวด ก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาและพูดอย่างสบายๆ

“ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้สร้างปัญหาที่นี่ ก็ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่เขาพูดจะจริงหรือไม่”

“จริงสิ หนูได้ขอแลกเปลี่ยนใบชาประกายแสงมาจากมู่เหลียง”

แล้วหยูเฟ่ยหยานนั้นก็หยิบถุงชาเล็กๆ ออกมา

“ชานี้เป็นชาที่มาจากต้นชาศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเต่าทมิฬ ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่าที่เขาพูดจริงหรือโกหก มู่เหลียงบอกว่าหากได้ดื่มน้ำชาประกายแสงจะช่วยทำให้อายุยืนขึ้น!”

แล้วหยูเฟ่ยหยานก็เปิดถุงออกเผยให้เห็นใบชาแห้งๆ ที่ดูธรรมดาๆ แตกต่างกันแค่ขนาดใบที่ใหญ่กว่า

“ฮิๆๆ ถ้าได้ลองดื่มแล้วจะรู้เอง”

หยูเฟ่ยหยานนั้นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

เธอเองก็ดื่มชาทุกวัน ทำให้เธอรู้วิธีการชงชา และทำมันได้อย่างชำนาญ

หยูเฟ่ยหยานนั้นจึงคะยั้นคะยอน้ำชานี้ให้หยูจู

“ท่านแม่ ลองชิมดูสักหน่อย”

“ก็ได้…”

หยูจูยิ้มอย่างอ่อนโยน แม้ว่าแววตาของเธอจะดูอ่อนล้าก็ตาม

เมื่อได้ลองถือถ้วยชาดูแล้ว หยูจูก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เธอพบว่าใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วยนั้นมีประกายแสงออกมา ราวกับดวงดาว

ก่อนที่จะจิบชานี้ หยูจูเองก็เริ่มคิดแล้วว่าเรื่องมู่เหลียงที่กล่าวมานั้นเป็นความจริง เพราะชีวิตของเธอไม่เคยเห็นใบชาที่งดงามแบบนี้มาก่อน

“ซูด”

หยูจูลองจิบชา และสีหน้าของเธอก็ดูเคลิบเคลิ้มอย่างบอกไม่ถูก

แล้วไม่นานหยูจูก็ฟื้นคืนสติกลับมา ก่อนที่จะมองถ้วยชาด้วยความประหลาดใจ

“เป็นไงบ้างท่านแม่ รสชาติดีไหม?”

หยูเฟ่ยหยานถามด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

“ดี…ไม่สิดีมากเลย หากว่าได้ดื่มชาแบบนี้ทุกวันไม่แปลกเลยที่จะอายุยืนยาวขึ้น”

หยูจูนั้นกำลังทึ่งกับชาประกายแสงอย่างมาก

อาการปวดหัวของเธอหายไปเป็นปลิดทิ้งทันที มันเกิดจากสิ่งที่น้ำชานี้มอบให้ และช่วยทำให้ผ่อนคลาย

“งั้นก็ดีแล้ว”

หยูเฟ่ยหยานถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่จะพูดอย่างระมัดระวัง

“คือ….หนูได้ต่อรองกับมู่เหลียงอยู่นานมากกว่าที่เขาจะยอมให้ใบชามา แต่ที่จริงหนูจะขอซื้อทั้งกล่องใบชาเลย”

“บอกสิว่าลูก ตกลงราคากันที่เท่าไหร่”

หยูจูผู้เป็นแม่นั้นรู้ทันทีว่าลูกสาวของเธอจะหมายถึงอะไร

“หนึ่งร้อยผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอด…”

หยูเฟ่ยหยานเข้าไปกระซิบข้างหูเบาๆ

“ว่าไงนะ!!”

หยูจูถึงกับสะดุ้งเฮือกทันที และมองหยูเฟ่ยหยานด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

“ไหนพูดอีกทีสิว่า ลูกไปตกลงราคาไว้ที่เท่าไหร่”

“หนึ่งร้อย…ผลึกสัตว์อสูร…ชั้นต่ำระดับสุดยอด…”

หยูเฟ่ยหยานพูดพร้อมกับทำคอหด

“โถ่!! ไอ้ลูกไม่รักดี!! วันนี้แม่จะตีให้เจ้าเข็ดลาบ”

เส้นเลือดบนหน้าของหยูจูปูดขึ้นมาจนเห็นได้อย่างชัดเจน และคว้าแขนของหยูเฟ่ยหยานเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“ท่านแม่!! แต่ท่านเองก็ชอบชาประกายแสง -และมันช่วยบรรเทาอาการปวดหัวของท่านแม่ด้วย”

หยูเฟ่ยหยานนั้นดิ้นหลุดอย่างรวดเร็ว

เธอรีบหนีออกไปนอกห้องพร้อมกับตะโกนขึ้น

“หนูจะไปเอาผลึกสัตว์อสูรไปจ่ายเขาคืนนี้ แล้วเอากล่องชากลับมา!!”

ทำให้หยูจูได้แต่ส่ายหัวและก้มมองถ้วยชา

ทุกอย่างเงียบไปหมด และหยูจูก็จิบมันอีกครั้ง และอีกครั้ง

จนเวลาผ่านไปสักพัก

เธอก็เริ่มที่จะปวดหัวเพราะคิดถึงว่าอนาคตของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะเป็นเช่นไร

หยูจูนั้นมองออกไปยังประตูของห้องโถงแห่งนี้ และบ่นกับตัวเอง

“หรือเราควรจะย้ายที่อยู่…เพื่อหาแหล่งน้ำ”

“แต่ก็…เฮ่ออ”

หยูจูถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ไอ้พวกผู้อาวุโสของกลุ่มคงไม่ยอมแน่ๆ”

เมื่อคิดได้แบบนี้หยูจูก็รู้ว่าหนทางต่อจากนี้จะยากลำบากขนาดไหน และเธอจะต้องเก็บสะสมน้ำให้มากขึ้นทุกวัน และไม่สามารถออกไปจากค่ายแห่งนี้ได้อีก

พูดกันตามตรงหยูเฟ่ยหยานที่เป็นลูกสาวของเธอ และเป็นผู้ตื่นพลังแห่งไฟนั้นเธอดีใจมาก เพราะอย่างน้อยลูกสาวของเธอก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีอิสระ

ไม่เหมือนกับเธอที่เหมือนกับนกน้อยในกรงทอง

“มันคงดีหากว่าฉันไปอยู่ในเมืองใหญ่”

หยูจูคิดถึงสิ่งที่ผู้อาวุโสพูด และรู้สึกอึดอัดอย่างอธิบายไม่ถูก เธอเคยฝันว่าจะทำให้กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์กลายเป็นเมือง แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันเป็นฝันที่ทำไม่ได้

ตอนนี้การผลิตน้ำเพื่อเลี้ยงดูคนทั้งค่ายก็เต็มกลืนเธอแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงเมืองที่จะมีประชากรมากกว่านี้หลายเท่า

“หากว่ามีปลาอัญมณีละก็….ฉันคงจะเปลี่ยนที่นี่เป็นเมืองทะเลสาบพระจันทร์ได้”

หยูจูส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง และสลัดความคิดนี้ออกไป

“แต่น้ำ….เราจะไปหาแหล่งน้ำที่ไร้ที่สิ้นสุดได้จากที่ไหน”

ตุบๆๆ

ระหว่างที่หยูจูกำลังบ่นอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าที่ดูเร่งรีบดังขึ้นมันได้ขัดสมาธิในการคิดของเธออย่างมาก

แล้วก็มีองครักษ์เข้ามาพร้อมกับรายงาน

“นายท่านหยูจู เมื่อครู่มีคนบอกว่าเป็นคนของกลุ่มเคราโลหิต และได้แจ้งกับทางเราว่าคืนนี้เซียฮูจะแอบเข้ามาในค่ายตอนเที่ยงคืน”

“ออกคำสั่งไปยังทีมนักล่าทั้งหมด ให้เพิ่มการลาดตระเวนมากขึ้น”

หยูจูสั่งการอย่างเคร่งขรึม

“รับทราบ”

องครักษ์คนนั้นวิ่งออกไปทันทีเมื่อได้คำสั่ง

“ทำไมเซียฮูถึงมาที่กลุ่มของเรา”

หยูจูขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีความคิดนึงแล่นเข้ามาในหัว และนึกได้ถึงคำพูดของผู้อาวุโสใหญ่ เรื่องปลาอัญมณีที่ถูกขโมยไป

“หรือว่า…ผู้ที่ขโมยปลาอัญมณีคนนั้นจะมาที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”

หยูจูลุกขึ้นทันที และก้าวออกไปอย่างรีบร้อน

เธอคิดถึงราคาของปลาอัญมณี และไม่แปลกเลยที่จะมีคนบางคนขโมยปลาอัญมณีมาเพื่อขึ้นรางวัลกับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

“ดูเหมือนว่าคนที่มาแจ้งข่าวนี้คงเป็นคนที่ขโมยปลาอัญมณี!”

หยูจูกล่าวขึ้นพร้อมกับตัดสินใจออกตามหาปลาอัญมณี และคนผู้นั้นทันที

ตราบใดที่มันอยู่ในอาณาเขตแของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เธอสามารถรับรู้ได้ถึงแหล่งน้ำ และหากเจอแหล่งน้ำที่ผิดปกตินั้นแปลว่าปลาอัญมณีอยู่ตรงนั้น!

ในช่วงเวลานี้หยูจูที่กำลังใฝ่ฝันถึงปลาอัญมณีจนตื่นเต้น และเปิดใช้งานความสามารถทันที