ห้องทำงานในตำหนักเจ้าเมืองเต่าทมิฬ
หยู่ฉินหลานและหยู่เฟ่ยหยานกำลังรายงานผลการค้าขายในวันนี้ให้มู่เหลียงฟัง
“เมล็ดกะหล่ำปลีตอนนี้หมดแล้ว และเมล็ดมะเขือเทศเองก็หมดด้วยเช่นเดียวกัน”
หยู่เฟ่ยหยานกล่าวขึ้น
เธอเองก็ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าคนกลุ่มแรกที่ขึ้นมานั้นจะกระหายขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะข้อจำกัดในการซื้อขาย บางทีอาจมีคนคนเดียวเหมาซื้อจนหมดเลยก็ได้
“ลี่เยว่ พอจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนซื้อไป”
มู่เหลียงหันไปมองทางสาวผมขาวที่ยืนพิงกำแพงอยู่
ในช่วงกลางวันลี่เยว่ ลี่ลี่ และหยางปิงนั้นสวมชุดเกราะภูติผี และแอบแฝงตัวเข้าไปในถนนการค้า เพื่อจับตาดูผู้คน พร้อมทั้งดูแลความสงบของถนนเส้นนี้ไปในตัวด้วย อีกทั้งยังต้องป้องกันไม่ให้คนข้ามกำแพงเวยฉายเข้ามาด้วย
ลี่เยว่คิ้วขมวดก่อนที่จะพูดขึ้น
“คนที่ซื้อไปมากที่สุดล้วนเป็นคนจากบ้านเจ้าเมืองเซิงหยาง และมีคนจากตระกูลใหญ่ภายในเมืองเซิงอย่างอีกด้วย”
ในเมืองเซิงหยางมีไม่กี่ตระกูลอาศัยอยู่ในนี้ และส่วนใหญ่มีผู้นำตระกูลที่มีพลังขั้น 6
และตระกูลที่ทรงอำนาจมากก็มักจะมีผู้มีพลังขั้น 6 มากกว่าหนึ่งคนเป็นสมาชิก
“เหมือนกับที่ฉันคาดการณ์ไว้ไม่ผิด มีเพียงกลุ่มคนเหล่านี้เท่านั้นที่มีกำลังซื้อมากพอ”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับความรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้
“นอกจากต้นอ่อนกับเมล็ดแล้ว มันเผาก็ขายดีที่สุดด้วย”
หยู่เฟ่ยหยานรายงานต่อ
มันเผากว่า 3,000 หัวถูกขายหมดภายในวันเดียว ถ้ากำลังเผาของเตามากกว่านี้ บางทีมันเผาอาจจะขายได้มากกว่านั้น
“มันเทศทั้งหมดถูกขายหมดเลยงั้นหรอ?”
มู่เหลียงถามพร้อมกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ ตอนนี้ขายหมดแล้ว”
หยู่เฟ่ยหยานพยักหน้า
เธอนึกถึงกลุ่มลูกค้าจำนวนมากในตอนกลางวัน ที่แห่กันไปซื้อมันเผา แถมยังแบกเป็นกระสอบกลับไปอีก
“แล้วที่หอโภชนาการล่ะ”
มู่เหลียงถามหยู่ฉินหลาน
ถนนการค้าเวลานี้ถูกดูแลโดยสองแม่ลูกหยู่ เพราะงั้นพวกเขาต้องรับผิดชอบจดทุกรายละเอียด
“อาหารผักขายได้มากกว่า 300 ชุด”
หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยท่าทางอันสง่างาม
เธอรู้สึกว่าราคาที่ขายนั้นไม่ได้สูงเกินไป และอาจจะเพิ่มราคาได้อีก
“ฉันได้ยินมาว่าแม้แต่แผนที่แนะนำก็โดนกวาดซื้อไปด้วย”
สิ่งนี้ทำให้มู่เหลียงตกใจเหมือนกัน และเขาก็สั่งพิมแผนที่แนะนำเพิ่ม ตอนแรกเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีคนซื้อเยอะขนาดนี้ เลยทำออกมาแค่ 100 แผ่น
“ใช่ ตอนนี้กำลังพิมพ์ชุดที่สามอยู่”
หยู่ฉินหลานเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันในเรื่องนี้
ลี่เยว่กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แผนที่แนะนำส่วนใหญ่ถูกซื้อโดยพวกนักล่าข่าว และคงเอาไปขายต่อในเมืองเซิงหยางในราคาที่สูงกว่านั้น”
เธอจำใบหน้าคนที่มาซื้อแผนที่แนะนำได้ ว่าเป็นนักล่าข่าวมีชื่อในเมืองเซิงหยาง
“แบบนั้นเอง”
มู่เหลียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เขาก็อยากจะขอบคุณพวกนักล่าข่าวเหมือนกันที่ช่วยทำการโฆษณาเมืองให้เขาด้วย
“มู่เหลียง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปของที่เรามีจะพอขายได้อีกแค่ 2 - 3 วันเท่านั้น”
แววตาสีแดงของหยู่เฟ่ยหยานฉายออกถึงความเป็นกังวล เมื่อรายงานเรื่องนี้
“เราต้องจัดเตรียมสิ่งของเพิ่ม”
“ไม่ต้องใจร้อนนัก”
มู่เหลียงยิ้มอย่างสบายๆ และพูดต่อ
“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ของที่จะนำออกมาขายจะน้อยลงเรื่อยๆ”
“เอ๋! ทำไมล่ะ”
หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกใจ
“ลูกค้ารายใหญ่ของเราล้วนเป็นคนจากบ้านเจ้าเมือง และคนตระกูลใหญ่ พวกเขาจะกวาดซื้อของในจำนวนมากก่อน ก่อนที่จะเอาไปแยกว่าอันไหนใช้ได้ใช้ไม่ได้”
มู่เหลียงพอจะคิดภาพออกว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนจะขึ้นมาซื้อของแค่ปะปลายเท่านั้น
หรืออาจจะมีพวกหัวหมอขึ้นมาซื้อของแล้วนำไปขายในเมืองในราคาที่สูงกว่า
มู่เหลียงต้องการเห็นฉากดังกล่าว เพราะสุดท้ายมันก็จะช่วยเพิ่มค่าความนิยมให้เมืองเต่าทมิฬ
“อย่างงั้นเองหรอ”
หยู่เฟ่ยหยานพยักหน้ารับทันที
“คืนนี้ส่งคนไปพื้นที่เพาะปลูก และหว่านเมล็ดกะหล่ำปลีเพิ่ม”
มู่เหลียงออกคำสั่งไปทันที
ต้นอ่อนเป็นสิ่งที่ขายดีที่สุด และยังเป็นสินค้าที่ตระกูลใหญ่ๆ ต้องการ และซื้อหมดทุกครั้ง
“รับทราบ หลังจากนี้ฉันจะไปแจ้งคำสั่งนี้ให้”
หยู่เฟ่ยหยานตอบอย่างใจเย็น
“ทำไมเราไม่เอาต้นอ่อนของไม้ผลไปขายด้วย?”
หยู่ฉินหลานถามขึ้นเพราะนึกถึงต้นอ่อนของพืชชนิดอื่น
มูลค่าของต้นอ่อนไม้ผลนั้นมากกว่าผักหลายสิบเท่า
ตอนนี้เมืองเต่าทมิฬได้เพราะปลูกต้นอ่อนไว้จำนวนมาก
“ไม่ เราจะเก็บต้นอ่อนไว้สำหรับตัวเราเอง”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับความคิดที่จะรอให้เต่าทมิฬวิวัฒนาการไปถึงระดับ 8
หากพื้นที่บนหลังของเต่าทมิฬขยายตัวใหญ่ขึ้นไปอีก ที่นี่มู่เหลียงจะปลูกไม้ผลในมุมที่ห่างไกลออกไป
นอกจากนี้เขายังต้องการทำแยมผลไม้หรือสิ่งที่คล้ายๆ กันเป็นหนึ่งในรายการอาหารที่เพิ่มเข้ามาในตำหนักเจ้าเมือง และมีผลไม้กินไม่อั้นหลังมื้ออาหาร และยังมีไว้ขายจำนวนมาก
หยู่ฉินหลานมองออกว่ามู่เหลียงมีแผนการใหม่ในหัว
เธอเลยปล่อยเรื่องนี้ไป และถามอย่างอื่นที่ยังสงสัยแทน
“ทำไม วันนี้ถึงยังไม่ขายหนังสือโกลาหลที่นายเขียนขึ้นมาล่ะ?”
“ของดีไม่สามารถเอามาขายได้ในทันที”
มู่เหลียงส่ายหัว
เขาต้องการจะสร้างความนิยมให้กับถนนการค้าในเมืองเต่าทมิฬ เพราะงั้นจำเป็นต้องมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาดึงดูดลูกค้าอยู่เสมอ
ตราบใดที่ตอนนี้ถนนการค้ายังได้รับความนิยมอยู่ ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยของ ตอนนี้ยังหอสามดวงดาวที่ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่
“แล้วเราจะอยู่เมืองเซิงหยางอีกนานแค่ไหน”
หยู่ฉินหลานถามเพราะอยากจะรู้แผนการต่อไปของมู่เหลียง
“สิบวัน….หลังจากนั้นเราจะไปหาเมืองใหญ่ต่อไป”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ
ภายในสิบัน กระแสข่าวของเมืองเต่าทมิฬน่าจะไปถึงเมืองใหญ่ข้างๆ และทำให้เมืองเหล่านั้นตั้งตารอการมาของเมืองเต่าทมิฬ และแน่นอนว่าอาจจะมีกลุ่มคาราวานพ่อค้าตามไปค้าขายด้วย
“แล้วอยากไปเมืองไหนอีกล่ะ”
หยู่ฉินหลานถามเบาๆ
“เธอมีแนะนำไหม?”
มู่เหลียงถามกลับ
“มีเมืองปักษา แล้วไปจับนกสักตัว….แล้วใช้ความสามารถของนายทำให้มันกลายเป็นนกยักษ์!”
แววตาสีฟ้าน้ำทะเลของหยู่ฉินหลานนั้นดูเป็นประกายสุดๆ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้
“หากมีนกยักษ์ เราจะสามารถขนส่งผู้คนไปยังเมืองใหญ่ต่างๆ ได้ และทำให้เกิดการค้าระหว่างเมืองตลอดเวลา!”
แน่นอนเธอคิดเกี่ยวกับเรื่องค้าขายระหว่างเมืองมานานแล้ว แม้แต่ตอนนี้เธอก็ยังคิดถึงอนาคตของเมืองเต่าทมิฬ
“เมืองปักษาอยู่ไกลจากนี้แค่ไหน”
มู่เหลียงถามด้วยแววตาที่เป็นประกายเหมือนกัน เขารู้สึกว่าข้อเสนอแนะครั้งนี้ของหยู่ฉินหลานน่าสนใจมาก
เขาเริ่มคิดถึงเครื่องบินในโลกเดิมของเขา หากมีนกขนาดใหญ่ที่ทำแบบนั้นได้ มันจะกลายเป็นเครื่องบินขนส่งของเมืองเต่าทมิฬ หรืออาจจะกลายเป็นห้างสรรพสินค้าของเมืองเต่าทมิฬ!
“เคยได้ยินแต่เรื่องเกี่ยวกับเมืองปักษาเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน”
หยู่ฉินหลานเองก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
เธอเคยได้ยินแต่เรื่องเล่าจากนักล่าข่าว แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเมืองตั้งอยู่ที่ไหน
“ฉันเองก็ไม่รู้”
ลี่เยว่พูดเสริมขึ้นพร้อมกับส่ายหัว
หลังจากที่เธอออกจากเมืองเซิงหยางมา มีแค่สองเมืองที่เธอวนเวียนอยู่เป็นประจำคือเมืองสิบขั้นกับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์
“พรุ่งนี้ไปที่เมืองเซิงหยางและหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองปักษาที”
มู่เหลียงมองไปยังลี่เยว่
“เข้าใจแล้ว”
เธอพยักหน้ารับ
หากมีนกยักษ์เป็นของตัววเอง และมันแข็งแกร่งขึ้น มันจะพาเธอกลับมาเมืองเซิงหยางเมื่อไรก็ได้ เพื่อฆ่าเฟ่ยฉี
“ยังไงก็ตาม ตอนนี้มีคนพักที่หอสามดวงดาวกี่คน”
มู่เหลียงถามเกี่ยวกับเรื่องโรงแรมที่พักภายในเมือง
“มีแค่สิบคนเท่านั้น และพวกเขาก็เช่าห้องที่ถูกที่สุดเท่านั้น”
หยู่เฟ่ยหยานผายมือออกอย่างช่วยไม่ได้
เธอเองก็รู้สึกว่าราคาที่พักนั้นแพงไปเหมือนกัน และคงไม่มีใครเลือกที่จะพักอยู่เป็นเวลานาน
“ไม่เป็นไร ตราบใดที่ยังพอมีคนเข้าพักก็พอ”
มู่เหลียงเองก็กล่าวอย่างไม่สนใจเมื่อได้ยินรายงาน
เขาไม่ได้ตั้งราคาที่พักแพงเกินไป
ถนนการค้าในตอนนี้ยังมีขนาดเล็ก เขาสร้างหอสามดวงดาวเป็นที่พักระดับหรูหรา เมื่อเมืองมีขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต เขาจะสร้างโรงแรมที่พักราคาประหยัดขึ้นมา
“โห้?”
สีหน้าของมู่เหลียงอยู่ๆ ก็เปลี่ยนไป
มีบางสิ่งที่น่าสนใจรายงานมาจากเสี่ยวไก
“มีอะไรงั้นหรอ”
หยู่ฉินหลานถามด้วยความสงสัย
“มีคนแอบบุกรุกเข้ามา”
มู่หลียงยืนขึ้นและมองไปที่หน้าต่าง
“แข็งแกร่งแค่ไหน?”
สีหน้าของหยู่ฉินหลานดูจริงจังขึ้นมาทันที
“ให้ฉันไปจัดการพวกนั้นเอง”
ลี่เยว่เตรียมตัวและจะกลับไปยังคลังอาวุธเพื่อเอาชุดเกราะทันที
“ไม่ พวกเธอรออยู่ที่นี่”
มู่เหลียงโบกมือห้ามเอาไว้
เขาต้องการดูว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพราะคนผู้นี้สามารถผ่านด่านเสี่ยวไกกับเซียวหงเข้ามาได้
แปลว่าคนผู้นี้มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาและลี่เยว่อาจจะเอาไม่อยู่
แน่นอนว่ามู่เหลียงจะใช้โอกาสนี้ทดสอบช่องโหว่ของแนวป้องกันเมืองเต่าทมิฬไปในตัว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved