ตอนที่ 144

ตกเย็นในห้องอาหารของตำหนักเจ้าเมือง

ทุกคนที่อยู่ในห้องแห่งนี้กำลังเริ่มกินมื้อเย็นกัน

“อาหารเย็นของวันนี้เป็นเนื้อทอด”

มินโฮในชุดสาวใช้พูดขึ้น

ก่อนที่เธอจะยกถาดไม้มาจากมือของเว่ยหยูหลันและวางตรงหน้ามู่เหลียง

“มันคือเนื้อของอะไร”

มู่เหลียงถามด้วยความอยากรู้

ทุกวันนี้ เมื่อใดก็ตามที่เต่าทมิฬน้อยหยุดเดิน กองกำลังทหารของเขาจะลงไปออกล่าทุกครั้ง

และก็ใช่ว่าทุกครั้งพวกเขาจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาตลอด

กล่าวอีกความหมายหนึ่งก็คือพวกเขาไม่สามารถหาเหยื่อล่าได้เลย จนเป็นเรื่องปกติ

ฝูงอสูรหมูป่าแปดเขี้ยวที่เจอก่อนหน้านี้นั้นเป็นอะไรที่พบเจอได้ยาก และไม่บ่อยนัก หนึ่งปีจะเจอสักครั้ง

“มันเป็นเนื้อของตัวฟันยื่น”

มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงติดเล่น

“นี้เธอไปจับตัวแบบนี้มาได้ด้วยงั้นหรอ”

มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

ตัวฟันยื่นหรืออีกชื่ออสูรฟันยาว มันมีรูปร่างเหมือนกับหนูไม้ไผ่ หรือเป็นหนูที่มีรูปร่างคล้ายกับตุ่น มันชอบขุดดินและอยู่ด้วยการกินแมลงตัวเล็กๆ ประทังชีวิต

“น่ากินมากเลย”

หยู่เฟ่ยหยานทำท่าจมูกฟุตฟิตเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องมองเนื้อทอดขนาดเท่าฝ่ามือที่นำมาวางต่อหน้าเธอ

สำหรับเธอแล้วช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุดคือเวลากินข้าว

“โหย่วเฟ่ยไปไหนอีกแล้ว ทำไมเธอยังไม่มากินข้าวอีก”

มู่เหลียงใช่มีดตัดแบ่งเนื้อทอดก่อนจะถามหาโหย่วเฟ่ยกับลี่ลี่

เขามีเรื่องจะต้องคุยกับเธอในเย็นนี้ ไม่งั้นเขาคงไม่ใช่ลี่ลี่ไปตามโหย่วเฟ่ยมาแบบนี้

เพราะยังไงเธอก็มักจะกินข้าวในห้องวิจัยของเธอเสมอ

“ฉันเรียกเธอไปแล้ว โหย่วเฟ่ยคงจะมาในไม่ช้า”

ลี่ลี่หยิบเนื้อทอดขึ้นมา ก่อนที่จะเอามือเปิดผ้าที่บังใบหน้าของเธอเอาไว้ และกัดเนื้อทอดไปหนึ่งคำ

“โหย่วเฟ่ยคงจะติดพันงานทดลองเหมือนเดิม”

ลี่เยว่เองก็กินด้วยท่าทางเดียวกับลี่ลี่

เธอยกหน้ากากขึ้นเล็กน้อยและกัดเนื้อทอด

เว่ยหยูหลันที่อยู่ไม่ไกล ก็มองการกินของทั้งสองสาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานให้กับเจ้าเมืองเธอยังไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของทั้งสองคนนี้เลย

“ส่งคนไปตามเธอรึยัง”

หยู่ฉินหลานถามพร้อมกับจิบชาด้วยท่าอันสง่างาม

เธอชอบดื่มชาประกายแสงอย่างมาก ทุกครั้งที่ได้ดื่มชา สีหน้าของเธอจะแสดงออกถึงความสุข

ตั้งแต่วิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 7 ใบชาที่นำมาต้มดื่มนั้นช่วยเพิ่มพลังปราณให้กับผู้ดื่มได้เล็กน้อย

หยู่ฉินหลานรู้สึกว่าการได้ดื่มชาประกายแสงทุกวัน ไม่ช้าเธออาจเพิ่มพลังจนถึงขั้น 7 ได้ในไม่ช้า

“ไม่ต้อง เธอมาแล้ว”

มู่เหลียงหยุดทุกอย่าง และเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูทางเข้าห้องอาหาร

“ขอโทษ…ฉัน..มาสาย”

เสียงของโหย่วเฟ่ยดังขึ้นก่อนที่จะเห็นตัวของเธอ

เธอถือขวดกระเบื้องไว้ในมือ และเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ลี่ลี่อย่างรวดเร็ว

“ดื่มน้ำก่อนจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น”

มู่เหลียงพูดอย่างใจดี

“อือ”

โหย่วเฟ่ยเอามือเปิดผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะยกดื่มสิ่งที่อยู่ในขวดแก้วที่เธอถือมาด้วย

“เดี๋ยว!! ทำอะไรของเธอนะ”

ลี่ลี่คว้ามือของโหย่วเฟ่ยด้วยความตกใจ

“เอ้า!”

“....”

มู่เหลียงถึงกับยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าโหย่วเฟ่ยกำลังสับสนอะไรสักอย่างกับการดื่มชาและเกือบจะดื่มสิ่งที่เป็นหัวข้อคุยในเย็นนี้เข้าไป

โหย่วเฟ่ยกระพริบตาสองสามครั้งก่อนที่เธอจะรู้สึกตัว

“โอย่วเอ่ยเอ็นอ๋น อี้น่าอนใออิงๆ (โหย่วเฟ่ยเป็นคนที่น่าสนใจจิงๆ)”

หยู่เฟ่ยหยานพูดทั้งที่อาหารอยู่เต็มปาก

“กลืนให้เรียบร้อยก่อนค่อยพูดสิ!”

หยู่ฉินหลานที่อยู่ข้างๆ ดีดไปที่หน้าผากของหยู่เฟ่ยหยาน

“เอื้อก!”

หยู่เฟ่ยหยานหดคอลงเล็กน้อย ก่อนที่จะกลืนทุกอย่างลงคอไป เธอกินเนื้อทอดในจานจนเกือบหมดแล้ว

ก่อนที่เธอจะเริ่มกินต่ออีกครั้ง พร้อมกับหันหน้าไปทางสาวใช้ตัวน้อย และกระพริบตาอย่างออดอ้อน

“เดี๋ยว เนื้อทอดชุดใหม่จะเสร็จในเร็วๆ นี้”

เว่ยหยูหลันอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำเนื้อทอดใหม่

“ฉันขอเพิ่มด้วย”

ลี่ลี่ตะโกนขึ้น

ตอนนี้เธอกินได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมือนสองสามวันแรกที่มาถึง

“เจ้าค่า!”

เว่ยหยูหลันตอบอย่างอ่อนใจ

“กินให้เยอะๆ คืนนี้จะต้องฝึกฝนอีกมาก”

มู่เหลียงหันหน้าไปทางมินโฮที่กำลังตัดเนื้อทอดกิน

“ฉันต้องไปด้วยงั้นหรอ?”

มินโฮผงะด้วยความตกใจ

“มินโฮฝึกด้วยตัวเองมาหลายวันแล้ว และคงต้องเริ่มเรียนรู้การต่อสู้ของจริง”

มู่เหลียงตอบเบาๆ

ถ้าเอาแค่ฝึกฝนร่างกายและกระบวนท่าไม่มีวันที่จะเก่งขึ้น การฝึกโดยผ่านการต่อสู้จริงจะทำให้เติบโตได้มากกว่า

“ได้ ฉันจะไป”

มินโฮเม้มปากของเธอเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าตอบ

“โหย่วเฟ่ย สิ่งที่ขอให้เธอทำเสร็จแล้วใช่ไหม”

มู่เหลียงมองไปยังโหย่วเฟ่ยที่กำลังดื่มชาอยู่

“ใช่มันเสร็จแล้ว และมันคือสิ่งนี้”

โหย่วเฟ่ยยื่นขวดกระเบื้องให้มู่เหลียง

“ผลของมันดีแค่ไหน”

มู่เหลียงถามด้วยความสงสัย

“แค่ได้กลิ่นก็เป็นลมได้แล้ว”

โหย่วเฟ่ยเอียงคอเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มอธิบายเพิ่ม

“หรือหากดื่มเข้าไปก็จะสลบ เอาไปทาแผลก็จะสลบด้วยเช่นเดียวกัน”

“มีข้อจำกัดไหม”

มู่เหลียงถามต่อและรู้สึกว่ายาลับนี้ออกฤทธิ์รุนแรงมาก

“ข้อจำกัดของมันคือ ใช้ได้แค่กับพวกที่มีพลังต่ำกว่าขั้น 4”

โหย่วเฟ่ยคิดว่ายาลับที่ทำให้สลบหรือเป็นลมนี้อ่อนด้อยเกินไป และใช้ได้แค่กับพวกที่มีพลังต่ำกว่าขั้น 4 เท่านั้น มันเลยดูไร้ประโยชน์สำหรับเธอ

เพราะพวกที่พลังต่ำกว่าขั้น 4 เธอสามารถจัดการได้ง่ายๆ เพียงใช้กระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการมึนงงหรือสลบเลย

“ทำให้มันกลายเป็นละอองได้ไหม”

มู่เหลียงถามและคิดถึงระเบิดควันในโลกเดิมของเขา

“มันก็ค่อนข้างยาก แต่ฉันจะลองดู”

แววตาของโหย่วเฟ่ยเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ”

“ถ้ายังงั้น เรื่องการสร้างยาเสริมพลังระดับ2ไปถึงไหนแล้ว”

มู่เหลียงถามหาความคืบหน้าการสร้างยาเสริมพลังระดับสองที่เขาไม่ได้สนใจมาสักพักแล้ว

“ฉันทำมันได้แล้ว”

โหย่วเฟ่ยตอบพร้อมกับเคี้ยวเนื้อทอดไปด้วย และพูดด้วยความรุ้สึกสงสัย

“เราแจ้งไปแล้วไม่ใช่งั้นหรอ?”

“แจ้งไปแล้ว…”

สายตาของมู่เหลียงดูสงสัย ก่อนที่จะพูดเสียงดัง

“ไม่เห็นจะมีใครมาแจ้งเรื่องนี้ให้ฟังเลย”

“ไม่จริงน่า…”

โหย่วเฟ่ยหันไปทางลี่ลี่พร้อมกับมองด้วยความสงสัย

“ก็คง…ยังไม่ได้บอก…..”

ลี่ลี่ก็หันหน้าหนีอย่างช้าๆ

นั้นเพราะเธอรู้ว่ายาเสริมพลังระดับสองนั้นถูกสร้างได้แล้ว แต่เธอลืมที่จะบอกมู่เหลียงในวันนั้น และกะว่าจะมาบอกในวันนี้”

“เธอสองคนนี้….พอกันเลยทั้งคู่”

ลี่เยว่บ่นขึ้น และอดไม่ได้ที่จะกุมขมับด้วยความหนักใจ

“งั้นสร้างยาเสริมพลังระดับสองให้เยอะขึ้นด้วย”

มู่เหลียงลดน้ำเสียงลงและสั่งโหย่วเฟ่ย

ในอนาคตเขาจำเป็นต้องใช้ยาเสริมพลังพวกนี้จำนวนมากเพื่อขยายกองกำลังของเขา

“เข้าใจแล้ว”

โหย่วเฟ่ยพยักหน้ารับ

ก่อนที่มู่เหลียงมองไปยังหญิงสาวทั้งสาม ลี่เยว่ ลี่ลี่ และมินโฮ และพูดอย่างจริงจัง

“คืนนี้ฉันจะสอนบทเรียนอะไรเพิ่มเติมให้กับทั้งสาม ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่าหน่วยลับพิเศษของฉันทำอะไรบ้าง”

มู่เหลียงบางครั้งเขาจะหาเวลาตอนกลางคืนเพื่อบอกเล่าสิ่งต่างๆ ให้หญิงสาวฟัง เกี่ยวกับสงครามและหน่วยรบพิเศษ และช่วยฝึกฝนพวกเธอ และผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นก็ดีไม่น้อย

เหตุผลหลักๆ เลย ก็เพราะลี่เยว่กับลี่ลี่มีประสบการณ์ต่อสู้จริงๆ ทำให้สามารถซึมซับสิ่งที่เขาสอนได้อย่างรวดเร็ว

แต่มินโฮกับเว่ยหยูหลันนั้นยังเป็นเด็กใหม่อ่อนประสบการณ์

“เข้าใจแล้ว”

ทั้งสามพยักหน้ารับ

“เนื้อทอดได้แล้วเจ้าค่ะ”

เว่ยหยูหลันเดินเข้ามาพร้อมกับจานเนื้อทอดชุดใหม่

มู่เหลียงมองไปยังสาวใช้ตัวน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น

“หลันน้อย คืนนี้ไปกับฉันด้วย”

สาวใช้ต่อสู้นั้น จำเป็นต้องได้เรียนรู้การต่อสู้จริง

“เจ้าค่ะ”

เว่ยหยูหลันขานรับโดยที่ไม่รู้ตัว

เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อยและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“ฉันไปด้วยได้ไหม”

หยู่เฟ่ยหยานยกมือขึ้นถาม

เธอต้องการที่จะต่อสู้จริงๆ และระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจมาทั้งวัน

“แน่นอน หากว่าเธอทำพลาดล่ะก็ มีบทลงโทษรออยู่”

มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ และตอบหยู่เฟ่ยหยานไป

“บทลงโทษอะไร?”

หยู่เฟ่ยหยานถามด้วยความประหลาดใจ

“เก็บเอาไว้เป็นความลับก่อน รับรองเธอไม่อยากรู้แน่”

มู่เหลียงแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มกว้างขึ้นไปถึงมุมปาก

“ฉันจะไม่ทำพลาด!”

หยู่เฟ่ยหยานรู้สึกถึงความมุ่งร้ายที่ออกมาจากตัวของมู่เหลียง จนทำให้เธอสั่นเทาไปด้วยความกลัวทันที

“เพื่อความปลอดภัย ฉันไม่อนุญาตให้เธอใช้ไฟ”

หยู่ฉินหลานกล่าวเสริมขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนกัน

“ห้า!?”

ตอนนี้หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก