ตกเย็นในห้องอาหารของตำหนักเจ้าเมือง
ทุกคนที่อยู่ในห้องแห่งนี้กำลังเริ่มกินมื้อเย็นกัน
“อาหารเย็นของวันนี้เป็นเนื้อทอด”
มินโฮในชุดสาวใช้พูดขึ้น
ก่อนที่เธอจะยกถาดไม้มาจากมือของเว่ยหยูหลันและวางตรงหน้ามู่เหลียง
“มันคือเนื้อของอะไร”
มู่เหลียงถามด้วยความอยากรู้
ทุกวันนี้ เมื่อใดก็ตามที่เต่าทมิฬน้อยหยุดเดิน กองกำลังทหารของเขาจะลงไปออกล่าทุกครั้ง
และก็ใช่ว่าทุกครั้งพวกเขาจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาตลอด
กล่าวอีกความหมายหนึ่งก็คือพวกเขาไม่สามารถหาเหยื่อล่าได้เลย จนเป็นเรื่องปกติ
ฝูงอสูรหมูป่าแปดเขี้ยวที่เจอก่อนหน้านี้นั้นเป็นอะไรที่พบเจอได้ยาก และไม่บ่อยนัก หนึ่งปีจะเจอสักครั้ง
“มันเป็นเนื้อของตัวฟันยื่น”
มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงติดเล่น
“นี้เธอไปจับตัวแบบนี้มาได้ด้วยงั้นหรอ”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ตัวฟันยื่นหรืออีกชื่ออสูรฟันยาว มันมีรูปร่างเหมือนกับหนูไม้ไผ่ หรือเป็นหนูที่มีรูปร่างคล้ายกับตุ่น มันชอบขุดดินและอยู่ด้วยการกินแมลงตัวเล็กๆ ประทังชีวิต
“น่ากินมากเลย”
หยู่เฟ่ยหยานทำท่าจมูกฟุตฟิตเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องมองเนื้อทอดขนาดเท่าฝ่ามือที่นำมาวางต่อหน้าเธอ
สำหรับเธอแล้วช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุดคือเวลากินข้าว
“โหย่วเฟ่ยไปไหนอีกแล้ว ทำไมเธอยังไม่มากินข้าวอีก”
มู่เหลียงใช่มีดตัดแบ่งเนื้อทอดก่อนจะถามหาโหย่วเฟ่ยกับลี่ลี่
เขามีเรื่องจะต้องคุยกับเธอในเย็นนี้ ไม่งั้นเขาคงไม่ใช่ลี่ลี่ไปตามโหย่วเฟ่ยมาแบบนี้
เพราะยังไงเธอก็มักจะกินข้าวในห้องวิจัยของเธอเสมอ
“ฉันเรียกเธอไปแล้ว โหย่วเฟ่ยคงจะมาในไม่ช้า”
ลี่ลี่หยิบเนื้อทอดขึ้นมา ก่อนที่จะเอามือเปิดผ้าที่บังใบหน้าของเธอเอาไว้ และกัดเนื้อทอดไปหนึ่งคำ
“โหย่วเฟ่ยคงจะติดพันงานทดลองเหมือนเดิม”
ลี่เยว่เองก็กินด้วยท่าทางเดียวกับลี่ลี่
เธอยกหน้ากากขึ้นเล็กน้อยและกัดเนื้อทอด
เว่ยหยูหลันที่อยู่ไม่ไกล ก็มองการกินของทั้งสองสาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานให้กับเจ้าเมืองเธอยังไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของทั้งสองคนนี้เลย
“ส่งคนไปตามเธอรึยัง”
หยู่ฉินหลานถามพร้อมกับจิบชาด้วยท่าอันสง่างาม
เธอชอบดื่มชาประกายแสงอย่างมาก ทุกครั้งที่ได้ดื่มชา สีหน้าของเธอจะแสดงออกถึงความสุข
ตั้งแต่วิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 7 ใบชาที่นำมาต้มดื่มนั้นช่วยเพิ่มพลังปราณให้กับผู้ดื่มได้เล็กน้อย
หยู่ฉินหลานรู้สึกว่าการได้ดื่มชาประกายแสงทุกวัน ไม่ช้าเธออาจเพิ่มพลังจนถึงขั้น 7 ได้ในไม่ช้า
“ไม่ต้อง เธอมาแล้ว”
มู่เหลียงหยุดทุกอย่าง และเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูทางเข้าห้องอาหาร
“ขอโทษ…ฉัน..มาสาย”
เสียงของโหย่วเฟ่ยดังขึ้นก่อนที่จะเห็นตัวของเธอ
เธอถือขวดกระเบื้องไว้ในมือ และเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ลี่ลี่อย่างรวดเร็ว
“ดื่มน้ำก่อนจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น”
มู่เหลียงพูดอย่างใจดี
“อือ”
โหย่วเฟ่ยเอามือเปิดผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะยกดื่มสิ่งที่อยู่ในขวดแก้วที่เธอถือมาด้วย
“เดี๋ยว!! ทำอะไรของเธอนะ”
ลี่ลี่คว้ามือของโหย่วเฟ่ยด้วยความตกใจ
“เอ้า!”
“....”
มู่เหลียงถึงกับยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าโหย่วเฟ่ยกำลังสับสนอะไรสักอย่างกับการดื่มชาและเกือบจะดื่มสิ่งที่เป็นหัวข้อคุยในเย็นนี้เข้าไป
โหย่วเฟ่ยกระพริบตาสองสามครั้งก่อนที่เธอจะรู้สึกตัว
“โอย่วเอ่ยเอ็นอ๋น อี้น่าอนใออิงๆ (โหย่วเฟ่ยเป็นคนที่น่าสนใจจิงๆ)”
หยู่เฟ่ยหยานพูดทั้งที่อาหารอยู่เต็มปาก
“กลืนให้เรียบร้อยก่อนค่อยพูดสิ!”
หยู่ฉินหลานที่อยู่ข้างๆ ดีดไปที่หน้าผากของหยู่เฟ่ยหยาน
“เอื้อก!”
หยู่เฟ่ยหยานหดคอลงเล็กน้อย ก่อนที่จะกลืนทุกอย่างลงคอไป เธอกินเนื้อทอดในจานจนเกือบหมดแล้ว
ก่อนที่เธอจะเริ่มกินต่ออีกครั้ง พร้อมกับหันหน้าไปทางสาวใช้ตัวน้อย และกระพริบตาอย่างออดอ้อน
“เดี๋ยว เนื้อทอดชุดใหม่จะเสร็จในเร็วๆ นี้”
เว่ยหยูหลันอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำเนื้อทอดใหม่
“ฉันขอเพิ่มด้วย”
ลี่ลี่ตะโกนขึ้น
ตอนนี้เธอกินได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมือนสองสามวันแรกที่มาถึง
“เจ้าค่า!”
เว่ยหยูหลันตอบอย่างอ่อนใจ
“กินให้เยอะๆ คืนนี้จะต้องฝึกฝนอีกมาก”
มู่เหลียงหันหน้าไปทางมินโฮที่กำลังตัดเนื้อทอดกิน
“ฉันต้องไปด้วยงั้นหรอ?”
มินโฮผงะด้วยความตกใจ
“มินโฮฝึกด้วยตัวเองมาหลายวันแล้ว และคงต้องเริ่มเรียนรู้การต่อสู้ของจริง”
มู่เหลียงตอบเบาๆ
ถ้าเอาแค่ฝึกฝนร่างกายและกระบวนท่าไม่มีวันที่จะเก่งขึ้น การฝึกโดยผ่านการต่อสู้จริงจะทำให้เติบโตได้มากกว่า
“ได้ ฉันจะไป”
มินโฮเม้มปากของเธอเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าตอบ
“โหย่วเฟ่ย สิ่งที่ขอให้เธอทำเสร็จแล้วใช่ไหม”
มู่เหลียงมองไปยังโหย่วเฟ่ยที่กำลังดื่มชาอยู่
“ใช่มันเสร็จแล้ว และมันคือสิ่งนี้”
โหย่วเฟ่ยยื่นขวดกระเบื้องให้มู่เหลียง
“ผลของมันดีแค่ไหน”
มู่เหลียงถามด้วยความสงสัย
“แค่ได้กลิ่นก็เป็นลมได้แล้ว”
โหย่วเฟ่ยเอียงคอเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มอธิบายเพิ่ม
“หรือหากดื่มเข้าไปก็จะสลบ เอาไปทาแผลก็จะสลบด้วยเช่นเดียวกัน”
“มีข้อจำกัดไหม”
มู่เหลียงถามต่อและรู้สึกว่ายาลับนี้ออกฤทธิ์รุนแรงมาก
“ข้อจำกัดของมันคือ ใช้ได้แค่กับพวกที่มีพลังต่ำกว่าขั้น 4”
โหย่วเฟ่ยคิดว่ายาลับที่ทำให้สลบหรือเป็นลมนี้อ่อนด้อยเกินไป และใช้ได้แค่กับพวกที่มีพลังต่ำกว่าขั้น 4 เท่านั้น มันเลยดูไร้ประโยชน์สำหรับเธอ
เพราะพวกที่พลังต่ำกว่าขั้น 4 เธอสามารถจัดการได้ง่ายๆ เพียงใช้กระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการมึนงงหรือสลบเลย
“ทำให้มันกลายเป็นละอองได้ไหม”
มู่เหลียงถามและคิดถึงระเบิดควันในโลกเดิมของเขา
“มันก็ค่อนข้างยาก แต่ฉันจะลองดู”
แววตาของโหย่วเฟ่ยเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ”
“ถ้ายังงั้น เรื่องการสร้างยาเสริมพลังระดับ2ไปถึงไหนแล้ว”
มู่เหลียงถามหาความคืบหน้าการสร้างยาเสริมพลังระดับสองที่เขาไม่ได้สนใจมาสักพักแล้ว
“ฉันทำมันได้แล้ว”
โหย่วเฟ่ยตอบพร้อมกับเคี้ยวเนื้อทอดไปด้วย และพูดด้วยความรุ้สึกสงสัย
“เราแจ้งไปแล้วไม่ใช่งั้นหรอ?”
“แจ้งไปแล้ว…”
สายตาของมู่เหลียงดูสงสัย ก่อนที่จะพูดเสียงดัง
“ไม่เห็นจะมีใครมาแจ้งเรื่องนี้ให้ฟังเลย”
“ไม่จริงน่า…”
โหย่วเฟ่ยหันไปทางลี่ลี่พร้อมกับมองด้วยความสงสัย
“ก็คง…ยังไม่ได้บอก…..”
ลี่ลี่ก็หันหน้าหนีอย่างช้าๆ
นั้นเพราะเธอรู้ว่ายาเสริมพลังระดับสองนั้นถูกสร้างได้แล้ว แต่เธอลืมที่จะบอกมู่เหลียงในวันนั้น และกะว่าจะมาบอกในวันนี้”
“เธอสองคนนี้….พอกันเลยทั้งคู่”
ลี่เยว่บ่นขึ้น และอดไม่ได้ที่จะกุมขมับด้วยความหนักใจ
“งั้นสร้างยาเสริมพลังระดับสองให้เยอะขึ้นด้วย”
มู่เหลียงลดน้ำเสียงลงและสั่งโหย่วเฟ่ย
ในอนาคตเขาจำเป็นต้องใช้ยาเสริมพลังพวกนี้จำนวนมากเพื่อขยายกองกำลังของเขา
“เข้าใจแล้ว”
โหย่วเฟ่ยพยักหน้ารับ
ก่อนที่มู่เหลียงมองไปยังหญิงสาวทั้งสาม ลี่เยว่ ลี่ลี่ และมินโฮ และพูดอย่างจริงจัง
“คืนนี้ฉันจะสอนบทเรียนอะไรเพิ่มเติมให้กับทั้งสาม ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่าหน่วยลับพิเศษของฉันทำอะไรบ้าง”
มู่เหลียงบางครั้งเขาจะหาเวลาตอนกลางคืนเพื่อบอกเล่าสิ่งต่างๆ ให้หญิงสาวฟัง เกี่ยวกับสงครามและหน่วยรบพิเศษ และช่วยฝึกฝนพวกเธอ และผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นก็ดีไม่น้อย
เหตุผลหลักๆ เลย ก็เพราะลี่เยว่กับลี่ลี่มีประสบการณ์ต่อสู้จริงๆ ทำให้สามารถซึมซับสิ่งที่เขาสอนได้อย่างรวดเร็ว
แต่มินโฮกับเว่ยหยูหลันนั้นยังเป็นเด็กใหม่อ่อนประสบการณ์
“เข้าใจแล้ว”
ทั้งสามพยักหน้ารับ
“เนื้อทอดได้แล้วเจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันเดินเข้ามาพร้อมกับจานเนื้อทอดชุดใหม่
มู่เหลียงมองไปยังสาวใช้ตัวน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น
“หลันน้อย คืนนี้ไปกับฉันด้วย”
สาวใช้ต่อสู้นั้น จำเป็นต้องได้เรียนรู้การต่อสู้จริง
“เจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันขานรับโดยที่ไม่รู้ตัว
เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อยและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ฉันไปด้วยได้ไหม”
หยู่เฟ่ยหยานยกมือขึ้นถาม
เธอต้องการที่จะต่อสู้จริงๆ และระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจมาทั้งวัน
“แน่นอน หากว่าเธอทำพลาดล่ะก็ มีบทลงโทษรออยู่”
มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ และตอบหยู่เฟ่ยหยานไป
“บทลงโทษอะไร?”
หยู่เฟ่ยหยานถามด้วยความประหลาดใจ
“เก็บเอาไว้เป็นความลับก่อน รับรองเธอไม่อยากรู้แน่”
มู่เหลียงแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มกว้างขึ้นไปถึงมุมปาก
“ฉันจะไม่ทำพลาด!”
หยู่เฟ่ยหยานรู้สึกถึงความมุ่งร้ายที่ออกมาจากตัวของมู่เหลียง จนทำให้เธอสั่นเทาไปด้วยความกลัวทันที
“เพื่อความปลอดภัย ฉันไม่อนุญาตให้เธอใช้ไฟ”
หยู่ฉินหลานกล่าวเสริมขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนกัน
“ห้า!?”
ตอนนี้หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved