ตอนที่ 251

ตอนบ่ายที่ตำหนักเจ้าเมืองเต่าทมิฬ

มู่เหลียงกำลังศึกษาและสร้างยุทธภัณฑ์ใหม่ๆ

โดยที่ข้างๆ ของเขามีมินโฮคอยทำความสะอาดปัดฝุ่นที่เกาะตามชิ้นส่วนสัตว์อสูร

เธอนำหนังสือลงมาปัดฝุ่นและนำกลับเข้าไปเรียงที่เดิมอย่างเป็นระเบียบ

“โกลาหล”

มินโฮหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาและอ่านชื่อ

ก่อนที่เธอจะหันมาถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา

“มู่เหลียง ไม่คิดจะแต่งเล่มต่อของหนังสือนี้งั้นหรอ?”

“จะเขียนต่อก็ตอนว่างเท่านั้น”

มู่เหลียงกำลังยุ่งกับกระบอกในมือซึ่งเขาพึ่งจะสร้างขึ้นมา

เขาเอาขึ้นมาวัดกับระดับสายตา และชี้หันไปทางมินโฮ

ในมุมมองของมู่เหลียงเห็นมินโฮตัวใหญ่ขึ้น

นี้คือกล้องส่องทางไกล ที่เกิดจากการนำผลึกแก้วนูนกับเว้าประกอบเข้าด้วยกัน

“สิ่งนี้คือ?”

มินโฮเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย และแววตาของเธอดูอยากรู้อยากเห็นมาก

“มันคือกล้องส่องทางไกล หากมองผ่านสิ่งนี้จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไปได้”

มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน

ก่อนที่เขาจะยื่นกล้องส่องทางไกลให้มินโฮ

“ลองดูสิ”

“ใช้แบบนี้หรอ”

มินโฮเอากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องแบบมู่เหลียง

“มองผ่านตรงนี้ไป และเล็งปลายกระบอกตรงกับจุดที่ต้องการจะมอง”

มู่เหลียงอธิบายที่ละขั้นตอนอย่างใจเย็น

มินโฮทำตามที่มู่เหลียงบอก เธอมองไปยังทางต้นชาเขียวประกาย และเห็นแมลงเต่าทองที่เกาะอยู่บนต้นไม้ได้อย่างชัดเจน

สีหน้าของมินโฮดูแตกตื่นทันที

“นี้เป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณด้วยงั้นหรอ”

“ไม่เลย”

มู่เหลียงตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ

“สิ่งที่น่าอัศจรรย์แบบนี้..ไม่ใช่ยุทธภัณฑ์วิญญาณงั้นหรอ”

มินโฮอ้าปากเล็กน้อยแสดงออกถึงความประหลาดใจ

“กำลังพูดถึงอะไรกันอยู่งั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานเปิดประตูห้องเข้ามา

“พี่ฉินหลาน ดูนี้สิ สิ่งนี้มันสุดยอดมาก ทำให้เห็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไปได้ชัดแจ๋วเลย”

มินโฮพูดอย่างตื่นเต้นและวิ่งเอากล้องส่องทางไกลให้หยู่ฉินหลานดู

“มู่เหลียงสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณอีกแล้วงั้นหรอ”

ความคิดแรกของหยู่ฉินหลานคือมู่เหลียงได้สร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณขึ้นมาอีกแล้วแน่ๆ

ก่อนที่เธอจะลองส่องกล้องส่องทางไกล และใบหน้าที่ทรงเสน่ย์ของเธอก็ดูตกใจขึ้นมาทันที

หยุ่ฉินหลานหันหน้าไปทางมู่เหลียงและถามด้วยความประหลาดใจ

“ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกถึงไอวิญญาณจากของชิ้นนี้”

“ก็มันไม่ใช่ยังไงล่ะ”

มินโฮพูดพร้อมกับลักยิ้มที่แก้มของเธอ

“มันก็แค่ของธรรมดาทั่วไป”

มู่เหลียงยื่นมือออกไป และทำผลึกแก้วขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา หลังจากนั้น เขาก็เอากระบอกไม้อีกอัน มาและสร้างกล้องส่องทางไกลขึ้นมาอีกอัน

หยู่ฉินหลานเอื้อมมือไปรับกล้องส่องทางไกลจากมู่เหลียง และลองส่องดูอีกครั้ง ซึ่งมันไม่ต่างจากอันก่อนหน้านี้เลย

“มู่เหลียง จะเอาสิ่งนี้ไปขายในถนนการค้าด้วยรึป่าว”

หยู่ฉินหลานลดกล้องส่องทางไกลลงและถามมู่เหลียงอย่างจริงจัง

“ไม่”

มู่เหลียงส่ายหัว

“ยังไม่ใช่ในตอนนี้”

นั้นเพราะหากเขาเอากล้องส่องทางไกลออกขายเร็วไป คนอื่นๆ จะลอกเลียนแบบได้อย่างรวดเร็วเพราะวิธีทำไม่ได้ยากเย็นอะไร

“แต่สิ่งนี้มันดีมาก”

หยู่ฉินหลานถอนหายใจอย่างเสียดาย

“กล้องส่องทางไกลนี้ จะมีไว้สำหรับกองทัพ”

มู่เหลียงพูดอย่างนิ่งสงบ

หากแนวป้อมปราการมีกล้องส่องทางไกล จะทำให้สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่อยู่ไกลๆ ออกไปได้ และประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้าก่อนที่สิ่งนั้นจะมาถึง

และหากเอาพกติดตัวไปล่าสัตว์มันก็ทำให้เห็นสัตว์อสูรได้จากที่ไกลๆ ทำให้เตรียมตัวได้ทันก่อนที่จะเข้าไปล่า ทำให้สัตว์อสูรหนีได้ยากขึ้น

“งั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานยิ้มและแสดงออกว่าเห็นด้วย”

“แต่ถึงยังงั้น ก็ยังมีแว่นขยายอีกอัน”

จู่ๆ มู่เหลียงก็คิดอะไรได้

เขายกมือขึ้น และสร้างผลึกกระจกนูนขนาดเท่ากับฝ่ามือ

“แว่นขยาย?”

มินโฮพูดอย่างสงสัย และเอาผลึกกระจกที่มู่เหลียงสร้างขึ้นมาส่องดู ทำให้เธอตกใจอีกครั้ง

ก่อนที่เธอจะร้องออกมา

“พี่ฉินหลาน! ตัวใหญ่มาก”

“ใหญ่งั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานรีบก้มดูตัวเอง และไม่เห็นว่าร่างกายของเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด

“อะแฮ่มที่เห็นฉินหลานตัวใหญ่ขึ้นเพราะมินโฮมองผ่านสิ่งนี้ต่างหาก”

มู่เหลียงกระแอ่มเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มที่มุมปาก

“....”

หยู่ฉินหลานหน้าแดงขึ้นด้วยความเขินอาย และมองมู่เหลียงด้วยความขุ่นเคือง

ก่อนที่เธอจะขอแว่นขยายจากมินโฮและส่องดูถึงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

หยู่ฉินหลานคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดอย่างมีความสุข

“หากนำสิ่งนี้ไปมอบให้คนงานที่ต้องทำงานละเอียดอ่อนละก็….”

“ใช่แล้ว มันจะทำให้งานพวกเขาง่ายขึ้น”

มู่เหลียงพยักหน้า

เขาต้องการผลิตแว่นขยายในจำนวนมาก ให้พอกับการใช้งานซึ่งงานนี้เสี่ยวไป่จะเป็นคนจัดการ

“ถ้ายังงั้น คงต้องเปลี่ยนเนื้อหาในใบประกาศที่เมืองปักษาสักหน่อยแล้ว”

มู่เหลียงเอาใบประกาศที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะ

หยู่ฉินหลานหยิบขึ้นมาดู และอ่าน

ก่อนที่จะพูดอย่างแผ่วเบา

“เมืองเต่าทมิฬจะออกจากเมืองปักษาในวันพรุ่งนี้เช้า และจุดหมายต่อไปคือเมืองหมื่นอสูร”

“ห้ะ? นี้พวกเราจะไปเมืองหมื่นอสูรงั้นหรอ”

มินโฮถามด้วยความประหลาดใจ

“ใช่แล้ว เมืองหมื่นอสูร”

มู่เหลียงขานรับ

เขาสนใจเหมืองเกลือที่อยู่ในเมืองหมื่นอสูร

เมืองเต่าทมิฬเองก็เติบโตขึ้นทุกวัน และมีประชากรเพิ่มขึ้นตลอด เพราะงั้นเกลือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี

การแปรรูปอาหารหลายอย่างจำเป็นต้องใช้เกลือ เช่นผักดองและหมักเนื้อ

“ฉันได้ยินเรื่องที่น่าสนใจมาก่อนหน้านี้”

หยู่ฉินหลานพูดขึ้นและอธิบายต่อ

“ฉันรู้ระยะทางระหว่างเมืองปักษากับเมืองหมื่นอสูรมา และจากการคาดการณ์ของฉันด้วยความเร็วของเต่าทมิฬน้อย คงใช้เวลาประมาณ 15 วัน”

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องกังวล”

มู่เหลียงยิ้ม

เขาต้องหาที่เพิ่มระดับเต่าทมิฬก่อนที่จะไปเมืองหมื่นอสูร

“งั้น ฉันจะให้คนไปติดใบประกาศนี้”

หยู่ฉินหลานเดินหันหลังกลับไปพร้อมกับใบประกาศในมือ

“ยังเหลือเวลาอีกครึ่งวัน”

มินโฮพูดอย่างมีความสุข ในขณะที่ส่องกล้องส่องทางไกลไปมา

มู่เหลียงเห็นมินโฮไม่วางกล้องส่องทางไกลเลย จึงพูดอย่างเอาใจมินโฮ

“เอาไปส่องเล่นข้างนอกก็ได้นะ”

“ฮิๆ มู่เหลียงใจดีจัง”

มินโฮยิ้มออกมา มันดูสดใสราวกับดอกไม้

“แล้วไม่มีอะไรตอบแทนฉันหน่อยหรอ?”

มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงขี้เล่น และเอียงแก้มให้มินโฮ

“คราวหน้า….แล้วกัน”

ใบหน้าสดใสของมินโฮกลายเป็นสีแดงขึ้นมา ก่อนที่เธอจะวิ่งกอดกล้องส่องทางไกลออกไปจากห้อง

เธอไม่ใช่เด็กน้อยที่ใสซื่อแล้ว พี่สาวของเธอได้สอนให้เธอรู้เรื่องอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึงเรื่องความรักด้วย

“หนีไปอีกแล้ว”

มู่เหลียงส่ายหัว

……

เมื่อหยู่ฉินหลานออกจากตำหนักไป เธอก็เห็นหยู่เฟ่ยหยานในชุดเกราะหงส์เพลิงบินอยู่บนท้องฟ้า

“แม่! มีอะไรให้ช่วยไหม?”

เมื่อหยู่เฟ่ยหยานเห็นแม่ของเธอ เธอก็ร่อนลงมาจากท้องฟ้าทันที

“มาก็ดีแล้ว เอาใบประกาศนี้ไปติดที่เมืองปักษาที”

หยู่ฉินหลานพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

“ได้”

หยู่เฟ่ยหยานตอบรับทันที และรับใบประกาศมาจากหยู่ฉินหลานก่อนจะบินหายไป

หยู่เฟ่ยหยานตอนนี้กำลังหลงไหลไปกับการบินมากๆ เพราะมันรู้สึกเป็นอิสระสุดๆ

“แค่นี้ เราก็ได้กลับไปหามู่เหลียงแล้ว”

หยู่ฉินหลานส่งเรื่องนี้ให้ลูกสาวจัดการ ก่อนที่เธอจะหันกลับเข้าไปในตำหนักเจ้าเมือง

หยู่เฟ่ยหยานที่บินมาถึงเมืองปักษา ก็เอาใบประกาศมาติดไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน

“หือ…เมืองเต่าทมิฬจะไปแล้วในวันพรุ่งนี้”

“เร็วมาก?”

“มันนี้มันก็วันที่สิบแล้ว ฉันต้องรีบไปซื้อมันเทศมาตุนเอาไว้”

ชาวเมืองปักษาเริ่มแตกตื่นทันที และรีบกลับไปยังเมืองเต่าทมิฬเพื่อซื้อของ