กลางคืนที่เนินสูงของเมืองเต่าทมิฬ มีเสียงดังมาจากหลังตำหนักเจ้าเมือง
ภายใต้ชายคาบ้านพัก ซิไป่ฉี มิอา และมินโฮนั่งล้อมกองไฟกันอยู่
ทั้งหมดกำลังปิ้งเนื้อย่างกัน และฟังเสียงของไฟที่กำลังไหม้ถ่าน พร้อมกับมองดูประกายไฟที่ปลิวออกมา
“เราน่าจะทำกินให้ดีๆ กว่านี้”
มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับพลิกเนื้อที่เสียบไม้อยู่
มันเป็นเนื้อของอสูรแปดเขี้ยว ที่หมักโดยเครื่องเทศที่พึ่งคิดค้นขึ้นมา เมื่อถูกย่างไฟทำให้กลิ่นของมันหอมมากขึ้น
จ็อกๆ
“มันดูน่าอร่อยจัง”
ซิไป่ฉีกลืนน้ำลายก้อนโตพร้อมกับเอามือกุมท้องที่ร้องคำรามอยู่
“เอ้า”
มินโฮจึงส่งไม้เสียบเนื้อให้ซิไป่ฉี
เวลานี้ซิไป่ฉีไม่ได้ดูเหมือนกับเด็กน้อยอีกแล้ว เธอเริ่มดูกลายเป็นสาววัยแรกแย้มมากขึ้น
“ฮิๆๆ ดูสิน้องสาวน่ารักกว่าพี่สาวเป็นไหนๆ”
ซิไป่ฉีกัดเนื้อย่างอย่างมีความสุข พร้อมกับพูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้คิด
มิอาเหลือบมองไปยังซิไป่ฉีพร้อมกับคิดในใจว่าเพียงแค่เนื้อย่างไม้เดียวก็ชนะใจซิไป่ฉีแล้วงั้นหรอ?
“ไม่หรอกพี่สาวของฉันเองน่ารักกว่าฉันอีก”
มินโฮพูดขึ้น ก่อนที่เธอจะยื่นไม้เสียบเนื้อย่างอีกอันให้พี่สาวของเธอ
มิอายิ้มที่มุมปากและรับไม้เนื้อย่างมา ด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นด้วยที่ว่าน้องสาวของเธอยังคงคิดถึงและสนใจเธออยู่เสมอ
มิอาอ้าปากเล็กน้อยและกัดเนื้อคำเล็กๆ เข้าไป
มินโฮอยู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา
“คิดถึงเมื่อก่อน ตอนนั้นวันหนึ่งฉันได้กินแค่มื้อเดียวด้วยซ้ำดีหน่อยก็สองมื้อ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีกินกระทั้งอาหารว่างยามดึกแบบนี้”
มินโฮอยู่ๆ ก็นึกถึงชีวิตสมัยก่อนของเธอ ที่ต้องดิ้นรนจับกิ้งก่าตัวเล็กๆ มาทุกวัน แม้จะจับมาได้ก็ห้ามกิน เพราะเธอต้องเอาไปจ่ายค่าส่วยก่อน ไม่งั้นเธอจะถูกไล่ออกจากค่าย
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะอยู่รอดมาได้ในสภาพแบบนั้น
“ทั้งหมด….มันเป็นความผิดของพี่เอง”
อยู่ๆ มิอาก็ถึงกับเจ็บไปถึงหัวใจและรู้สึกผิดต่อน้องสาว
และเมื่อย้อนคิดกลับไปก็ยิ่งโกรธตัวเองที่ทิ้งน้องสาวไว้ตัวคนเดียวแบบนั้น
“พี่ อย่าคิดแบบนั้นอีกเลย ตอนนี้ชีวิตพวกเราก็ดีขึ้นแล้ว”
มินโฮเข้าไปปลอบพี่สาวของเธอพร้อมกับรอยยิ้ม
ความทุกข์ทรมานทุกอย่างเป็นเพียงแค่ฝันร้ายในค่ำคืน เมื่อมู่เหลียงมาถึงชีวิตของเธอก็พบแต่ความสดใส
“.....”
มิอาเหมือนจะพูดบางสิ่ง แต่เธอกลับเข้าไปกุมมือมินโฮและบีบเบาๆ และไม่พูดสิ่งใด
“โอ้ กลิ่นอะไรหอมน่ากินจัง”
อยู่ๆ เสียงของหยู่เฟ่ยหยานก็ดังขึ้น เธอเดินตามกลิ่นของเนื้อย่างที่ลอยอยู่ตามลม จนมาเจอหญิงสาวทั้งสามที่สวนหลังตำหนัก
“ขอกินด้วยสิ!”
หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างร่าเริงพร้อมกับขอร่วมวงด้วย
“เฟ่ยหยาน รู้จักดูบรรยากาศบ้าง”
มู่เหลียงอยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นไม่รู้จากมุมไหนพร้อมกับใช้มือกดไปที่หัวของหยู่เฟ่ยหยานเบาๆ
“อะไรของนาย?”
หยู่เฟ่ยหยานมองมู่เหลียงพร้อมกับกระพริบตาสองสามครั้งอย่างสงสัย
“อีกสองวันเราจะถึงเมืองปักษาแล้ว…”
มู่เหลียงลงมืออย่างเบามือที่สุดเพื่อพาหยู่เฟ่ยหยานออกไปจากตรงนั้น
แผนการเดินทางจริงๆ คาดการณ์ไว้สิบวัน แต่ไม่คิดว่าเต่าทมิฬน้อยจะเดินได้รวดเร็วกว่าที่คิด ด้วยการเปิดเส้นทางของมัน ทำให้การเดินทางนั้นง่ายมาก และรวดเร็วกว่าที่คิด
แต่การที่เดินทางได้สะดวกขึ้นไม่ใช่ประเด็น แต่มันคือเวลาที่ลดลงเหลือสองวัน
มู่เหลียงพาหยู่เฟ่ยหยานกลับไปห้องอาหารทันที
ขณะที่กำลังพาหยู่เฟ่ยหยานออกไปมู่เหลียงก็พูดขึ้น
“มิอากับซิไป่ฉีอีกไม่นานก็จะไปแล้ว ปล่อยให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันอีกหน่อยเถอะ”
“เอ๋! ทั้งคู่จะไปแล้วงั้นหรอ?”
หยู่เฟ่ยหยานถึงกับตกใจ
“ใช่พวกเขามีบางอย่างที่ต้องไปทำ”
มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ
เขาไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างมิอากับซิไป่ฉี แต่ดูเหมือนว่าหลังจากถึงเมืองปักษาทั้งคู่จะแยกตัวไป
“....เข้าใจแล้ว”
หยู่เฟ่ยหหยานพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ถ้าเธอหิว ก็ไปบอกให้น้องหลันทำหมี่ร้อนๆ ให้กินสิ”
มู่เหลียงตบไปที่ไหล่ของหญิงสาวเบาๆ พร้อมกับเดินไปห้องทำงานของเขา
…..
“มินโฮ เผามันเทศให้หน่อยสิ ฉันอยากกิน”
ซิไป่ฉีมองมินโฮด้วยแววตาที่ดูเศร้าเล็กน้อย
เธอทำแก้มพองขึ้นมาและบ่น
“ฉันจะกินมันให้มากที่สุดเท่าที่จะกินได้เลย เพราะอีกสองวันก็คงไม่ได้กินแล้ว”
มินโฮได้ยินก็ถึงกับหยุดชะงักไป มิอาเองก็แน่นิ่งไปเหมือนกันเมื่อได้ยิน
“ไม่ต้องคิดมากหรอก ครั้งหน้าก็มากินอีกได้ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว…สักหน่อยจริงไหม?”
มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับฝืนยิ้ม
หูกระต่ายของเธอตกลงมาครึ่งหนึ่งแสดงให้เห็นเลยว่าเธอรู้สึกเช่นไร
“ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะนานแค่ไหน”
ซิไป่ฉีก็พูดขึ้น และใช้นิ้วของเธอม้วนปลายผมวนไปมา ด้วยความรู้สึกไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น
เธอไม่อยากจะทิ้งชีวิตที่สุดแสนสบายในตำหนักเจ้าเมืองไป ไหนจะเรื่องอาหารแสนอร่อยพวกนี้อีก และอีกเรื่องที่เธอไม่อยากจะไปเลยนั้นคือมู่เหลียง
เลือดของมู่เหลียงนั้นทรงพลังมาก เป็นดังยาวิเศษสำหรับเธอ เลือดเพียงหยดเดียวให้พลังกับเธอมหาศาล แต่มันก็ต้องใช้เวลาในการย่อยที่นานเหมือนกัน
ครั้งหน้าที่เจอกันอีก เธอจะสามารถขอเลือดจากมู่เหลียงได้อีกไหม เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
สิ่งนี้ทำให้ซิไป่ฉีเสียดายที่สุด
เธอคิดถึงเกี่ยวกับเรื่องของมู่เหลียงมาตลอด เมื่อคิดว่าเธอจะต้องจากไป ก็มีภาพของมู่เหลียงปรากฏขึ้นภายในหัวของเธอ
ซิไป่ฉีได้แต่บอกกับตัวเองว่า เธอแค่อยากกินเลือดของเขาเท่านั้น
“พี่….พี่ไม่ไปไม่ได้งั้นหรอ….”
มินโฮถามขึ้นพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น
“ไม่ได้หรอก”
มิอาส่ายหัวช้าๆ
เธอพยายามที่จะเอ่ยปากพูดแต่ก็หุบลง
เรื่องของดินแดนเขียวขจีนั้นเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่บอกมินโฮเพราะยังไม่ถึงเวลา
“มินโฮมากับพี่เถอะ”
มิอาดูด้วยแววตาที่มุ่งมั่นของเธอ
“พี่มั่นใจว่าสามารถดูแลน้องได้ดีไม่ต่างจากอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
“.....”
ซิไป่ฉีที่ได้ยินก็ถึงกับมองบน
นับตั้งแต่ออกจากเมืองจันทร์ดับ และติดตามมิอามาตลอด เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่จะอดมื้อกินมื้อ หรือสามวันถึงจะได้กินสักมื้อ และเป็นมื้อเล็กๆ อีก
ไม่มีผักให้กิน ไม่มีน้ำให้ดื่มตลอด แล้วจะบอกว่าจะดูแลให้ดีเหมือนอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
“เธอมั่นใจงั้นหรอ”
ซิไป่ฉีถึงกับอดใจไม่ไหวที่จะพูดขัด
“....”
หูแมวของมิอาถึงกับกระตุก และแทบอยากจะกระโดดไปทุบตีซิไป่ฉี
มินโฮเข้ามาจับมือพี่สาวของเธอ และเม้มริมฝีปากแน่นก่อนที่จะพูดขึ้น
“พี่….แต่ฉันไม่อยากไปจากที่นี่”
“ทนที่จะจากมู่เหลียงไปไม่ได้งั้นหรอ?”
แววตาของมิอาหรี่เล็กลงและมองไปยังมินโฮ
“มะ มะ ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น”
มินโฮพูดเบาลงเรื่อยๆ พร้อมกับก้มหัวลง
“พี่เข้าใจแล้ว”
มิอาราวกับมีแสงแห่งการตื่นรู้ขึ้นที่ใบหน้าของเธอ
เธอพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“ถ้างั้นน้องก็อยู่ที่นี่เถอะ เมื่อพี่เสร็จงานแล้วจะรีบกลับมาหา”
“แล้วพี่จะไม่เป็นอะไรงั้นหรอ! แล้วหากว่าพี่ตกอยู่ในอันตรายอีกล่ะ”
มินโฮสวนถามขึ้นอย่างกังวลทันที
มิอายิ้มและตอบอย่างใจเย็น
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรอันตราย”
ซิไป่ฉีได้แต่เมินหน้าหนีพร้อมกับปิดตา ปิดหู และเอามือปิดปากเอาไว้ไม่ให้หลุดพูดออกไป
“ได้ งั้นหนูจะรอพี่อยู่ที่นี่”
มินโฮพยักหน้าอย่างใสซื่อ พร้อมกับหูกระต่ายที่ตั้งตรง
“งั้นมินโฮ ย่างเนื้อให้ฉันอีกชิ้นสิ”
ซิไป่ฉีเปลี่ยนเรื่องทันที และไม่สนแล้วว่าบรรยากาศจะเป็นเช่นไร
“ได้เลย”
มินโฮพยักหน้าตอบ พร้อมกับเอาเนื้อหมักเครื่องเทศย่างไฟให้ซิไป่ฉี
“มินโฮ พี่อยากจะซื้อเมล็ดพืชจากที่นี่ไปด้วย”
มิอาพูดเบาๆ
“แล้วพี่อยากได้เท่าไรหล่ะ”
มินโฮถาม
“สักร้อ…ไม่ ขอแค่ห้าสิบก็พอ”
มิอาตอบ
เธอต้องการเอาเมล็ดพืชพวกนี้กลับไปยังดินแดนเขียวขจี และตรวจสอบดูว่ามันจะมีอะไรแตกต่างจากเมล็ดพืชอื่นๆ
มินโฮพยักหน้าเข้าใจทันที
“ได้เดี๋ยวฉันจะไปบอกมู่เหลียงให้ เขาน่าจะให้ราคาพิเศษกับฉัน”
ใบหน้าของมิอาเองก็แสดงออกถึงความอาย และพูดอย่างกระทันหัน
“คือตอนนี้พี่ไม่มีผลึกสัตว์อสูรแล้ว พี่ขอติดไว้ก่อนได้ไหม!”
“คือ…ฉันจะไปถามมู่เหลียงก่อนละกัน น้องเองก็ตัดสินใจไม่ได้”
มินโฮเม้มปากเล็กน้อยและตอบกลับไป
เธอรู้ว่าหากว่าเธอเอ่ยปากขอ มู่เหลียงก็สามารถให้เธอได้อยู่แล้ว โดยไม่บ่นอะไรสักคำ
แต่อย่างไรก็ตามมินโฮไม่อยากทำแบบนั้น เธอคิดว่าการทำแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี แม้ว่าพี่สาวของเธอจะขอร้องก็ตาม แต่เธอก็ควรจะบอกมู่เหลียงตรงๆ
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”
มิอาพยักหน้าเล็กน้อย
เธออยู่ในเมืองเต่าทมิฬโดยไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเลยสักอย่าง ทำให้เธอเริ่มคิดที่จะหาทางตอบแทนมู่เหลียงในวันข้างหน้าเหมือนกัน
ทั้งสามพูดคุยกันต่อระหว่างปิ้งย่างในสวน และพูดถึงเรื่องในวันเก่าๆ ที่ผ่านมาว่าเจออะไรกันมาบ้าง และแลกเปลี่ยนเรื่องราวซึ่งกันและกัน
…..
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่ห้องทำงานของมู่เหลียง
“เข้ามา”
มู่เหลียงพูดเสียงดังฟังชัดจนได้ยินถึงนอกประตู
มินโฮเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชา เธอเอาน้ำชาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้กับมู่เหลียง
“มันดึกมากแล้ว ยังไม่นอนอีกหรอ”
มู่เหลียงวางพู่กันลง และถามด้วยความประหลาดใจ
เขาคิดว่ามินโฮจะอยู่กับพี่สาวของเธอหลังจากกินปิ้งย่างกันเสร็จแล้ว แต่ไม่คิดว่าเธอจะเข้ามาเปลี่ยนน้ำชาให้อีก
“มู่เหลียงก็ยังไม่นอนเหมือนกันนั้นแหละ”
มินโฮย่นจมูกน้อยๆ ของเธอตอบกลับมา ก่อนที่จะเปลี่ยนท่าทางไปดูลังเลใจที่จะพูดบางสิ่ง
เมื่อเห็นท่าทางของเด็กสาว มู่เหลียงก็เข้าใจได้ทันที ก่อนที่จะลุกขึ้นไปลูบหัวมินโฮ
และพูดอย่างสบายๆ และอ่อนหวาน
“มีอะไรเกี่ยวกับพี่สาวของเธอรึป่าว บอกฉันได้นะ”
คำพูดนี้ทำให้หัวใจของมินโฮเต้นระรั่วราวกับมีน้ำผึ้งหกราดลงไปในหัวใจของเธอ มันแทบละลายหัวใจของเธอได้เลย
“มันก็เกือบที่จะถึงเมืองปักษาแล้วไม่ใช่งั้นหรอ พี่สาวของมินโฮกับซิไป่ฉีเองก็จะไปแล้วด้วย”
มู่เหลียงย่อตัวลงพร้อมกับใช้มือกดไหล่ของมินโฮอย่างอ่อนโยน
“มินโฮอยากจะไปกับพี่สาวด้วยงั้นหรอ…”
มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับเอียงหน้าและจ้องมองเข้าไปในแววตาของมินโฮ
“มะ ไม่ ฉันไม่ได้จะไป”
สายตาของมินโฮถึงกับสั่นไหว และเอามือขึ้นมาผลักมู่เหลียงออกอย่างไม่ตั้งใจ
หูกระต่ายของเธอบิดไปมา แสดงออกถึงความเขินอาย และพูดอย่างแผ่วเบา
“ฉัน……จะอยู่….กับมู่เหลียง”
“จริงหรอ”
มู่เหลียงถึงกับยิ้มมุมปาก คำตอบนี้ทำให้เขามีความสุขมาก
“คือ…มู่เหลียงพี่สาวของฉันอยากซื้อเมล็ดกับต้นอ่อน เธออยากได้สัก 50 เมล็ด”
มินโฮพูดอย่างเกรงใจ
แต่ก็ยังพยายามที่จะรวบรวมความกล้าที่จะพูดต่อ
“แต่ แต่….พี่สาวฉัน…ไม่มีผลึกสัตว์อสูรแล้ว พี่สาวเลยขอให้ฉันมาถามมู่เหลียงว่าขอติดไว้ก่อนได้ไหม!”
“ได้สิ งั้นมินโฮจัดการเรื่องนี้ให้พี่สาวแล้วกัน”
มู่เหลียงพยักหน้าและตอบอย่างไม่คิดเลยด้วยซ้ำ
“แล้วก็ให้ส่วนลดไปด้วยเลย”
เขาไม่ได้กะจะให้ต้นอ่อนกับเมล็ดพืชกับมิอาไปเฉยๆ อีกฝ่ายยังไม่ได้เข้ากับเมืองเต่าทมิฬเต็มตัว แค่การให้ที่พักกับอาหารไม่เสียหายอยู่แล้ว เพราะเธออยู่ในสถานะแขก
“ได้เลย!”
มินโฮตอบอย่างดีใจ
พี่สาวของเธอบอกว่าจะจ่ายผลึกสัตว์อสูรให้ในอนาคตแน่นอน ทำให้เธอเบาใจขึ้นมาก
“งั้นมินโฮไปพักได้แล้วล่ะ”
มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน
“ฉันอยากอยู่กับมู่เหลียง จนกว่ามู่เหลียงจะนอน ไม่งั้นฉันก็ไม่นอน!”
มินโฮดึงเก้าอี้มาแล้วนั่งลง ทำท่าเฝ้ารอมู่เหลียงอยู่อย่างเงียบๆ
“งั้นแป๊บหนึ่งแล้วกัน งานฉันใกล้จะเสร็จแล้ว”
การมีมินโฮมานั่งรอแบบนี้ทำให้งานที่ดูน่าเบื่อ กลับดูน่าทำขึ้นมาทันที
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved