สามวันต่อมา
ตูม!!
ในช่วงเช้าที่ชายป่าไพรศาลเหี่ยวเฉา เสาหินได้พังทลายลงก่อนที่เต่าทมิฬจะเหยียบซ้ำลงไปที่ซากหินถล่มเหล่านั้น
ฝุ่นกับทรายในอากาศเริ่มน้อยลง จนทำให้เห็นทุกอย่างรอบๆ ได้ดีขึ้น
แอร๊!!!
เต่าทมิฬน้อยคำรามออกมา เมื่อก้าวพ้นป่าไพศาลเหี่ยวเฉา และเข้าสู่ดินแดนรกร้างที่กว้างใหญ่
เมื่อก้าวออกพ้นเขตป่าทุกอย่างภายนอกโดมแก้วก็ดูสว่างขึ้น ไร้ซึ่งฝุ่นทรายปิดบังท้องฟ้าอีก
“ในที่สุดก็ออกจากป่าไพรศาลเหี่ยวเฉาซักที”
ที่เนินสูงเมืองเต่าทมิฬ หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นขณะที่บินอยู่บนท้องฟ้าด้วยชุดเกราะหงส์เพลิง
เธอหันหลังไปมองด้านหลัง และเห็นป่าไพรศาลเหี่ยวเฉาไกลออกไปเรื่อยๆ
ในไม่ช้ามันก็เหลือเพียงจุดดำเล็กๆ และไม่สามารถมองเห็นลักษณะเด่นของป่าไพรศาลเหี่ยวเฉา
ได้อีกต่อไป
หยู่เฟ่ยหยานกระพรือปีกสองสามครั้งก่อนที่จะบินร่อนลงมาจากท้องฟ้าสู่ลานกว้างหน้าตำหนัก
กริ้งๆ
เมื่อลงมาถึงพื้นหยู่เฟ่ยหยานได้ยินเสียงบางสิ่งเลยหันไปมอง เห็นอสูรไป่หลิวกำลังผลิตท่อแก้วออกมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
โครงการสร้างระบบประปาให้กับทั้งเมืองนั้น ตอนนี้สำเร็จไปได้แล้วสองในสาม อีกหนึ่งส่วนก็คาดว่าจะเสร็จก่อนถึงเมืองหมื่นอสูร
“พยายามเข้านะ”
หยู่เฟ่ยหยานพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
แต่กลับกันอสูรไป่หลิวกลับมองดูเธอด้วยสายตาไม่พอใจ
“....”
หยู่เฟ่ยหยานถึงกับปิดปากทันที และเดินหันหลังกลับเข้าไปในตำหนักเจ้าเมือง
“ท่านหยู่เฟ่ยหยาน”
ป๋าฟูซึ่งอยู่หน้าห้องทำงานมู่เหลียงได้เงยหน้าขึ้นมาเห็นเลย จึงกล่าวทักทาย
ส่วนสาวใช้อีกสองคนตอนนี้กำลังทำความสะอาดตำหนัก และเตรียมมื้ออาหารต่อไป
และต้องไปที่สวนหลังบ้านเพื่อดูแลต้นไม้พืชผล พร้อมกับดูแลการอยู่การกินของโหย่วเฟ่ยด้วย
“มู่เหลียงอยู่ไหม?”
หยู่เฟ่ยหยานยกหน้ากากขึ้นและถาม
“ค่ะ”
ป๋าฟูตอบเบาๆ พร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย
เธอชอบงานของเธอมากในตอนนี้ มีทั้งอาหารและน้ำให้ดื่มทุกวัน และยังได้รับเงินเดือนอีกด้วย
ก็อกๆ
หยู่เฟ่ยหยานเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ
“ฉันเข้าไปแล้วนะ”
เอี้ยด
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของมู่เหลียง และเห็นว่ามู่เหลียงกำลังเล่นกับลูกบอลแก้วขนาดเท่ากำปั้นอยู่
“มีอะไรงั้นหรอ เฟ่ยหยาน”
มู่เหลียงเห็นหญิงสาวผมแดงเดินเข้ามาเลยถามขึ้น
“แค่จะมาบอกว่าตอนนี้พวกเราออกจากป่าไพรศาลเหี่ยวเฉาแล้ว”
หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้ามาใกล้มู่เหลียงและดูลูกบอลแก้วอย่างสนใจ
“เรื่องนี้ฉันรู้แล้ว”
มู่เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย
เมื่อออกจากป่าไพรศาลเหี่ยวเฉา เต่าทมิฬก็ได้ส่งความคิดมาถึงเขาทันที
“เอ้า…หรอ”
หยู่ฉินหลานเม้มปากเล็กน้อย
ก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่ลูกบอลแก้วด้วยความสงสัย
“ไอ้นั้นคืออะไร”
“นี่หรอ..นี้จะเป็นอาวุธแบบใหม่ที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต เรียกมันว่าระเบิดแก้ว”
มู่เหลียงวางลูกบอลแก้วบนโต๊ะทำงาน
“ระเบิดแก้ว?”
หยู่เฟ่ยหยานยังคงไม่เข้าใจ และสงสัยว่ามันจะเป็นอาวุธได้ยังไง
“ใช้มันเป็นอาวุธประเภทเผาทำลาย”
ก่อนที่เขาจะหยิบบอลแก้วขึ้นมาโยนเล่นไปมา ตอนนี้ขาดเพียงแค่วิธีการจุดระเบิดเท่านั้น
ถ้าทำสำเร็จระเบิดแก้วนี้จะทรงพลังเท่ากับการโจมตีของผู้มีพลังขั้น 3
“อะไรนะ อาวุธเผาทำลาย? มันคือยังไง”
หยู่เฟ่ยหยานถึงทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก
ทำไมกันมู่เหลียงถึงชอบพูดอะไรที่ดูเข้าใจยากอยู่เสมอ
มู่เหลียงคิดอยู่เล็กน้อย และหาคำอธิบายเกี่ยวกับระเบิดเผาทำลายก่อนที่จะพูดขึ้น
“มันคืออาวุธประเภทหนึ่งที่สร้างปฏิกิริยาการสั่นสะเทือนจนเกิดความร้อนสูง และสะสมไว้มากจนถึงเวลามันจะระเบิดออกมาเพื่อทำลายเป้าหมาย”
“....????”
มุมปากของหยู่ฉินหลานยกขึ้น และใบหน้าบิดเบี้ยว ยิ่งเธอฟังคำอธิบายเธอยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก
มู่เหลียงหัวเราะแห้งๆ เป็นเรื่องปกติที่หยู่เฟ่ยหยานจะไม่เข้าใจ เพราะมันเป็นความรู้จากโลกเดิมของเขา
หยู่เฟ่ยหยานหมดความสนใจในลูกบอลแก้วทันที
และเปลี่ยนเรื่องถาม
“มู่เหลียงแล้วเมื่อไหร่เราจะไปถึงเมืองหมื่นอสูร”
“ด้วยความเร็วประมาณนี้เราน่าจะถึงภายในสามวัน”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
“สามวันงั้นหรอ ใกล้จะถึงแล้วสินะ”
หยู่เฟ่ยหยานเม้มปากเล็กน้อยและเผยให้เห็นร่องรอยของความเบื่อหน่ายบนใบหน้า
มู่เหลียงเลิกคิ้วก่อนที่จะยิ้มและถามกลับไป
“แล้วเป็นไงจำกฏการบินได้รึยัง”
กฏการบินเป็นสิ่งที่มู่เหลียงตั้งขึ้นมาสำหรับเมืองเต่าทมิฬ
เมื่อเริ่มมีการขนส่งทางอากาศ ลูกเรือและเจ้าหน้าที่บริการสายการบินทุกคนจะต้องรู้กฏพวกนี้
เช่นเดียวกันในฐานะแม่ทัพกองทัพอากาศอย่างหยู่เฟ่ยหยานเองก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน เพราะเธอจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบการเคลื่อนไหวบนท้องฟ้า
“ยัง…”
แววตาของหยู่เฟ่ยหยานดูรู้สึกผิด พร้อมกับความรู้สึกหนักที่หัวจนต้องก้มหน้าลง
มีกฏการบินทั้งหมด 50 ข้อที่มู่เหลียงกำหนดขึ้น
ข้อ 1 ผู้โดยสารทุกคนในสายการบินไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธขึ้นบินเด็ดขาด
ข้อ 2 ห้ามก่อเรื่องวิวาทบนสายการบิน
ข้อ 3…
“แล้วจำได้กี่ข้อแล้ว”
มู่เหลียงเคาะนิ้วเล่นบนโต๊ะและถาม
หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างเขินๆ และยิ้มแห้งๆ
“จำได้ 5 ข้อ”
“ห้ะ? จำได้ 5 ข้อเองงั้นหรอ”
มู่เหลียงถึงกับตะลึง ไม่รู้ว่าเขาจะหัวเราะหรือเศร้าใจดี
ผ่านมาสองสามวันแล้วตั้งแต่ออกกฏหมายการบินไป แต่หยู่เฟ่ยหยานจำได้เพียงห้าข้อ
“ฉัน…ฉันกลับไปท่องจำต่อก่อนแล้วกัน”
หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นอย่างเขินอายก่อนที่จะรีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องทำงาน
“อย่าเอาแต่แอบอู้ล่ะ”
มู่เหลียงพูดส่งท้ายไปไม่กี่คำ
เจ้าหน้าที่บนสายการบินเต่าทมิฬ จะได้รับการคัดเลือกและฝึกสอนอย่างเข้มงวด ให้พร้อมทำงานในเร็วๆ นี้
“รู้แล้ว!!”
เสียงของหยู่เฟ่ยหยานตะโกนตอบกลับมา และหนีไปอย่างรวดเร็ว
มู่เหลียงถึงกับกลุ้มใจแต่ก็อดที่จะขำไม่ได้ หรือว่ามันเร็วเกินไปที่จะมอบตำแหน่งแม่ทัพอากาศให้หยู่เฟ่ยหยาน
“ช่างเถอะ ให้โอกาสเธอได้เรียนรู้ไปก่อน”
มู่เหลียงส่ายหัวและศึกษาการทำลูกแก้วระเบิดต่อ
“หรือจะเอาเป็นแบบสายชนวนแล้ว จุดไฟเอา”
ตอนนี้ลูกบอลแก้วยังปิดสนิทเรียบเนียน แต่มู่เหลียงจะเจาะรูและเอาผลระเบิดใส่เข้าไป
แต่ผลึกแก้วที่มู่เหลียงสร้างขึ้นมานั้นค่อนข้างจะแข็ง เกรงว่าเมื่อระเบิดมันจะไม่แตกออก
“ไม่…ถ้างั้นก็ทำแก้วให้บางลง และให้มันเกิดปฏิกิริยาจากการถูกกระทบจากภายนอกแทน…”
เขาโยนลูกบอลแก้วไปมา ก่อนที่จะใช้พลังของเขาปรับเปลี่ยนลูกบอลแก้วให้เล็กลงจนเห็นได้อย่างชัดเจน
สิบวินาทีต่อมามู่เหลียงได้หยุดมือลง และทำให้ลูกบอลแก้วกลวงและบางราวกับแผ่นกระดาษ”
“แค่นี้น่าจะพอแล้ว”
มู่เหลียงบ่นกับตัวเอง
เขาลุกขึ้น และเดินออกไปจากห้องทำงาน ตรงไปยังพื้นที่ด้านหลังของตำหนักเจ้าเมือง
ห้านาทีต่อมาจากนั้น
มู่เหลียงกระโดดข้ามกำแพงออกไปจากเนินสูง และไปร่อนลงที่พื้นที่ด้านนอก
ไม่ไกลจากกำแพงมีสวนผลไม้อยู่ มีพื้นที่โล่งอยู่ มันถูกเว้นเอาไว้ทำสวนผลไม้ในอนาคต
มู่เหลียงคิดในใจ จากนั้นก็สร้างกำแพงดินขึ้นมาในพื้นที่โล่งหากออกไปจากจุดที่เขายืน 20 เมตร
ก่อนที่จะโยนระเบิดแก้วที่ปรับปรุงแล้วออกไป ชนเข้ากับกำแพงหินอย่างแม่นยำ
ตูม!!
แรงระเบิดได้อัดใส่กำแพงดินจนแตกละเอียด
“พลังทำลายล้างก็ไม่เลว”
ระเบิดแก้วที่ปรับแก้ไขมาแล้ว ทำให้ระเบิดได้เพียงแค่ขว้างมันออกไปให้กระทบกับบางสิ่ง ซึ่งพลังทำลายล้างนั้นเทียบได้กับผู้มีพลังขั้น 3
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved