ตอนที่ 277

สามวันต่อมา

ตูม!!

ในช่วงเช้าที่ชายป่าไพรศาลเหี่ยวเฉา เสาหินได้พังทลายลงก่อนที่เต่าทมิฬจะเหยียบซ้ำลงไปที่ซากหินถล่มเหล่านั้น

ฝุ่นกับทรายในอากาศเริ่มน้อยลง จนทำให้เห็นทุกอย่างรอบๆ ได้ดีขึ้น

แอร๊!!!

เต่าทมิฬน้อยคำรามออกมา เมื่อก้าวพ้นป่าไพศาลเหี่ยวเฉา และเข้าสู่ดินแดนรกร้างที่กว้างใหญ่

เมื่อก้าวออกพ้นเขตป่าทุกอย่างภายนอกโดมแก้วก็ดูสว่างขึ้น ไร้ซึ่งฝุ่นทรายปิดบังท้องฟ้าอีก

“ในที่สุดก็ออกจากป่าไพรศาลเหี่ยวเฉาซักที”

ที่เนินสูงเมืองเต่าทมิฬ หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นขณะที่บินอยู่บนท้องฟ้าด้วยชุดเกราะหงส์เพลิง

เธอหันหลังไปมองด้านหลัง และเห็นป่าไพรศาลเหี่ยวเฉาไกลออกไปเรื่อยๆ

ในไม่ช้ามันก็เหลือเพียงจุดดำเล็กๆ และไม่สามารถมองเห็นลักษณะเด่นของป่าไพรศาลเหี่ยวเฉา

ได้อีกต่อไป

หยู่เฟ่ยหยานกระพรือปีกสองสามครั้งก่อนที่จะบินร่อนลงมาจากท้องฟ้าสู่ลานกว้างหน้าตำหนัก

กริ้งๆ

เมื่อลงมาถึงพื้นหยู่เฟ่ยหยานได้ยินเสียงบางสิ่งเลยหันไปมอง เห็นอสูรไป่หลิวกำลังผลิตท่อแก้วออกมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

โครงการสร้างระบบประปาให้กับทั้งเมืองนั้น ตอนนี้สำเร็จไปได้แล้วสองในสาม อีกหนึ่งส่วนก็คาดว่าจะเสร็จก่อนถึงเมืองหมื่นอสูร

“พยายามเข้านะ”

หยู่เฟ่ยหยานพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

แต่กลับกันอสูรไป่หลิวกลับมองดูเธอด้วยสายตาไม่พอใจ

“....”

หยู่เฟ่ยหยานถึงกับปิดปากทันที และเดินหันหลังกลับเข้าไปในตำหนักเจ้าเมือง

“ท่านหยู่เฟ่ยหยาน”

ป๋าฟูซึ่งอยู่หน้าห้องทำงานมู่เหลียงได้เงยหน้าขึ้นมาเห็นเลย จึงกล่าวทักทาย

ส่วนสาวใช้อีกสองคนตอนนี้กำลังทำความสะอาดตำหนัก และเตรียมมื้ออาหารต่อไป

และต้องไปที่สวนหลังบ้านเพื่อดูแลต้นไม้พืชผล พร้อมกับดูแลการอยู่การกินของโหย่วเฟ่ยด้วย

“มู่เหลียงอยู่ไหม?”

หยู่เฟ่ยหยานยกหน้ากากขึ้นและถาม

“ค่ะ”

ป๋าฟูตอบเบาๆ พร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย

เธอชอบงานของเธอมากในตอนนี้ มีทั้งอาหารและน้ำให้ดื่มทุกวัน และยังได้รับเงินเดือนอีกด้วย

ก็อกๆ

หยู่เฟ่ยหยานเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ

“ฉันเข้าไปแล้วนะ”

เอี้ยด

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของมู่เหลียง และเห็นว่ามู่เหลียงกำลังเล่นกับลูกบอลแก้วขนาดเท่ากำปั้นอยู่

“มีอะไรงั้นหรอ เฟ่ยหยาน”

มู่เหลียงเห็นหญิงสาวผมแดงเดินเข้ามาเลยถามขึ้น

“แค่จะมาบอกว่าตอนนี้พวกเราออกจากป่าไพรศาลเหี่ยวเฉาแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้ามาใกล้มู่เหลียงและดูลูกบอลแก้วอย่างสนใจ

“เรื่องนี้ฉันรู้แล้ว”

มู่เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย

เมื่อออกจากป่าไพรศาลเหี่ยวเฉา เต่าทมิฬก็ได้ส่งความคิดมาถึงเขาทันที

“เอ้า…หรอ”

หยู่ฉินหลานเม้มปากเล็กน้อย

ก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่ลูกบอลแก้วด้วยความสงสัย

“ไอ้นั้นคืออะไร”

“นี่หรอ..นี้จะเป็นอาวุธแบบใหม่ที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต เรียกมันว่าระเบิดแก้ว”

มู่เหลียงวางลูกบอลแก้วบนโต๊ะทำงาน

“ระเบิดแก้ว?”

หยู่เฟ่ยหยานยังคงไม่เข้าใจ และสงสัยว่ามันจะเป็นอาวุธได้ยังไง

“ใช้มันเป็นอาวุธประเภทเผาทำลาย”

ก่อนที่เขาจะหยิบบอลแก้วขึ้นมาโยนเล่นไปมา ตอนนี้ขาดเพียงแค่วิธีการจุดระเบิดเท่านั้น

ถ้าทำสำเร็จระเบิดแก้วนี้จะทรงพลังเท่ากับการโจมตีของผู้มีพลังขั้น 3

“อะไรนะ อาวุธเผาทำลาย? มันคือยังไง”

หยู่เฟ่ยหยานถึงทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก

ทำไมกันมู่เหลียงถึงชอบพูดอะไรที่ดูเข้าใจยากอยู่เสมอ

มู่เหลียงคิดอยู่เล็กน้อย และหาคำอธิบายเกี่ยวกับระเบิดเผาทำลายก่อนที่จะพูดขึ้น

“มันคืออาวุธประเภทหนึ่งที่สร้างปฏิกิริยาการสั่นสะเทือนจนเกิดความร้อนสูง และสะสมไว้มากจนถึงเวลามันจะระเบิดออกมาเพื่อทำลายเป้าหมาย”

“....????”

มุมปากของหยู่ฉินหลานยกขึ้น และใบหน้าบิดเบี้ยว ยิ่งเธอฟังคำอธิบายเธอยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก

มู่เหลียงหัวเราะแห้งๆ เป็นเรื่องปกติที่หยู่เฟ่ยหยานจะไม่เข้าใจ เพราะมันเป็นความรู้จากโลกเดิมของเขา

หยู่เฟ่ยหยานหมดความสนใจในลูกบอลแก้วทันที

และเปลี่ยนเรื่องถาม

“มู่เหลียงแล้วเมื่อไหร่เราจะไปถึงเมืองหมื่นอสูร”

“ด้วยความเร็วประมาณนี้เราน่าจะถึงภายในสามวัน”

มู่เหลียงพูดเบาๆ

“สามวันงั้นหรอ ใกล้จะถึงแล้วสินะ”

หยู่เฟ่ยหยานเม้มปากเล็กน้อยและเผยให้เห็นร่องรอยของความเบื่อหน่ายบนใบหน้า

มู่เหลียงเลิกคิ้วก่อนที่จะยิ้มและถามกลับไป

“แล้วเป็นไงจำกฏการบินได้รึยัง”

กฏการบินเป็นสิ่งที่มู่เหลียงตั้งขึ้นมาสำหรับเมืองเต่าทมิฬ

เมื่อเริ่มมีการขนส่งทางอากาศ ลูกเรือและเจ้าหน้าที่บริการสายการบินทุกคนจะต้องรู้กฏพวกนี้

เช่นเดียวกันในฐานะแม่ทัพกองทัพอากาศอย่างหยู่เฟ่ยหยานเองก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน เพราะเธอจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบการเคลื่อนไหวบนท้องฟ้า

“ยัง…”

แววตาของหยู่เฟ่ยหยานดูรู้สึกผิด พร้อมกับความรู้สึกหนักที่หัวจนต้องก้มหน้าลง

มีกฏการบินทั้งหมด 50 ข้อที่มู่เหลียงกำหนดขึ้น

ข้อ 1 ผู้โดยสารทุกคนในสายการบินไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธขึ้นบินเด็ดขาด

ข้อ 2 ห้ามก่อเรื่องวิวาทบนสายการบิน

ข้อ 3…

“แล้วจำได้กี่ข้อแล้ว”

มู่เหลียงเคาะนิ้วเล่นบนโต๊ะและถาม

หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างเขินๆ และยิ้มแห้งๆ

“จำได้ 5 ข้อ”

“ห้ะ? จำได้ 5 ข้อเองงั้นหรอ”

มู่เหลียงถึงกับตะลึง ไม่รู้ว่าเขาจะหัวเราะหรือเศร้าใจดี

ผ่านมาสองสามวันแล้วตั้งแต่ออกกฏหมายการบินไป แต่หยู่เฟ่ยหยานจำได้เพียงห้าข้อ

“ฉัน…ฉันกลับไปท่องจำต่อก่อนแล้วกัน”

หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นอย่างเขินอายก่อนที่จะรีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องทำงาน

“อย่าเอาแต่แอบอู้ล่ะ”

มู่เหลียงพูดส่งท้ายไปไม่กี่คำ

เจ้าหน้าที่บนสายการบินเต่าทมิฬ จะได้รับการคัดเลือกและฝึกสอนอย่างเข้มงวด ให้พร้อมทำงานในเร็วๆ นี้

“รู้แล้ว!!”

เสียงของหยู่เฟ่ยหยานตะโกนตอบกลับมา และหนีไปอย่างรวดเร็ว

มู่เหลียงถึงกับกลุ้มใจแต่ก็อดที่จะขำไม่ได้ หรือว่ามันเร็วเกินไปที่จะมอบตำแหน่งแม่ทัพอากาศให้หยู่เฟ่ยหยาน

“ช่างเถอะ ให้โอกาสเธอได้เรียนรู้ไปก่อน”

มู่เหลียงส่ายหัวและศึกษาการทำลูกแก้วระเบิดต่อ

“หรือจะเอาเป็นแบบสายชนวนแล้ว จุดไฟเอา”

ตอนนี้ลูกบอลแก้วยังปิดสนิทเรียบเนียน แต่มู่เหลียงจะเจาะรูและเอาผลระเบิดใส่เข้าไป

แต่ผลึกแก้วที่มู่เหลียงสร้างขึ้นมานั้นค่อนข้างจะแข็ง เกรงว่าเมื่อระเบิดมันจะไม่แตกออก

“ไม่…ถ้างั้นก็ทำแก้วให้บางลง และให้มันเกิดปฏิกิริยาจากการถูกกระทบจากภายนอกแทน…”

เขาโยนลูกบอลแก้วไปมา ก่อนที่จะใช้พลังของเขาปรับเปลี่ยนลูกบอลแก้วให้เล็กลงจนเห็นได้อย่างชัดเจน

สิบวินาทีต่อมามู่เหลียงได้หยุดมือลง และทำให้ลูกบอลแก้วกลวงและบางราวกับแผ่นกระดาษ”

“แค่นี้น่าจะพอแล้ว”

มู่เหลียงบ่นกับตัวเอง

เขาลุกขึ้น และเดินออกไปจากห้องทำงาน ตรงไปยังพื้นที่ด้านหลังของตำหนักเจ้าเมือง

ห้านาทีต่อมาจากนั้น

มู่เหลียงกระโดดข้ามกำแพงออกไปจากเนินสูง และไปร่อนลงที่พื้นที่ด้านนอก

ไม่ไกลจากกำแพงมีสวนผลไม้อยู่ มีพื้นที่โล่งอยู่ มันถูกเว้นเอาไว้ทำสวนผลไม้ในอนาคต

มู่เหลียงคิดในใจ จากนั้นก็สร้างกำแพงดินขึ้นมาในพื้นที่โล่งหากออกไปจากจุดที่เขายืน 20 เมตร

ก่อนที่จะโยนระเบิดแก้วที่ปรับปรุงแล้วออกไป ชนเข้ากับกำแพงหินอย่างแม่นยำ

ตูม!!

แรงระเบิดได้อัดใส่กำแพงดินจนแตกละเอียด

“พลังทำลายล้างก็ไม่เลว”

ระเบิดแก้วที่ปรับแก้ไขมาแล้ว ทำให้ระเบิดได้เพียงแค่ขว้างมันออกไปให้กระทบกับบางสิ่ง ซึ่งพลังทำลายล้างนั้นเทียบได้กับผู้มีพลังขั้น 3