ตอนที่ 238

อามันเดินออกไปจากห้องรับแขก

ชาหน่านั่งลงบนเก้าอี้และใช้นิ้วสัมผัสไปบนตัวไม้ของเก้าอี้เบา

ชาหลัวมองไปรอบๆ และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเลยพูดขึ้น

“พี่ใหญ่ เมื่อวานหน้าต่างพวกนี้ยังเป็นกระดาษอยู่เลยไม่ใช่หรอ วันนี้มันกลายเป็นผลึกแก้วไปแล้ว”

ชาหน่าจึงหันมอง และเห็นว่าสิ่งที่น้องสาวของเขาพูดเป็นความจริง เป็นไปได้ว่าในเมืองนี้มีผู้ตื่นที่มีพลังในการสร้างผลึกแก้วอยู่

ในตอนนั้นเองที่เว่ยหยูหลันเดินเข้ามาในห้องรับรอง และพูดขึ้นเบาๆ

“ทุกท่านดื่มชาก่อน นายท่านมู่เหลียงจะมาในไม่ช้า”

สาวใช้ตัวน้อยมาพร้อมกับแก้วน้ำชาในถาด ก่อนที่จะวางแก้วชาไว้ตรงหน้าทุกคน ตัวแก้วนั้นใสทำให้เห็นสีของน้ำชาอย่างชัดเจน

“ถ้วยชุดน้ำชาพวกนี้สวยจัง”

สายตาของชาหลัวเป็นประกายและดูชื่นชอบสิ่งนี้

“ถ้าเจ้าเมืองมาแล้ว ฉันจะถามว่าเขามีชุดน้ำชาเหล่านี้ขายไหม”

ชาหน่าพูดเบาๆ

“ใช่ๆ”

ชาหลัวพูดขึ้นพร้อมกับหยิบถ้วยชาขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง

เว่ยหยูหลันรินน้ำชาให้อย่างเงียบๆ ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง เหลือไว้เพียงสามพี่น้องเท่านั้น

ครั้งนี้ชาหน่าไม่ลังเลเลยที่จะยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม

สิบนาทีต่อมา

ตุบๆ

มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น

มู่เหลียงเดินมาที่ห้องรับรองพร้อมกับหยู่ฉินหลานที่เดินตามหลังเข้ามาติดๆ

“ขออภัยที่ต้องให้รอ”

มู่เหลียงเมื่อมาถึงก็กล่าวทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง

หยู่ฉินหลานเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้มู่เหลียงนั่งก่อน ก่อนที่เธอจะนั่งลงข้างๆ

ชาหน่าส่ายหัวเบาๆ และพูดขึ้น

“ไม่เลยพวกเรามาเร็วเกินไป เลยรบกวนเวลาของท่าน”

ชาเลามองดูมู่เหลียงกับหยู่ฉินหลาน

เขารู้สึกตกใจอย่างมากที่ไม่สามารถตรวจสอบพลังของมู่เหลียงได้ นั้นทำให้เขามั่นใจว่ามู่เหลียงมีพลังในขั้น 8 แน่นอน

หยู่ฉินหลานเหลือบมองชาเลาเล็กน้อย ก่อนที่จะไล่มองไปถึงปีกที่อยู่ด้านหลังของเขา

ปีก 3 คู่นั้นแสดงว่าเป็นผู้มีพลังขั้น 7

“....”

ชาเลาขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่ด้านหลังของมู่เหลียง และรู้สึกเหมือนมีคนยืนอยู่ตรงนั้น

“แล้ว…มีเรื่องสำคัญอะไรถึงมากันเช้าแบบนี้”

มู่เหลียงถามเข้าประเด็นทันที

น้ำเสียงของชาหน่านั้นดูจริงใจและเชื้อเชิญ

“นั้นเพราะท่านพ่อของผม หรือเจ้าเมืองปักษาอยากจะเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงตอนเที่ยงของวันนี้”

“เชิญไปงานเลี้ยง?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“ใช่แล้ว ท่านพ่ออยากจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับท่าน ท่านเจ้าเมืองเต่าทมิฬคิดเห็นเช่นไร”

“ฉันขอรับคำเชิญของเจ้าเมืองปักษา”

มู่เหลียงพยักหน้าเห็นด้วย

แววตาของชาหนานั้นฉายออกถึงความสุข และพูดต่อทันที

“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะขอกลับไปก่อน และจะเตรียมการรอต้อนรับท่านเจ้าเมือง”

“ตามสบายเถอะ”

มู่เหลียงพยักหน้า

“ว่าแต่ท่านเจ้าเมือง ชุดน้ำชาแบบนี้มีขายอีกหรือไม่”

ชาหลัวถามขึ้นพร้อมกับวางถ้วยชาในมืออย่างหนักใจเล็กน้อย

หยู่ฉินหลานเลยชิงตอบก่อนทันที

“ของแบบนี้มีขายในถนนการค้า”

ยอดขายของหอเรือนกระจกไม่ได้ดีมากนัก และไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งเอาไว้เท่าไร

เพราะในโลกที่ล้มสลายแบบนี้อาหารและน้ำเป็นสิ่งสำคัญกว่า

สิ่งของสร้างความพึงพอใจหรือของตกแต่งนั้นไม่ใช่ของจำเป็น จะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่สนใจสิ่งเหล่านี้

“เข้าใจแล้ว”

ชาหลัวพยักหน้า พร้อมกับแววตาที่อดใจรอไม่ไหวอีกแล้ว

มู่เหลียงยกมือขึ้นและวางเบาๆ บนไหล่ของหยู่ฉินหลาน และกระซิบเบาๆ

“ฉินหลานส่งแขกด้วยนะ”

“ได้ค่ะ”

หยู่ฉินหลานแสดงออกถึงสีหน้าที่มีความสุข และพยักหน้าตอบ

เธอลุกขึ้น และก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยและพาสามพี่น้องออกไปจากตำหนักเจ้าเมือง

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงที่เย็นชาดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า

“มู่เหลียง! คิดจะไปจริงๆ งั้นหรอ”

ร่างของลี่เยว่ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของมู่เหลียง

“ใช่”

มู่เหลียงเพียงพยักหน้า

“มันอาจจะเป็นกับดักก็ได้”

ลี่เยว่พูดต่อด้วยแววตาที่เป็นกังวล

มุมปากมู่เหลียงยกสูงขึ้นและพูดอย่างสบายๆ

“ฉันมีเหตุผลของฉัน”

“เหตุผลอะไร!!”

ลี่เยว่ถามพร้อมกับดึงหน้ากากออก และแสดงให้เห็นว่าเธอจริงจังแค่ไหน

มู่เหลียงยังไม่ตอบเพียงหัวเราะเล็กน้อยเบาๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น

“เหตุผลคือสมบัติของเมืองปักษา”

“.....”

ลี่เยว่เม้มปาก และพยายามกลั้นหัวเราะทันที

“ใกล้เวลาแล้ว เตรียมตัวกันเถอะ ฉันต้องการรถม้าประจำตัว”

มู่เหลียงลุกขึ้นและเดินออกไปจากตำหนักเจ้าเมือง

“รถม้า?”

ลี่เยว่พูดออกมาเบาๆ และไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงเดินตามมู่เหลียงไป

และยืนอยู่ด้านหลังมู่เหลียงเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร และเฝ้าดูว่ามู่เหลียงจะทำอะไร

ผ่านไปห้านาที มู่เหลียงก็ยกฝ่ามือขึ้นมาเล็กน้อย และใช้พลังควบคุมผลึก

เกิดประกายแสงวูบวาบขึ้นตรงหน้าลานตำหนัก ก่อนที่จะมีผลึกแก้วปรากฏขึ้นมาจากอากาศ และเกิดเป็นรถม้าผลึกที่ใสดุจแก้ว

รถม้ามีสี่ล้อตกแต่งด้วยลวดลายของมังกรและหงส์อมตะ และมีมังกรฟ้าโอบล้อมรถเอาไว้

“รถม้ามันดูโล่งเกินไป”

มู่เหลียงหยุดมองเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนและตกแต่งเพิ่มเติม มันคล้ายกับการเจียระไนเพชร ทำให้ตัวผลึกมีการหักเหของแสงจนทำให้มองเห็นภายในรถได้ยาก

“มู่เหลียง นายกำลังทำอะไร”

มินโฮเดินออกมาจากตำหนักเจ้าเมือง

“สร้างรถม้า”

มู่เหลียงตอบเบาๆ และใช้นิ้วชี้ตวัดไปมาเพื่อเจียระไนตัวผลึก

“เอ๋…มู่เหลียงจะออกไปข้างนอกหรอ”

มินโฮถามทันที

“ก็เจ้าเมืองปักษาเชิญฉันไปงานเลี้ยง”

“มู่เหลียงชี้นิ้วไปทางมินโฮ และถามขึ้น

“เธอต้องไปกับฉัน”

“มะ..ไม่เอาด้วยหรอก”

มินโฮปฏิเสธพร้อมกับหูที่ห้อยตกลง

เธอนั้นขี้อายเกินไป หากไปด้วยจะทำให้มู่เหลียงขายหน้าหรือลำบากได้

มู่เหลียงเข้าใจความคิดของมินโฮดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้นิสัยขี้อายของเด็กสาวยังไงเหมือนกัน

“ฉันจะไปหาซื้อเบาะรองนั่งจากร้านค้า ผลึกแก้วพวกนี้แข็งนั่งไม่สบายแน่”

มินโฮอยู่ๆ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“ไม่ต้องหรอก ใช้เพียงใยแมงมุมก็สร้างเบาะนั่งได้แล้ว”

มู่เหลียงพูดต่อ

เขายกมือขึ้น และยิงใยแมงมุมออกมาก่อนที่จะถักให้มันขดเป็นม้วนและกลายเป็นเบาะนั่งสีขาว มู่เหลียงลองกดน้ำหนักลงไป เบาะนั้นก็เด้งกลับขึ้นมาแสดงถึงความยืดหยุ่น

“ก็ใช้ได้”

มินโฮจุ๊ปากราวกับว่าเธอช่วยอะไรไม่ได้เลย

มู่เหลียงทำการปรับเปลี่ยนรูปร่างของรถม้าอีกเล็กน้อย โดยใช้ใยแมงมุมพันไว้รอบล้อของรถม้าเพื่อทำให้แรงสั่นสะเทือนระว่างนั่งลดลง

สิบนาทีต่อมา รถม้าก็ถูกสร้างเสร็จ

“สวยมาก”

มินโฮเอามือไปแตะที่ตัวรถม้าที่เป็นประกาย กับรูปสลักสัตว์อสูรที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

ก่อนที่มินโฮจะหันกลับไปและถามอย่างสงสัย

“มู่เหลียงมันคือสัตว์อสูรแบบไหน”

“มันไม่ใช่สัตว์อสูร มันเรียกว่ามังกรศักดิ์สิทธิ์ หรือเรียกว่ามังกรฟ้า”

“มังกรฟ้า?”

ทั้งมินโฮและลี่เยว่มองหน้ากันด้วยความมึนงง นี้เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนี้

มันเป็นสัตว์อสูรจิตวิญญาณงั้นหรอ หรือเป็นสัตว์อสูรโบราณกันแน่?

“มู่เหลียง แล้วจะใช้อะไรลากรถม้านี้”

ลี่เยว่ถามด้วยความสงสัย

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเสี่ยวไก”

มู่เหลียงคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะตอบ

แต่มันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรที่จะให้กิ้งก่ายักษ์มาลากรถม้า

“ให้ลี่ลี่และคนอื่นๆ เตรียมตัว พวกเราจะไปเมืองปักษากันตอนเที่ยง”

มู่เหลียงพูดอย่างสุขุม

“ได้”

ลี่เยว่พยักหน้า และหันหลังเดินไปตามพรรคพวกและคนอื่นๆ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึงเวลาเที่ยง

ที่หน้าลานกว้างหน้าตำหนักเจ้าเมือง

มู่เหลียงกำลังเตรียมตัวไปยังงานเลี้ยง

กี้!

เสี่ยวไกสะบัดหางไปมา บนหัวของมันมีโซ่ที่ทำมาจากผลึกสี่เส้น และเชื่อมเข้ากับรถม้า

ที่รอบๆ มีหมาป่าจันทราสิบสองตัวเข้าแถวเป็นสองแถวอยู่ข้างรถม้า โดยขนของมันถูกหวีให้เรียบสลวยก่อนแล้ว และมีหน่วยพิทักษ์เนินสูงขี่อยู่บนหลังของพวกมัน

ทั้งหมดสวมเสื้อคลุมภูติผี และมีหน้าไม้ห้อยอยู่ที่เอวด้านข้าง

ลี่เยว่ หยางปิง ลี่ลี่ และหนี่จี๋ชา ติดอาวุธครบมือ โดยสวมชุดเกราะภูติผีทั้งร่างกาย และซ่อนร่างของตัวเองเอาไว้

“ขอฝากเมืองเต่าทมิฬไว้กับทุกคนด้วย”

มู่เหลียงมองไปยังผู้พิทักษ์เนินสูงที่เหลืออยู่

“รับทราบ”

อามันและหน่วยพิทักษ์เนินสูงคนอื่นๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน และยกมือขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์

“โปรดระวังตัวด้วย”

มินโฮเดินเข้ามาและจัดคอเสื้อให้มู่เหลียง

“ฉันจะระวัง เพราะงั้นรอจนกว่าฉันจะกลับมา”

มู่เหลียงยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยื่นมือไปบีบจมูกน้อยๆ ของมินโฮ

“อือ..”

มินโฮพยักหน้าด้วยความเขินอาย

“ไปกันได้”

มู่เหลียงเหลือบมองไปยังหยู่ฉินหลานที่อยู่ข้างๆ

“นี้มันดูอลังการเกินไปจริงๆ”

หยู่ฉินหลานพูดออกมาพร้อมกับทำน้ำเสียงล้อเลียน

“ฮ่าๆ ก็นั้นและคือสิ่งที่ฉันอยากได้”

มู่เหลียงหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนก้าวเดินขึ้นรถม้า

และบังเกิดรอยยิ้มในแววตาของหยู่ฉินหลาน ก่อนที่เธอจะเดินขึ้นรถม้าไป

“ออกเดินทาง”

เสียงของมู่เหลียงที่ดูน่าเกรงขามดังขึ้น

ครืน!!

ถนนดินกว้างแปดเมตรถูกสร้างขึ้นจากพื้นดินเป็นทางยาวไปบนท้องฟ้าต่อหน้าทุกคน

ถนนได้สร้างผ่านป้อมปราการและออกนอกเมืองในทันที

เสาหินปรากฏขึ้นจากพื้นดินอย่างต่อเนื่องเป็นเสารับน้ำหนักของถนนที่มู่เหลียงสร้างขึ้น

บรู้ว!!

หมาป่าจันทราเงยหน้ามองท้องฟ้าและเห่าหอนขึ้นมา และวิ่งไปตามถนนโดยมีหน่วยพิทักษ์เนินสูงนั่งอยู่บนหลัง

บนหลังของหมาป่าจันทรา ภายในหน้ากากของหน่วยพิทักษ์เนินสูง ต่างมีความคิดที่หลากหลายไปหมด

“นี้มันสุดยอดมาก”

นี่เป็นหนึ่งในความคิดที่ทุกคนคิดเหมือนกัน

กี้!!

เสี่ยวไกลากรถม้าแก้ว วิ่งตามถนนอย่างรวดเร็ว

ฉากนี้มันได้กลายเป็นจุดสนใจกับผู้ที่พบเห็น