ตอนที่ 119

“นี่หรอพลังในการวิวัฒนาการสัตว์อสูร……แบบนี้มันไม่เกินจริงไปหน่อยหรอ”

ลี่ลี่มองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

เธอเห็นแกะที่ตัวโตขึ้นถึงสองเมตรต่อหน้าเธอ และเปลี่ยนรูปร่างไปอย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีพลังพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเป็นแกะอ่อนแอตัวหนึ่งเท่านั้น

“เดี๋ยวฉันจะศึกษามันเพิ่มเติมอีกหน่อย เผื่อว่ามันจะให้น้ำนมได้”

มู่เหลียงมองไปยังแกะเขาหกเหลี่ยมที่ดูไร้เดียงสา และคิดว่าหากใช้มันเป็นสัตว์ขี่ได้ก็คงจะดี

และเขาเองก็อยากรู้ว่า มันเป็นแกะพันธ์ไหน แกะนมหรือแกะขน

มู่เหลียงถูไปตามขนแกะสีดำอย่างเบามือ และพบว่าขนของมันนั้นทั้งเหนียวและผลักมือของเขาออกทุกครั้งที่กดลงไป

หากนำขนของแกะมาทำเสื้อผ้าได้ มันจะกลายเป็นเสื้อผ้าทั่วไปที่ซับแรงได้ สะท้อนแรงได้

“เดี๋ยวฉันจะทดสอบให้เอง”

มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธอยู่นิดหน่อย

“หากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน แกห้ามไปกินอะไรในสวนเด็ดขาด”

มู่เหลียงสื่อสารกับแกะผ่านกระแสจิต และเตือนมัน

เขารู้ว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวนั้นไร้เดียงสาและทำอะไรไปตามสัญชาตญาณ เขากลัวว่าเจ้าแกะนี้จะเข้าไปกินพืชผลในสวนของเขาจนเละเทะไปหมด หากเป็นแบบนั้นจริงๆ ต่อให้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงเอาไว้ เขาก็อยากจะกินเนื้อมันเหมือนกัน

แบะๆๆ!

แกะเขาหกเหลี่ยมส่งเสียงร้องสองสามครั้งราวกับรับรู้และดูไม่พอใจ

“อย่าลองดี ทำตัวน่ารักๆ เข้าใจไหม”

มุมปากของมู่เหลียงกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่จะกดมือลงบนหัวของแกะเขาหกเหลี่ยม

เขาคงไม่ยอมให้แกะตัวนนี้เข้ามาอ้อนเขาด้วยการเอาหัวมาถูเด็ดขาด ใครมันจะไปรับการถูกจากเขาทั้งหกของของมันได้

แบะ แบะ…

แกะเขาหกเหลี่ยมร้องอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องโถงเองอย่างเชื่อฟัง

สายตาที่ดูโกรธแค้นของมินโฮนั้นยังไม่จางหายไป และมองไล่หลังเจ้าแกะไปตลอดทาง

“ลี่เยว่ เอางูมาให้ฉัน”

มู่เหลียงพูดขึ้นต่อทันที

ตอนนี้เขามีพลังในการสะท้อนแล้ว ทำให้พลังป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ทำให้มู่เหลียงตั้งหน้าตั้งตารอดูว่างูตัวนี้จะมอบความสามารถอะไรให้เขา

เพราะยังไงเต่าทมิฬนั้นตามตำนานก็ถูกเรียกว่าเต่าอสรพิษ ในตำนานหางของสัตว์เทพเต่าทมิฬนั้นเป็นงู หากบนตัวของเต่าทมิฬมีงูด้วยก็จะตรงกับรูปลักษณ์ของเต่าทมิฬทันที

“เอานี้”

ลี่เยว่ยื่นถุงผ้าที่ใส่งูให้มู่เหลียง

“งั้นเอาตัวที่ใหญ่ที่สุด”

มู่เหลียงมองดูงูที่ดิ้นเลื้อยไปมาในถุงผ้า ก่อนที่เขายื่นมือลงไปจับงูตัวใหญ่ที่สุดขึ้นมา

-ติ๊ง! ตรวจพบสัตว์ฝึกเลี้ยงได้ระดับ 0 งูขาว ต้องการฝึกฝนหรือไม่-

“ฝึกและเพิ่มระดับให้มันเป็นระดับ 5 ทันที”

-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้มในการฝึกเลี้ยงสัตว์อสูร……ฝึกฝนสำเร็จ-

-ติ๊ง! งูขาวระดับ 0 ทำการวิวัฒนาการเป็นระดับ 5 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 11,110 แต้ม-

-งูขาวกลายพันธ์เป็นงูเหมัน!!-

-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถงูเหมัน:บงการหิมะ-

-ถ่ายทอดความสามารถสำเร็จ-

เขาไม่คิดว่าสัตว์เลี้ยงตัวนี้จะมีพลังของน้ำแข็ง ในตอนแรกมู่เหลียงคาดเดาว่าจะได้พลังพิษร้ายแรงเสียอีก

แล้วมู่เหลียงก็รู้สึกเย็นวาบไปตั้งแต่หัวจรดเท้า มันทำให้ตัวของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“ฟูวว”

มู่เหลียงพ่นลมหายใจออกมา มันได้กลายเป็นไอหมอกสีขาว ก่อนที่เขาจะลองเปิดค่าสถานะดู

ผู้ฝึก : มู่เหลียง

ถึกทน 148.2

ปราณ 171

อายุขัย 24 / 3550 ปี

ความสามารถ: พุ่งสะท้อนระดับ 5 บ่งการหิมะระดับ 5 (ซ่อน…)

…..

สิ่งที่ฝึกฝน แกะเขาหกเหลี่ยม (ระดับ 5) ทักษะ พุ่งสะท้อนระดับ 5

งูเหมัน (ระดับ 5) ทักษะ บงการหิมะระดับ 5

(ซ่อน….)

…..

“ตอนนี้อายุแค่ 24 เอง”

มู่เหลียงมองเห็นค่าอายุขัยก็รู้สึกตลกทุกครั้ง

เขาอายุเพียง 24 แต่กลับมีอายุขัย 3,000 ปีไปแล้ว และเขาคงไม่รู้เลยว่าจะอายุได้ยืนยาวไปอีกแค่ไหน

ในเวลานี้งูขาวได้กลายร่างเป็นงูเหมัน ขนาดลำตัวของมันใหญ่ขึ้นพอๆ กับผู้ใหญ่และมีลำตัวยาวถึงแปดเมตร

ส่วนหัวของมันเป็นสีขาวราวกับหิมะ เกล็ดบางส่วนก็ใสสะท้อนราวกับผลึกน้ำแข็ง

เด็กสาวทุกคนตัวแข็งทื่อทันที

“เจ้านี้คืองูตัวเมื่อกี้จริงๆ งั้นหรอ! มันจะเปลี่ยนแปลงมากเกินไปรึป่าว!”

ลี่ลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว

“ไม่เลย ธรรมดามากหากเทียบกับตัวอื่น”

ลี่เยว่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเต่าทมิฬมาแล้ว แค่นี้ถือว่าเล็กน้อย

“นี้แบบนี้เรียกธรรมดาได้งั้นหรอ?!”

ลี่ลี่พูดขึ้นด้วยความตกใจ และประหลาดใจสุดๆ

เมื่อครู่งูสีขาวยังตัวเล็กกว่าแขนเธออยู่เลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ตัวมันยาวถึง 8 เมตรไม่พอ หากมันคิดจะกินเธอจริงๆ คงกลืนเธอทั้งตัวได้ในคำเดียว

ต่อให้หว่านเอ่อตู้มาเห็นงูตัวนี้ในเวลานี้ คงไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามันคืองูที่เขาขายให้มู่เหลียงแน่

“เดี๋ยวเธอก็ชินเอง”

ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่ในแววตาของเธอนั้นราวกับกำลังสื่อสารว่าได้เห็นอะไรที่น่าทึ่งกว่านี้มาแล้ว

“.....”

ลี่ลี่ขบฟันแน่น และอยากจะขยุมหัวลี่เยว่ การแสดงออกของลี่เยว่นั้นมันดูลึกลับและไม่บอกอะไรเธอเลยสักอย่าง

“ดูเหมือนว่าต่อไปเราคงไม่ต้องกินเนื้อตากแห้งอีกแล้ว”

มู่เหลียงมองดูงูเหมันที่เลื่อยไปมารอบๆ ตัวเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

และไม่ว่ามันจะเลื้อยไปที่ไหนตรงนั้นจะเกิดแผ่นน้ำแข็งบางๆ ขึ้น

เมื่อได้รับพลังบงการหิมะมาแล้ว ต่อจากนี้อาหารทุกอย่างภายในเมืองของเขาจะสดใหม่เสมอ และถูกแช่แข็งเอาไว้ มู่เหลียงเริ่มคิดถึงห้องเย็นที่แช่เนื้อสดจำนวนมาก

“อากาศมันหนาวขึ้นเรื่อยๆ เลย”

มินโฮกอดตัวเองพร้อมกับตัวที่สั่นเทา

“ดูเหมือนว่า ฉันคงต้องหาที่อยู่ให้แกสักก่อน”

มู่เหลียงเริ่มคิดแล้วว่าจะสร้างห้องตรงไหนเป็นห้องเย็นให้งูตัวนี้ไปอยู่

“ที่ส่วนท้ายของเนินสูงเป็นไง”

ลี่เยว่เสนอความคิดขึ้น

“ตรงนั้นก็เหมาะสมจริงๆ งั้นเราจะก่อสร้างห้องเย็นไว้ด้านหลัง”

แล้วมู่เหลียงก็คิดอะไรสักอย่างก่อนที่จะพูดขึ้น

“ให้งูเหมันเฝ้าด้านหลังก็ไม่เลว”

“มะมะมู่เหลียงก่อนอื่นให้มันออกไปก่อนได้ไหม”

มินโฮถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และสั่นสะท้าน

ตอนนี้ยิ่งงูเหมันอยู่ในห้องโถงนานเท่าไรพื้นในห้องโถงก็เริ่มเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง

อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้แต่เว่ยหยูหลันเองก็หนาวจนสั่นสะท้าน

สาวใช้ตัวน้อยคนนี้อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม เธอไม่สามารถทนต่อความเย็นที่งูเหมันปล่อยออกมาได้

“ให้มันเพิ่มอุณหภูมิไม่ได้หรอ”

ลี่เยว่ถามพร้อมกับเอามือถูกันไปมา

“ถามอะไรแกหน่อยเจ้างู”

มู่เหลียงส่งกระแสจิตไปสื่อสารกับงูเหมันทันที

ฟ่อ…

งูเหมันพ่นไอออกมาจากปาก

“ไม่ได้ นี้คืออุณหภูมิปกติของร่างกายมัน”

มู่เหลียงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

“งูตัวนี้มีพลังในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับตัวมัน”

ลี่ลี่พูดขึ้นอย่างหนาวสั่น

“ไม่คิดเลยว่าความเย็นที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของมัน จะมากขนาดนี้”

มู่เหลียงมองดูงูเหมัน และมองไปรอบๆ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะแล้ว

เพราะแบบนั้นทำให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะเพิ่มระดับให้งูเหมันเป็นระดับ 6 ไปทันที

ตอนนี้พื้นที่บนหลังของเต่าทมิฬยังมีจำกัดอยู่ หากว่างูเหมันเป็นระดับ 6 ขึ้นมาตัวของมันจะใหญ่ขึ้น ไม่พอเท่านั้นไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวมันจะยิ่งมากขึ้น แบบนี้จะไม่ส่งผลกับผักพืชสวนของเขางั้นหรอ

แต่ไอเย็นของมันไม่ส่งผลต่อเต่าทมิฬ เพราะงั้นต้องรอให้เต่าทมิฬตัวโตกว่านี้ และให้พื้นที่กับมันโดยเฉพาะ

เขาเริ่มคิดถึงการแบ่งพื้นที่อย่างพื้นที่หนาวเย็นไร้ชีวิตโดยมีกำแพงกั้นเอาไว้ แบ่งออกเป็นพื้นที่ร้อนกับหนาว

“งั้นเดี๋ยวฉันจะพาแกไปที่ห้องเย็นก่อน”

มู่เหลียงลุกขึ้นและพางูเหมันออกไป เขาต้องไปสร้างห้องให้กับมันก่อน

เขาเกรงว่าหากงูเหมันยังอยู่ต่อ คฤหาสน์เจ้าเมืองกว่าครึ่งได้กลายเป็นห้องเย็นหมดแน่

มู่เหลียงไปที่ด้านหลังของเนินสูง และสร้างโพรงขนาดใหญ่เชื่อมไปถึงด้านล่าง โดยที่ตรงกลางโพรงนี้มู่เหลียงได้สร้างถ้ำขึ้นมาให้งูเหมันอยู่

และที่เหนือโพรงนี้ก็สร้างเป็นห้องเย็นปิดช่องโพรงนี้เอาไว้ พร้อมกับสร้างห้องเย็นอีกที่ปิดโพรงด้านล่าง

เพราะต้องแยกอาหารระหว่างพื้นที่เนินสูงกับหมู่บ้าน เพื่อง่ายต่อการจัดการและกันความมั่วของอาหาร

“ต่อไปแกจะต้องอยู่ที่นี่ และช่วยฉันดูแลปกป้องสถานที่แห่งนี้”

มู่เหลียงกวักมือเรียกให้งูเหมันเข้าไปในห้องที่เขาสร้างขึ้น

และเขาได้ถอดเกล็ดของมันมาสองสามอันเพื่อจะเป็นบัตรผ่านเข้าออกห้องเย็นแห่งนี้ ใครที่มีเกล็ดของมันจะเข้าออกห้องเย็นได้อย่างปลอดภัย

ฟ่อ….

งูเหมันพ่นไอเย็นออกมาพร้อมกับเสียงคำรามของมัน มันดูมีความสุขมาก เพราะสถานที่แห่งนี้เหมาะกับมัน

“ในอนาคต จะมีคนมาเข้าออกที่นี่บ่อยครั้ง แต่หากว่าพวกเขามีเกล็ดของแก ก็อย่าได้ทำอะไรพวกเขาเด็ดขาด”

มู่เหลียงชูเกล็ดให้มันดู และพูดว่า

“หากใครคนใดไม่มีเกล็ดของแก เข้ามาในนี้แช่แข็งมันได้เลย”

ยังไงห้องเย็นก็ต้องถูกดูแลและจัดการโดยคน ยังไงงูเหมันก็ยังไม่ฉลาดพอที่จะทำทุกอย่างได้

ฟ่อ!!

งูเหมันขานรับราวกับเข้าใจทุกอย่างแล้ว