โรงอาหารถูกสร้างไว้ที่บริเวณส่วนกลางก่อนถึงชั้นบนสุดของเนินสูง และหากออกไปจากที่อยู่อาศัยไปไม่กี่ร้อยเมตร
เป็นอาคารชั้นเดี่ยว และได้รับการออกแบบเป็นอาคารแบบพื้นที่เปิด ที่ฝั่งซ้ายทั้งหมดของอาคารจะเป็นพื้นที่ครัวกับพื้นที่จ่ายอาหาร
ที่ฝั่งขวาจะเป็นโต๊ะที่นั่งยาวเป็นแถว ซึ่งสามารถรองรับคนได้หลายร้อยคน
หยู่ฉินหลานพาทุกคนเข้าไปยังโรงอาหาร
“ที่นี่ใหญ่มาก”
อามันมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หอมจัง กลิ่นเหมือนเนื้อทอดเลย”
หนี่จี๋ชาอดไม่ได้ที่จะเม้มปากเพื่อไม่ให้น้ำลายไหล ตั้งแต่เดินเข้ามาในโรงอาหารกลิ่นอันหอมเย้ายวนได้รบกวนสมาธิเธอมาก ทำให้แววตาของเธอดูหิวโหยขึ้นมาทันที
โรงอาหารแห่งนี้มู่เหลียงสร้างเองกับมือด้วยพลังของเขา และทำทุกอย่างเสร็จภายในสามวัน
ทุกการตกแต่งและการจัดแบ่งพื้นที่มู่เหลียงเป็นคนจัดการทั้งหมด โดยเลียนแบบมาจากโรงอาหารของโรงเรียนในความทรงจำวัยเด็กของเขา
“กลิ่มหอมมากเลย”
อามันกลืนน้ำลายมาสองสามครั้งแล้วตั้งแต่เดินเข้ามา
กลิ่นพวกนี้ไปกระตุ้นความหิวของเธอ วันนี้เธอได้กินเพียงมื้อเช้าเพื่อให้มีพลังพอที่จะออกเดินทางในตอนเย็นเท่านั้น
และก่อนหน้านี้เธอฝืนใช้พลังของโรคผีมายาทำให้ยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นไปอีก
“ไปดูอาหารที่ชอบแล้วสั่งได้เลย”
หยู่ฉินหลานพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน
“เพียงจ่ายแต้มสะสมสองแต้มก็แลกกินอาหารได้หนึ่งมื้อ”
“แต้มสะสมเพียงเล็กน้อยเพื่ออาหารถือว่าคุ้มค่ามาก”
แววตาของหนี่จี๋ชาเป็นประกายขึ้นมาทันที
เธอคำนวนภายในใจ คิดแล้ว 30 วันคือหนึ่งเดือน หากมากินอาหารที่นี่ทุกวันก็ใช้แต้มแค่ 60 แต้มเท่านั้น
ลี่ลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวเสริม
“อีกอย่างที่นี่มีอาหารเช้าให้กินโดยไม่เสียแต้มสะสมด้วย”
“จริงหรอ!”
อามันร้องออกมาด้วยความตกใจ เสียงของเธอได้ทำให้พนักงานในโรงอาหารสนใจ
ก่อนที่เด็กน้อยจะรู้ตัวและหัวเราะแห้งๆ และเอามือขึ้นมาปิดปาก
“ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นายท่านมู่เหลียงมอบให้กับหน่วยรบภูติผี เพราะเขาเห็นคุ้นค่าของพวกเรา”
ลี่เยว่กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาของเธอ
“รู้ไว้ด้วยที่เขตอยู่อาศัยนอกเนินสูง อาหารจานผักสดหนึ่งที่ต้องใช้แต้มสะสมถึง 10 แต้มในการแลก”
ลี่ลี่เองก็พูดเสริมต่อทันทีด้วยท่ากอดอกแสดงออกถึงความภาคภูมิใจ
“แต่ที่นี่เพียงใช้แต้มสะสมสองแต้ม ก็สามารถกินอาหารผักที่ปรุงสุกได้แล้ว”
ทั้งสองพยายามพูดให้ทั้งหมดรู้ว่ามู่เหลียงนั้นดีแค่ไหน และเป็นการบอกว่ามู่เหลียงนั้นให้ค่ากับทุกคน
“แต้มสะสม 10 แต้มแลกกับอาหารผักหนึ่งจาน…”
หนี่จี๋ชาเปิดปากขึ้นเล็กน้อย
หนึ่งร้อยแต้มสะสมที่เธอได้มาสามารถเอาไปแลกเป็นอาหารจานผักได้แค่ 10 จานเท่านั้นที่นอกเขตเนินสูง
แต่ในโรงอาหารนี้สามารถซื้อได้ถึง 50 จาน
“ยังมีสิทธิพิเศษอื่นอีกที่หน่วยภูติผีได้รับ”
ลี่เยว่พูดขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนที่จะกล่าวต่อ
“แต่พวกเธอจะรู้เองภายหลังต่อจากนี้”
“เข้าใจแล้ว”
หนี่จี๋ชารู้สึกแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งนี้
สิทธิประโยชน์มากมายของการเข้าร่วมกับหน่วยรบพิเศษภูติผีนั้นดีมาก เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่เมืองเซิงหยางแล้ว ที่นี่เปรียบเดั่งสวรรค์ชัดๆ
มีน้ำใช้ไม่จำกัด ได้อาบน้ำทุกวัน และไม่มีปัญหาเรื่องท้องอืดเพราะมีผักใบเขียวให้กิน
“ไม่หิวแล้วหรอ ไปหาอะไรกินกันสิ”
หยางปิงกล่าวขึ้น
ทำให้ทุกคนที่กำลังเหม่อลอยอยู่ได้สติขึ้นมา
กลุ่มคนมากกว่า 20 คนก็เริ่มเคลื่อนไหว และเดินไปที่พื้นที่อาหารอย่างตื่นเต้น
พนักงานจึงตะโกนเตือนขึ้น
“เข้าแถวด้วย”
“ค่ะ”
หนี่จี๋ชายืนอยู่หน้าสุดขานรับ
เธอมองไปบนโต๊ะเคาเตอร์อาหาร และมองดูหม้อใบใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเคาเตอร์ และอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
ในหม้อนั้นคือซุปเนื้อตุ๋นที่มีกลิ่นหอมมากๆ
“จะรับสิ่งนี้ไหมค่ะ?”
พนักงานถามขึ้นพร้อมกับถือช้อนอันใหญ่ออกมา
“รับค่ะ”
หนี่จี๋ชาพยักหน้าอย่างเร็ว
“ได้เลย”
พนักงานหยิบชามกระเบื้องออกมาจากด้านข้างและตักซุปเนื้อตุ๋นให้หนึ่งช้อนเต็มๆ
“ตรงนั้นมีถาดวางอยู่ หยิบมารองจานได้เลย”
พนักงานยิ้มและแนะนำ
“ค่ะ”
หนี่จี๋ชามองไปข้างๆ ก็เห็นถาดไม้อยู่
เธอหยิบออกมาหนึ่งถาด และรับชามที่เต็มไปด้วยซุปเนื้อตุ๋นมา
จ็อกๆๆ
เสียงท้องของเธอดังขึ้นอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ พร้อมกับกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคออีกครั้ง
เธอยกถาดและเดินไปจุดต่อไป
“อยากได้แป้งทอดสักชิ้นไหม?”
พนักงานอีกคนถามพร้อมกับถือไม้คีบไว้ในมือ
“รับ”
หนี่จี๋ชาพยักหน้า ก่อนที่พนักงานจะคีบแป้งทอดลงในถาดของเธอ
“เอาน้ำซุปด้วยไหมจ่ะ”
“เอา”
“เอาลูกชิ้นทอดด้วยไหม?”
“เอา”
หนี่จี๋ชาไม่ว่าใครจะส่งอะไรมาเธอรับหมด ด้วยความมึนงงและตื่นเต้น
เธอเดินออกมาพร้อมกับถาดที่เต็มไปด้วยอาหารที่น่ากินเต็มไปหมด
ก่อนจะมีพนักงานร้องทักขึ้นก่อนที่หนี่จี๋ชาจะเดินไปไกล
“อยากได้พวกอาหารจากผักด้วยไหม ใช้แต้มสะสม 2 แต้มต่อมื้อ”
หนี่จี๋ชาดูลังเลอยู่เล็กน้อยเมื่อฟัง และมองไปยังเคาเตอร์อาหารที่เต็มไปด้วยอาหารผักเต็มไปหมด ทั้งผัดผัก ซุปมะเขือเทศ
และคิดในใจว่าผักใบเขียวพวกนี้มื้อละ 2 แต้มสะสมเท่านั้น
ก่อนที่หนี่จี๋ชาจะเริ่มคิดคำนวนในใจอีกครั้ง และตัดสินใจว่าจะกินอาหารจารผักอย่างน้อยครึ่งเดือนต่อครั้ง
“เอาพวกผักให้ฉันบ้าง”
หนี่จี๋ชาพูดขึ้น
“อยากได้อันไหนล่ะ”
พนักงานถามด้วยความยินดีพร้อมกับหยิบชามเปล่ามาอีกใบ
“มีอะไรแนะนำไหม”
หนี่จี๋ชานั้นไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี
“งั้นเป็นผัดกะหล่ำปลี บอกเลยว่ารสชาติหวาน มีสัมผัสกรุบกรอบ”
ก่อนที่พนักงานจะกระซิบเบาๆ
“ว่ากันว่าท่านเจ้าเมืองชอบสิ่งนี้มาก”
ภาพของมู่เหลียงได้ปรากฏขึ้นภายในใจของหนี่จี๋ชาอีกครั้งหลังจากได้ยินชื่อของมู่เหลียง
เธอพยักหน้าเบาๆ
“ฉันเอาอันนี้”
“ได้เลย”
พนักงานตักผัดกะหล่ำปลีใส่ชามให้และวางลงในถาดของหนี่จี๋ชา
มันทำให้หนี่จี๋ชาต้องเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้นเพราะเวลานี้อาหารเต็มถาดของเธอไปหมด
“รบกวนขอตั๋วเงินด้วย”
พนักงานมองดูอาหารในถาดของหนี่จี๋ชาและคำนวนในใจทันที
“หมายถึงสิ่งนี้หรอ”
หนี่จี๋ชาหยิบกระดาษที่ได้มาจากหยู่ฉินหลานก่อนหน้านี้ให้กับพนักงานไป
“ใช่ นั้นแหละคือตั๋วเงิน”
พนักงานพยักหน้ายืนยัน
ก่อนที่จะรับตั๋วเงินไปและพูดอย่างจริงจัง
“มีอาหารจานผักเพิ่มเข้าไป คิดเพิ่มสองแต้มแล้วก็บวกกับอาหารปกติทั้งหมดเป็นสามแต้มสะสม”
หนี่จี๋ชาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
และเธอเองก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีด้วย เพราะอาหารที่ได้รับมานั้นมากมายจริงๆ เทียบกับแต้มสะสมที่ต้องจ่ายไป ถือว่าคุ้มค่ามากๆ
พนักงานได้ประทับตราขีดฆ่าเลข 100 ออก และประทับเลขใหม่ลงไปเป็น 97
“เอาเรียบร้อย”
พนักงานส่งตั๋วเงินคืนให้หนี่จี๋ชา
และสิ่งนี้ก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับหนี่จี๋ชาอีกครั้ง
เธอเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตั๋วเงินของเธอ และคิดภาพวันที่มีตัวเลข 4 หลักบนนั้น
“ขอบคุณ”
หนี่จี๋ชารับตั๋วคืนมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ
เธอยกถาดที่เต็มไปด้วยอาหารมานั่งลงที่ข้างๆ หยางปิง
เมื่อหยางปิงเห็นก็ช่วยประคอง
“เป็นไงไม่ถนัดงั้นหรอ”
“ไม่ๆ แค่นี้สบายมาก”
หนี่จี๋ชาพยักหน้าเล็กน้อย
การกินหนึ่งมื้อใช้แต้มสะสมแค่ 3 แต้มนี้ราวกับเป็นความฝันของเธอเลยด้วยซ้ำ
“งั้นกินเถอะ”
หยางปิงพูดขึ้นพร้อมกับเม้มปากเล็กน้อย
เธอได้เห็นโรงอาหารนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่แรก และมู่เหลียงเป็นคนจัดการทุกอย่าง
ทำให้เธอเห็นได้เลยว่ามู่เหลียงมีความจริงใจขนาดไหน และเห็นค่าพวกของหนี่จี๋ชาอย่างมาก
“พี่หนี่จี๋ชา ฉันซื้อผักมาเผื่อพี่ด้วย”
อามันเดินมาพร้อมกับถาดอาหารของเธอ
ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะตั้งใจจะมาอวดอาหารจานผักของเธอ
“ฉันเองก็ซื้อมาเหมือนกัน”
หนี่จี๋ชาหัวเราะเล็กน้อย และรู้สึกซาบซึ้งในความใจกว้างของเด็กสาว
“เอ๊ะ! แต่ที่ฉันซื้อมามันไม่เหมือนของพี่นะ”
อามันนั่งลงข้างๆ หนี่จี๋ชาและมองไปยังถาดอาหารของหนี่จี๋ชา
ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นอีก
“เรามาแลกกันกินเถอะ ฉันอยากลองกินผักหลายๆ อย่าง”
“ได้สิ”
หนี่จี๋ชาตอบตกลงอย่างเอ็นดู
“ว้าว!! อร่อยจัง”
อามันตาเป็นประกายหลังจากใช้ส้อมจิ้มกะหล่ำปลีในถาดของหนี่จี๋ชาไปกิน
หนี่จี๋ชาเปิดผ้าปิดหน้าเล็กน้อยให้พอเห็นปาก และลองกินอาหารผักที่อามันเลือกมา
“เถามันเทศผัดก็อร่อยเหมือนกัน”
“แป้งทอดนี้ก็อร่อย!”
อามันเอ่ยปากชมไม่หยุดหลังจากที่เริ่มกิน
“นี่เป็นเนื้อทอดที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย”
“หนี่จี๋ชาพวกเราเอาซุปมะเขือเทศมากับผักอีกอย่างมาเผื่อเธอด้วย”
“ลองกินของฉันด้วยสิ”
“ฉันด้วย”
ใบหน้าของหนี่จี๋ชาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายเวลานี้
กลุ่มของเธอนั้นต่างเข้ามาให้เธอลองกินอาหารที่ตัวเองเลือกมากัน
“ทุกคนเก็บไว้กินกันเองบ้างสิ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก”
หนี่จี๋ชาพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา
เพราะมันคงหน้าอายเกินไปที่พาคนอื่นร้องไห้ไปด้วย
หยู่ฉินหลานที่มองดูเหล่าคนที่ปิดหน้าปิดตาแลกเปลี่ยนอาหารกันด้วยแววตาที่ดูอบอุ่นหัวใจ
แต่เธอก็เพียงยืนมองอย่างเงียบๆ กับลูกสาวของเธอและไม่ไปรบกวนช่วงเวลานี้ของทุกคน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved