ในเวลาเดียวกันทางกลุ่มของเว่ยกังนั้นกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่มี 8 เขี้ยว
“หลบออกไปด้านข้าง อย่าไปยืนขวางหน้ามัน”
เว่ยกังตะโกนสั่งกลุ่มของเขาทันที
สัตว์อสูรตัวนนี้มีรูปร่างเหมือนกับหมูป่า และเขี้ยวของมันที่ยื่นออกมาจากปากมีถึง 8 ซี่ และยาวหลายเมตร
สิ่งที่สัตว์อสูรตัวนี้ชอบที่สุดคือการทำลาย หากใครก็ตามที่ถูกมันพุ่งชนมักจะไม่รอดชีวิตสักคนเดียว
…..
ตอนนี้สัตว์อสูรมันได้เตะขาหลังของมันราวกับพร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไป มันลดหัวต่ำลง และหันเขี้ยวของมันไปด้านหน้า
“ทุกคนระวัง และหลบให้ดี”
เว่ยกังกำหอกในมือแน่นพร้อมกับตะโกนเสียงดัง
แล้วสัตว์อสูรก็ได้พุ่งเข้าหาเว่ยกังทันที เพราะถูกดึงดูดด้วยเสียงตะโกนเมื่อครู่
“หัวหน้าระวัง!! มันไปทางหัวหน้าแล้ว!”
หนึ่งในกลุ่มร้องตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตกใจ
“แหม่…เลือกคนถูกเสียด้วย”
เว่ยกังหรี่ตาลง พร้อมกับจ้อมมองไปยังสัตว์อสูรไม่ละสายตา
เขากำลังคำนวนระยะทางที่มันกำลังจะใกล้เข้ามา
สิบเมตร แปดเมตร ห้าเมตร….
“ตอนนี้แหละ!!”
เว่ยกังตะโกนขึ้นพร้อมกับถีบร่างของตัวเองออกไปด้านข้าง เพื่อหลบสัตว์อสูรทันที
ฉึก!!!
หอกในมือของเว่ยกังแทงเข้าที่คอของสัตว์อสูรอย่างจัง แต่นั้นทำให้เว่ยกังถูกลากไปพร้อมกับมันด้วย
“หัวหน้า!!”
ทุกคนในหน่วยรีบกรูเข้ามาและรุมแทงไปที่จุดอ่อนของสัตว์อสูรจนมันขาดใจตาย
“เห้อ! เกือบตายแล้วสิ”
เว่ยกังถีบร่างของมันออกไปจากตัว พร้อมกับนั่งลงกองกับพื้น มือของเขายังรู้สึกชาอยู่เลยด้วยซ้ำจากการวัดแรงกับสัตว์อสูร
เขาแทงเข้าไปที่คอของมันอย่างแม่นยำตอนที่กระโดดหลบ แต่ตัวของเขาเองก็ถูกมันลากไปไกลถึง 12 เมตร
“หัวหน้าไม่เป็นไรนะ”
หนึ่งในสมาชิกหน่วยรีบเข้ามาดูสภาพเว่ยกังด้วยความเป็นห่วง
“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร…แต่ดูนี้สิ วันนี้เราล่าได้เหยื่อชั้นดีเลย”
เว่ยกังหัวเราะอย่างชอบใจ และตบไปบนร่างของสัตว์อสูร
ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่พวกเขาออกล่าก็ได้แต่เหยื่อตัวเล็ก และทำได้แค่ช่วยขนสัตว์อสูรที่ถูกล่ามาโดยสัตว์เลี้ยงของท่านเจ้าเมืองตลอด และรู้สึกไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย
แต่ตอนนี้เว่ยกังพึ่งจะฆ่าสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสูงได้ ทำให้เขามีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง
แคร็ก!!
มีเสียงของไม้หักดังขึ้น
ทุกคนในกลุ่มรวมไปถึงเว่ยกังหันมองทันที
พวกเขาเห็นเสี่ยวไกที่เดินแบกร่างสัตว์อสูรหมูป่า 8 เขี้ยวแบบเดียวกับที่เขาพึ่งฆ่าไปอยู่บนหลัง พร้อมทั้งยังถูกห่ออย่างดีด้วยใยแมงมุม
“....”
เว่ยกังถึงกับพูดไม่ออก แต่เขาก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
สัตว์เลี้ยงของท่านเจ้าเมืองคงออกมาล่าเหมือนกัน และพวกมันคงจัดการสัตว์อสูรตัวนี้ได้เร็วกว่าพวกเขามาก เพราะมันกำลังขนกลับแล้ว
ความรู้สึกดีใจของทั้งกลุ่มลดลงครึ่งหนึ่งทันที พวกเขาสู้อย่างเต็มที่เพื่อจะล้มสัตว์อสูรตัวนี้ และเมื่อฆ่ามันได้พวกเขานั้นมีความสุขอย่างมาก
เว่ยกังเองก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกัน ก่อนที่จะตะโกนสั่งทุกคน
“เร็ว รีบขนมันกลับไปได้แล้ว”
“รับทราบ”
สมาชิกในหน่วยขานรับทันที ก่อนที่จะรีบช่วยกันแบกร่างขอวสัตว์อสูรกลับไป
เว่ยกังนั้นเดินนำหน้าเพื่อป้องกันเผื่อมีสัตว์อสูรตัวอื่นพุ่งเข้ามาโจมตี
ใช้เวลาอยู่ครึ่งชั่วโมง กลุ่มของเว่ยกังก็มาถึงรอบนอกของป่ารกร้าง และได้พบเจอกับภาพที่น่าตกใจยิ่ง
มีสัตว์อสูรหมูป่ามากกว่าหนึ่งโหลกองซ้อนทับกันอยู่ ราวกับกองก้อนเนื้อ
ถัดไปก็มีพวกหมูป่าที่ยังไม่ตายอีกกว่าโหลที่นอนดิ้นอยู่ในใยแมงมุม
เมื่อเห็นเว่ยกังกับหน่วยของเขากลับมา มู่เหลียงก็พูดขึ้นอย่างสบายๆ
“ในเมื่อทุกคนมาครบแล้วช่วยกันขนมารวมไว้ตรงนี้ที”
“ข-ขอรับ”
เว่ยกังและคนอื่นๆ ขานรับก่อนที่จะก้าวไปยืนอยู่ข้างๆ กองสัตว์อสูร
เขามองไปยังหซานหยางที่แสดงสีหน้าตื่นตกใจอยู่เหมือนกัน และกำลังมองดูลูกน้องช่วยกันขนสัตว์อสูรมาจัดเรียง
“วันนี้เราล่ากันแค่นี้พอก่อน งั้นทุกคนกลับกันเถอะ”
ทันทีที่มู่เหลียงพูดจบพื้นแผ่นดินก็ยกตัวขึ้นพากองสัตว์อสูรเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
ทั้งหมดเดินตามหลังด้วยความรู้สึกหวาดกลัว
เว่ยกังขยับเข้าไปใกล้ๆ ซานหยางและกระซิบเบาๆ
“ทั้งหมดนั้นท่านเจ้าเมืองจับมาเองหมดเลยงั้นหรอ?”
“ใช่”
ซานหยางตอบพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความกลัว
หน่วยของเขาไปเจอกับฝูงสัตว์อสูรหมูป่าเข้า และคิดว่าตัวเองโชคร้ายมากที่ไม่สามารถล่าพวกมันได้ทั้งหมด แต่ตอนนั้นเองที่ท่านเจ้าเมืองเดินเข้ามา
ก่อนที่ทุกคนจะเห็นว่าท่านเจ้าเมืองพ่นใยออกมาจากมือและใยเหล่านั้นก็พุ่งทะลุร่างของสัตว์อสูรอย่างง่ายดาย
ตอนนั้นแม้แต่ซานหยางเองก็คิดว่าหากต้องเผชิญหน้ากับเส้นใยแมงมุมพวกนี้ เขาก็คงไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ เขาเพียงแค่ช่วยท่านเจ้าเมืองขนซากของสัตว์อสูรกลับมาเท่านั้น
ตุบๆ
เสียงฝีเท้าของสองสาวกำลังวิ่งมาอย่างรีบร้อน
มู่เหลียงเวลานี้การก้าวครั้งเดียวเท่ากับเดินได้ 5-6 เมตร ด้วยพลังในการควบคุมน้ำหนักและควบคุมพื้นดินทำให้การเดินของเขาเหมือนกับการเดินบนสายพาน
ทำให้คนอื่นๆ ต้องวิ่งตามเท่านั้นถึงจะตามมู่เหลียงทัน
“ฉันอยากลองขึ้นไปอยู่บนสิ่งนั้นบ้างจัง”
ลี่ลี่พูดขึ้นพร้อมกับมองพื้นที่เคลื่อนไหวได้ และอยากกระโดดขึ้นไปยืนบนนั้น
“ระวังเจ้าจะล้มหัวทิ่ม”
ลี่เยว่เตือนอย่างแผ่วเบา
ไม่นานทั้งกลุ่มก็เดินทางกลับมาถึงทางเข้าป้อมเทียนเหมิน
“มากันตรงนี้”
มู่เหลียงให้ทุกคนรวมตัวกันที่เขา ก่อนที่จะใช้พลังยกแผ่นดินให้ลอยขึ้นเหมือนกับลิฟ
เพราะหากปล่อยให้ทุกคนช่วยกันแบกเหยื่อขึ้นมากว่าจะเสร็จก็คงมืดค่ำ
“แล้วมีใครพอจะรู้ไหมว่าหมูป่าพวกนี้มันมาจากไหน และรอดมาได้ไง”
มู่เหลียงสงสัยเรื่องนี้ตลอดเวลา
เพราะนี้ถือว่าเป็นสัตว์กินพืช แต่ในโลกที่ต้นไม้และพืชพันธ์ตายหมดแล้วมันจะอยู่ได้อย่างไร
“สัตว์อสูรพวกนี้เติบโตและกินมูลของสัตว์อสูรตัวอื่นเป็นอาหาร”
เว่ยกังตอบอย่างจริงจัง
มู่เหลียงตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะถามต่อ
“แล้วพวกมันมีต้องมากมายขนาดนี้ มันจะไปอยู่รอดด้วยเพียงมูลของสัตว์อสูรอย่างเดียวได้ไง?”
“มีความเป็นไปได้ว่าเส้นทางนี้มีสัตว์อสูรโบราณผ่านมา ซึ่งมันคงดึงดูดฝูงสัตว์อสูรพวกนี้มาด้วย”
ซานหยางกล่าวต่อ
“ว่ากันว่ามูลของสัตว์อสูรโบราณนั้นสามารถดึงดูดสัตว์อื่นได้จำนวนมาก”
“ถ้างั้นสัตว์อสูรโบราณกินอะไร?”
มู่เหลียงยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก
สัตว์กินพืชอยู่รอดด้วยกันกินมูลของสัตว์อสูรตัวอื่น หรือสัตว์อสูรโบราณ
แล้วถ้างั้นสัตว์อสูรโบราณกินอะไร?
พวกมันไม่ได้ถูกเติมเต็มด้วยแต้มวิวัฒนาการแบบที่เขามี
“เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่ทราบ”
ซานหยางส่ายหัว
“กระผมเองก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน”
เว่ยกังตอบพร้อมกับก้มหน้าลง
มู่เหลียงเลยหันหน้าไปทางสองสาวที่ล่องหนอยู่ แต่สิ่งเดียวที่เขาได้กลับมาคือความเงียบ มันยิ่งทำให้เขาอยากรู้มากขึ้นไปอีก
สัตว์อสูรโบราณจะต้องมีขนาดตัวที่ใหญ่โตมาก ถึงขนาดที่มูลของมันเป็นอาหารให้กับสัตว์อื่นได้ แล้วแบบนั้นอาหารของมันจะต้องกินเยอะขนาดไหน
“หากตามที่ฉันเคยอ่านมา”
อยู่ๆ ลีลี่ก็พูดขึ้นอย่างแผ่วเบา
“สัตว์อสูรโบราณมันกินครั้งหนึ่งและสามารถอยู่ได้เป็นปี”
และเธอก็ไม่รอให้มู่เหลียงถามต่อ และพูดต่อเนื่องทันที
“แต่จุดที่มันอยู่จะเต็มไปด้วยพืชไม้ หรือสิ่งมีชีวิตอื่น”
“และใช้การพึ่งพาอาศัยกันเมื่อพวกต้นไม้โตขึ้น สัตว์อสูรจะกินบางส่วนเพื่อเติมเต็มความหิวของมัน”
“ไม่น่าใช่ พลังงานที่มันมีจะถูกใช้ไปจนหมดก่อน และยากมากที่สัตว์อสูรโบราณจะประคองชีวิตตัวเองถึงตอนนั้นได้”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าครุ่นคิด
หากเป็นแบบนั้นจริงสัตว์อสูรโบราณไม่น่ามีชีวิตยืนยาวและตายไปก่อน
เว้นแต่ว่ามันจะมีหนทางอื่นเติมพลังงานให้กับร่างกายของมัน
“ฉันก็รู้เพียงเท่านี้”
ลี่ลี่ผายมือออกอย่างจนปัญญา
เธอไม่เคยสงสัยเรื่องนี้มาก่อน ทำให้เธอรู้น้อยมาก
“ช่างมันเถอะ ไว้มีโอกาสฉันจะลองหาความจริงดู”
มู่เหลียงระงับความสงสัยเอาไว้
ก่อนที่เขาจะพาแผ่นหินขึ้นมาถึงหน้าป้อมประตูซานไห่ และเอาเหยื่อทั้งหมดลง
“เอาหมูป่าที่ตายแล้วไปเก็บไว้ในห้องเย็น”
มู่เหลียงสังเว่ยกังและซานหยางทันที
ก่อนที่เขาจะส่งกระแสจิตไปบอกงูเหมัน ให้ดูแลเนื้อสดพวกนี้
“ขอรับ”
ทั้งสองขานรับทันที
“แล้วพวกที่ยังไม่ตายเอาไปขังเอาไว้ ในพื้นที่การเกษตร”
-ตอนนี้มู่เหลียงไม่ต้องการจะฆ่าพวกมันทั้งหมดและกิน แต่ต้องการจะลองเลี้ยงพวกมันดูให้ตัวใหญ่กว่านี้ และถือว่าเขาจะได้ทดลองทำการเพาะเลี้ยงไปในตัว
“ขอรับ”
เว่ยกังตอบ
“หลังจากชำแหละแล้ว ส่งชิ้นส่วนของมันไปที่ตำหนักเจ้าเมืองด้วย”
มู่เหลียงมองไปยังศพอสูรหมูป่าที่ตายแล้ว
มู่เหลียงอย่างรู้ว่าชิ้นส่วนของหมูป่าตัวนี้นำมาสร้างอาวุธหรือชุดเกราะได้หรือไม่ เพราะตอนนี้อาวุธในกองทัพของเขานั้นด้อยคุณภาพมากๆ
“ขอรับ”
ซานหยางขานรับอย่างขึงขัง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved