แอ๊ดด
เสียงประตูเปิดออก
ที่หลังประตูมีหญิงสาวที่ดูจากภายนอกแล้วอายุน่าจะสัก 27 หรือ 28 ได้ และที่ข้างๆ ก็มีหยูเฟ่ยหยานยืนอยู่ไม่ห่าง และแสดงสีหน้าที่สับสน
“นายท่านมู่เหลียง ไม่ทราบว่าจะเชิญเราเข้าไปนั่งสนทนาด้วยสักครู่ได้หรือไม่”
หยูจูถามขึ้นอย่างสุขุม
สตรีผู้งามสะพลั่งคนนี้มีผมและคิ้วสีฟ้าสดใส ผมยาวประบ่า และมีแววตาที่ดูมีเสน่ห์
“เชิญเข้ามาก่อน”
มู่เหลียงยิ้มรับแขก ก่อนที่จะขยับตัวเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา
“ขออภัยด้วย”
หยูจูเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
“....”
หยูเฟ่ยหยานที่ตามเข้ามาก็มองไปยังมู่เหลียง และทำปากขมุบขมิบพอจะอ่านได้ว่า ฉันไม่รู้ว่าแม่ฉันจะมาที่นี่
มู่เหลียงเพียงพยักหน้ารับรู้ และเชิญให้หยูจูนั้นนั่งลง
ก่อนที่สาวใช้จะปิดประตูห้องและรออยู่ข้างนอก
“กระผมไม่รู้เลยว่าลมอะไรถึงนำพาผู้โด่งดังอย่างหยูจูนายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มาที่นี่”
มู่เหลียงพูดขึ้นทันที เพื่อสอบถามเหตุผลที่หยูจูมาหาเขา
มันได้ทำให้เขาย้อนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งวัน และทบทวนว่าเขาได้ทำพลาดสิ่งใดไป
เขาเหลือบมองไปยังหยูเฟ่ยหยานที่อยู่ข้างๆ หยูจู ที่มีท่าทางเชื่องไม่ต่างจากเด็กน้อย และเห็นชัดเลยว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
“เมื่อครู่ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของธาตุน้ำที่ก่อตัวขึ้น”
แล้วหยูจูก็ตอบออกมา แต่เป็นคำตอบที่แปลกประหลาด แต่สีหน้าของเธอกลับแสงความมั่นใจอยู่หลายส่วน
หากว่าเป็นคนที่หัวไวพอจะเข้าใจทันทีถึงสิ่งที่หยูจูกล่าว
“ยังงั้นหรอ”
มู่เหลียงจ้องมองกลับไปด้วยแววตาที่เป็นประกายเหมือนกัน
เขารู้แล้วว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงดั้นด้นมาหาเขา
“เห้อ….”
ลี่เยว่นั้นถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอเริ่มที่จะผ่อนคลายลงเล็กน้อย ราวกับเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น
ก่อนที่เธอจะสะกิดไปที่หลังของมินโฮที่กำลังประหม่าอยู่ และมองด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย
หยูจูคิ้วขมวดเมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
เธอรู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศจากทั้งสามคนนี้เปลี่ยนไป แต่เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“แล้ววันนี้ ก็มีคนมาแจ้งรายงานฉันว่า..”
หยูจูอยู่ก็พูดต่อก่อนที่จะม้วนผมข้างๆ หูเล่นและยิ้มออกมา
“พวกเคราโลหิตได้มาป้วนเปี้ยนอยู่นอกค่ายของเรา”
“โอ้? ยังงั้นหรอ…พวกเคราโลหิตนี้โง่เขลาโดยแท้จริง กล้ามายังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ทั้งที่รู้ว่าท่านหยูจูอยู่ด้วยแบบนี้ พวกมันคงไม่กลัวตายเสียแล้ว”
มู่เหลียงแสร้งตอบอย่างประหลาดใจ
เขาแปลกใจมากที่หยูจูตั้งคำถามดักเขาแบบนี้ และใช้กลุ่มเคราโลหิตตรวจสอบอาการของเขา
แต่เพราะคำถามนี้ทำให้ซู่เสี่ยวไป่รู้ว่ากลุ่มของเคราโลหิตมีผู้มีความสามารถในการติดตามอยู่ด้วย
“.....”
คิ้วสีฟ้าของหยูจูนั้นขมวดแน่นมากขึ้น เมื่อเห็นว่าการแสดงออกของมู่เหลียงนั้นไม่เป็นไปอย่างที่เธอคาดหวัง
หากว่าเขาเป็นหัวขโมยปลาอัญมณีจริงๆ ต้องมีปฏิกิริยากับชื่อของกลุ่มเคราโลหิตบ้าง
แต่หลังจากที่เอ่ยชื่อนี้ออกไป พวกเขาไม่ได้ดูตื่นตระหนก หรือลนลานอะไรเลย
ไม่มีอารมณ์อะไรเช่นนั้นแสดงออกมาจากใบหน้าของมู่เหลียงแม้แต่นิดเดียว
นัยน์ตาของลี่เยว่เบิกกว้างขึ้นราวกับกำลังประหลาดใจกับคำถามนี้
แต่เพราะลี่เยว่สวมหน้ากากทำให้หยูจูไม่เห็นอาการของเธอ ไม่งั้นการแสดงออกของลี่เยว่คงทำให้หยูจูได้คำตอบ
ส่วนมินโฮนั้นไม่ต้องกลัวว่าเธอจะเสียอาการกับเรื่องนี้ เพราะตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ มินโฮได้แต่ก้มหน้าด้วยความเขินอาย และเอามือถูไปมากับชายเสื้อเท่านั้น
“ท่านมู่เหลียง ฉันรับรู้ได้ถึงมวลของน้ำจริงๆ หากไม่ใช่เกิดจากผู้ตื่นที่มีพลังของวารีแล้ว ก็มีเพียงสัตว์อสูรที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างเฉพาะเจาะจง ถึงจะทำได้”
หยูจูไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจนี้ และยังไม่เชื่อว่ามู่เหลียงไม่มีปลาอัณมณี
เธอเปิดริมฝีปากสีแดงของเธอก่อนที่จะพูดขึ้น
“และฉันสัมผัสได้ว่าน้ำพึ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่”
“ท่านหยูจูคงไม่ได้กำลังคิดว่าปลาอัญมณีอยู่ที่ข้าหรอกนะ”
มู่เหลียงพูดดักคอหยูจูทันที
“ใช่”
หยูจูพยักหน้าด้วยความมั่นใจ
“กระผมคิดว่าท่านกำลังเข้าใจอะไรผิด”
มู่เหลียงเปลี่ยนท่าทาง เขาไม่คิดว่าหยูจูจะสามารถรับรู้ได้ถึงมวลน้ำที่เขาสร้างขึ้น
“เข้าใจผิดงั้นหรอ….”
หยูจูหรี่ตาลงและมองด้วยแววตาที่ซุกซนไปยังมู่เหลียง
“ไม่มีทางที่ฉันจะเข้าใจอะไรผิด ฉันเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารี และสร้างมวลน้ำขึ้นทุกวัน จนสามารถรับรู้ได้ถึงน้ำทุกแห่งในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”
“อะแฮ่ม…”
มู่เหลียงกระตุกก่อนจะกระแอมเล็กน้อย และคิดในใจว่า ผู้หญิงนิสัยเสีย
เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้นอกจากจะสร้างน้ำขึ้นมาแล้วยังติดตามน้ำทุกแห่งที่เกิดขึ้นในค่ายนี้อีกด้วย
“เพราะงั้นนายท่านมู่เหลียง อย่าได้โกหกเลย”
หยูจูเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
เธอกำลังจะเอาความจริงเพื่อบีบให้ชายคนนี้ยอมจำนน
และบอกกับเขาว่าเจ้าหนูลูกเล่นแกมันเด็กน้อยเกินไป
“ไม่…กระผมไม่ได้โกหก”
มู่เหลียงส่ายหัวเล็กน้อย
เขาไม่ได้รังเกียจผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอต้องสร้างน้ำทุกวันเพื่อหล่อเลี้ยงทุกชีวิต แต่การใช้น้ำของเธออาจจะดูโรคจิตไปหน่อย
“นายท่านมู่เหลียงอย่าได้กังวลใจ ฉันไม่คิดจะแย่งปลาอัญมณีจากท่านไป”
มู่เหลียงวางมือลงบนโต๊ะอย่างสุขุม และมองไปยังหยูจูด้วยแววตาที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับเธอ
“กระผมแค่….”
มู่เหลียงเปิดปากและพยายามจะอธิบายทุกอย่าง
“ฉันจะสามารถทำให้ปลานั้นสร้างน้ำขึ้นได้อีก…..”
หยูจูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เธอไม่ได้ต้องการจะข่มขู่มู่เหลียง เช่นเดียวกับที่เคยคุกคามเซียฮู
บุ๋มๆ
มู่เหลียงหงายมือขึ้น ก่อนที่เขาจะใช้ความสามารถควบแน่นวารีสร้างบอลน้ำขึ้นมาในมือ เพราะเขานั้นขี้เกียจจะอธิบายให้มากความ แสดงให้เห็นเลยจะง่ายกว่า
“นี่….”
ใบหน้าที่ทรงเสน่ห์ของหยูจูถึงกับเปลี่ยนสี และเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เธอไม่พูดสิ่งใดอีกเลย
“นั้นมันเหมือนกับพลังของท่านแม่เลย…พลังของผู้ตื่น”
หยูเฟ่ยหยานนั้นบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอมองดูบอลน้ำด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“กระผมว่า…นี้คือคำตอบที่ท่านอยากรู้ มันคือพลังของผมในฐานะผู้ตื่น”
มู่เหลียงยกมือขึ้นก่อนที่จะวางบอลน้ำลงในถังที่อยู่ในห้อง
“ขออภัยด้วย ไม่คิดว่านายท่านมู่เหลียงเองก็จะเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารีเหมือนกัน ฉันคงจะตัดสินอะไรเร็วเกินไป”
หยูจูนั้นรีบกล่าวขอโทษพร้อมกับก้มหัวให้ทันที ในฐานะนายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เธอต้องรับผิดชอบและกล่าวขอโทษจากใจจริง
“ไม่เป็นไร”
มู่เหลียงส่ายหัว พร้อมกับส่งยิ้มให้
หยูจูมองไปยังรูปร่างหน้าตาของมู่เหลียงก่อนที่ความคิดของเธอจะเริ่มเปลี่ยนไป และมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
และเริ่มใช้สายตาที่ทรงเสน่ห์มองไปยังมู่หลียงอีกครั้ง
“นายท่านมู่เหลียง ฉันขอเสียมารยาทตั้งคำถามอีกสักข้อกับนายท่านได้หรือไม่”
“เชิญถาม”
มู่เหลียงตอบด้วยความรู้สึกแปลกใจ
เขาคิดว่าหยูจูจะรีบจากไปด้วยความรู้สึกผิด และอับอาย ไม่คิดว่าเธอจะยังอยู่ต่อ
“นายท่านมีแผนทีจะอยู่ในกลุ่มของฉันอีกนานแค่ไหน”
หยูจูนั้นเอามือขึ้นถัดผมเข้าข้างหู ก่อนที่จะหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง และพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูน่าฟัง
“ไม่ทราบว่านายท่านสนใจแต่งงานกับลูกสาวงี่เง่าของฉันไหม?”
“ห้ะ!?”
มู่เหลียงและหยูเฟ่ยหยานนั้นถึงกับตกใจจนนัยน์ตาเบิกกว้าง และมองหยูจูที่กำลังยิ้มอย่างมีแผนการบางอย่าง
……
“ไม่ได้!!”
คนแรกที่ตอบออกมาคือมินโฮ เธอตะโกนออกมาสุดเสียง
“จะให้ผู้หญิงผมแดงคนนั้นแต่งกับ….นายท่านมู่ไม่ได้”
“ชะ–ชะ ใช่!! นาย…นายท่านมีภารกิจที่ต้องทำอยู่ และไม่สามารถอยู่ที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้”
ลี่เยว่เองก็ถึงกับสูญเสียความนิ่งสงบ และโบกไม้โบกมือเพื่อห้ามมู่เหลียง
“อ๋อ….”
หยูจูหรี่ตาลงมองไปยังสองสาวที่ยืนอยู่ข้างมู่เหลียง ก่อนที่เธอจะครุ่นคิดอะไรสักอย่าง
หยูเฟ่ยหยานที่อยู่ใกล้ๆ ก็ตกตะลึงกับปฏิกิริยาของสาวใช้สองคนของมู่เหลียงมาก
ก่อนที่เธอจะคิ้วขมวดด้วยความสงสัย และเอียงหัวเล็กน้อย
“ผู้หญิงผมแดง….นั้นหมายถึงฉันงั้นหรอ?”
“แล้วนังลูกงี่เง่า คิดเช่นไรหากว่าจะแต่งงานกับนายท่านมู่เหลียง”
หยูจูนั้นอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองลูกสาวจอมสร้างปัญหาของเธอ และอดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้ง
“ท่านแม่!! พอเถอะ พูดจาอะไรไร้สาระเช่นนี้!”
หยูเฟ่ยหยานนั้นพูดด้วยสีหน้าที่แดงก่ำ
“แล้วนายท่านมู่เหลียงเล่า…คิดเช่นไร ถึงลูกสาวของฉันจะหัวทึบและเบาปัญญาไปหน่อย แต่นางเองเป็นคนมีความสามารถใช้งานได้”
ตอนนี้มู่เหลียงได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความวุ่นวายในครั้งนี้แล้ว
…….
“ถ้าหากว่าถามกระผมว่าคิดเช่นไร กระผมว่าลองดูก็ไม่เสียหาย”
มู่เหลียงตอบอย่างจริงจัง
“เอ๊!!!”
ทั้งมินโฮและลี่เยว่ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ดูเหมือนว่าลูกสาวของฉันจะมีเสน่ห์ทำให้นายท่านสนใจ”
หยูจูเห็นว่ามู่เหลียงกำลังแกล้งเล่นตามน้ำไปกับเธอ
“ท่านแม่ พอเถอะอย่าพูดอีกเลย”
ตอนนี้คอของหยูเฟ่ยหยานนั้นหดเหลือนิดเดียวและแทบจะมุดเข้าไปในเสื้ออยู่แล้ว เธออับอายจนไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไป
“ถ้าหากว่าท่านแม่ยังพูดอีก หนูจะเล่าเรื่องน่าอายของแม่…”
“อะแฮ่ม…”
หยูจูมองหยูเฟ่ยหยานด้วยสายตาที่อ่อนโยน และยิ้มบางๆ ให้
“ก็ ก็ ท่านแม่เป็นคนเริ่มพูดเรื่องน่าอายก่อน!”
หยูเฟ่ยหยานนั้นเถียงคอเป็นเอ็นเลยในเวลานี้
“เอาล่ะ เอาล่ะ วันนี้ครื้นเครงกันมากพอแล้ว”
แล้วหยูจูก็ยืนขึ้นและพูดปิดการสนทนา
ความตั้งใจและความพยายามของเธอล้มเหลวอีกครั้ง
เพราะสิ่งที่เธอตั้งใจคือมาลองเชิงว่ามู่เหลียงคนนี้มีปลาอัญมณีหรือป่าว และเมื่อรู้ว่ามู่เหลียงเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารี เธอก็พยายามที่จะดึงตัวเขาเอาไว้ที่กลุ่ม แต่ก็ไม่สำเร็จสักอย่าง
ถึงเธอจะพบเจอหนทางออก แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับไปเลย
หยูจูเดินไปที่ประตู
ก่อนที่จะหันกลับมามองมู่เหลียงพร้อมกับรอยยิ้ม และพูดอย่างมีเสน่ห์ว่า
-“นายท่านมู่เหลียง…เรื่องแต่งงานกับลูกสาวของฉันไปลองคิดทบทวนดูหน่อยก็แล้วกัน”
“ได้กระผมจะเก็บไปคิดทบทวนดู”
มู่เหลียงตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มด้วยเช่นเดียวกัน
เฮ้อ….
หยูจูถอนหายใจหลังจากหันหน้ากลับไปแล้ว และเดินออกไปอย่างสง่างาม
ความพยายามที่จะหาแหล่งน้ำให้กับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ล้มเหลวอีกครั้ง
ทั้งหมดนั้นเกิดจากลูกสาวของเธอไม่มีเสน่ห์มากพอ
“ท่านแม่ กลับกันเถอะ ท่านแม่ควรพักผ่อนได้แล้ว”
หยูเฟ่ยหยานนั้นเดินหน้าแดงออกมา และไปเกาะที่แขนของหยูจู
“ไม่ต้องเร่งก็ได้ แม่ยังไม่ง่วง”
“ท่านแม่ วันนี้ท่านแม่คงจะเหนื่อยมากเลย พูดแต่เรื่องไร้สาระมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว”
“อะไรของแกไอ้ลูกคนนี้ แม่อุสาคิดถึงอนาคตของแก จะได้มีที่พึ่งพามีสามีดีๆ ไม่งั้นชีวิตของแกอาจจะจบลงที่ได้สามีแก่ๆ!!”
หยูจูตอบกลับไป
“ว่าไงนะ….หยูชิงหลง!! ท่านลองพูดอีกสิ!!!” (ประมานล้อชื่อแม่ตัวเอง ยัยพระจันทร์สีฟ้า หรือแบบพวกนางมารฟ้า อะไรพวกนี้)
“นี้!!! กล้าดียังไง!! มาเรียกแม่ด้วยชื่อนี้ มานี้เลยนะ!!”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved