ตอนที่ 60

แอ๊ดด

เสียงประตูเปิดออก

ที่หลังประตูมีหญิงสาวที่ดูจากภายนอกแล้วอายุน่าจะสัก 27 หรือ 28 ได้ และที่ข้างๆ ก็มีหยูเฟ่ยหยานยืนอยู่ไม่ห่าง และแสดงสีหน้าที่สับสน

“นายท่านมู่เหลียง ไม่ทราบว่าจะเชิญเราเข้าไปนั่งสนทนาด้วยสักครู่ได้หรือไม่”

หยูจูถามขึ้นอย่างสุขุม

สตรีผู้งามสะพลั่งคนนี้มีผมและคิ้วสีฟ้าสดใส ผมยาวประบ่า และมีแววตาที่ดูมีเสน่ห์

“เชิญเข้ามาก่อน”

มู่เหลียงยิ้มรับแขก ก่อนที่จะขยับตัวเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา

“ขออภัยด้วย”

หยูจูเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย

“....”

หยูเฟ่ยหยานที่ตามเข้ามาก็มองไปยังมู่เหลียง และทำปากขมุบขมิบพอจะอ่านได้ว่า ฉันไม่รู้ว่าแม่ฉันจะมาที่นี่

มู่เหลียงเพียงพยักหน้ารับรู้ และเชิญให้หยูจูนั้นนั่งลง

ก่อนที่สาวใช้จะปิดประตูห้องและรออยู่ข้างนอก

“กระผมไม่รู้เลยว่าลมอะไรถึงนำพาผู้โด่งดังอย่างหยูจูนายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มาที่นี่”

มู่เหลียงพูดขึ้นทันที เพื่อสอบถามเหตุผลที่หยูจูมาหาเขา

มันได้ทำให้เขาย้อนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งวัน และทบทวนว่าเขาได้ทำพลาดสิ่งใดไป

เขาเหลือบมองไปยังหยูเฟ่ยหยานที่อยู่ข้างๆ หยูจู ที่มีท่าทางเชื่องไม่ต่างจากเด็กน้อย และเห็นชัดเลยว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“เมื่อครู่ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของธาตุน้ำที่ก่อตัวขึ้น”

แล้วหยูจูก็ตอบออกมา แต่เป็นคำตอบที่แปลกประหลาด แต่สีหน้าของเธอกลับแสงความมั่นใจอยู่หลายส่วน

หากว่าเป็นคนที่หัวไวพอจะเข้าใจทันทีถึงสิ่งที่หยูจูกล่าว

“ยังงั้นหรอ”

มู่เหลียงจ้องมองกลับไปด้วยแววตาที่เป็นประกายเหมือนกัน

เขารู้แล้วว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงดั้นด้นมาหาเขา

“เห้อ….”

ลี่เยว่นั้นถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอเริ่มที่จะผ่อนคลายลงเล็กน้อย ราวกับเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น

ก่อนที่เธอจะสะกิดไปที่หลังของมินโฮที่กำลังประหม่าอยู่ และมองด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย

หยูจูคิ้วขมวดเมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ

เธอรู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศจากทั้งสามคนนี้เปลี่ยนไป แต่เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“แล้ววันนี้ ก็มีคนมาแจ้งรายงานฉันว่า..”

หยูจูอยู่ก็พูดต่อก่อนที่จะม้วนผมข้างๆ หูเล่นและยิ้มออกมา

“พวกเคราโลหิตได้มาป้วนเปี้ยนอยู่นอกค่ายของเรา”

“โอ้? ยังงั้นหรอ…พวกเคราโลหิตนี้โง่เขลาโดยแท้จริง กล้ามายังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ทั้งที่รู้ว่าท่านหยูจูอยู่ด้วยแบบนี้ พวกมันคงไม่กลัวตายเสียแล้ว”

มู่เหลียงแสร้งตอบอย่างประหลาดใจ

เขาแปลกใจมากที่หยูจูตั้งคำถามดักเขาแบบนี้ และใช้กลุ่มเคราโลหิตตรวจสอบอาการของเขา

แต่เพราะคำถามนี้ทำให้ซู่เสี่ยวไป่รู้ว่ากลุ่มของเคราโลหิตมีผู้มีความสามารถในการติดตามอยู่ด้วย

“.....”

คิ้วสีฟ้าของหยูจูนั้นขมวดแน่นมากขึ้น เมื่อเห็นว่าการแสดงออกของมู่เหลียงนั้นไม่เป็นไปอย่างที่เธอคาดหวัง

หากว่าเขาเป็นหัวขโมยปลาอัญมณีจริงๆ ต้องมีปฏิกิริยากับชื่อของกลุ่มเคราโลหิตบ้าง

แต่หลังจากที่เอ่ยชื่อนี้ออกไป พวกเขาไม่ได้ดูตื่นตระหนก หรือลนลานอะไรเลย

ไม่มีอารมณ์อะไรเช่นนั้นแสดงออกมาจากใบหน้าของมู่เหลียงแม้แต่นิดเดียว

นัยน์ตาของลี่เยว่เบิกกว้างขึ้นราวกับกำลังประหลาดใจกับคำถามนี้

แต่เพราะลี่เยว่สวมหน้ากากทำให้หยูจูไม่เห็นอาการของเธอ ไม่งั้นการแสดงออกของลี่เยว่คงทำให้หยูจูได้คำตอบ

ส่วนมินโฮนั้นไม่ต้องกลัวว่าเธอจะเสียอาการกับเรื่องนี้ เพราะตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ มินโฮได้แต่ก้มหน้าด้วยความเขินอาย และเอามือถูไปมากับชายเสื้อเท่านั้น

“ท่านมู่เหลียง ฉันรับรู้ได้ถึงมวลของน้ำจริงๆ หากไม่ใช่เกิดจากผู้ตื่นที่มีพลังของวารีแล้ว ก็มีเพียงสัตว์อสูรที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างเฉพาะเจาะจง ถึงจะทำได้”

หยูจูไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจนี้ และยังไม่เชื่อว่ามู่เหลียงไม่มีปลาอัณมณี

เธอเปิดริมฝีปากสีแดงของเธอก่อนที่จะพูดขึ้น

“และฉันสัมผัสได้ว่าน้ำพึ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่”

“ท่านหยูจูคงไม่ได้กำลังคิดว่าปลาอัญมณีอยู่ที่ข้าหรอกนะ”

มู่เหลียงพูดดักคอหยูจูทันที

“ใช่”

หยูจูพยักหน้าด้วยความมั่นใจ

“กระผมคิดว่าท่านกำลังเข้าใจอะไรผิด”

มู่เหลียงเปลี่ยนท่าทาง เขาไม่คิดว่าหยูจูจะสามารถรับรู้ได้ถึงมวลน้ำที่เขาสร้างขึ้น

“เข้าใจผิดงั้นหรอ….”

หยูจูหรี่ตาลงและมองด้วยแววตาที่ซุกซนไปยังมู่เหลียง

“ไม่มีทางที่ฉันจะเข้าใจอะไรผิด ฉันเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารี และสร้างมวลน้ำขึ้นทุกวัน จนสามารถรับรู้ได้ถึงน้ำทุกแห่งในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”

“อะแฮ่ม…”

มู่เหลียงกระตุกก่อนจะกระแอมเล็กน้อย และคิดในใจว่า ผู้หญิงนิสัยเสีย

เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้นอกจากจะสร้างน้ำขึ้นมาแล้วยังติดตามน้ำทุกแห่งที่เกิดขึ้นในค่ายนี้อีกด้วย

“เพราะงั้นนายท่านมู่เหลียง อย่าได้โกหกเลย”

หยูจูเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

เธอกำลังจะเอาความจริงเพื่อบีบให้ชายคนนี้ยอมจำนน

และบอกกับเขาว่าเจ้าหนูลูกเล่นแกมันเด็กน้อยเกินไป

“ไม่…กระผมไม่ได้โกหก”

มู่เหลียงส่ายหัวเล็กน้อย

เขาไม่ได้รังเกียจผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอต้องสร้างน้ำทุกวันเพื่อหล่อเลี้ยงทุกชีวิต แต่การใช้น้ำของเธออาจจะดูโรคจิตไปหน่อย

“นายท่านมู่เหลียงอย่าได้กังวลใจ ฉันไม่คิดจะแย่งปลาอัญมณีจากท่านไป”

มู่เหลียงวางมือลงบนโต๊ะอย่างสุขุม และมองไปยังหยูจูด้วยแววตาที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับเธอ

“กระผมแค่….”

มู่เหลียงเปิดปากและพยายามจะอธิบายทุกอย่าง

“ฉันจะสามารถทำให้ปลานั้นสร้างน้ำขึ้นได้อีก…..”

หยูจูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

เธอไม่ได้ต้องการจะข่มขู่มู่เหลียง เช่นเดียวกับที่เคยคุกคามเซียฮู

บุ๋มๆ

มู่เหลียงหงายมือขึ้น ก่อนที่เขาจะใช้ความสามารถควบแน่นวารีสร้างบอลน้ำขึ้นมาในมือ เพราะเขานั้นขี้เกียจจะอธิบายให้มากความ แสดงให้เห็นเลยจะง่ายกว่า

“นี่….”

ใบหน้าที่ทรงเสน่ห์ของหยูจูถึงกับเปลี่ยนสี และเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เธอไม่พูดสิ่งใดอีกเลย

“นั้นมันเหมือนกับพลังของท่านแม่เลย…พลังของผู้ตื่น”

หยูเฟ่ยหยานนั้นบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอมองดูบอลน้ำด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

“กระผมว่า…นี้คือคำตอบที่ท่านอยากรู้ มันคือพลังของผมในฐานะผู้ตื่น”

มู่เหลียงยกมือขึ้นก่อนที่จะวางบอลน้ำลงในถังที่อยู่ในห้อง

“ขออภัยด้วย ไม่คิดว่านายท่านมู่เหลียงเองก็จะเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารีเหมือนกัน ฉันคงจะตัดสินอะไรเร็วเกินไป”

หยูจูนั้นรีบกล่าวขอโทษพร้อมกับก้มหัวให้ทันที ในฐานะนายหัวแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เธอต้องรับผิดชอบและกล่าวขอโทษจากใจจริง

“ไม่เป็นไร”

มู่เหลียงส่ายหัว พร้อมกับส่งยิ้มให้

หยูจูมองไปยังรูปร่างหน้าตาของมู่เหลียงก่อนที่ความคิดของเธอจะเริ่มเปลี่ยนไป และมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

และเริ่มใช้สายตาที่ทรงเสน่ห์มองไปยังมู่หลียงอีกครั้ง

“นายท่านมู่เหลียง ฉันขอเสียมารยาทตั้งคำถามอีกสักข้อกับนายท่านได้หรือไม่”

“เชิญถาม”

มู่เหลียงตอบด้วยความรู้สึกแปลกใจ

เขาคิดว่าหยูจูจะรีบจากไปด้วยความรู้สึกผิด และอับอาย ไม่คิดว่าเธอจะยังอยู่ต่อ

“นายท่านมีแผนทีจะอยู่ในกลุ่มของฉันอีกนานแค่ไหน”

หยูจูนั้นเอามือขึ้นถัดผมเข้าข้างหู ก่อนที่จะหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง และพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูน่าฟัง

“ไม่ทราบว่านายท่านสนใจแต่งงานกับลูกสาวงี่เง่าของฉันไหม?”

“ห้ะ!?”

มู่เหลียงและหยูเฟ่ยหยานนั้นถึงกับตกใจจนนัยน์ตาเบิกกว้าง และมองหยูจูที่กำลังยิ้มอย่างมีแผนการบางอย่าง

……

“ไม่ได้!!”

คนแรกที่ตอบออกมาคือมินโฮ เธอตะโกนออกมาสุดเสียง

“จะให้ผู้หญิงผมแดงคนนั้นแต่งกับ….นายท่านมู่ไม่ได้”

“ชะ–ชะ ใช่!! นาย…นายท่านมีภารกิจที่ต้องทำอยู่ และไม่สามารถอยู่ที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้”

ลี่เยว่เองก็ถึงกับสูญเสียความนิ่งสงบ และโบกไม้โบกมือเพื่อห้ามมู่เหลียง

“อ๋อ….”

หยูจูหรี่ตาลงมองไปยังสองสาวที่ยืนอยู่ข้างมู่เหลียง ก่อนที่เธอจะครุ่นคิดอะไรสักอย่าง

หยูเฟ่ยหยานที่อยู่ใกล้ๆ ก็ตกตะลึงกับปฏิกิริยาของสาวใช้สองคนของมู่เหลียงมาก

ก่อนที่เธอจะคิ้วขมวดด้วยความสงสัย และเอียงหัวเล็กน้อย

“ผู้หญิงผมแดง….นั้นหมายถึงฉันงั้นหรอ?”

“แล้วนังลูกงี่เง่า คิดเช่นไรหากว่าจะแต่งงานกับนายท่านมู่เหลียง”

หยูจูนั้นอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองลูกสาวจอมสร้างปัญหาของเธอ และอดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้ง

“ท่านแม่!! พอเถอะ พูดจาอะไรไร้สาระเช่นนี้!”

หยูเฟ่ยหยานนั้นพูดด้วยสีหน้าที่แดงก่ำ

“แล้วนายท่านมู่เหลียงเล่า…คิดเช่นไร ถึงลูกสาวของฉันจะหัวทึบและเบาปัญญาไปหน่อย แต่นางเองเป็นคนมีความสามารถใช้งานได้”

ตอนนี้มู่เหลียงได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความวุ่นวายในครั้งนี้แล้ว

…….

“ถ้าหากว่าถามกระผมว่าคิดเช่นไร กระผมว่าลองดูก็ไม่เสียหาย”

มู่เหลียงตอบอย่างจริงจัง

“เอ๊!!!”

ทั้งมินโฮและลี่เยว่ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ดูเหมือนว่าลูกสาวของฉันจะมีเสน่ห์ทำให้นายท่านสนใจ”

หยูจูเห็นว่ามู่เหลียงกำลังแกล้งเล่นตามน้ำไปกับเธอ

“ท่านแม่ พอเถอะอย่าพูดอีกเลย”

ตอนนี้คอของหยูเฟ่ยหยานนั้นหดเหลือนิดเดียวและแทบจะมุดเข้าไปในเสื้ออยู่แล้ว เธออับอายจนไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไป

“ถ้าหากว่าท่านแม่ยังพูดอีก หนูจะเล่าเรื่องน่าอายของแม่…”

“อะแฮ่ม…”

หยูจูมองหยูเฟ่ยหยานด้วยสายตาที่อ่อนโยน และยิ้มบางๆ ให้

“ก็ ก็ ท่านแม่เป็นคนเริ่มพูดเรื่องน่าอายก่อน!”

หยูเฟ่ยหยานนั้นเถียงคอเป็นเอ็นเลยในเวลานี้

“เอาล่ะ เอาล่ะ วันนี้ครื้นเครงกันมากพอแล้ว”

แล้วหยูจูก็ยืนขึ้นและพูดปิดการสนทนา

ความตั้งใจและความพยายามของเธอล้มเหลวอีกครั้ง

เพราะสิ่งที่เธอตั้งใจคือมาลองเชิงว่ามู่เหลียงคนนี้มีปลาอัญมณีหรือป่าว และเมื่อรู้ว่ามู่เหลียงเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารี เธอก็พยายามที่จะดึงตัวเขาเอาไว้ที่กลุ่ม แต่ก็ไม่สำเร็จสักอย่าง

ถึงเธอจะพบเจอหนทางออก แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับไปเลย

หยูจูเดินไปที่ประตู

ก่อนที่จะหันกลับมามองมู่เหลียงพร้อมกับรอยยิ้ม และพูดอย่างมีเสน่ห์ว่า

-“นายท่านมู่เหลียง…เรื่องแต่งงานกับลูกสาวของฉันไปลองคิดทบทวนดูหน่อยก็แล้วกัน”

“ได้กระผมจะเก็บไปคิดทบทวนดู”

มู่เหลียงตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มด้วยเช่นเดียวกัน

เฮ้อ….

หยูจูถอนหายใจหลังจากหันหน้ากลับไปแล้ว และเดินออกไปอย่างสง่างาม

ความพยายามที่จะหาแหล่งน้ำให้กับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ล้มเหลวอีกครั้ง

ทั้งหมดนั้นเกิดจากลูกสาวของเธอไม่มีเสน่ห์มากพอ

“ท่านแม่ กลับกันเถอะ ท่านแม่ควรพักผ่อนได้แล้ว”

หยูเฟ่ยหยานนั้นเดินหน้าแดงออกมา และไปเกาะที่แขนของหยูจู

“ไม่ต้องเร่งก็ได้ แม่ยังไม่ง่วง”

“ท่านแม่ วันนี้ท่านแม่คงจะเหนื่อยมากเลย พูดแต่เรื่องไร้สาระมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว”

“อะไรของแกไอ้ลูกคนนี้ แม่อุสาคิดถึงอนาคตของแก จะได้มีที่พึ่งพามีสามีดีๆ ไม่งั้นชีวิตของแกอาจจะจบลงที่ได้สามีแก่ๆ!!”

หยูจูตอบกลับไป

“ว่าไงนะ….หยูชิงหลง!! ท่านลองพูดอีกสิ!!!” (ประมานล้อชื่อแม่ตัวเอง ยัยพระจันทร์สีฟ้า หรือแบบพวกนางมารฟ้า อะไรพวกนี้)

“นี้!!! กล้าดียังไง!! มาเรียกแม่ด้วยชื่อนี้ มานี้เลยนะ!!”