“เมือง….บนหลังของสัตว์อสูรโบราณ….อย่างงั้นหรอ”
เหอเกิ่นมองดูด้วยสายตาที่แตกตื่น
การมีกำแพงแก้ว และสิ่งปลูกสร้างนั้นแปลว่าบนนั้นต้องมีคนอยู่ และหมายความได้อีกอย่างด้วยว่าสัตว์อสูรตัวนี้มีเจ้านาย
ตามท้องถนนมีซากศพของทาสกระจัดกระจายเต็มไปหมด และยังมีศพของสัตว์อสูรปนๆ อยู่ด้วย
ครืน!!
-สัตว์อสูรโบราณขยับตัวอีกครั้ง ภายใต้สายตาที่หวาดกลัวของเหล่าทาส มันค่อยๆ หมอบนอนลงไปกับพื้น
ประตูป้อมเทียนเหมินเปิดออกอย่างช้าๆ
ตุบๆ
มีเสียงของฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
เกาเฉา ซานหยาน และกองกำลังปกป้องเมืองเต่าทมิฬ ก็ได้เดินขบวนออกมาอย่างช้าๆ และเข้าไปที่เมืองไป๋หลี่
“หัวหน้า ยังมีสัตว์อสูรบางตัวไม่ตายครับ”
มีทหารเข้ามารายงาน
“จัดการให้เรียบร้อย”
เกาเฉาออกคำสั่งทันที
“ครับ”
ทหารคนนั้นก้าวถอยออกไไป ก่อนที่จะเล็งหน้าไม้ไปทางสัตว์อสูรที่ใกล้ตายและเหนี่ยวไก
ฟุบ!!
ลูกดอกหน้าไม้ทะลุหัวของสัตว์อสูรไป ทำให้มันจากไปอย่างสงบ
“สองคนขนร่างของมันขึ้นไปที่เมืองเต่าทมิฬ”
ซานหยานพูดขึ้น
“ครับ”
ทหารสองคนก้าวออกมาและเข้าไปอุ้มร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นกลับเข้าไปในป้อมเทียนเหมิน
“แบ่งกลุ่มกัน ออกไปเก็บซากสัตว์อสูรทั้งหมด ออกไปกองไว้นอกเมือง ส่วนที่เหลือเข้าไปในเมืองกับฉัน”
เกาเฉาออกคำสั่งต่อทันที
กองทหารเต่าทมิฬแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย และมีอีกกลุ่มเดินเข้าไปในเมืองผ่านประตูเมืองที่พังไปแล้ว
สภาพภายในเมืองที่ทุกคนเห็นนั้น คือถนนที่เสื่อมโทรม เห็นได้ถึงก้อนฝุ่นและดินที่กองอยู่บนท้องถนน แสดงให้เห็นเลยว่าไม่เคยมีใครทำความสะอาดมาหลายปีแล้ว
เกาเฉาคิ้วขมวดและมองไปรอบๆ เขาเห็นซากศพของทั้งคนและสัตว์อสูรเกลื่อนไปหมด
นอกจากนี้แล้ว ยังมีทาสที่รอดชีวิตมองดูพวกเขาด้วยความหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะขยับตัวไปไหน
ตุบๆ
เสียงฝีเท้าดังขึ้น พร้อมกับหยู่ฉินหลานและหน่วยแพทย์ที่ตามหลังเธอมา
หยู่ฉินหลานในชุดกี่เพ้าอัญมณีฟ้า เดินเข้ามาในเมืองด้วยท่วงท่าที่สง่างาม และมองสำรวจไปรอบๆ
เธอตั้งชื่อชุดตามสีของชุด และเพราะมันเป็นยุทธภัณฑ์จิตวิญญาณระดับสูงจึงจำเป็นต้องมีชื่อเรียก
หน่วยแพทย์ที่ตามานั้น เป็นพนักงานจากร้านขายยา มีทั้งหมด 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด
และทุกคนมีกล่องไม้เล็กๆ ติดตัวมาด้วย ซึ่งภายในนั้นมีขวดยารักษาอยู่
“พวกท่านเป็นใคร…”
มีทาสคนหนึ่งถามขึ้นด้วยสีหน้าแตกตื่น
หยู่ฉินหลานยิ้มมุมปากและพูดอย่างสง่างาม
“พวกเรามาจากเมืองเต่าทมิฬ”
“เมือเต่าทมิฬ…”
ทาสนั้นพูดตามด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่ เมืองเต่าทมิฬเป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่บนหลังของสัตว์อสูรโบราณนี้”
หยู่ฉินหลานอธิบายเพิ่มเล็กน้อย ก่อนที่จะมองไปรอบๆ เมืองไป๋หลี่ที่สภาพทรุดโทรม ราวกับใกล้จะพังพินาศ
หยู่ฉินหลานกล่าวต่อ
“ถ้าหากว่าไม่มีที่จะไปหรือที่อยู่ ลองไปที่เมืองเต่าทมิฬดู พวกเราอยู่ไม่นานเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จะจากไป”
“จริงงั้นหรอ?!”
การแสดงออกของเหล่าทาสนั้นเปลี่ยนไปทันที
“ฉันไม่บังคับใครหรอกนะ”
หยู่ฉินหลานยักไหล่เล็กน้อย และนำหน่วยแพทย์เข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บอาการสาหัสต่อ
เมื่อเธอผ่านเกาเฉาไป ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ
“แบ่งคนไปเก็บซากสัตว์อสูรกลับไปที่เมืองด้วย”
“ครับ”
เกาเฉาขานรับ และส่งสัญญาณให้กับทหารที่ตามมาด้วยทันที
ซากสัตว์อสูรพวกนี้ถือว่าเป็นค่ายารักษาชาวบ้านที่บาดเจ็บและทาสเหล่านี้
ท่าทางของเหล่าทาสเริ่มเปลี่ยนไป บางคนพยายามที่จะลุกขึ้นยืนและลากร่างของตัวเองไปยังเต่าทมิฬ
“เดี๋ยว…ไม่กลัวว่าจะถูกหลอกงั้นหรอ”
มีทาสคนหนึ่งทักท้วงขึ้น
“เรามีอะไรให้หลอกได้อีกล่ะ”
ทาสที่ลุกขึ้นเดินไปตอบอย่างไร้ซึ้งอารมณ์
เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น และคงไม่สามารถทนอยู่เมืองไป๋หลี่ได้อีกแล้ว และขอไปตายเอาดาบหน้าที่เมืองเต่าทมิฬดีกว่า
“ใช่….พวกเราไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว”
พวกทาสเริ่มที่จะลุกขึ้นยืนและเดินตามกันไป
แม้จะบาดเจ็บและไร้เรี่ยวแรงก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครมาหยุดพวกเขา
มีทาสบางส่วนเดินมาถึงเต่าทมิฬ พวกเขากลืนน้ำลายก้อนโตลงคอด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงอย่างงั้นภายในปากของพวกเขาก็มีเพียงแค่ทรายกับฝุ่นเท่านั้น
“ขึ้นมาทางนี้ทุกคน”
เว่ยกังยืนอยู่ที่ทางขึ้นป้อมเทียนเหมิน เขาได้รับหน้าที่รับตัวผู้ลี้ภัยเข้าเมือง
“พวกเราขึ้นไปบนนั้นได้จริงๆ งั้นหรอ”
ที่หน้าป้อมเทียนเหมินเหล่าทาสเริ่มลังเลใจอีกครั้ง
“แน่นอน”
เว่ยกังพูดขึ้นด้วยสีหน้าอ่อนโยน
เหล่าทาสมองหน้ากัน ก่อนที่จะกัดฟันและรวบรวมความกล้าเดินขึ้นบันไดป้อมเทียนเหมินไปที่ละขั้น
พวกเขาผ่านป้อมเทียนเหมินไปยังป้อมเฉือนคง และในที่สุดก็มาถึงป้อมซานไห่
มีทหารคอยดูแลควบคุมกำกับมาเป็นระยะ หากใครที่มีอาวุธติดตัวมาก็ถูกปลดออกจนหมด
เพียงแต่ว่าไม่มีใครพกสิ่งของที่เป็นอาวุธมาเลยสักคน
มีเพียงเครื่องไม้เครื่องมือไม่กี่อย่าง ที่ใช้ก่อสร้างกำแพงเท่านั้นที่ติดตัวพวกเขามาด้วย แต่ทุกคนก็สละทิ้งมันทั้งหมดและโยนมันลงไปจากป้อมเฉือนคง
เว่ยกังสังเกตเห็นว่าผู้คนที่ขึ้นมานั้นล้วนใส่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นไปหมด ดูจากสภาพแล้วคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าบัตรผ่านแน่
โชคดีที่มู่เหลียงได้ออกคำสั่งให้ยกเลิกเก็บค่าบัตรผ่านพวกเขาทั้งหมด และให้เข้าเมืองเป็นกรณีพิเศษ
ประตูซานไห่เปิดออก พร้อมกับหน่วยทหารที่เข้ามาดูแลรับผิดชอบต่อทันที
“ทุกคนเข้าแถว อย่าได้แตกแถวแล้วตามฉันมา”
ทหารของเมืองเต่าทมิฬเริ่มเข้าไปจัดระเบียบแถวของผู้ลี้ภัยทันที และนำทุกคนเข้าไปในเมือง
เหล่าทาสนั้นแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นมาก และเดินผ่านป้อมประตูซานไห่ไปด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
แต่เมื่อก้าวพ้นประตูมา สิ่งที่พวกเขาเห็นคือบ้านเมืองที่เรียบร้อย และสะอาดสะอ้าน
ที่นี่ไม่มีกระแสลมที่พัดรุนแรง หรือพายุฝุ่นทราย อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นที่เหม็นเน่าตามท้องถนนอีก
“สวรรค์อย่างงั้นหรอ….”
บางคนถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้างและอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
ข้างๆ กลุ่มผู้ลี้ภัย หนี่จี๋ชาในชุดเกราะภูติผีกำลังจับตาดูทุกคนอยู่
เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนเหล่านี้
หนี่จี๋ชาได้รับมอบหมายให้จับตาดูเหล่าคนที่ลี้ภัยขึ้นมา หากมีอะไรผิดสังเกตหรือเห็นพวกแอบแฝงเข้ามาให้สังหารได้ทันที
และไม่ใช่เธอคนเดียวที่ได้รับงานนี้ ลี่ลี่เองก็ได้รับมอบหมายงานนี้ด้วยเหมือนกัน
ในเวลาเดียวกันหยางปิงกับลี่เยว่ก็แอบเข้าไปในเมืองไป๋หลี่เพื่อสืบหาข่าวสาร
เหล่าทาสที่ถูกต้อนมารวมตัวกันที่ลานกว้าง
พวกเขามองไปยังถนนหนทางที่สะอาดและเป็นระเบียบอย่างสงสัย อีกทั้งยังอ้าปากกว้างด้วยความตกตะลึงตั้งแต่เข้ามาในเมือง
“นั่นคืออะไร”
ทาสคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า และตกใจกับต้นชาเขียวประกายที่สูงใหญ่ นี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นต้นไม้สีเขียวใหญ่โตขนาดนี้
“ที่นี่คงเป็นสวรรค์แน่ๆ”
“พวกเราตายแล้วงั้นหรอ?”
กลุ่มทาสกำลังตกอยู่ในสภาวะมึนงงและสับสน ก่อนหน้านี้พวกเขาตกอยู่ในสภาวะที่สิ้นหวังสุดขีด แต่ตอนนี้พวกเขากับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
“ตรงนี้มีจุดแจกอาหารกับน้ำ โปรดเข้าแถวและอย่าแย่งกัน มีพอสำหรับทุกคน”
เฉิงเหมาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหน่วยสายตรวจที่ขนน้ำกับอาหารออกมา
“น้ำ!!”
“กินน้ำได้จริงๆ ใช่ไหม”
พวกทาสมองดูด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ไม่เพียงจะถูกรับเข้าเมืองแล้ว พวกเขายังได้อาหารกับน้ำอีก
“นี่คือความเมตตาของท่านเจ้าเมือง เพราะงั้นโปรดเข้าแถวมารับไปเถอะ”
เฉิงเหมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หากว่าใครไม่เชื่อฟังกฏระเบียบ ไม่เพียงจะไม่ได้น้ำกับอาหาร ยังจะถูกขับไล่ออกไปจากเมืองเต่าทมิฬด้วย”
ก่อนที่เฉิงเหมาจะพูดต่อด้วยท่าทางขึงขัง และมองไปที่เหล่าทาส
“ยินดีๆ พวกเราไปเข้าแถวกันเถอะ”
สีหน้าของเหล่าทาสเปลี่ยนไป พวกเขาไม่อยากถูกไล่ออกไปจากที่นี่
ทาสทั้งหมดเข้าแถวกันเป็นระเบียบโดยที่ไม่มีใครกล้าที่จะสร้างปัญหาหรือแซงแถวเลยสักคน
นั้นเพราะทุกคนคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ ในเมืองไป๋หลี่ทุกคนต้องเข้าแถวเพื่อรับอาหารเหมือนกัน
เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนได้แจกจ่ายน้ำและเนื้อย่างหนึ่งชิ้นให้ทุกคน
ทาสที่ได้รับอาหารกับน้ำไปแล้ว สีหน้าก็แสดงออกถึงความรู้สึกที่อัดอั้น มือของพวกเขาสั่น นัยน์ตาเริ่มขุ่นมัว ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมา
พวกเขาก้มดื่มน้ำอึกใหญ่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“ขอบคุณ….ขอบคุณจริงๆ”
ทาสบางคนเริ่มร้องไห้ แม้แต่ผู้ใหญ่ที่ดูมีอายุก็ยังร้องไห้ราวกับเด็กน้อย
เฉิงเหมายิ้มกว้างและมองดูทาสโทรมราวกับผ้าขี้ริ้ว ก่อนที่เขาจะถอนหายใจและคิดว่าก่อนหน้านี้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่น่าสังเวชขนาดไหนกัน
“ถ้าหากต้องการน้ำอีก ให้กลับมาเข้าแถวเติมได้”
เสียงของเฉิงเหมาพูดขึ้น
“เติมได้….จริงๆ หรอ”
ทาสที่ร้องไห้อยู่ถึงกับชะงักไปและมองดูเฉิงเหมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมาอีกครั้ง
“แน่นอน”
เฉิงเหมาพยักหน้า
เมืองเต่าทมิฬไม่ได้ขาดแคลนเรื่องน้ำ และกลุ่มทาสที่ลี้ภัยเข้ามามีเพียงแค่ 300 คน พวกเขาจะดื่มน้ำได้มากขนาดไหนเชียว?
“ฉัน..ฉันขอน้ำอีกชาม”
หญิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่น เธอเดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขน และยกชามเพื่อขอน้ำ
“เอาน้ำให้เธอ”
เฉิงเหมาพูดขึ้น
เจ้าหน้าที่พยักหน้าก่อนที่จะรีบเติมน้ำลงในชามให้กับผู้หญิงคนนั้น
“เอาเนื้อเพิ่มอีกไหม?”
เฉิงเหมาถามต่อ
เขามองดูเด็กชายในอ้อมแขนของผู้หญิง ร่างกายของเด็กน้อยแห้งจนเห็นหนังติดกระดูก แสดงให้เห็นเลยว่าไม่ได้กินอะไรมานานขนาดไหน และอยู่อย่างอดอยากมากๆ
“ขอบคุณ ขอบคุณท่าน”
หญิงสาวร้องออกมาด้วยความดีใจ และรีบก้มหัวลงหมอบกราบทันที
“ไม่ต้องๆ เอาไปเถอะ”
เฉิงเหมาถอนหายใจ และเห็นว่ามีทาสอีกหลายคนเข้าแถวรออยู่
“ค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นรีบรับเนื้อกับน้ำและเดินจากไป พร้อมกับหาที่นั่งลงและป้อนน้ำให้ลูกเธอ
ที่อีกด้านหนึ่งในเมืองไป๋หลี่
เกาเฉาได้จัดแบ่งหน่วยของเขาเพื่อขนร่างของสัตว์อสูรที่ตายแล้วกลับไปยังเมือง ในขณะเดียวกันก็แบ่งคนไปช่วยเหล่าทาสที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังด้วย
“ไปช่วยคนบาดเจ็บสาหัสก่อน พวกที่เจ็บเล็กน้อยยังรอได้”
หยู่ฉินหลานชี้นิ้วออกคำสั่งหน่วยแพทย์ของเธอ
“ค่ะ”
หน่วยแพทย์ถือกล่องไม้และวิ่งไปมาอย่างรวดเร็ว
“พ่อ!! พ่ออย่าทำให้หนูกลัวได้โปรด”
หยู่ฉินหลานได้ยินเสียงจึงหันไปมอง เห็นว่าตรงประตูทางเข้าไปเมืองชั้นใน มีเด็กสาวผมสั้นกำลังเขย่าร่างผู้ชายคนหนึ่ง
เธอรีบก้าวออกไป และพูดลอยๆ ออกมา
“น้องลี่เยว่ ไปดูในเมืองชั้นในที”
“ได้”
เสียงของลี่เยว่ตอบกลับมาจากความว่างเปล่า
ลี่เยว่นั้นติดตามหยู่ฉินหลานอยู่ แต่ไม่มีใครมองเห็นเพราะสวมชุดเกราะภูติผี
ลี่เยว่ออกจากกลุ่มของหยู่ฉินหลานและไปยังประตูเมืองชั้นใน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved