ตอนที่ 40

มู่เหลียงลุกขึ้นและเอามือไปแตะที่ต้นชา

-ติ๊ง!! ตรวจพบพืชฝึกฝนได้-

“ฝึก”

มู่เหลียงตอบอย่างชำนาญ

-ติ๊ง!! ตรวจพบต้นชาเขียวประกายระดับ 0….เริ่มทำการฝึก-

-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม ทำการฝึกฝนต้นชาเขียวประกายระดับ 0-

-ฝึกสำเร็จ ต้นชาเขียวประกายระดับ 1-”

-ติ๊ง! เจ้านายต้องการสืบทอดพลังมาจากต้นชาเขียวประกาย และรับทักษะประกายแห่งการเติบโตหรือไม่-

“รับ”

มู่เหลียงยอมรับพลังจากต้นชาต้นนี้

-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถประกายแห่งการเติบโตระดับ 1-

มู่เหลียงสงสัยเกี่ยวกับพลังใหม่นี้ ในขณะที่ความรู้สึกของการเปลี่ยนแปลงจะไหลผ่านไปในช่วงพริบตา

เขามองไปยังต้นชาที่ฝึกฝน และเห็นว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากต้นที่สูงแค่ 20 เซนติเมตรตอนนี้สูงถึงครึ่งเมตรแล้ว

ใบชานั้นมีจุดสีเขียวเล็กๆ ที่เด่นชัดเหมือนกับดวงดาวในท้องฟ้า

หลังจากที่รับต้นชาเขียวประกายมาฝึกแล้ว มู่เหลียงเองก็ยังไม่เข้าใจความสามารถที่ได้รับสืบทอดมาอยู่ดี

“เปิดใช้งานประกายแห่งการเติบโต”

มู่เหลียงคิดภายในใจก่อนที่มือของเขาจะเปล่งแสงออกมา มันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

อยู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว และมันก็น่าลองไม่น้อย

เขาได้เอาแสงที่เปล่งออกมาจากมือส่องไปยังต้นมะเขือเทศที่ใกล้จะเหี่ยวเฉา เมื่อถูกลำแสงนี้มันกลับฟื้นคืนสภาพดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แล้วแสงที่มือของมู่เหลียงก็จางหายไป

“ประกายแห่งการเติบโต….ช่วยให้พืชผักงอกงามขึ้น!”

ตอนนั้นเองที่แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายขึ้นมา

ด้วยพลังนี้เขาจะสามารถปลูกต้นไม้หรือพืชพันธ์อะไรก็ได้ ต่อให้เป็นโลกที่ล่มสลายแบบนี้ก็ตาม

“ดี!! แต่ผลของมันยังอ่อนเกินไป”

มู่เหลียงยกฝ่ามือขึ้นมองดูด้วยสายตาที่ไม่พอใจเท่าไร

เขาจึงตัดสินใจที่จะวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกาย และอยากรู้ว่าพลังของความสามารถนี้จะเพิ่มขึ้นแค่ไหน

มู่เหลียงสั่งระบบผ่านความคิดทันที

“ระบบวิวัฒนาการต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 3”

-ติ๊ง! ต้นชาเขียวประกายระดับ 1 ทำการวิวัฒนาการเป็นระดับ 3 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 110 แต้ม-

-ต้นชาเขียวประกายระดับ 3 วิวัฒนาการสำเร็จ-

-ทักษะต้นชาเขียวประกายเป็นระดับ 3 วิวัฒนาการทักษะเป็นอาณาเขตแสงดาว-

“อาณาเขตแสงดาว?”

มู่เหลียงกระพริบตาสองสามครั้งด้วยความสงสัยความสามารถใหม่อีกครั้ง

แต่มันไม่จำเป็นหรอกว่าชื่อมันจะเป็นยังไง ขอแค่ลองใช้งานมันดูก็จะรู้เอง

“เปิดใช้งานอาณาเขตแสงดาว”

มู่เหลียงคิดภายในใจ แล้วความสามารถก็ทำงานสอดคล้องกับความคิดของเขา

วูม

อยู่ๆ ร่างของมู่เหลียงก็เปล่งแสงสีเขียวอ่อนออกมา และเสื้อผ้าของเขาก็ไม่พริ้วไหวตามลมอีกต่อไป มันช่างเป็นภาพที่ไม่ต่างจากเซียนผู้สูงส่งที่ลงมาจากสวรรค์

แล้วรอบๆ ตัวของมู่เหลียงระยะสิบเมตรพืชพันธ์ต่างๆ ที่เคยเหี่ยวเฉาตอนนี้กลับฟื้นฟูตัวเองกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

ใบที่เหลืองและเหี่ยวเฉากลับมาเขียวชะอุมสมบูรณ์ ต้นที่เขียวสมบูรณ์ก็แตกดอกออกใบ

“นี้คือพลังของอาณาเขตแสงดาว ทำให้พืชพันธ์รอบตัวสิบเมตรเจริญเติบโตขึ้น!”

มู่เหลียงนั้นรู้สึกว่าตัวของเขานั้นไม่ต่างจากเทพเซียนแห่งพันธ์ไม้

จนเขาเริ่มสงสัยว่าตอนนี้ค่าสถานะของตัวเองเพิ่มขึ้นขนาดไหนแล้วหลังจากวิวัฒนาการอสูรฝึกเลี้ยงไปหลายตัว

ผู้ฝึก : มู่เหลียง

ถึกทน 45

ว่องไว 42.6

กำลัง 42

ปราณ 56

อายุขัย 24 / 930 ปี

แต้มฝึกฝน 0 (คืนค่าทุกวัน และสะสมได้)

แต้มวิวัฒนาการ 858

ความสามารถ ควบคุมปฐพีระดับ 4 เกล็ดแข็งพรางตาระดับ 4 กายมนุษย์ระดับ 1 ถักทอใยแมงมุมระดับ 4

น้ำตานางฟ้าระดับ 1 อาณาเขตแสงดาวระดับ 3

…..

สิ่งที่ฝึกฝน เต่าหิน(ระดับ 4) ทักษะ ควบคุมปฐพีระดับ 3

เสี่ยวได กิ้งก่าสามสี(ระดับ 4) ทักษะ เกล็ดแข็งพรางตาระดับ 4

เซียวหง แมงมุมผีแดง(ระดับ 4) ทักษะ ถักทอใยแมงมุม 4

ดอกปีกนางฟ้า(ระดับ 1) ทักษะ น้ำตานางฟ้า 1

ต้นชาเขียวประกาย(ระดับ 3) ทักษะ อาณาเขตแสงดาว 3

…..

พลังของมู่เหลียงเพิ่มขึ้นมาพอตัวหลังจากเพิ่มระดับให้กับแก็งสามสหายเป็นระดับ 4

แต่ที่น่าตกใจกว่าคืออายุขัยของเขาตอนนี้มากถึง 930 ปี

“ตอนนี้พวกแกคือเด็กน้อยของฉันแล้ว”

มู่เหลียงฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ต้นชาสูงขึ้นถึงสองเมตร

จุดเขียวที่เหมือนกับดวงดาวบนใบชาที่เคยมีจุดเดียวตอนนี้ได้มีเพิ่มถึงสามจุด

“เสี่ยวไกถึงเวลาทำงานแล้ว”

มู่เหลียงส่งกระแสจิตไปหาเสี่ยวไกที่นอนหลับอยู่แถวๆ เนินกระดองรอบนอกของเต่าทมิฬ

กี้!

กิ้งก่าสามสีไต่ขึ้นมาจากขอบกระดองขึ้นมาหามู่เหลียง

“ต่อจากนี้แกต้องเฝ้าแปลงผักนี้ไว้ ห้ามใครเข้าหากว่าไม่ได้รับอนุญาตจากฉันเข้าใจไหม?”

มู่เหลียงออกคำสั่งไปแล้วพึ่งจะคิดได้ ก่อนจะหันไปมองทางสองสาว และบอกเสี่ยวไกว่าให้สองสาวนี้เข้าใกล้ได้ด้วย

กี้!

เสี่ยวไกแลบลิ้นออกมา ก่อนที่มันจะเดินไปยังต้นชาและนอนลงใต้ต้นชาด้วยสีหน้าดูมีความสุข

“เสี่ยวไก!! อย่าไปนอนใต้ต้นชา! ไปนอนตรงอื่น!!”

มู่เหลียงเมื่อเห็นก็ดุเสี่ยวไกทันที ก่อนที่จะไล่ให้มันไปนอนที่อื่นแทน

มู่เหลียงเห็นแล้วว่าหากว่าต้นชาสูงกว่านี้เขาสามารถมานั่งจิบชาใต้ต้นของมันได้

เสี่ยวไกมองมู่เหลียงด้วยสายตาเศร้าๆ ก่อนจะลุกออกไป

“ผักเองก็ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิต…แต่ไม่รู้ว่ากะหล่ําปลีพวกนี้หากตัดออกมากินแล้วจะงอกได้อีกกี่ครั้ง”

มู่เหลียงอยู่ๆ ก็เลียริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเสียดาย เดิมทีเขาวางแผนจะเอามาใบกะหล่ํามาต้มกับน้ำซุปเนื้อสักมื้อ

แต่กะหล่ําปลีหัวนี้ยังเล็กอยู่ ไม่คุ้มค่าที่จะเด็ดกินในตอนนี้ และยังคงไม่เด็ดมันกินตอนนี้จนกว่าจะหาวิธีขยายพันธ์มันได้

ส่วนพืชผักอื่นๆ มู่เหลียงไม่กล้าที่จะยุ่งด้วยเพราะไม่รู้จัก เลยไม่กล้ากินจนกว่าจะระบุได้ว่าไม่มีพิษ

มู่เหลียงเลยเล็งไปที่มะเขือเทศ ก่อนที่จะเด็ดออกมาสองสามลูก

“หากว่ามีเมล็ดของมันละก็…”

มู่เหลียงถอนหายใจ และมองดูมะเขือเทศสามลูกในมือ ขนาดของมันไม่ใหญ่มากแม้จะถือสามลูกก็ยังเล็กกว่าฝ่ามือของเขา

หากว่าไม่มีเมล็ดมะเขือเทศสามลูกนี้ไม่พอที่จะเอามาใส่ซุปเลยด้วยซ้ำ

“งั้นเอาเมล็ดพืชมาปลูกเพิ่มด้วยเลยละกัน”

มู่เหลียงนั้นพึ่งคิดได้ว่าเขาเก็บเอาเมล็ดพืชมาหลายชนิดจากทั้งฐานของเคราโลหิตและบ้านหัวหน้าค่าย

เสริมด้วยความสามารถอาณาเขตแสงดาว ไม่มีทางที่เขาจะปลูกพวกมันไม่ได้

เขาวิ่งกลับเข้าไปในบ้านและนำเมล็ดพืชหว่านลงไปปลูกในดิน

“พรวนดินก่อนเล็กน้อย ที่เหลือก็แค่รดน้ำ”

มู่เหลียงมองไปยังแปลงผักอย่างพอใจ

จะเรียกว่าแปลงผักก็ไม่น่าจะถูก ต้องเรียกว่าสวนมากกว่า

“น้ำ…เอามาจากปลาอัญมณีแล้วกัน”

มู่เหลียงจำได้ว่าเขาเอาปลาอัญมณีมาด้วย เขาเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้งพร้อมกับหยิบถังน้ำที่ใส่ปลาอัญมณีเอาไว้

กึกๆๆ

ถังนั้นสั่นไปมาในมือของมู่เหลียง

“ยังไม่ตายสินะ”

มู่เหลียงเปิดฝาออกอย่างระมัดระวัง ให้พอที่จะมีช่องเล็กๆ เท่านั้น

ทันใดน้ำก็ไหลออกมาจากช่องฝาที่เปิดออก

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ ฉันจะทำสระใหญ่ๆ ไว้ให้แกโดยเฉพาะเลย”

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะปิดฝาถัง

แต้มฝึกฝนเขาไม่มีพอที่จะใช้ฝึกปลาอัญมณีแล้ว ต้องรอเป็นวันพรุ่งนี้พร้อมกับตอนที่ขุดสระให้มัน

มู่เหลียงเดินไปรอบๆ สวน และใช้น้ำที่ไหลออกมาจากถังรดพืชผักทั้งหมด