ตอนที่ 42

“พอไม่มีเกลือแล้วซุปมันไร้รสชาติจริงๆ”

มู่เหลียงลองชิมน้ำซุปมะเขือเทศที่ทำขึ้น

เขาสัมผัสได้ถึงรสชาติหวานจางๆ จากมะเขือเทศ และรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ซึ่งพอที่จะกินได้

ก่อนที่มู่เหลียงจะยกหม้อซุปมาวางบนโต๊ะ พร้อมกับนำเนื้อย่างชิ้นใหญ่ขึ้นมาวางด้วย

และเขาก็หันหน้าไปทางสองสาวและตะโกนขึ้น

“อาหารพร้อมแล้ว!! ไปล้างมือซะ และรีบมากินข้าว”

“ล้างมือ?”

ลี่เยว่ถึงกับตกใจ

นี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินคำพูดที่หรูหราแบบนี้

ลี่เยว่ก้มมองดูมือของตัวเองก็เห็นว่ามันดําปิ๊ดปี๋

คงจะต้องล้างมือจริงๆ

“เอ๋? ทำไมต้องล้างมือด้วย!”

มินโฮถามขึ้นพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่ไหลอยู่บนหน้าผาก นิ้วมือของเด็กน้อยเองก็ดำเหมือนกัน

“ไม่ได้ ไม่งั้นห้ามกิน”

มู่เหลียงส่ายหัวและพูดอย่างจริงจัง

“ตอนนี้การกินอยู่ดีขึ้นแล้ว เราจะไม่ใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีก”

“แต่มันเปลือองน้ำ!!”

มินโฮเถียงขึ้นมาทันที

“ไม่ต้องเสียดายน้ำที่ใช้ล้างเป็นน้ำฝนทั้งหมด”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับใช้สายตาที่เหนือชั้นกว่ามองไปยังมินโฮ

ตั้งแต่ได้ปลาอัญมณีมา มู่เหลีองก็ไม่คิดที่จะลองกินน้ำฝนหรือกรองมันอีกเลย

“งั้นก็ได้”

มินโฮทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะตอบกลับไป

“กับอีแค่ล้างมือ…!”

มินโฮบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่สุดท้ายก็ยอมไปล้างมืออย่างเชื่อฟัง

“....”

ลี่เยว่ที่มองอยู่ก็อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดออกมา เพราะถูกมู่เหลียงจ้องอยู่เหมือนกัน

“งั้นก็….”

ลี่เยว่เดินตามมินโฮไปทันทีเพื่อล้างมืออย่างเชื่อฟัง

“ตอนนี้ฉันมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วหรอ?”

มู่เหลียงเอามือกายหน้าผากพร้อมกับบ่นราวกับเป็นคนแก่

“เราแค่ดูอายุมากที่สุดเท่านั้นเอง ทำไมกลับรู้สึกเหมือนพ่อแม่ขี้บ่นแบบนี้”

มนุษย์นั้นยิ่งผ่านประสบการณ์อะไรมาก เขาคนนั้นจะกลายเป็นผู้ใหญ่เองโดยธรรมชาติ แม้อายุยังน้อยอยู่ก็ตาม และกลายเป็นผู้นำโดยไม่รู้ตัว

หรือนี้อาจจะเป็นพรสวรรค์ผู้นำของมู่เหลียงก็ได้

“ล้างเสร็จแล้ว!”

มินโฮเดินกลับเข้ามาพร้อมกับผายมือออกให้มู่เหลียงเห็นว่ามือสะอาดแล้วเหมือนกับเด็กๆ

“ดีมาก สะอาดดี!”

มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ก่อนที่จะชำเลืองไปมองลี่เยว่ซึ่งเธอเองก็ผายมือให้มู่เหลียงตรวจสอบด้วยเหมือนกัน ก่อนที่มู่เหลียงจะพูดต่อ

“ดีงั้นไปนั่ง เราจะได้เริ่มกินกันสักที”

“????”

ลี่เยว่ก้มมองดูมือตัวเองหลายครั้ง และรู้สึกแแปลกๆ มันตะขิดตะขวงในใจ

ลี่เยว่ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ ตัวเธอเองถึงทำตัวเหมือนเด็กน้อยไปได้

มู่เหลียงจะรู้ไหมว่าเธอเองอายุ 16 แล้ว

“ว้าว!! ซุปสีแดง!!”

มินโฮมองหม้อน้ำซุปด้วยความตื่นเต้น

“ลี่เยว่!! ยืนทำอะไรอยู่ล่ะ มานั่งสิ!”

มู่เหลียงตะโกนเรียกให้ลี่เยว่มานั่งด้วยรอยยิ้ม

เขาไม่แปลกใจว่าทำไมลี่เยว่ถึงยังกลัวๆ กล้าๆ อยู่แต่ยังไงสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็เป็นสัตว์สังคมอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้

ลี่เยว่นั้นใช้ชีวิตคนเดียวมานานเกินไป และเมื่อเธอได้เจอสังคมใหม่ หรือต้องเป็นส่วนร่วมกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ด้วยสัญญาตญานของมนุษย์จะทำให้เธอทำตามโดยไม่รู้ตัว ต่อให้ตัวเองยังกลัวๆ กล้าๆ ก็ตาม

ลี่เยว่เพียงแค่ทำมันเท่านั้น

“อืม!! มาแล้ว”

ลี่เยว่ใช้มือทั้งสองข้างตบไปบนแก้มของเธอเบาๆ และสลัดความคิดที่ซับซ้อนในหัวออกไป

เธอนั่งลงในวงอาหาร และเมื่อเห็นซุปที่มีสีแดงในชามไม้ความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็พุ่งพล่านไปหมด

“ขอบคุณสำหรับวันนี้ กินกันเถอะ”

มู่เหลียงกล่าวเปิดพร้อมกับเริ่มกินน้ำซุป

“ว้าว!!”

มินโฮอุทานออกมาหลังจากแค่จิบเข้าไปนิดเดียว

“ซุปนี้มันทำมาจากอะไร มันอร่อยมากเลย”

มินโฮนั้นแววตาใสแป๋วตลอดเวลา และแสดงออกถึงความชื่นชอบน้ำซุปอย่างมาก

รสหวานอมเปรี้ยวมันทำให้เธอหยุดกินไม่ได้

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น

“ฉันใส่มะเขือเทศลงไปในซุป ต่อไปฉันจะสอนมินโฮทำเอง”

“อะไรคือมะเขือเทศ??”

มินโฮถามโดยที่ไม่กระพริบตาเลยแม้แต่น้อย

“มะเขือเทศเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีสีแดง แต่ก็มีบางผลที่ยังไม่สุกดีจะมีสีออกน้ำตาลๆ เขียวๆ เอาไว้เดียวฉันสอนมินโฮดูวันหน้า”

มู่เหลียงมองดูหูกระต่ายที่พริ้วไหวไปมาอย่างเอ็นดู และรู้ได้เลยว่ามินโฮชอบน้ำซุปนี้มาก

“อือๆ!!”

มินโฮพยักหน้าอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเอ่ยปากชม

“น้ำซุปมะเขือเทศเป็นของกินที่อร่อยที่สุดในชีวิตของฉันเลย”

“ดี ถ้าอย่างงั้นก็กินเยอะๆ”

มู่เหลียงตักน้ำซุปเติมเพิ่มให้มินโฮอย่างเอ็นดู

เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับมู่เหลียงที่ซุปมะเขือเทศนี้ทำให้มินโฮมีความสุขได้

“ฮิๆๆๆ”

มินโฮหรี่ตาลงและหัวเราะชอบใจ ก่อนที่จะตักน้ำซุปเข้าปาก

“มันอร่อยจริงๆ”

ลี่เยว่เองก็อุทานออกมาเบาๆ

สุดท้ายแล้วปฏิกิริยาของมินโฮก็ไม่ได้เกินจริง แม้แต่ลี่เยว่ก็เอ่ยชม

ร่องรอยของความสุขได้ก่อตัวขึ้นในแววตาของลี่เยว่ที่ละน้อย

“.....”

คิ้วสีขาวของลี่เยว่นั้นเลิกขึ้น และไม่สามารถที่จะละจากซุปมะเขือเทศได้เลย

เธอทั้งดมและดื่มมันอย่างเอร็ดอร่อย

“ถ้ากินหมดแล้ว เดียวเติมให้อีกหน่อย”

มู่เหลียงกำลังตักน้ำซุปเติมให้กับลี่เยว่

หม้อซุปของมู่เหลียงนั้นไม่ได้ใหญ่มาก มันพอที่จะทำน้ำซุปได้สามสี่ชามเท่านั้น ชามละช้อนสองช้อน

“ไม่เป็นไร!”

ลี่เยว่ยกชามไม้หนีโดยที่ไม่รู้ตัว พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ

“ไม่เติมอีกหน่อยหรอ ไม่งั้นมินโฮแย่งกินหมดนะ”

มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่เล็กน้อย

“....”

ลี่เยว่ถึงกับค่อยๆ ยื่นชามออกไปให้อย่างช้าๆ โดยที่ไม่รู้ตัว

เธอดูครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะแดงด้วยความเขินอายอีกครั้ง

“ฉันไม่แย่งของใครหรอก!!”

มินโฮทำหน้ามุ่ยใส่มู่เหลียงทันที

พร้อมกับกระทุ้งแขนมู่เหลียงหลายครั้งด้วยความไม่พอใจ

แม้จะดูไม่พอใจก็ตามแต่การกระทำของมินโฮนั้นดูเหมือนเด็กมากๆ

“อย่าลืมกินเนื้อย่างล่ะ มันจะเย็นแล้ว”

มู่เหลียงยิ้มก่อนที่จะตัดหั่นแบ่งเนื้อให้ทั้งสองสาว

“งั้มๆ”

มินโฮเคี้ยวเนื้อไปได้สักพักก็ถึงกับเลิกคิ้วขึ้น

“ทำไมรสชาติมันไม่เหมือนเดิม?”

เนื้อนั้นทั้งแห้งและเคี้ยวยาก แถมส่งกลิ่นคาวที่รุนแรงออกมาอีก

จู่ๆ มินโฮก็รู้สึกว่าเนื้อย่างรสชาติไม่เหมือนเดิม อาจจะเป็นเพราะต่อมรับรสของเด็กสาวเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั้งมื้อเย็นจบลง

มู่เหลียงจุดไฟในบ้านเพิ่มขึ้น และมองไปยังมินโฮที่กำลังเก็บจานชามอยู่

และเขาก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“มินโฮ…เสื้อผ้าที่ให้เย็บล่ะ”

“เรียบร้อยแล้ว ฉันทำเสื้อคลุมที่มีแขนได้สองตัว”

มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับหูกระต่ายที่พริ้วไปมาด้วยความตื่นเต้น

เมื่อคืนมินโฮได้เรียนรู้วิธีตัดเย็บจากมู่เหลียง

แต่กางเกงขาสั้นของมู่เหลียงเธอยังไม่ได้ทำ

“งั้นสองคนไปอาบน้ำได้แล้ว”

ก่อนที่มู่เหลียงเอาหินโยนเข้าไปในกองไฟ

“แล้วเอาเสื้อที่เย็บแล้วให้ลี่เยว่ใส่”

“อาบน้ำ?! เมื่อวานก็อาบไปแล้วไม่ใช่งั้นหรอ?”

มินโฮถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

“เมื่อวานมินโฮก็กินข้าว แล้วทำไมวันนี้ต้องกินอีกหล่ะ?”

มู่เหลียงย้อนกลับไป

“นั้นก็…เออ….”

มินโฮนั้นพูดไม่ออก และไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลใดมาเถียงมู่เหลียง

“ฉันว่า…”

ลี่เยว่นั้นกำลังจะเปิดปากพูดก็ถูกพูดขัดทันที

“ไม่เหม็นตัวเองกันบ้างรึไง?”

มู่เหลียงจ้องไปยังลี่เยว่ ด้วยนัยน์ตาที่ดำสนิท พร้อมกับขมวดคิ้วด้วยสีหน้ารังเกียจ

“เหม็นๆ ฉันเหม็นจะแย่แล้ว เอาเป็นว่าอาบน้ำเพื่อฉันแล้วกัน”

“ฉะ—ฉ–ฉ–ฉันไม่ได้ตัวเหม็นนะ!!!!”

ลี่เยว่ตะคอกกลับมาด้วยใบหน้าที่แดงไปถึงหู

“ฉันไม่ได้ตัวเหม็น!!”

เธอกัดฟันพูดซ้ำๆ ด้วยความเขินอาย เมื่อถูกมุ่เหลียงแหย่เข้าให้

นี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่มีคนมาว่าเธอตัวเหม็นซ้ำๆ แบบนี้

มู่เหลียงแกล้งทำท่าสะบัดมือไปมาด้วยความรังเกียจ

“.....”

“อุ๊บ! คิๆๆ”

มินโฮนั้นถึงกับปิดปากเพื่อที่จะกลั้นหัวเราะเอาไว้ ฉากนี้มันคุ้นๆ เหมือนกับเธอก่อนหน้านี้

“แค่อาบน้ำใช่ไหม!! ได้!! เดี๋ยวฉันจะไปอาบเดี๋ยวนี้แหละ!!”

ลี่เยว่กระทืบเท้าอย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินไปหลังบ้านเพื่ออาบน้ำ ด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง

“รอเดี๋ยว…ให้ทำน้ำอุ่นก่อน”

“ไม่! ฉันจะอาบเดียวนี้!”

“น้ำเย็นอาบไปก็เหม็นเหมือนเดิม….”

“แก!! แก!! แกโกหก!!”

“.....”

“คิดจะหลอกฉันงั้นหรอ คิดจะหลอกฉันเหมือนกับเรื่องที่ฉันมีกลิ่นตัวด้วยใช่ไหม!!”

“ไม่…เรื่องตัวเหม็น…ลี่เยว่เหม็นจริง”

“กรี้ดด!!!!”