ตอนที่ 261

ครื้นๆ

ฝนยังคงตกอยู่ ที่เมืองเต่าทมิฬ

มันได้ตรงกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวในพื้นที่การเกษตรพอดี ซึ่งหากมองไปในแปลงการเกษตรตอนนี้จะมีคนงานมากมายขุดมันเทศกันอยู่

“ตัดส่วนใบออกก่อน เก็บเถาของมันไว้”

“เรียงขนาดด้วย อันเล็กเอาไว้สำหรับเผา อันใหญ่ส่งไปที่หอโภชนาการกับร้านบะหมี่”

คนงานตะโกนเสียงดังด้วยร้อยยิ้มที่พึงพอใจ แม้ว่างานจะเยอะก็ตาม แต่พวกเขาจะได้ค่าแรงที่มากขึ้น

“มัดใบกับเถามันให้ดีๆ อย่าให้มันช้ำ ผักพวกนี้มีราคามาก”

“มาช่วยกันขนมันเทศไปที่ถนนการค้าหน่อยทุกคน!”

คนงานเริ่มเรียกเพื่อนและเสียบท่อนไม้ระหว่างตะกร้าที่เต็มไปด้วยมันเทศ และยกแบกไปที่ถนนการค้า

“ทำไมรอบนี้มันหนักขนาดนี้?”

คนงานเริ่มหายใจติดขัดเมื่อกำลังยกแบก

ส่วนใหญ่คนงานเป็นคนธรรมดาจึงมีพละกำลังไม่มาก ทำให้ต้องใช้คนสองคนเพื่อขนมันเทศหนึ่งตะกร้า

“ท่านเจ้าเมือง!! ท่านหยู่!”

คนงานที่เดินอยู่ก็ร้องขึ้นด้วยความประหม่า เมื่อเห็นมู่เหลียงกับหยู่ฉินหลานเดินตรงมาที่พวกเขา

“ท่านเจ้าเมือง….”

คนงานเริ่มโค้งคำนับให้

“อืม”

มู่เหลียงพยักหน้ารับ

เขาและหยู่ฉินหลานจัดการเรื่องสายการบินเต่าทมิฬเรียบร้อยแล้ว ระหว่างทางกลับไปตำหนักเจ้าเมือง ทั้งคู่ได้เดินผ่านพื้นที่การเกษตร เลยแวะดูความเรียบร้อย

“ท่านเจ้าเมือง พวกเรากำลังจะขนมันเทศพวกนี้ไปที่ถนนการค้า ขอตัวก่อน”

คนงานกล่าวด้วยความเคารพ

“ตามสบายเลย”

มู่เหลียงยิ้มให้เล็กน้อย

เขามองดูคนงานที่กำลังขนแบกมันเทศออกไปจากพื้นที่การเกษตร และตรงไปยังถนนการค้าที่อยู่ไม่ไกล

อยู่ๆ มู่เหลียงก็คิ้วขมวดและคิดอะไรขึ้นมาได้

“มีอะไรงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติเลยถามขึ้น

“การขนส่งมันเทศนั้นดูลำบากมาก และใช้เวลามากเกินไป”

มู่เหลียงพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม

“มีความคิดอะไรดีๆ อีกแล้วงั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานถามด้วยน้ำเสียงที่คาดหวัง และสายตาสีฟ้าของเธอก็มองมู่เหลียงอย่างอ่อนโยน

“เรามาสร้างเกวียนกันเถอะ”

มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น

เขายกมือขึ้น และสร้างผลึกแก้วขึ้นมา ก่อนที่จะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นรถเกวียนที่มีสี่ล้อ

“ต้องเพิ่มขนาดให้ใหญ่พอสำหรับขนของด้วย”

มู่เหลียงบ่นพึมพำ และตวัดมือไปมา

“รูปทรงมันคล้ายกับรถม้าที่มู่เหลียงสร้างก่อนหน้านี้เลยไม่ใช่หรอ?”

หยู่ฉินหลานพูดเบาๆ

“ใกล้เคียงแต่มันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า”

มุมปากของมู่เหลียงกระตุกเล็กน้อย

รถม้าที่เขาเดินทางไปยังเมืองปักษานั้นแกะสลักลวดลายด้วยมังกรและหงส์อมตะ ที่ดูงดงามและปราณีตอย่างมาก ในขณะที่รถเกวียนที่เขาสร้างขึ้นตอนนี้ดูเรียบๆ และไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลย

“ทั้งสองอย่างทำมาจากผลึกแก้วเหมือนกัน โดยรวมโครงสร้างไม่ต่างกันเท่าไร แต่การตกแต่งต่างกันอยู่”

หยู่ฉินหลานพูดและปิดปากอมยิ้ม

“....”

มู่เหลียงยิ้มแห้งๆ ดูเหมือนว่าเธอจะพูดถูก

เขาส่ายหัวและหัวเราะเล็กน้อย ก่อนที่จะปรับปรุงแก้ไขรถเกวียนต่อไป เพิ่มรายละเอียดอย่างพวกลูกปืนในล้อเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างล้อกับตัวเกวียน

ในที่สุดเกวียนก็ถูกสร้างจนเสร็จ มีขนาดยาวสามเมตร กว้างสองเมตร และสูงสองเมตร

“มู่เหลียง จะให้ใครมาเป็นคนลากจูงสิ่งนี้ล่ะ? เสี่ยวไกหรือเสี่ยวจื่อ”

หยู่ฉินหลานนึกถึงสิ่งที่ลากจูงรถม้าก่อนหน้านี้

กิ้งก่าสามสีที่ลากรถม้ามันดูทรงพลังและน่าเกรงขาม

“จริงด้วย แต่เสี่ยวไกมีเพียงตัวเดียว มันไม่สามารถดูแลรถเกวียนได้ทั้งหมด”

มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น

ในขณะเดียวกันเขาก็คิดอะไรได้ ก่อนที่จะสร้างรถเกวียนขึ้นมาอีก

“งั้นให้อสูรแปดเขี้ยวเป็นคนลากเกวียนพวกนี้แล้วกัน”

มู่เหลียงคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น

“แต่พวกมันยังไม่ได้ถูกฝึกไม่ใช่งั้นหรอ”

เธอจำไม่ได้ว่ามู่เหลียงฝึกฝนพวกมันตอนไหน

“ไม่จำเป็นเมื่อมันอยู่บนตัวของเต่าทมิฬน้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝึก มันก็พร้อมที่จะเชื่อฟัง”

มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ

เต่าทมิฬน้อยเป็นถึงอสูรระดับ 8 มีหรือที่จะควบคุมอสูรแปดเขี้ยวไม่ได้?

“จริงด้วย”

หยู่ฉินหลานคิดได้ทันที

มันเหมือนกับราชาของเหล่าสัตว์อสูร หากสัตว์อสูรตัวใดไม่เชื่อฟังมันก็พร้อมที่บดขยี้ให้สิ่งนั้นตายได้ทุกเมื่อ อย่างอสูรแปดเขี้ยวไม่มีทางต่อต้านได้อยู่แล้ว

“ให้ใครสักคนเอาอสูรแปดเขี้ยวมาสี่ตัว”

มู่เหลียงพูดอย่างสบายๆ

“เข้าใจแล้ว”

หยู่ฉินหลานหันหลังและไปจัดการเรื่องนี้ทันที

มู่เหลียงยืนรอและมองไปที่พื้นที่การเกษตร แต่การทำแบบนั้นทำให้เหล่าคนงานนั้นทำงานหนักขึ้นเพราะกลัวว่าจะทำให้เจ้าเมืองไม่พอใจ

สิบนาทีต่อมา

หยู่ฉินหลานกลับมาพร้อมกับหน่วยพิทักษ์เนินสูง พร้อมกัอสูรแปดเขี้ยวสี่ตัว

อี้!!

พวกมันดูไม่เต็มใจที่จะเดินตามมาเท่าไร

“เต่าทมิฬน้อย…”

มู่เหลียงคิดในใจ

เต่าทมิฬเข้าใจได้ทันที ก่อนที่มันจะส่งกลิ่นไอออกมา ทำให้อสูรแปดเขี้ยวหมอบลงกับพื้น และไม่กล้าที่จะกระดิกตัวไปไหน พร้อมกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“อย่าได้ขัดขืนและเชื่อฟังซะดีๆ แล้วจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับพวกแก”

มู่เหลียงพูดอย่างสุขุม

เขาผ่านการฝึกสัตว์อสูรมาหลายตัว การสื่อสารกับสัตว์อสูรนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

อู๊ด…

อสูรแปดเขี้ยวร้องออกมาราวกับบอกว่าเข้าใจแล้ว

“เอาล่ะ”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับส่งประแสจิตไปหาเต่าทมิฬ ให้มันลดกลิ่นไอลง ทำให้อสูรแปดเขี้ยวลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง

เมื่อพวกมันลุกขึ้นมาได้ ก็ดูเชื่อฟังมากกว่าเก่ามาก

“มานี่”

มู่เหลียงพูดอย่างเย็นชา

อสูรแปดเขี้ยวสี่ตัวลังเลอยู่เล้กน้อย ก่อนที่จะเดินก้าวไปข้างหน้าภายใต้สายตาที่เย็นชาของมู่เหลียง และเดินไปที่เกวียน

-มู่เหลียงยื่นมือออกไปบีบจมูกของอสูรแปดเขี้ยว จนเผยให้เห็นจมูกของมันอย่างชัดเจนซึ่งเหมือนกับจมูกของหมูป่ามาก

ก่อนที่เขาจะลงมือเจาะจมูกของมัน และทำหวงให้เหมือนกับวัวที่โลกเดิมของเขา

ประกายแสงเกิดขึ้นพร้อมกับห่วงผลึกที่เกิดขึ้นในจมูกของอสูรแปดเขี้ยว

อู้ด!

อสูรแปดเขี้ยวพยายามที่จะขัดขืนอีกครั้ง แต่อยู่ๆ มันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของเต่าทมิฬมันเลยสงบลง

มู่เหลียงสร้างโซ่แก้วขึ้นมาสองเส้น และลอดกับหวงที่จมูกของอสูรแปดเขี้ยว และเอาไปจูงเข้ากับรถเกวียน

“ไปได้”

มู่เหลียงตบไปที่หลังของอสูรแปดเขี้ยว

อุ้ย!!!!

กึกกะๆ

เกวียนถูกลากออกไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้เร็วเกินไป

“ดี”

มู่เหลียงดูพอใจมากกับสิ่งนี้

เขามองไปที่อสูรแปดเขี้ยวตัวอื่นๆ และพวกมันก็ยอมให้มู่เหลียงเจาะห่วงและผูกจูงกับเกวียนโดยไม่ขัดขืน

“ต่อจากนี้การขนส่งสิ่งของภายในเมืองเต่าทมิฬจะดีขึ้น เมื่อมีพาหนะแบบนี้”

มู่เหลียงพูดขึ้นและคิดต่อยอดออกไปอีก

แม้ว่าเกวียนพวกนี้จะเทียบไม่ได้กับรถยนตร์ก็ตาม แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

ยังไงรถยนต์คงเป็นอะไรที่ไม่สามารถสร้างได้ในเวลานี้แน่นอน

“ทุกคน!! มาตรงนี้หน่อย”

มู่เหลียงตะโกนเรียกคนงานในพื้นที่เกษตร

“ท่านเจ้าเมือง มีอะไรให้พวกเรารับใช้”

คนงานในสวนรีบกุรีกุจอเข้ามาหาทันที

มู่เหลียงเพียงยิ้มและแนะนำสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“นี่คือเกวียน เอาไว้สำหรับขนของไปถนนการค้า มันจะช่วยทุ่นแรงอย่างมาก”

“ท่านเจ้าเมือง เมตตาพวกเเราแล้ว”

คนงานกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

ก่อนที่มู่เหลียงจะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“จำไว้ว่า อย่าได้ทำให้อสูรแปดเขี้ยวโมโห และอย่าทำตัวหยาบคายกับพวกมัน”

คนงานพยักหน้าอย่างรวดเร็วและมองดูอสูรแปดเขี้ยวด้วยความหวาดกลัว

มู่เหลียงมองไปยังหน่วยพิทักษ์เนินสูงที่พาตัวอสูรแปดเขี้ยวมาและพูดขึ้น

“ช่วยดูแลและคุมสัตว์อสูรไปสักพักก่อน จนกว่าพวกมันจะคุ้นเคยกับงานลากเกวียน”

“รับทราบ”

หน่วยพิทักษ์เนินสูงขานรับอย่างเคารพ