ครื้นๆ
ฝนยังคงตกอยู่ ที่เมืองเต่าทมิฬ
มันได้ตรงกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวในพื้นที่การเกษตรพอดี ซึ่งหากมองไปในแปลงการเกษตรตอนนี้จะมีคนงานมากมายขุดมันเทศกันอยู่
“ตัดส่วนใบออกก่อน เก็บเถาของมันไว้”
“เรียงขนาดด้วย อันเล็กเอาไว้สำหรับเผา อันใหญ่ส่งไปที่หอโภชนาการกับร้านบะหมี่”
คนงานตะโกนเสียงดังด้วยร้อยยิ้มที่พึงพอใจ แม้ว่างานจะเยอะก็ตาม แต่พวกเขาจะได้ค่าแรงที่มากขึ้น
“มัดใบกับเถามันให้ดีๆ อย่าให้มันช้ำ ผักพวกนี้มีราคามาก”
“มาช่วยกันขนมันเทศไปที่ถนนการค้าหน่อยทุกคน!”
คนงานเริ่มเรียกเพื่อนและเสียบท่อนไม้ระหว่างตะกร้าที่เต็มไปด้วยมันเทศ และยกแบกไปที่ถนนการค้า
“ทำไมรอบนี้มันหนักขนาดนี้?”
คนงานเริ่มหายใจติดขัดเมื่อกำลังยกแบก
ส่วนใหญ่คนงานเป็นคนธรรมดาจึงมีพละกำลังไม่มาก ทำให้ต้องใช้คนสองคนเพื่อขนมันเทศหนึ่งตะกร้า
“ท่านเจ้าเมือง!! ท่านหยู่!”
คนงานที่เดินอยู่ก็ร้องขึ้นด้วยความประหม่า เมื่อเห็นมู่เหลียงกับหยู่ฉินหลานเดินตรงมาที่พวกเขา
“ท่านเจ้าเมือง….”
คนงานเริ่มโค้งคำนับให้
“อืม”
มู่เหลียงพยักหน้ารับ
เขาและหยู่ฉินหลานจัดการเรื่องสายการบินเต่าทมิฬเรียบร้อยแล้ว ระหว่างทางกลับไปตำหนักเจ้าเมือง ทั้งคู่ได้เดินผ่านพื้นที่การเกษตร เลยแวะดูความเรียบร้อย
“ท่านเจ้าเมือง พวกเรากำลังจะขนมันเทศพวกนี้ไปที่ถนนการค้า ขอตัวก่อน”
คนงานกล่าวด้วยความเคารพ
“ตามสบายเลย”
มู่เหลียงยิ้มให้เล็กน้อย
เขามองดูคนงานที่กำลังขนแบกมันเทศออกไปจากพื้นที่การเกษตร และตรงไปยังถนนการค้าที่อยู่ไม่ไกล
อยู่ๆ มู่เหลียงก็คิ้วขมวดและคิดอะไรขึ้นมาได้
“มีอะไรงั้นหรอ?”
หยู่ฉินหลานที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติเลยถามขึ้น
“การขนส่งมันเทศนั้นดูลำบากมาก และใช้เวลามากเกินไป”
มู่เหลียงพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“มีความคิดอะไรดีๆ อีกแล้วงั้นหรอ”
หยู่ฉินหลานถามด้วยน้ำเสียงที่คาดหวัง และสายตาสีฟ้าของเธอก็มองมู่เหลียงอย่างอ่อนโยน
“เรามาสร้างเกวียนกันเถอะ”
มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น
เขายกมือขึ้น และสร้างผลึกแก้วขึ้นมา ก่อนที่จะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นรถเกวียนที่มีสี่ล้อ
“ต้องเพิ่มขนาดให้ใหญ่พอสำหรับขนของด้วย”
มู่เหลียงบ่นพึมพำ และตวัดมือไปมา
“รูปทรงมันคล้ายกับรถม้าที่มู่เหลียงสร้างก่อนหน้านี้เลยไม่ใช่หรอ?”
หยู่ฉินหลานพูดเบาๆ
“ใกล้เคียงแต่มันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า”
มุมปากของมู่เหลียงกระตุกเล็กน้อย
รถม้าที่เขาเดินทางไปยังเมืองปักษานั้นแกะสลักลวดลายด้วยมังกรและหงส์อมตะ ที่ดูงดงามและปราณีตอย่างมาก ในขณะที่รถเกวียนที่เขาสร้างขึ้นตอนนี้ดูเรียบๆ และไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลย
“ทั้งสองอย่างทำมาจากผลึกแก้วเหมือนกัน โดยรวมโครงสร้างไม่ต่างกันเท่าไร แต่การตกแต่งต่างกันอยู่”
หยู่ฉินหลานพูดและปิดปากอมยิ้ม
“....”
มู่เหลียงยิ้มแห้งๆ ดูเหมือนว่าเธอจะพูดถูก
เขาส่ายหัวและหัวเราะเล็กน้อย ก่อนที่จะปรับปรุงแก้ไขรถเกวียนต่อไป เพิ่มรายละเอียดอย่างพวกลูกปืนในล้อเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างล้อกับตัวเกวียน
ในที่สุดเกวียนก็ถูกสร้างจนเสร็จ มีขนาดยาวสามเมตร กว้างสองเมตร และสูงสองเมตร
“มู่เหลียง จะให้ใครมาเป็นคนลากจูงสิ่งนี้ล่ะ? เสี่ยวไกหรือเสี่ยวจื่อ”
หยู่ฉินหลานนึกถึงสิ่งที่ลากจูงรถม้าก่อนหน้านี้
กิ้งก่าสามสีที่ลากรถม้ามันดูทรงพลังและน่าเกรงขาม
“จริงด้วย แต่เสี่ยวไกมีเพียงตัวเดียว มันไม่สามารถดูแลรถเกวียนได้ทั้งหมด”
มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น
ในขณะเดียวกันเขาก็คิดอะไรได้ ก่อนที่จะสร้างรถเกวียนขึ้นมาอีก
“งั้นให้อสูรแปดเขี้ยวเป็นคนลากเกวียนพวกนี้แล้วกัน”
มู่เหลียงคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น
“แต่พวกมันยังไม่ได้ถูกฝึกไม่ใช่งั้นหรอ”
เธอจำไม่ได้ว่ามู่เหลียงฝึกฝนพวกมันตอนไหน
“ไม่จำเป็นเมื่อมันอยู่บนตัวของเต่าทมิฬน้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝึก มันก็พร้อมที่จะเชื่อฟัง”
มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ
เต่าทมิฬน้อยเป็นถึงอสูรระดับ 8 มีหรือที่จะควบคุมอสูรแปดเขี้ยวไม่ได้?
“จริงด้วย”
หยู่ฉินหลานคิดได้ทันที
มันเหมือนกับราชาของเหล่าสัตว์อสูร หากสัตว์อสูรตัวใดไม่เชื่อฟังมันก็พร้อมที่บดขยี้ให้สิ่งนั้นตายได้ทุกเมื่อ อย่างอสูรแปดเขี้ยวไม่มีทางต่อต้านได้อยู่แล้ว
“ให้ใครสักคนเอาอสูรแปดเขี้ยวมาสี่ตัว”
มู่เหลียงพูดอย่างสบายๆ
“เข้าใจแล้ว”
หยู่ฉินหลานหันหลังและไปจัดการเรื่องนี้ทันที
มู่เหลียงยืนรอและมองไปที่พื้นที่การเกษตร แต่การทำแบบนั้นทำให้เหล่าคนงานนั้นทำงานหนักขึ้นเพราะกลัวว่าจะทำให้เจ้าเมืองไม่พอใจ
สิบนาทีต่อมา
หยู่ฉินหลานกลับมาพร้อมกับหน่วยพิทักษ์เนินสูง พร้อมกัอสูรแปดเขี้ยวสี่ตัว
อี้!!
พวกมันดูไม่เต็มใจที่จะเดินตามมาเท่าไร
“เต่าทมิฬน้อย…”
มู่เหลียงคิดในใจ
เต่าทมิฬเข้าใจได้ทันที ก่อนที่มันจะส่งกลิ่นไอออกมา ทำให้อสูรแปดเขี้ยวหมอบลงกับพื้น และไม่กล้าที่จะกระดิกตัวไปไหน พร้อมกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“อย่าได้ขัดขืนและเชื่อฟังซะดีๆ แล้วจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับพวกแก”
มู่เหลียงพูดอย่างสุขุม
เขาผ่านการฝึกสัตว์อสูรมาหลายตัว การสื่อสารกับสัตว์อสูรนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
อู๊ด…
อสูรแปดเขี้ยวร้องออกมาราวกับบอกว่าเข้าใจแล้ว
“เอาล่ะ”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับส่งประแสจิตไปหาเต่าทมิฬ ให้มันลดกลิ่นไอลง ทำให้อสูรแปดเขี้ยวลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง
เมื่อพวกมันลุกขึ้นมาได้ ก็ดูเชื่อฟังมากกว่าเก่ามาก
“มานี่”
มู่เหลียงพูดอย่างเย็นชา
อสูรแปดเขี้ยวสี่ตัวลังเลอยู่เล้กน้อย ก่อนที่จะเดินก้าวไปข้างหน้าภายใต้สายตาที่เย็นชาของมู่เหลียง และเดินไปที่เกวียน
-มู่เหลียงยื่นมือออกไปบีบจมูกของอสูรแปดเขี้ยว จนเผยให้เห็นจมูกของมันอย่างชัดเจนซึ่งเหมือนกับจมูกของหมูป่ามาก
ก่อนที่เขาจะลงมือเจาะจมูกของมัน และทำหวงให้เหมือนกับวัวที่โลกเดิมของเขา
ประกายแสงเกิดขึ้นพร้อมกับห่วงผลึกที่เกิดขึ้นในจมูกของอสูรแปดเขี้ยว
อู้ด!
อสูรแปดเขี้ยวพยายามที่จะขัดขืนอีกครั้ง แต่อยู่ๆ มันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของเต่าทมิฬมันเลยสงบลง
มู่เหลียงสร้างโซ่แก้วขึ้นมาสองเส้น และลอดกับหวงที่จมูกของอสูรแปดเขี้ยว และเอาไปจูงเข้ากับรถเกวียน
“ไปได้”
มู่เหลียงตบไปที่หลังของอสูรแปดเขี้ยว
อุ้ย!!!!
กึกกะๆ
เกวียนถูกลากออกไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้เร็วเกินไป
“ดี”
มู่เหลียงดูพอใจมากกับสิ่งนี้
เขามองไปที่อสูรแปดเขี้ยวตัวอื่นๆ และพวกมันก็ยอมให้มู่เหลียงเจาะห่วงและผูกจูงกับเกวียนโดยไม่ขัดขืน
“ต่อจากนี้การขนส่งสิ่งของภายในเมืองเต่าทมิฬจะดีขึ้น เมื่อมีพาหนะแบบนี้”
มู่เหลียงพูดขึ้นและคิดต่อยอดออกไปอีก
แม้ว่าเกวียนพวกนี้จะเทียบไม่ได้กับรถยนตร์ก็ตาม แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว
ยังไงรถยนต์คงเป็นอะไรที่ไม่สามารถสร้างได้ในเวลานี้แน่นอน
“ทุกคน!! มาตรงนี้หน่อย”
มู่เหลียงตะโกนเรียกคนงานในพื้นที่เกษตร
“ท่านเจ้าเมือง มีอะไรให้พวกเรารับใช้”
คนงานในสวนรีบกุรีกุจอเข้ามาหาทันที
มู่เหลียงเพียงยิ้มและแนะนำสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“นี่คือเกวียน เอาไว้สำหรับขนของไปถนนการค้า มันจะช่วยทุ่นแรงอย่างมาก”
“ท่านเจ้าเมือง เมตตาพวกเเราแล้ว”
คนงานกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
ก่อนที่มู่เหลียงจะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“จำไว้ว่า อย่าได้ทำให้อสูรแปดเขี้ยวโมโห และอย่าทำตัวหยาบคายกับพวกมัน”
คนงานพยักหน้าอย่างรวดเร็วและมองดูอสูรแปดเขี้ยวด้วยความหวาดกลัว
มู่เหลียงมองไปยังหน่วยพิทักษ์เนินสูงที่พาตัวอสูรแปดเขี้ยวมาและพูดขึ้น
“ช่วยดูแลและคุมสัตว์อสูรไปสักพักก่อน จนกว่าพวกมันจะคุ้นเคยกับงานลากเกวียน”
“รับทราบ”
หน่วยพิทักษ์เนินสูงขานรับอย่างเคารพ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved