ตอนที่ 272

เหอเกิ่นเฝ้าดูเพื่อนของเขาเดินไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของเมืองเต่าทมิฬ

ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

“ฉัน…อยู่คนเดียว”

“ชื่อ อายุ บ้านเกิด?”

หยู่ฉินหลานถามและเงยหน้าขึ้นมองเหอเกิ่น

“เหอเกิ่น โสด อายุ 32 บ้านเกิดเผ่าฮั่วต้า”

เหอเกิ่นตอบอย่างรวดเร็ว

“รอสักครู่”

หยู่ฉินหลานเขียนทุกอย่างลงไปในเอกสาร

หลังจากนั้นไม่นาน

“เอาเป็นบ้านเลขที่ 3 อาคาร 2 ถนนหลักสองเส้นสาม”

“คะ ครับ”

แววตาของเหอเกิ่นเป็นประกาย และท่องจำสิ่งที่หยู่ฉินหลานบอกอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะเดินตามเจ้าหน้าที่พาไปยังที่พัก

“คนต่อไป”

หยู่ฉินหลานเงยหน้าขึ้นมองและเรียกคนต่อไป

แต่เมื่อเห็นว่ายังมีคนอีกสองสามร้อยคนก็ทำให้เธอปวดหัวแล้ว

เธอจึงมองไปยังเฉิงเหมาและพูดอย่างใจเย็น

“ตามเยี่ยลี่ยี่มาช่วยที”

“ครับ”

เฉิงเหมาขานรับ และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นไม่นาน เฉิงเหมาก็เดินกลับมาพร้อมกับเยี่ยลี่ยี่

“พี่ฉินหลาน? ต้องการให้ฉันช่วยอะไรงั้นหรอ”

เยี่ยลี่ยี่ถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ช่วยฉันลงทะเบียนคนเหล่านี้หน่อย”

หยู่ฉินหลานใช้ปลายดินสอชี้ไปยังฝูงคนสองสามร้อยคนตรงหน้า

“ค่ะ”

เยี่ยลี่ยี่มองดูและอ่านเอกสารที่ต้องช่วยลงทะเบียนอย่างคร่าวๆ และพอเข้าใจว่าต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อมีคนช่วยการจัดการที่อยู่ให้กับทาสกลุ่มนี้ก็เร็วขึ้น

“บ้านเลขที่ 6 อาคาร 5 ถนนหลักสองเส้นสาม”

“บ้านเลขที่ 4 อาคาร 6 ถนนหลักสองเส้นสาม”

เมืองเต่าทมิฬเองตั้งแต่ขยายใหญ่ขึ้น มู่เหลียงก็ได้เพิ่มถนนที่เชื่อมต่อเข้ากับอีกหลายจุดของเมือง ซึ่งเพิ่มมาอีก 9 เส้น

ถนนหลักหนึ่งเส้นหนึ่ง ถนนหลักหนึ่งเส้นสอง ถนนหลักหนึ่งเส้นสาม

ถนนหลักสองเส้นหนึ่ง ถนนหลักสองเส้นสอง ถนนหลักสองเส้นสาม

ถนนหลักสามเส้นหนึ่ง ถนนหลักสามเส้นสอง ถนนหลักสามเส้นสาม

…..

ตอนบ่าย

ก็อกๆ

หยู่ฉินหลานได้มาเคาะประตูห้องทำงานของมู่เหลียง

ก่อนที่จะเปิดเข้ามา

“มู่เหลียง จัดเตรียมที่พักให้กับทุกคนหมดแล้ว”

หยู่ฉินหลานเอากองเอกสารวางลงและพูดต่อ

“นี่คือข้อมูลทั้งหมดของพวกเขา”

“มีทั้งหมดกี่คน”

มู่เหลียงถามและใช้มือเล่นกองเอกสารเล็กน้อย

หยู่ฉินหลานตอบอย่างไม่คิดทันที

“ทั้งหมด 385 คน”

“385 คน…พรุ่งนี้ค่อยจัดสรรงานให้พวกเขาแล้วกัน”

มู่เหลียงเคาะไปที่ขอบโต๊ะเบาๆ

“ได้ พรุ่งนี้ฉันจะกลับมารายงานใหม่”

หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ

“ให้พวกเขาเริ่มงานได้ และอย่าลืมให้แต้มสะสมพวกเขาล่วงหน้าด้วย”

มู่เหลียงพูดขึ้นและพยักหน้าเบาๆ

“รับทราบแล้ว”

หยู่ฉินหลานพูดจบก็เยื้องย่างช้าๆ มายืนข้างๆ มู่เหลียง

มู่เหลียงคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูด

“จงใช้โอกาสนี้ในการทำบัตรประชาชน และพวกเขาคือกลุ่มคนกลุ่มแรกที่จะต้องมี”

บัตรประชาชนเป็นหลักฐานว่านี้คือชาวเมืองเต่าทมิฬ และอาศัยอยู่ในเขตอยู่อาศัย

มีคนเข้ามาใหม่พอดี จึงจะให้กลุ่มคนกลุ่มนี้นำร่องทำบัตรประชาชนไปเลย

เพราะหากมีประชากรเพิ่มขึ้นในอนาคต การมีบัตรประชาชนจะง่ายต่อการสำรวจประชากร

มู่เหลียงได้นำความรู้และระบบโครงสร้างของโลกเดิมมาใช้กับโลกนี้

“บัตรประชาชน?”

แววตาของหยู่ฉินหลานเต็มไปด้วยความสงสัย

“เดี๋ยวเธอจะเข้าใจ”

มู่เหลียงหยิบกระดาษเปล่าออกมาหนึ่งใบ

ก่อนที่จะจ้องมองหยู่ฉินหลาน และก้มหน้าก้มตาเขียนบางสิ่งลงในกระดาษ

สองนาทีต่อมา มู่เหลียงก็วางดินสอลง และตัดกระดาษออกมาเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ

เขาใช้พลังของตัวเองเคลือบกระดาษใบนี้ด้วยผลึกใส

มู่เหลียงคีบกระดาษเอาไว้ระหว่างนิ้ว และส่งให้หยู่ฉินหลานดู ซึ่งภายในนั้นเขียนข้อมูลพื้นฐานทั้งหมด

“ลองดู”

มู่เหลียงพูดขึ้นและแสดงให้เห็นบัตรประชาชนรุ่นทดลอง

หยู่ฉินหลานรับไปและมองดูอย่างสงสัย

ภายในนั้นมีช่องเขียนชื่อ อายุของหยู่ฉินหลาน นอกจากนั้นยังมีคำอธิบายรูปลักษณ์เธอด้วย

ผมยาวสีฟ้า ตา ส่วนสูง เพศ ที่อยู่ และมีเลขประจำตัวประชาชน

-ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างทำให้บัตรประชาชนนี้ ไม่สามารถทำได้เหมือนกับโลกเดิมของเขา มันไม่มีรูปถ่ายติดไว้ที่ตัวบัตร ซึ่งจะจะเป็นการบ่งบอกรูปร่างหน้าตาส่วนสูงได้

“หมายเลขประชาชน 000001”

แววตาของหยู่ฉินหลานมองดูด้วยความสงสัย

“นั้นคือ เลขประจำตัวของเธอ…และเลขประจำตัวของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน”

มู่เหลียงพูดอย่างผ่อนคลาย

“ตัวอย่างเช่นมีคนต่อไปตัวเลขก็จะเปลี่ยนเป็น 0000002”

“แบบนี้เอง”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าก่อนจะถามต่อ

“แล้วบัตรประชาชนมีประโยชน์ยังไง?”

“หลายอย่างเลย ในอนาคต พื้นที่ในเมืองจะถูกแบ่งและบัตรประชาชนจะถูกใช้อย่างจริงจัง”

มู่เหลียงพูดต่อ

เขามั่นใจว่าจะไม่มีคนปลอมบัตรประชาชนได้ เพราะยังไงก็มีเพียงแค่เขากับเสี่ยวไป่เท่านั้นที่สร้างผลึกแก้วได้

“ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

หยู่ฉินหลานขยับเข้าไปนั่งใกล้มู่เหลียงมากขึ้น

“เมื่อบัตรประจำตัวถูกยกระดับขึ้น จะมีสิทธิ์ขึ้นสายการบินเต่าทมิฬ หรือซื้อบ้านที่อยู่อาศัยได้ หรือซื้อของหวงห้ามได้”

“อ่อ แบบนั้นเอง”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าเข้าอย่างเข้าใจ

“ฉันฝากเรื่องนี้ให้กับฉินหลานจัดการด้วย ทำบัตรประชาชน 385 ใบให้กับคนกลุ่มนี้ที”

มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อย

“ก็ได้….”

หยู่ฉินหลานลากเสียงยาว และพูดอย่างเบื่อหน่าย

เธอเอาเอกสารข้อมูลที่เก็บมา และเตรียมตัวจะไปโรงพิมพ์เพื่อทำบัตรประชาชน

และยังต้องไปตามเสี่ยวไป่เพื่อให้มันเคลื่อบบัตรประชาชนด้วยแก้วด้วย

“วันนี้งานหนักหน่อยนะ ขอบคุณมาก”

มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ใจดี

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก”

หยู่ฉินหลานยิ้มมุมปากเล็กน้อย และเดินจากไปอย่างมีความสุข

เธอออกไปจากห้องทำงานและตรงไปยังโรงพิมพ์ทันที

“พี่ฉินหลาน? พี่จะไปไหน”

มินโฮและเว่ยหยูหลันกลับมาจากข้างนอก และสวนทางกับเธอพอดี

ในมือของทั้งสองได้ถือโหลแก้วที่ในนั้นบรรจุนมแพะเอาไว้เต็มโหล

“ไปโรงพิมพ์”

หยู่ฉินหลานตอบเบาๆ

“นี้พี่ฉินหลาน อยากกินชานมไหม?”

“ได้สิ”

แววตาของหยู่ฉินหลานเป็นประกายและยิ้มออกมา เธอชอบชานมไข่มุก

“ฮิๆ ดีเลย เพราะครั้งนี้ฉันปรับปรุงสูตรแล้ว”

มินโฮพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแปลกๆ

ฉันจะลองทำไข่มุกจากมะเขือเทศ พี่ฉินหลานอย่าลืมลองล่ะ”

“ใช้มะเขือเทศทำไข่มุก…”

หยู่ฉินหลานพยายามไม่แสดงออกทางสีหน้า และยิ้มฝืนๆ ออกมาเล็กน้อย

กลิ่นและรสชาติของมันจะเป็นยังไงกันแน่?

มินโฮจึงอธิบายต่ออย่างตื่นเต้น

“ฉันคิดว่าจะใช้ผักมาทำชานมด้วย มันน่าจะอร่อยเหมือนกัน”

“ผักกับชานมงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานกลืนน้ำลายลงคอ

“ใช่ ฉันคิดว่ามันน่าจะอร่อย!”

มินโฮพูดอย่างมั่นใจ

เว่ยหยูหลันก้มหน้าลงและพยายามที่จะกลั้นหัวเราะ

เธอไม่กล้าที่จะขัดมินโฮพูดในตอนนี้

มินโฮเองมีความคิดมากมายภายในหัว และตอนนี้เธอแค่อยากกลับไปห้องครัวและเริ่มทดลองทำ

“เดี๋ยวนะ ถ้าแบบนั้นมันเผาก็น่าจะเอามาทำชานมได้เหมือนกัน…”

มินโฮพูดกับตัวเองเบาๆ

“ถ้างั้น….พี่จะตั้งตารอนะ”

หยู่ฉินหลานเม้มปากของเธอ และยิ้มอย่างฝืนๆ ให้ และเดินออกไปพร้อมกับปึกเอกสาร

เพราะแบบนี้ทำให้หยู่ฉินหลานหมกตัวอยู่แต่ในโรงพิมพ์ตลอดช่วงบ่าย