“พวกนี้คือสูตรยาเสริมพลัง ช่วยดูทีว่ายังขาดเหลืออะไรอีกบ้าง”
มู่เหลียงยื่นแผ่นหนังที่บันทึกสูตรยาให้กับโหย่วเฟ่ย
ยาพวกนี้ต่อไปมู่เหลียงจะใช้มันเสริมสร้างกองกำลังของเขา หรือให้กับบุคคลระดับสูงของเมืองเพื่อสนับสนุนพวกเขาทุกคน
และงาจำพวกรวบรวมข่าวสารจำเป็นต้องใช้คนมีฝีมือ
“ว้าว!! ดูพวกนี้สิ! นี้มันสูตรยาเสริมพลังตั้งแต่ขั้น 1 ถึง 5”
นัยน์ตาสีทองกลมโตของโหย่วเฟ่ยนั้นเป็นประกายขึ้นมาทันที และเริ่มอ่านแผ่นบันทึกอย่างตื่นเต้น
“ค่อยๆ ศึกษามัน หากว่าขาดเหลืออะไรอีก ก็บอกได้เลย”
มู่เหลียงลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกไป
เขาพึ่งจะสร้างห้องวิจัยให้กับโหย่วเฟ่ย และทำให้มันเป็นห้องพักของเธอไปเลยในตัว
เดิมทีมู่เหลียงตั้งใจจะให้โหย่วเฟ่ยนั้นอยู่ห้องเดียวกันกับลี่เยว่ แต่ดูเหมือนว่าโหย่วเฟ่ยอยากจะพักอยู่ในห้องวิจัยของเธอเลย
มู่เหลียงเลยสร้างห้องขึ้นมาอีกห้องให้ติดกับห้องของลี่เยว่
“เข้าใจแล้ว”
โหย่วเฟ่ยตอบกลับมาโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาพูด
เธอพยายามดูว่าในสูตรยาพวกนี้มีสูตรยาไหนที่เข้ากันได้กับน้ำตานางฟ้า เพื่อที่เธอจะทำยารักษาโรคผีมายาให้จงได้
“ส่วนน้ำตานางฟ้าฉันจะใช้รักษาหยู่ฉินลานก่อน”
มู่เหลียงพูดขึ้นขณะกำลังจะเดินออกไป
“ในส่วนของเธอรออีกสองสามวัน”
โหย่วเฟ่ยถึงกับเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่ว่าดอกปีกนางฟ้าต้องใช้เวลา 10 วันในการผลิตน้ำค้างออกมางั้นหรอ”
“ฉันสามารถกลั่นน้ำตานางฟ้าได้”
มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อย
ครั้งสุดท้ายที่เขากลัjนน้ำตานางฟ้าออกมาหนึ่งหยด เขาได้มอบมันให้กับลี่เยว่ และใช้เวลาอีกสองวันกว่าที่เขาจะสร้างได้อีกหยด
“เอ๋? นายกลัjนน้ำตานางฟ้าได้งั้นหรอ?”
โหย่วเฟ่ยถามด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง
และมองไปยังมู่เหลียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น และอยากจะศึกษาตัวของเขา
“ค่อยๆ…..ศึกษาสูตรยาพวกนั้น…..ไปก่อน”
มู่เหลียงหันกลับมามองด้วยแววตาที่ดูดุเล็กน้อย ก่อนที่จะโบกมือแล้วจากไป
“อะ-โอ้…นี้เขากำลังเตือนฉันอยู่งั้นหรอ….”
โหย่วเฟ่ยกระพริบตาหลายครั้ง เมื่อเห็นสายตาเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจความหมายสักเท่าไร
และเมื่อคิดถึงสายตาของมู่เหลียงเมื่อครู่เธอก็หน้าแดงขึ้นมา ก่อนที่เธอจะก้มหน้าก้มตาศึกษาม้วนบันทึกอย่างขยันขันแข็ง
……..
มู่เหลียงเดินออกมาจากห้องวิจัยของโหย่วเฟ่ย และจะเดินกลับเข้าไปในบ้านใหญ่ของเขา
เขากำลังคิดหาวิธีเก็บรักษาน้ำตานางฟ้า เพื่อจะมอบมันให้กับหยู่ฉินลาน
มันคงไม่ดีแน่ หากปล่อยให้เธอทำงานด้วยสภาพร่างกายที่บาดเจ็บ เพราะมันจะทำให้เธอทำงานได้ไม่เต็มที่
“ตอนนี้ดอกปีกนางฟ้าควรจะได้รับการเพิ่มระดับแล้ว มันน่าจะรักษาโรคผีมายาได้”
มู่เหลียงคิดถึงเรื่องการรักษา และแนวทางพัฒนาเมืองเต่าทมิฬต่อไป
แต่ก่อนที่เขาจะเดินเข้าบ้าน ก็เห็นหญิงวัยกลางคนกับเด็กสาวอยู่หน้าบ้านของเขา
“พวกคุณคือ?”
มู่เหลียงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ท่านเจ้าเมือง ข้าชื่อซูเอ๋อเป็นภรรยาของเว่ยกัง และเป็นสาวใช้ของท่านหยู่จู”
เมื่อได้ยินคำถาม ซูเอ๋อก็รีบแนะนำตัวเองด้วยท่าทางที่นอบน้อมทันที
“ส่วนนี้ลูกสาว ของดิฉันเองชื่อเว่ยหยูหลัน”
เมื่อตอนที่ซูเอ๋อมาถึงเธอได้ยินว่ามู่เหลียงไม่อยู่เลยยืนรออยู่หน้าบ้าน
“เข้ามาก่อนสิ มีเรื่องอะไรค่อยคุยกัน”
มู่เหลียงเดินเข้าไปในบ้าน และเชิญทั้งสองเข้าไปด้วย
เมื่อเดินเข้าบ้านมามู่เหลียงก็เห็นว่ามินโฮกำลังจ้องมองแขกที่เดินตามเขาเข้ามาด้วยสีหน้าหวาดระแวง
“ตื่นแล้วหรอ กินอะไรรึยัง?”
มู่เหลียงถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแววตาของมินโฮยังดูสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย
“ไม่ๆ ฉันไม่หิว”
มินโฮส่ายหน้าเบาๆ
ก่อนที่มู่เหลียงจะดึงหูกระต่ายของเธอ เหมือนกับจับกระต่ายตัวน้อย แล้วไปวางไว้บนเก้าอี้ในห้องโถง
ก่อนเขาจะเรียกให้ทั้งสองแม่ลูกนั่งลง และถามขึ้น
“มีธุระอะไรกับฉันรึป่าว”
เมื่อมู่เหลียงเปิดโอกาส ซูเอ๋อก็พูดสิ่งที่ต้องการอย่างตรงไปตรงมาทันที
“คือ….ท่านหยู่จู บอกให้ดิฉันมารับใช้ท่านเจ้าเมืองค่ะ”
“รับใช้ฉัน?”
มู่เหลียงชะงักไปเล็กน้อย
คนรับใช้สำหรับเขางั้นหรอ? เขาแทบไม่ได้ต้องการคนรับใช้ในเวลานี้เลยด้วยซ้ำ
เพราะหน้าที่งานบ้านทั้งหมดมินโฮเป็นคนทำหมดแล้ว ทั้งทำอาหาร เช็ดถูบ้าน งานเย็บปักถักร้อย แม้ว่าทุกครั้งที่เธอทำมันจะดูเละเทะไปบ้างก็ตาม แต่เธอก็พยายามอย่างสุดฝีมือ และพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ
“ใช่เจ้าค่ะ เพราะต่อไปในอนาคตท่านเจ้าเมืองจะต้องมีงานมากขึ้นเรื่อยๆ และท่านเจ้าเมืองเองก็คงต้องการใครสักคนช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้าน”
ซูเอ๋อพูดต่อโดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ฉันทำได้ ไม่เป็นไรหรอก….”
มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และรู้สึกไม่สบายใจ
“หากมีพวกเรารับใช้ คุณหนูก็ไม่ต้องทำงานบ้านอีกแล้วเจ้าค่ะ”
ซูเอ๋อพูดอย่างนอบน้อม
“แต่…แต่”
มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงที่เลิ่กลั่ก และมองไปทางมู่เหลียงด้วยแววตาน่าสงสาร เพื่อขอให้เขาช่วย
เธอนั้นเต็มใจที่จะทำงานบ้านทุกอย่างให้มู่เหลียง และทำซุปมะเขือเทศแสนอร่อย
“เอาเถอะ ถ้ามินโฮยังอยากจะทำก็ทำไปเถอะ”
มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน
แต่เขาก็พอจะคิดออกว่าในอนาคตในบ้านจะมีงานมากขึ้น หากว่าไม่มีคนช่วยดูแลเลย มันจะยิ่งลำบากขึ้นไปอีก
“อือ!! ฉันจะตั้งใจทำงานอย่างดี”
มินโฮกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ
“อย่าได้แบกภาระทำทุกอย่างคนเดียว อย่าลืมว่ามินโฮต้องเรียน และฝึกฝนอีกด้วย”
มู่เหลียงปล่อยให้มินโฮดีใจอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะเตือนสติเธอ และเขาต้องการให้เธอสั่งสมประสบการณ์จากงานนี้ด้วย
เพระาต่อไปจะมีคนรับใช้สาวใช้อีกมากมายเข้ามาในบ้าน เพราะงั้นมินโฮจะต้องเป็นคนคุมงานและดูแลสาวใช้เหล่านั้นทั้งหมด เพื่อจะได้สอดคล้องกับงานที่เธอทำมาตั้งแต่แรก
“งั้นท่านเจ้าเมือง ยังต้องการให้พวกเราช่วยเหลืออยู่หรือไม่”
ซูเอ๋อถามต่อเพื่อจะได้งานนี้
เธอเป็นคนหัวไว และรู้ว่าตราบใดที่ช่วยงานเด็กสาวหูกระต่ายคนนี้ เธอจะได้ทำงานที่นี่ และได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ อีกทั้งยังได้ขุมอำนาจใหม่ปกป้องตัวเอง
“มินโฮยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมาก ช่วยสอนเธอด้วย”
มู่เหลียงไม่ปฏิเสธและรับซูเอ๋อมาเป็นคนรับใช้ของเขา
ยังไงก็ต้องมีคนสอนงานบ้านงานเรือนที่ถูกต้องให้กับมินโฮอยู่ดี
“เจ้าค่ะ”
ซูเอ๋อขานรับด้วยความโล่งอก
“มินโฮหากว่ามีอะไรที่เธอไม่เข้าใจก็ถามซูเอ๋อได้เลยนะ รู้ไหม”
มู่หลียงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มไปทางมินโฮ
“เธอต้องเรียนรู้คือวิธีจัดการสิ่งต่างๆ และการบริหารจัดการ”
“เข้าใจแล้ว”
มินโฮพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ส่วนลูกสาวของซูเอ๋อก็ให้มาติดตามมินโฮแล้วกัน”
มู่เหลียงชำเลืองไปเห็นเด็กสาวบอกบางที่อยู่ข้างๆ ซูเอ๋อ
ทำให้เขาได้ความคิดดีๆ หากว่ามินโฮมีผู้ติดตามสักคนคอยช่วยงานก็ดี และเป็นผู้ช่วยของเธอในอนาคต
“เจ้าค่ะ”
ซูเอ๋อยิ่งรู้สึกโล่งใจมากขึ้นไปอีก เมื่อท่านเจ้าเมืองรับลูกสาวของเธอเข้าทำงานด้วย
“มินโฮส่วนสองคนนี้ฉันฝากเป็นความรับผิดชอบของเธอนะ”
มู่เหลียงตบบนไหล่ของมินโฮเบาๆ และเตรียมตัวไปหาภาชนะสำหรับใส่น้ำตานางฟ้าต่อ
“ห๊ะ!!”
มินโฮถึงกับทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อได้รับมอบหมายงานนี้ และเธอจะจัดการสองแม่ลูกนี้อย่างไงดี
เธอรีบคว้าแขนของมู่เหลียงก่อนที่จะส่งสายตาอ้อนวอนขอให้เขาช่วยก่อน และอย่าปล่อยเธอไว้คนเดียวแบบนี้
มู่เหลียงถึงกับหนักใจ และหันหน้าไปทางซูเอ๋อก่อนจะพูดขึ้น
“ถ้าเป็นไปได้ ช่วยทำให้เธอชนะนิสัยขี้อายนี้ด้วยจะดีมาก”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
ซูเอ๋อพยักหน้าตอบ และแสดงสีหน้าครุ่นคิด
และเมื่อมองไปยังมินโฮเธอก็นึกได้ และพูดออกไปอย่างมีชั้นเชิง
“งั้นเอาเป็นว่า…..ดิฉันไม่ขอรบกวนท่านอีกแล้ว ดิฉันกับลูกสาวจะกลับไปก่อน แล้วดิฉันจะกลับมาเริ่มงานวันพรุ่งนี้อย่างเป็นทางการ”
“ได้”
มู่เหลียงตอบอย่างสุขุม
ก่อนที่ซูเอ๋อและเว่ยหยูหลันจะโค้งคำนับให้อย่างสุภาพ และจากไป
“มินโฮไม่ต้องฝืนตัวเองก็ได้นะ”
มู่เหลียงมองไปทางมินโฮด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง
“ไม่ ฉันสบายดี และคิดว่าการเรียนรู้การจัดการสิ่งต่างๆ เองก็น่าสนใจอีกด้วย”
มินโฮตอบอย่างจริงจัง
เธอรู้ดีว่านี้คือสิ่งที่เธอทำได้ เพราะเธอไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนลี่เยว่หรือหยู่เฟ่ยหยาน ไม่ได้มีสติปัญญาเท่าหยู่ฉินลาน
ถ้างานบ้านงานเรือนของเธอถูกแย่งไปอีก เธอก็ไม่มีอะไรที่จะทำได้อีกแล้ว มินโฮจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นเด็ดขาด
“ดีตราบใดที่เธอสนุกไปกับมัน แต่อย่าลืมทำในสิ่งที่มินโฮทำได้ก็พอ”
มู่เหลียงกล่าวก่อนที่จะมองไปยังมินโฮที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
“ฉันจะทำ”
มินโฮแสดงสีหน้าที่มุ่งมั่นและพยักหัวเล็กน้อย
“เอาล่ะจบเรื่องแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปที่สวนสักหน่อย”
มู่เหลียงเมื่อเห็นว่าเด็กสาวดูมีความมั่นใจมากขึ้น เขาก็สบายใจ
ก่อนที่เขาจะหันไปเห็นกล่องเหล็กสำหรับใส่อาหาร และจะใช้มันเป็นภาชนะเก็บน้ำตานางฟ้า
“ไปเถอะ”
มินโฮไม่ต้องการรบกวนมู่เหลียงอีกแล้ว
เธอเองก็เตรียมตัวไปขนของที่ได้มาเมื่อคืนไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved