ตอนที่ 148

ณ เมืองเซิงหยาง

เยี่ยลี่ยี่ได้มาถึงพร้อมกับคนในตระกูลของเธอทั้ง 500 ชีวิต และกำลังมาหาที่อยู่อาศัยใหม่

“คุณหนู เราก็มองหามาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีจุดไหนที่จะตั้งรกรากได้เลย”

เฉิงเหมาได้พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนใจ

“ทำไมเราไม่หาที่ตั้งค่ายนอกเมืองก่อนละขอรับ”

กลุ่มของพวกเขาอยู่ในเมืองเซิงหยางมาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะหาที่อยู่อาศัยได้เลย

และอย่าได้คิดจะเข้าไปบุกยึดที่ดินของใคร ด้วยพลังของผู้ทรงพลังขั้น 5 ไม่มีทางทำอะไรได้ เพราะผู้มีพื้นที่ครอบครองนั้นล้วนเป็นผู้มีพลังขั้น 6

“ที่นอกเมืองมันอันตรายเกินไป”

เยี่ยลี่ยี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ทำอะไรไม่ถูก และรู้ตัวว่าการตัดสินใจของเธอก่อนหน้านี้มันไร้เดียงสาเกินไป

เธอคิดว่าหากนำคน 500 คนมาเข้าร่วมกับเมืองเซิงหยาง เมืองจะยินดีต้อนรับตระกูลของเธออย่างดี และให้ที่อยู่อาศัย และให้สิทธิ์พิเศษกับของตระกูลเธอ

“แต่จะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ เราต้องรีบหาที่ลงหลักปักฐาน”

เฉิงเหมาพูดเตือนด้วยน้ำเสียงที่ขอร้อง

“ถ้าคุณหนูยังทำแบบนี้ต่อไป อาหารที่เราเตรียมมาจะหมดก่อน”

“เอาล่ะ ถ้างั้นเราจะไปหาที่ตั้งค่ายนอกเมืองก่อน”

เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจยาวก่อนที่จะตัดสินใจ เพราะเธอพอจะเข้าใจว่าทุกคนไม่ได้เตรียมอาหารเอาไว้เยอะ เพราะคิดว่าต้องรีบหนีและเคลื่อนที่ให้คล่องตัวที่สุด เพราะงั้นตอนนี้เพื่อความอยู่รอดต้องให้ทีมนักล่าออกไปล่า เพื่อประคองชีวิตทั้งตระกูลเอาไว้

“คุณหนู……กระผมว่าคุณหนูควรอยู่ในเมืองไปก่อน”

เฉิงเหมาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เพราะพื้นที่รอบนอกเมืองนั้นสกปรกเกินไป เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนที่ไม่มีที่อยู่ในตัวเมืองเซิงหยาง หรือง่ายๆ มันคือสลัมของเมือง

เฉิงเหมานั้นคิดว่ามันคงไม่ดีแน่หากให้คุณหนูของเขาไปอาศัยอยู่ในพื้นที่สลัม

“ไม่ ฉันจะไปกับทุกคน”

เยี่ยลี่ยี่ส่ายหัว

ชีวิตใหม่ที่ได้มานั้นดูยากลำบากกว่าที่คิด

แต่เธอจะไม่ทอดทิ้งทุกคน ไม่งั้นทุกคนจะมองว่าเธอเป็นคนเห็นแก่ตัวพาพวกเขามาลำบาก

แม้ว่าทุกคนจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกับเธอ แต่ทุกคนก็คือคนในตระกูลเดียวกัน

“ไปกันเถอะ”

เยี่ยลี่ยี่โบกมือเรียกทุกคนให้ตามมา

“.....”

เฉิงเหมาเองก็เดินตามไปอย่างเงียบๆ

และหันมากวักมือเรียกคนที่เหลือให้ตามมา และเพื่อหาที่พักในพื้นที่รอบนอกของเมือง

“เฉิงเหมา คิดว่าเราควรจะรับงานหรือหางานแบบไหนทำดี”

เยี่ยลี่ยี่ที่เดินอยู่บนท้องถนนก็พูดขึ้น พร้อมกับมองไปยังร้านค้าที่อยู่ข้างทาง

มีร้านขายเนื้อ ร้านขายน้ำ ขายผ้า ขายอาวุธไม่กี่แห่งเท่านั้น

นอกนั้นจะเป็นร้านค้าทั่วๆ ไป มีโรงแรมไม่กี่แห่ง และที่นี่มีค่าครองชีพที่สูงมาก

“คุณหนูกระผมคิดว่า เราควรเริ่มจากงานล่าสัตว์”

เฉิงเหมานั้นเหลือบมองไปรอบๆ และรู้เลยว่าไม่มีทางที่จะตั้งร้านค้าหรือสร้างธุรกิจขึ้นที่นี่ได้

“แต่ในเรื่องออกล่า คงจะลำบากหากต้องแข่งกับนักล่าในเมืองนี้”

เยี่ยลี่ยี่นั้นรู้สึกกังวลใจกับสิ่งนี้

ทุกเมืองใหญ่มักจะมีพื้นที่หรืออาณาเขตล่าของทีมนักล่าอยู่ และหากว่ามีนักล่าคนอื่นเข้าไปในอาณาเขตเหล่านั้นมักจะจบด้วยการนองเลือดเสมอ

“นั้นมัน…..”

เฉิงเหมานั้นถึงกับพูดไม่ออก

ถ้าเขานำทีมออกไปล่า มันก็เป็นเรื่องยากอยู่ดีที่จะชนะผู้มีพลังขั้น 6

“เรามาลองหางานอื่นทำ เพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันเถอะ”

เยี่ยลี่ยี่เห็นร้านขายผ้าจึงตัดสินใจเข้าไปทันที

“ลูกค้าต้องการผ้าแบบไหน เจ้าค่ะ”

พนักงานของร้านทักทายทันทีก่อนจะพูดต่อ

“ที่นี่เรามีผ้าและหนังสัตว์อสูรชั้นกลาง หากเอาไปทำชุดสวมใส่มันสามารถทนพลังโจมตีที่ต่ำกว่าขั้น 3 ได้ทั้งหมด”

“ฉันมาที่นี่เพื่อหางาน”

เยี่ยลี่ยี่พูดขึ้นอย่างเคอะเขิน

เธอพึ่งลองหางานทำเป็นครั้งแรก เลยแสดงท่าทางไม่เป็นธรรมชาติเท่าไร

“ตอนนี้ทางร้านยังไม่ได้เปิดรับพนักงานเพิ่ม”

สีหน้าของพนักงานเปลี่ยนไปในทันที และเย็นชาขึ้นราวกับคนละคน

“ไปถามร้านอื่นเถอะ”

เธอกลัวว่าเจ้าของร้านจะมาเห็นเด็กสาวที่งดงามคนนี้ และทำให้เธอตกงานได้

“อะ ต้องขออภัยด้วย”

เยี่ยลี่ยี่ยิ้ม และก้มหัวขอโทษ

เธอเดินออกมาจากร้านพร้อมกับหัวใจที่ห่อเหี่ยว และเดินไปยังร้านขายเนื้อต่อ แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นเดิม

ในเวลาต่อมา เธอก็เข้าไปอีกสองร้านและออกมาด้วยใบหน้าที่ผิดหวังเช่นเดิม

อย่างไรก็ตามมีเจ้าของร้านบางคนยังลังเลใจ และอยากจะรับเธอเอาไว้เพราะน่าตาที่สะสวยของเยี่ยลี่ยี่

โชคดีที่ดูเหมือนว่าเธอจะพอรู้ว่าเจ้าของร้านนั้นมีความคิดอื่นแอบแฝงอยู่ เลยทำให้เธอปฏิเสธออกมาเอง

หลังจากล้มเหลวหลายครั้ง เยี่ยลี่ยี่เองก็หมดหวังอย่างแท้จริง และทรุดลงกับพื้น

“คุณหนู กลับไปที่พักก่อนเถอะ”

เฉิงเหมามองดูด้วยสายตาที่เป็นห่วง

“เอาเถอะ งั้นกลับไปดูที่พักก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง”

เยี่ยลี่ยี่ถอนหายใจ

เธอสูญเสียความมั่นใจครั้งใหญ่ และรู้สึกว่าชีวิตตอนนี้มันยากเย็นเหลือเกิน

ในเมืองสิบขั้นนั้นเธอมีทั้งสมบัติและที่ดิน ที่บรรพบุรุษของเธอทิ้งเอาไว้ให้ พอมาถึงเมืองเซิงหยางทุกอย่างคือศูนย์และต้องเริ่มต้นใหม่

และครั้งนี้คือการเริ่มต้นสำหรับเธอ ทำให้เยี่ยลี่ยี่รู้ซึ้งแล้วว่าการเริ่มจากไม่มีอะไรเลยมันยากขนาดไหน

เมื่อออกไปจากเขตเมืองชั้นใน สภาพแวดล้อมทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที มันดูทรุดโทรมและเน่าเละ

ผู้คนที่อาศัยอยู่นั้นดูซูบผอมอย่างมาก และนั่งอยู่ตามทางเดิน จ้องมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ด้วยแววตาที่เหม่อลอย และหวังว่าจะมีใครสักคนโยนอาหารให้

“......”

เยี่ยลี่ยี่เดินผ่านด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ

-เธอคุ้นเคยกับภาพแบบนี้มาแล้วสมัยที่อยู่เมืองสิบขั้น เพราะทุกเมืองย่อมมีเขตสลัม

-แม้ว่าแววตาของเธอจะแสดงออกถึงความสงสารคนพวกนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

“ตรงนั้น”

เฉิงเหมาชี้ไปยังพื้นที่ขอบของเขตสลัม ซึ่งมีคนจากตระกูลเยี่ยกำลังสร้างที่พักจากเต้นหนังสัตว์

เธอไม่กล้าที่จะคิดถึงบ้านที่ทำมาจากหินและอิฐในตอนนี้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่มีเต้นหนังสัตว์ติดตัวมาด้วย

ตอนนี้มันจะเป็นที่หลบแดดหลบลมไปก่อน

“คุณหนู พวกเราจะไม่ต้องอาศัยอยู่ในที่แบบนี้ใช่ไหม”

“เราจะได้ย้ายเข้าไปในเขตชั้นในเมื่อไหร่ คุณหนู”

หลายคนที่เห็นเยี่ยลี่ยี่กลับมาก็รุมเข้ามาถามทันที

“ทุกคนใจเย็นก่อน”

เยี่ยลี่ยี่โบกมือให้ทุกคนใจเย็นลง ก่อนที่จะเริ่มพูด

“เราจะอาศัยที่นี่ชั่วคราวไปก่อน เมื่อไหร่ที่เราร่ำรวยมากกว่านี้ พวกเราทั้งหมดจะย้ายเข้าไปในเขตเมืองชั้นใน”

“งั้นพวกเราจะออกไปล่าให้มากที่สุด”

“ฮ่าๆๆ พวกเราจะต้องจับเหยื่อมาได้เยอะแน่ๆ”

“ไม่รู้ว่าในเมืองเซิงหยางยังพอมีงานอะไรให้ทำบ้าง”

ทุกคนเมื่อได้รับคำมั่นสัญญาจากเยี่ยลี่ยี่ก็ดูมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

“.....”

เยี่ยลี่ยี่ได้แต่ก้มหน้าลง ด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง และหมดกำลังใจจะสู้ต่อ

เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี การหางานในเมืองนั้นก็ยากเย็น อีกไม่ช้าทุกคนในตระกูลของเธอจะต้องรอความตายอยู่ข้างถนน

“คุณหนู อย่าได้กังวลไป”

เฉิงเหมานั้นเข้ามาปลอบเยี่ยลี่ยี่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“วันรุ่งขึ้นกระผมจะพาคนของเราออกไปล่า และทำต่อไปเรื่อยๆ สักวันจะต้องดีขึ้น”

เขาเองก็รู้ว่าไม่สามารถออกล่าในอาณาเขตรอบเมืองได้ และคงต้องพาทีมนักล่าออกไปไกล

“เช่นนั้นคงต้องฝากท่านลุงแล้ว”

เยี่ยลี่ยี่พูดด้วยน้ำเสียงที่มืดมน

ตอนนี้กลุ่มของเธอขาดแคลนทุกอย่างทั้งน้ำและอาหาร

“นี้เป็นสิ่งที่ข้ารับใช้ต้องกระทำ”

เฉิงเหมากล่าวด้วยความเคารพ