ตอนที่ 210

“ที่จริงพวกตาแก่ในเมืองอยากให้ฉันกินเลือดเหมือนกัน”

ซิไป่ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เธอเม้มริมฝีปากและพูดต่อด้วยใบหน้าที่รังเกียจ

“แต่เลือดพวกนั้นสกปรก และฉันไม่อยากกิน”

“สกปรกงั้นหรอ?”

“ใช่ พวกนั้นกินแต่เลือดมากเกินไป”

ซิไป่ฉีพูดขึ้นอย่างหนักใจ

เธอไม่อยากดูดเลือดสกปรกแบบนั้น ไม่รู้ว่าในเลือดมีอะไรปะปนอยู่บ้าง และน่าขยะแขยงขนาดไหน

มู่เหลียงมุมปากยกสูงขึ้นและถามต่อ

“ถ้าเป็นเลือดของฉันเธออยากลองชิมดูไหม?”

เขาต้องการทดลองว่าเลือดของเขาจะส่งผลเช่นไรกับแวมไพร์ เผื่อว่ามันจะส่งผลกับสัตว์เลี้ยงของเขาได้

“เอ๊?!”

ซิไป่ฉีถึงกับตกใจ

เธอถูกมิอาสะกิดจนได้สติกลับมาอีกครั้ง

เด็กสาวผมทองถามด้วยความไม่แน่ใจ

“ให้ฉันกินเลือดจริงๆ งั้นหรอ”

“ใช่ สักเล็กน้อยคงไม่เป็นไร”

มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ

“แต่ฉันไม่เคยดูดเลือดใครมาก่อนเลย”

ซิไป่ฉีดูลังเลและก้มหน้าลง

-ความคิดของเธอตีกันในหัวเต็มไปหมด คำพูดของผู้เฒ่าในเมืองที่บอกว่าหากดื่มเลือดแล้วจะแข็งแกร่งขึ้น-ดังขึ้นมาในใจของเธอ

แต่ในอีกมุมหนึ่งเธอก็ต่อต้านการดื่มเลือด ทำให้สองความคิดนี้ตีกันในหัว

มิอาโน้มตัวไปข้างๆ และพูดกระซิบข้างหูซิไป่ฉี

“ลองดูสิ มู่เหลียงเป็นถึงผู้ตื่นขั้น 8 เลยนะ”

วินาทีนั้นซิไป่ฉีก็เปลี่ยนความคิดทันที และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

เธอเงยหน้าขึ้นและมองไปที่มู่เหลียง และไล่ลงมาถึงคอของเขา และซิไป่ฉีก็แยกเขี้ยวออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

“จะให้กัดตรงไหนหรอ”

ใบหน้าเล็กๆ ของซิไป่ฉีแดงขึ้น ก่อนที่จะเอ่ยปากถาม

“อย่าได้คิดจะมากัดคอฉันเด็ดขาด”

มู่เหลียงรู้สึกเย็นวูบวาบที่ลำคอของเขา

ก่อนที่มู่เหลียงจะตัดสินใจยื่นนิ้วชี้ออกไป และมีเลือดหยดหนึ่งไหลออกมาจากปลายนิ้ว

จ็อกๆ

อยู่ๆ ท้องของซิไป่ฉีก็ร้องดังขึ้นไปอีก เธอมองมันด้วยสายตาที่หิวโหย กลิ่นเลือดของมู่เหลียงสำหรับเธอนั้นเย้ายวนมากๆ และไม่อาจจะยับหยั้งสัญชาตญาณดิบของเธอได้

“รับไปสิ”

มู่เหลียงยื่นนิ้วออกไปข้างหน้า

ซิไป่ฉีก้าวไปหาอย่างช้าๆ และรู้สึกลังเลในช่วงวินาทีสำคัญ

“เร็วสิ”

มิอาดันร่างของซิไป่ฉีอย่างแรง

ซิไป่ฉีนั้นไม่โกรธในสิ่งที่มิอาทำ เมื่อเธอตั้งหลักได้ เธอก็มองหยดเลือดบนนิ้วก่อนที่จะอมปลายนิ้วของมู่เหลียงเข้าไป

วินาทีนั้นศีลธรรมของมู่เหลียงถึงกับสั่นไหว ปลายนิ้วของเขาทั้งอุ่นและเปียก

อึ้ก!

ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของซิไป่ฉีดูแดงระเรือขึ้นมา ก่อนที่เธอจะกลืนหยดเลือดลงท้องไป

เธออ้าปากออกมาเล็กน้อยพอที่จะเห็นเขี้ยวของเธอ และปล่อยนิ้วของมู่เหลียงและเดินถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยท่าทางที่เขินอาย

“.....”

แววตาของหยู่ฉินหลานถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรง และขบฟันแน่นสองสามครั้ง พร้อมกับท่องอยู่ภายในใจว่า

“เธอเป็นแค่เด็ก เธอเป็นแค่เด็ก”

ลี่เยว่เองก็ต้องห้ามตัวเองไว้ ไม่ให้เข้าไปผลักซิไป่ฉีออกมาจากตัวมู่เหลียงเหมือนกัน

“เป็นไง รู้สึกไงบ้าง”

มู่เหลียงถามพร้อมกับดึงนิ้วกลับมา

“เหมือนจะไม่มีอะไร….”

ซิไป่ฉีลองสัมผัสไปตามร่างกายของเธอ และพูดไม่จบประโยค

ใบหน้าของเธอเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับทรมาน ก่อนที่เธอจะพูดขึ้น

“ร้อน….ในท้อง….มันร้อนไปหมด!”

เธอรู้สึกเหมือนกับมีกระแสน้ำร้อนไหลอยู่ในท้องของเธอ

“ซิไป่ฉีเธอไม่เป็นไรนะ!”

มิอาเข้าไปใกล้และถาม และยิ่งเห็นท่าทางที่ทรมานของซิไป่ฉีเธอก็ยิ่งเป็นห่วง

“ไม่รู้…..แต่รู้สึกเลยว่ามันร้อนไปทั้งตัว”

ซิไป่ฉีพูดออกมาอย่างทรมาน

มู่เหลียงขมวดคิ้วแน่น และก้าวออกไปพร้อมกับยกมือขึ้นและใช้พลังบงการหิมะสร้างความเย็นรอบตัวซิไป่ฉีเอาไว้

และถามอย่างใจเย็น

“เป็นไงสิ่งนี้พอจะช่วยได้ไหม”

“ไม่…..มันยังร้อนอยู่”

ซิไป่ฉีส่ายหน้าไปมาอย่างทรมาน พร้อมกับกุมท้องของเธอ

“ยารักษาอาจจะช่วยได้”

มินโฮพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล

“เอาน้ำตานางฟ้ามาให้เธอจะดีกว่า”

ลี่เยว่แนะนำ

“กรี้ด!!”

ก่อนที่ทุกคนจะทันทำอะไร อยู่ๆ ซิไป่ฉีก็กรีดร้องออกมา

นัยน์ตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง พร้อมกับปีกของเธอที่กางออก

“มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ!”

ทุกคนต่างตกใจและถอยหลังไปสองสามก้าว

สีหน้าของมู่เหลียงดูจริงจังขึ้นมาทันที และคิดว่าเลือดของเขาอาจจะมีอะไรผิดปกติปนอยู่ก็เป็นได้

ซิไป่ฉีเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงก่ำ รัศมีพลังขั้น 5 ระเบิดออกมาทันที

เว่ยหยูหลันถึงกับหน้าซีด เธอมีพลังแค่ขั้น 2 ไม่มีทางทนต่อพลังขั้น 5 ได้อยู่แล้ว

แต่หยู่ฉินหลานได้เอาตัวเข้ามาบังเว่ยหยูหลันเอาไว้ เพื่อกันคลื่นพลัง

เว่ยหยูหลันถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณ

“ท่านหยู่ ขอบคุณเจ้าค่ะ”

หยู่ฉินหลานพยักหน้า และกลับมาสนใจเด็กสาวผมทองตรงหน้าอีกครั้ง

ในตอนที่มู่เหลียงจะลงมือทำอะไรสักอย่าง เขาก็รู้สึกได้ถึงรัศมีพลังของซิไป่ฉีที่เพิ่มมากขึ้น

เดิมที่รัศมีพลังของซิไป่ฉีคือขั้น 5 ในระดับต้นๆ แต่ตอนนี้อยู่ในระดับกลางของขั้น 5 แล้ว

“พลังของเธอมากขึ้น”

มิอานัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

ก่อนที่จะได้ทันหายตกใจรัศมีพลังของซิไป่ฉีก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก จากระดับกลางกลายเป็นจุดสูงสุดของขั้น 5

“นี้มันจุดสูงสุดขั้น 5”

หญิงสาวทุกคนต่างมองดูด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ พลังระดับนี้ห่างจากขั้น 6 เพียงเส้นผมบางๆ เท่านั้น

“โห…”

มู่เหลียงมองซิไป่ฉีอย่างสนใจ และสำรวจการเปลี่ยนแปลงของเธอ

มู่เหลียงมองดูอยู่พักหนึ่ง และคิดไม่ถึงว่าเลือดเพียงหยดเดียวจะมีพลังมากขนาดนี้ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเผ่าพันธ์แวมไพร์ถึงแข็งแกร่งขึ้นได้จากการดูดเลือด

“มันง่ายขนาดนี้เลยงั้นหรอ หากเป็นแวมไพร์ด้วยเราเองก็คง…”

หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ตกตะลึง

“อย่าได้คิดอะไรแบบนั้น ลูกไม่ใช่แวมไพร์ หนทางแข็งแกร่งของลูกนั้นอยู่ที่การฝึกฝน เพราะงั้นจงขยันฝึกต่อไป”

หยู่ฉินหลานพูดเพื่อหยุดความคิดแปลกๆ ของลูกสาวเธอทันที เพื่อไม่ให้ลูกสาวของเธอหลงผิด

“เข้าใจแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานตอบด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง

สิบนาทีต่อมา

ร่างของซิไป่ฉีก็ปล่อยรัศมีจุดสูงสุดขั้น 5 ออกมา เธอดูไม่ทรมานอีกต่อไป และดูสงบลงปีกของเธอหุบกลับเข้าไป พร้อมกับสีของนัยน์ตาที่เปลี่ยนกลับมาเป็นสีทอง

มิอาถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“เป็นไงรู้สึกยังไงบ้าง”

“มันดี…รู้สึกดีมากๆ เลย”

ซิไป่ฉีตอบกลับมาเบาๆ

เธอรู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเธอเปลี่ยนไป นอกจากรัศมีพลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว สายตาของเธอก็ดีขึ้นด้วยรวมไปถึงพละกำลังที่เออล้นออกมา

“งั้นหรอ ก็ดีแล้ว”

มิอาถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ยังรู้สึกไม่สบายอีกไหม”

มู่เหลียงถามหลังจากได้ยินที่ซิไป่ฉีพูด

“ไม่แล้ว ตอนนี้รู้สึกว่าร่างกายมันผ่อนคลายสุดๆ”

ใบหน้าเด็กน้อยของซิไป่ฉีดูแดงขึ้นมาเล็กน้อย

เธอลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะรู้ว่าต้องขอบคุณมู่เหลียง

ซิไป่ฉีหันหน้าไปหามู่เหลียงพร้อมกับก้มหัวให้ทันที

“เป็นพระคุณอย่างมาก ฉันไม่รู้ว่าจะกล่าวขอบคุณเช่นไร ให้เห็นถึงความจริงใจนี้”

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ก็แค่เลือดหยดเดียว ถ้าหากต้องการอีก ฉันก็ให้เธอได้”

มู่เหลียงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

“คือ..ฉันรับอีกไม่ไหวแล้ว”

ซิไป่ฉีพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงและรู้สึกเขินอาย

ตอนนี้เธอรู้สึกว่าท้องของเธอมันแน่นมาก และไม่อยากกินอะไรอีกเลย แม้แต่น้ำก็กินไม่ลง

“สงสัยเธอยังคงอิ่มอยู่ คงต้องใช้เวลาย่อยสักพัก”

มู่เหลียงพูดอย่างคาดเดา

“ใช่แล้ว”

ซิไป่ฉีพยักหน้าเห็นด้วย

-เธอรู้สึกเสียดายมาก และอยากดื่มเลือดของมู่เหลียงอีกหยดสองหยด ไม่งั้นเธอถึงทะล่วงขั้น 5 สู่ขั้น 6 ได้เลย

แต่ในเวลาเดียวกันซิไป่ฉีเองก็ประหลาดใจเหมือนกันที่เลือดของมู่เหลียงเพียงหยดเดียวแต่ทรงพลังขนาดที่เปลี่ยนแปลงเธอได้

“ถ้างั้นเมื่อเธอย่อยแล้ว ค่อยกลับมาหาฉัน เดี๋ยวฉันจะให้เลือดเธออีกหนึ่งหยด”

มู่เหลียงพูดพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย

เขามีความคิดที่จะดึงตัวเด็กสาวผมทองคนนี้มาเข้ากับเมืองเต่าทมิฬของเขา

“จริงหรอ!”

ซิไป่ฉีพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับเงยหน้ามองมู่เหลียงทันที

“แน่นอน”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับใช้นิ้วดีดไปกลางหน้าผากของซิไป่ฉีเบาๆ และพูดผ่านรอยยิ้มว่า ยังมีโอกาสให้เธออีก

“เย้ๆ! ขอบคุณท่านมู่เหลียง”

ซิไป่ฉีดีใจมากและกระโดดโลดเต้นไปมา

“เดี๋ยว…เธอช่วยหยุดกระโดดก่อนสิ”

มิอาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

เธอเอามือขึ้นมาจับไหล่ของซิไป่ฉี และตรวจดูร่างกายของซิไป่ฉีอย่างละเอียดอีกครั้ง

ซิไป่ฉียืนกับที่นิ่งๆ และพูดขึ้นอย่างหยอกล้อ

“ทำไม เธอไม่ชอบเห็นฉันมีความสุขรึไง?”

ตอนนี้เธอรู้สึกดีมากที่พลังของเธอแซงหน้ามิอาไปแล้ว

เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว ที่เธอจะกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ

มิอาถึงกับมุมปากกระตุกและพูดอย่างขุ่นเคือง

“ป่าวเถอะ ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเธอสูงขึ้นนิดหน่อย เลยอยากจะดูให้แน่ใจ”

“อะไรนะฉันสูงขึ้นงั้นหรอ!”

ใบหน้าเล็กๆ ของซิไป่ฉีดูตื่นเต้นขึ้นมาอีก และก้มมองดูตัวเอง

มู่เหลียงมองดูอย่างละเอียด ก่อนที่จะพยักหน้าและพูดพร้อมรอยยิ้ม”

“ใช่เธอสูงขึ้น”

“จริงหรอ ฮะๆๆๆ ฉันสูงขึ้นแล้ว!”

ซิไป่ฉีหัวเราะอย่างมีความสุข

ขากางเกงที่ซิไป่ฉีสวมอยู่ ลอยขึ้นมาจากข้อเท้า ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเธอสูงขึ้น

ตอนนี้เธอดูไม่เหมือนเด็กอายุสิบสี่สิบหน้าอีกแล้ว แต่เหมือนกับกับเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหก

“ถึงจะสูงขึ้นก็ตาม แต่เธอก็ยังตัวเตี้ยกว่าฉันอยู่ดี”

มิอาพูดอย่างเย็นชา

ซิไป่ฉีเถียงกลับทันที

“ฮึ่มอีกไม่นานหรอก ฉันจะสูงกว่าเธอแน่”

ตอนนี้เธอมั่นใจเลยว่าจะโตได้มากกว่านี้ ตราบใดที่มู่เหลียงให้เธอดื่มเลือดของเขาอีกสักหยดสองหยด เธอจะโตขึ้นอีกแน่นอน

“น่าเสียดาย”

มู่เหลียงบ่นลอยๆ ออกมา

เขารู้สึกเสียดายภายในใจ นั้นเพราะต่อจากนี้จะไม่มีผู้เยาว์แบบถูกกฎหมายอีกแล้ว

“เสียดายอะไรงั้นหรอมู่เหลียง”

มินโฮได้ยินเลยถามขึ้น

“ไม่มีอะไร”

มู่เหลียงถึงกับสะดุ้งและตอบกลับไปทันที

“หิวรึยัง ไปกินมื้อเที่ยงกันดีกว่า”

……

“ห๊าา…”

เมื่อได้ยินซิไป่ฉีถึงกับร้องออกมาอย่างเสียดาย

เพราะเธอรู้สึกอิ่มมากจนกินอะไรไม่ได้อีกแล้ว

แล้วเธอเองก็ตั้งตารอกินหมี่เปรี้ยวเผ็ดตั้งแต่เช้า แต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงเฝ้าดูเท่านั้น มันโหดร้ายกับเธอมาก

“ทุกคนนั่งก่อน เดี๋ยวฉันจะเอาหมี่มาให้”

มินโฮพูดขึ้นอย่างขึงขังทันที

มินโฮกับเว่ยหยูหลันเดินกลับไปที่ห้องครัวพร้อมกับเอาหมี่เปรี้ยวเผ็ดที่เตรียมเอาไว้แล้วออกมาจัดวางบนโต๊ะ

“สีแดงดูน่ากินมาก”

หยู่ฉินหลานก้มหน้าลงเล็กน้อยและดมกลิ่น หมี่จานนี้มีกลิ่นเปรี้ยวๆ ออกมา

ซูด!!

มู่เหลียงไม่รอใครและกินหมี่เข้าไปคำใหญ่และซดเสียงดัง ตัวหมี่มีทั้งรสเปรี้ยวและเผ็ดทำให้แววตาของเขาเป็นประกายขึ้นมา

ตัวเส้นเองก็เหนี่ยวนุ่ม ลื่นคอเหมือนกับที่เขาเคยกินที่โลกเก่าของเขา

ถึงรสชาติจะต่างกันเล็กน้อยก็ตาม เพราะใช้ความเปรี้ยวจากมะเขือเทศ แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้รสชาติที่ดี

เขายกนิ้วโป้งให้กับมินโฮและเอ่ยปากชม

“มันอร่อยมาก รสชาติครบถ้วน”

“นั้นเพราะฉันทำตามที่มู่เหลียงบอกทุกอย่าง”

มินโฮยิ้มออกทั้งทางปากและทางตา และรู้สึกภูมิใจมากๆ

“ใช่อร่อยมาก! เปรี้ยวๆ เผ็ดๆ กินได้เรื่อยๆ เลย”

ลี่ลี่กินไปพูดไป

มีเส้นห้อยอยู่ที่ปากของเธออีกครึ่งหนึ่ง เธอพยายามที่จะดูดมันเข้าปากไปให้หมด

“สิ่งนี้ทำมาจากอะไร”

หยู่ฉินหลานนั้นเรียกได้ว่าหลงรักอาหารจานนี้เลย โดยเฉพาะสัมผัสที่เหนี่ยวนุ่มนี้

“มันทำมาจากมันเทศเจ้าค่ะ”

เว่ยหยูหลันตอบเบาๆ

“ทำแบบนี้ให้กินทุกวันได้ไหม?”

น้ำเสียงของลี่เยว่ถามอย่างจริงจัง

มินโฮพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด

“แน่นอน เรายังมีแป้งอีกมาก”

“ยังมีเหลืออยู่อีกไหม”

หยางปิงถามขึ้นด้วยความเขินอายเล็กน้อยพร้อมกับมองดูชามที่ว่างเปล่าของตัวเอง ที่ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป

“เดี๋ยวฉันจะไปเอามาเพิ่มให้ค่ะ”

เว่ยหยูหลันลุกขึ้นและหยิบชามของหยางปิงพร้อมกับจะเดินไปห้องครัว

หยู่เฟ่ยหยานเห็นแบบนั้นจึงร้องตะโกนขึ้น

“ขอฉันด้วย”

หยู่ฉินหลานเองก็ไม่รักษาภาพพจน์ที่สง่างามอีกต่อไป และพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ

“น้องหลัน ฉันขอเติมอีกจาน”

“ฮือ!! ฉันเองก็อยากกินเหมือนกัน!”

ซิไป่ฉีเวลานี้ดูเศร้ามากๆ

“งั้นก็กินสิ!”

มิอายิ้มอย่างเยาะเย้ยและพูดขึ้น

“.....”

ซิไป่ฉีได้แต่จ้องไปที่ชามหมี่ของเธอ แม้ว่ามันจะดูน่ากินขนาดไหน แต่ท้องของเธอกลับบอกเธอว่าไม่สามารถรับสิ่งใดได้อีกแล้ว

เธอหันไปมองมิอาด้วยความขุ่นเคือง และขบฟันเล็กๆ ของเธอ และหวังว่าจะเอาคืนมิอาสักวัน

มู่เหลียงยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นภาพเหล่านี้ เขาคิดเอาไว้แล้วว่าไม่มีทางที่ทุกคนจะไม่ชอบหมี่เปรี้ยวเผ็ด

ทำให้เขาเริ่มคิดแล้วว่าจะทำอาหารอะไรออกมาอีกดี?