เช้าตรู่ของวันใหม่
ในห้องนอนของมินโฮ
“ฮ่าวว”
มินโฮลืมตาขึ้นมาและมองไปยังพี่สาวที่นอนอยู่ข้างๆ
เมื่อคืนหลังจากที่อาบน้ำเสร็จทั้งคู่ก็กลับมาคุยกันที่ห้องนอนจนดึกดื่น และเผลอหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว
มิอาเองก็นานมากแล้วที่ไม่ได้นอนหลับฝันดีเช่นนี้เหมือนกัน
ร่างกายของเธอสะสมความเหนื่อยล้ามาหลายวัน อีกทั้งยังฝืนใช้พลังเงาจนร่างกายรับภาระที่หนักอึ้ง ทำให้นอนหลับลึกเป็นพิเศษ
มินโฮลูบไปที่หูแมวของมิอาอย่างเพลิดเพลิน
“อื้อ….”
หูของมิอากระตุกหลายครั้ง พร้อมทั้งยังแสดงสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดขึ้นมา ราวกับกำลังฝันร้าย
“พี่?”
มินโฮถึงกับตกใจและร้องทัก
มิอาลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียอยู่บนเตียงนุ่มๆ ขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ตื่นฟื้นจากความฝันดีเลยด้วยซ้ำ และไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนไปพักหนึ่ง
“พี่”
มินโฮยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของมิอาด้วยความเป็นห่วง
มิอาพยายามลืมตาขึ้น และเห็นใบหน้าน้องสาวชัดขึ้นเรื่อยๆ และฟื้นคืนสติกลับมา
ก่อนที่มิอาจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
“ฉันสบายดี แค่ฝันร้ายนิดหน่อย”
มิอาฝันร้าย ฝันว่าเธอกำลังถูกไล่ล่าจากเมืองหมื่นอสูร และเหล่าแวมไพร์ ในฝันของเธอแม้แต่สัตว์อสูรก็ไล่ล่าเธอด้วย
และทุกคนที่เธอเห็นในฝันล้วนเป็นคนที่เธอเคยมีเรื่องด้วย ทั้งขโมยของทำร้ายร่างกาย หรือใช้คำพูดด่าทอ
“ฝันเห็นอะไรที่น่ากลัวงั้นหรอ?”
มินโฮถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่หรอก”
มิอาฝืนยิ้มให้
มิอามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่ยังไม่เคยชินกับความรู้สึกที่ปลอดภัยและสบายแบบนี้
“อือ”
มินโฮเองก็ไม่ได้ถามต่อ
เธอห่มผ้าให้พี่สาวก่อนที่จะลุกขึ้นเตรียมไปยังห้องครัว เพื่อดูว่ามีงานอะไรที่เธอไปช่วยได้บ้าง เพราะวันนี้เธอตื่นสายมาก กลัวเว่ยหยูหลันจะทำงานหนักเกินไป
มิอาก็ลุกขึ้นมาเหมือนกัน ในห้องพอจะมีแสงสว่างอยู่ ทำให้เธอได้สังเกตห้องของมินโฮอย่างละเอียด และเห็นในบางสิ่งที่ไม่ได้เห็นเมื่อคืน
มิอาเห็นว่าบนผนังห้องมีภาพวาดแขวนอยู่หลายภาพ และมีหลายแบบแและส่วนใหญ่เป็นภาพเขียน
มีทั้งรูปบ้าน แผนผังเมือง รวมไปถึงภาพวาดหนึ่งที่เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
“น้องวาดพวกนี้หมดเลยงั้นหรอ”
มิอามองไปยังมินโฮด้วยความประหลาดใจ
มินโฮตอบอย่างไม่ลังเล
“ทั้งหมดนี้มู่เหลียงเป็นคนวาด”
มินโฮพูดจบก็ใส่ร้องเท้าและเดินไปชี้ที่ภาพบนผนัง
“ภาพนี้เป็นภาพที่ฉันชอบที่่สุด มันเป็นภาพแรกที่มู่เหลียงมอบให้”
มินโฮชี้ไปยังภาพวาดที่อยู่กลางผนังห้อง ด้วยแววตาที่เป็นประกาย
“นั้นมันค่ายที่พวกเราเคยอยู่ใช่ไหม”
มิอาจ้องมองภาพบ้านเกิดโดยไม่ละสายตา
“มู่เหลียงวาดภาพนี้ให้ฉัน เพราะกลัวฉันเศร้าที่ต้องจากบ้านเกิด”
มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงเล็กน้อย
“ส่วนนี้คือแบบบ้านหลังแรกที่ฉันกับมู่เหลียงสร้างขึ้น เป็นภาพโปรดอันดับที่สองของฉันเลย”
“มู่เหลียงเก่งมากเลยนะ เขาสามารถวาดภาพเหมือนของพี่ได้จากคำอธิบายของฉัน”
“.....”
มินโฮเอ่ยปากชมมู่เหลียงไม่หยุด และแสดงออกถึงความกระตือรือร้น
มิอาเองก็นั่งฟังด้วยความตั้งใจ และดูใบหน้าที่ดูมีความสุขของน้องสาว
โดยเฉพาะเวลาที่มินโฮพูดถึงมู่เหลียงเธอจะดูมีความสุขเป็นพิเศษ
มิอาพบว่าน้องสาวของเธอเปลี่ยนไปมาก ไม่เหมือนเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่เธอเคยดูแลอีกต่อไป
“เอาหล่ะ พอแค่นี้ก่อน”
มินโฮยืดตัวและบิดขี้เกียจเล็กน้อย
เผยให้เห็นเอวอันเรียวงามของเธอสามวิ ก่อนที่มินโฮจะเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดสาวใช้
“ไปห้องอาหารกันเถอะ”
มินโฮจูงมือพี่สาวของเธอให้ลุก
“อือ”
มิอาเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมรองเท้า และตามมินโฮไป
ที่ห้องอาหารเว่ยหยูหลันกำลังยุ่งกับการจัดจานอาหารเช้าของวันนี้
มู่เหลียงเองก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร และตามมาด้วยหยู่ฉินหลานและหยู่เฟ่ยหยาน
ก่อนที่มู่เหลียงจะทักทายอย่างเป็นกันเอง
“มินโฮยังไม่ตื่นงั้นหรอ?”
แตะๆ
เมื่อมู่เหลียงพูดจบมินโฮก็มาถึงห้องอาหารพร้อมกับมิอา
“ขอโทษทุกคนวันนี้ฉันตื่นสาย”
ใบหน้าของมินโฮแดงขึ้นมาทำให้เธอดูน่ารัก
มิอามองดูคนอื่นๆ ภายในห้องอาหารอย่างสงสัย
“เอาเถอะ”
มู่เหลียงกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“ในเมื่อมากันแล้ว ก็นั่งก่อน”
“ค่ะ”
สาวๆ ในห้องขานรับ
มู่เหลียงนั่งลงก่อนที่คนอื่นๆ จะนั่งตาม
“โหย่วเฟ่ยไม่มาอีกแล้วหรอ?”
มู่เหลียงเลิกคิ้วและถามขึ้น
“ท่านโหย่วเฟ่ยยังอยู่ในห้องวิจัย หยูหลันได้จัดส่งอาหารเช้าไปให้แล้วเจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันกล่าว
มู่เหลียงมองไปยังหยางปิงและลี่ลี่และพูดต่อ
“โหย่วเฟ่ยต้องออกกำลังกายมากกว่านี้ เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้องทั้งวัน มันไม่ดีต่อสุขภาพของเธอ….ทั้งสองจัดการเรื่องนี้ด้วย”
“เอ่อคือ…มันยากเกินไปที่จะทำแบบนั้น”
ลี่ลี่ยิ้มอย่างขมขื่น
ครั้งหนึ่งเธอเคยพยายามที่จะลากโหย่วเฟ่ยออกมาจากห้อง แต่ก็ไม่ได้ผล
“งั้นหรอ….”
มู่เหลียงเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
เขามองไปทางมิอาก่อนที่จะถามขึ้น
“แล้วเธอเป็นไงเมื่อคืนหลับสบายดีไหม?”
“ค่ะ หลับสบายมาก”
มิอาหลบสายตาและตอบกลับไป
เธอรู้มาจากน้องสาวของเธอว่าชายคนนี้ทั้งแข็งแกร่งและเพียบพร้อมขนาดไหน
ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
“เอาเถอะ งั้นกินมื้อเช้ากันดีกว่า”
มู่เหลียงยกตะเกียบขึ้น
“เฮ้อ”
อยู่ๆ มิอาก็ถอนหายใจอย่างไม่รู้ตัว
เธอหยิบส้อมขึ้นมาอย่างเชื่องช้าและตักผัดเถามันเทศขึ้นมากิน เธอชอบผัดเถามันเทศมากว่าผัดกะหล่ำปลี
แตะๆๆ
แล้วก็มีเสียงฝีเท้าววิ่งดังขึ้นมาจากนอกห้องอาหาร
ลี่เยว่ในชุดเกราะภูติผี วิ่งเข้ามาโดยไม่ปิดบังเสียงฝีเท้าตัวเอง
เธอเหลือบไปมองมิอาด้วยความสงสัย
ก่อนที่จะเข้าไปหามู่เหลียงและกระซิบเบาๆ
“เราได้รับข้อมูลของเมืองปักษาแล้ว”
ก่อนที่จะเช้าเธอได้ออกไปยังเมืองเซิงหยางไปรับข้อมูลจากคนขายข่าวที่เธอได้จ้าวานไปเมื่อสองสามวันก่อน
“บอกมาเลย”
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นด้วยความสนใจ
“ได้”
ลี่เยว่จึงเริ่มรายงานทันที
“ข้อมูลที่ได้รับมาบอกว่าเมืองปักษาอยู่ในป่าไพศาลเหี่ยวเฉา….”
“ที่นั้นมีเขาหินที่ตั้งสูงตะหง่านเหมือนกับต้นไม้ที่แห้งตายเต็มไปหมด เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากมาย และยังมีแต่ซากกระดูกของสิ่งมีชีวิตกองอยู่ทุกหนแห่ง”
“คนธรรมดาทั่วไปที่เข้าไปในป่าไพศาลเหี่ยวเฉาไม่เคยรอดกลับมาสักคน”
ข้อมูลที่ลี่เยว่ได้รับมานั้นคือเมืองปักษาอยู่ที่ยอดเขาแห่งหนึ่งในป่าไพศาลเหี่ยวเฉา
“เมื่อกี้เธอบอกว่าในป่านั้นมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากมายอาศัยอยู่งั้นหรอ”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกาย
ถ้าไปยังป่าไพศาลเหี่ยวเฉาเขาอาจจะได้พบกับสัตว์อสูรที่ทรงพลังสักตัว หากสามารถฝึกเลี้ยงมันได้ คงทำให้พลังของเขาเพิ่มมากขึ้น
“มู่เหลียง สถานที่แห่งนั้นอันตรายเกินไป”
มินโฮได้ยินก็พยายามที่จะเปลี่ยนใจมู่เหลียง
“เราอย่าไปเลยจะดีกว่า”
“ท่านต้องการจะไปเมืองปักษางั้นหรอ….”
มิอาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ
“เธอรู้จักเมืองปักษางั้นหรอ”
มู่เหลียงตบไปที่หลังมือของมินโฮเบาๆ และถามออกไปด้วยท่าทางมั่นใจ
“ท่านไม่ควรไปที่นั่น เมืองปักษาอยู่ลึกเข้าไปในป่าไพศาลเหี่ยวเฉา หากว่าท่านต้องการไปเมืองปักษาทางเดียวคือต้องผ่านป่าไป”
มิอาเหลือบมองไปยังน้องสาวว และเห็นว่าสีหน้าของน้องสาวนั้นเต็มไปด้วยความกังวล
เธอเองไม่อยากให้น้องสาวไปเสี่ยงอันตราย เธอจึงเริ่มพูดอธิบายต่อ
“ที่นั้นมีสัตว์อสูรขั้น 7 อาศัยอยู่ด้วย และบางตำนานและคำเล่าขานบอกกันว่าแม้แต่ขั้น 8 ก็มี”
“ที่นั้นอันตรายมาก ถ้าหากบินไม่ได้ ก็คงไม่มีทางที่จะผ่านป่าไปยังเมืองปักษาได้”
มิอาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง และต้องการจะห้ามไม่ให้มู่เหลียงเดินทางไปป่าไพศาลเหี่ยวเฉา
“นั้นมันดูน่ากลัวมาก”
มินโอถึงกับร้องอุทานออกมา
เธอมองไปยังมู่เหลียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และถามอย่างแผ่วเบา
“มู่เหลียง เราจะไปเมืองปักษาจริงๆ งั้นหรอ”
“ฉันต้องการจะไป”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับยิ้มมุมปาก
สัตว์อสูรขั้น 8 งั้นหรอ ผลึกสัตว์อสูรที่ได้จากตัวพวกมันคงเปลี่ยนเป็นแต้มวิวัฒนาการได้มากมายมหาศาลแน่
“....”
มินโฮถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
จากทุกอย่างที่พูดไปมู่เหลียงไม่ได้สนใจอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
การแสดงออกของมิอาเองก็ไม่ต่างกันเธอตกใจอย่างมาก และอธิบายถึงความน่ากลัวของป่าแห่งนี้ไปแล้วก็ตาม แต่ทำไมชายผู้นี้ถึงยังอยากจะไปที่นั้นอีก
“ไม่ต้องกลัว มู่เหลียงมีวิธีการในแบบของเขา”
หยู่ฉินหลานพูดขึ้นพร้อมกับจิบซุปร้อนๆ และพูดด้วยท่าทางที่ดูสง่างาม
เธอไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมาสนับสนุนมู่เหลียงเลยด้วยซ้ำ
“มู่เหลียงยังมีข่าวจากหนี่จี๋ชาด้วย”
ลี่เยว่พูดต่อ
“พวกเธอพร้อมรึยัง”
มู่เหลียงถามด้วยแววตาที่ดูสนใจ
“ใช่ เธอกับคนของเธอพร้อมแล้วที่จะย้ายฝั่งมาอยู่กับเรา และเธอเองก็หวังว่ามู่เหลียงจะช่วยพวกเธอได้”
ลี่เยว่ลดเสียงพูดลง และพูดต่อ
“เธอจะพร้อมในอีกสามวัน”
“เข้าใจแล้ว”
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ
ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นและมองไปยังลี่เยว่
“มีข่าวอะไรอีกไหม”
“ไม่มีแล้ว”
ลี่เยว่สายหัวว
“ขอบคุณนะ”
มู่เหลียงพูดอย่างแผ่วเบา
“งั้นไปนั่งแล้วกันมื้อเช้าด้วยกันเถอะ”
“อือ”
ลี่เยว่ตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนลง
เธอถอดหมวกชุดเกราะออก และสวมหน้ากากไม้ก่อนที่จะนั่งลงตรงที่นั่งประจำของเธอ
เว่ยหยูหลันเข้าไปจัดจานให้ในทันทีพร้อมกับนำซุปมาให้ลี่เยว่
“....”
นัยน์ตาของมีอาถึงกับส่องเป็นประกายแดงเข้ม
หากว่าเมืองเต่าทมิฬจะไปเมืองปักษาจริง มันจะดึงดูดความสนใจของดินแดนเขียวขจี
ในเมืองปักษามีจุดติดต่อกลับไปยังดินแดนเขียวขจี และไม่มีทางที่ข่าวเรื่องต้นไม้และพืชพันธ์จะไปไม่ถึงหูดินแดนเขียวขจีได้
แต่ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะทำไงดี เพราะเธออยู่ภายใต้การดูแลของเมืองเต่าทมิฬแล้ว และเมืองนี้ก็มีพระคุณช่วยดูแลน้องสาวเธออย่างดี
แต่ดินแดนเขียวขจีเองก็เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเธอเอาไว้
มิอาได้แต่รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และคิดว่าจะเตือนเรื่องนี้กับมู่เหลียงดีไหม
เธอคิดหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังไม่ต้องการจะเปิดเผยเรื่องดินแดนเขียวขจี อีกทั้งอยากตรวจสอบเมืองเต่าทมิฬแห่งนี้อีกครั้ง
มินโฮเห็นท่าทางของพี่สาวที่ดูกระวนกระวายใจแปลกๆ จึงถามขึ้น
“พี่เป็นอะไรรึป่าว อาหารไม่ถูกปากงั้นหรอ?”
“ไม่ๆ มันอร่อยมากฉันชอบมัน”
มิอาได้สติกลับมาอีกครั้งก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูขี้เล่นของเธอ
และคิดว่าหากอาหารในเมืองเต่าทมิฬไม่ถูกปากเธอแล้วล่ะก็ คงไม่มีอาหารที่ไหนในโลกนี้ที่เธอจะเรียกว่าอร่อยได้อีกแล้ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved