ตอนที่ 133

มู่เหลียงพาลี่เยว่กับลี่ลี่กลับไปยังเนินสูง และเรียกเซียวหงออกมา

จี้!!

แมงมุมผีแดงปรากฏตัวขึ้นตัวของมันมีขนาดสี่เมตร และเดินเข้ามาหามู่เหลียง

“วันนี้ช่วยงานฉันหน่อยแล้วกันนะ”

มู่เหลียงตบลงบนขาของเซียวหงอย่างเป็นกันเอง

จี้!

เซียวหงเองก็กระโดดไปมาแสดงออกถึงความชอบใจ

“.....”

มินโฮได้แต่มองมันด้วยสายตาหวาดกลัว ไม่คิดว่าแมงมุมตัวยักษ์แบบนี้จะแสดงออกไม่ต่างจากเด็ก

เธอเคยคิดว่าเสียงกรีดร้องของเสี่ยวไกคือเสียงของมันเวลาที่มีความสุข แต่ที่ไหนได้มันคือเสียงของความเจ็บจากการถูกถอดเกล็ด

ลี่ลี่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเซียวหงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในคืนนั้นเธอเห็นมันไม่ชัดเพราะความมืด ตอนนี้ได้เห็นตัวเต็มๆ แล้วเธอรู้สึกได้เลยถึงความดุร้ายของมัน

“ฉันต้องการให้แกถักทอใยแมงมุมเอาไว้ให้หน่อย”

ก่อนที่มู่เหลียงจะจับเสื้อบนตัวให้เซียวหงดู

ชุดเครื่องแบบทหารที่เขาจะทำให้กองทัพนั้น จะต้องเป็นเสื้อที่ทนทาน เนื่องจากเขากำลังจะสร้างกองกำลังที่ทรงพลังมากๆ แม้ว่าจะจำนวนน้อยแต่เต็มไปด้วยคุณภาพ ทหาร 1 คนของเขาจะต้องเทียบได้กับทหารทั่วไป 10 คน

แม้ว่ากองกำลังทหารของเขาในตอนนี้ ไม่มีทางแข็งแกร่งเท่าคน 10 คนได้ แต่หากเสริมด้วยทรัพยากรดีๆ อุปกรณ์ดีๆ รวมไปถึงการฝึกที่เข้มข้น การที่จะไปถึงระดับนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก

????

เซียวหงตกใจเล็กน้อย ไม่เข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงต้องการให้มันทำ

“มาเดี๋ยวฉันแสดงตัวอย่างให้ดู”

มู่เหลียงพาเซียวหงไปยังห้องทำงานของเขา

และมู่เหลียงได้พ่นใยออกมาก่อนที่จะถักทอกลายเป็นเส้นๆ เหมือนกับด้าย

จี้!! จี้!

เซียวหงร้องออกมาอย่างมีความสุขที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ

มินโฮไม่ได้ตามเข้าไปและเริ่มฝึกตามแผนการฝึกของมู่เหลียง

เธอยังใช้ยาเสริมพลังอย่างต่อเนื่อง และเธอพึ่งจะฝึกและใช้ดาบเป็นในขั้นต้นเท่านั้น ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่เธอจะเริ่มใช้งานจนชิน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเอามาต่อสู้เลย เรียกว่ายังห่างไกลจากจุดนั้นมาก

ลี่ลี่มองไปรอบๆ ก่อนที่จะอดใจไม่ไหวและเดินตามมู่เหลียงเข้าไปในห้องทำงานเพื่อจะดูว่าทำอะไรกัน

เธอตกลงเข้าร่วมกับหน่วยรบพิเศษผีเมื่อสองวันก่อน และมู่เหลียงได้มอบสิทธิประโยชน์กับเธอมากมาย

และด้วยสิทธิพิเศษเหล่านั้น ทำให้เธอตกลงที่จะอยู่ที่นี่

“ไม่ๆ แกทำแบบนั้นไม่ได้ ใยพวกนี้จะพันกันมั่วไปหมด”

มู่เหลียงพยายามสอนเซียวหงให้รู้จักการทอผ้าอยู่

จี้….

เซียวหงนั้นเรียนรู้ได้ไว และฉลาดมากเพียงสอนมันและแนะนำครั้งสองครั้งมันก็เริ่มพอจะทำได้

“กดตรงนี้ แล้วก็อย่าทำให้ใยเหนียวเกินไป ไม่ได้เอาไปทำกับดัก”

มู่เหลียงแนะนำเพิ่มที่ละน้อยอย่างใจเย็น

“ใช่ แบบนั้นแหละ”

“แกก็ทำได้ดีเหมือนกัน พยายามทอใยต่อไปล่ะ”

มู่เหลียงยิ่งมองก็ยิ่งพอใจกับผลงานของมัน และเขาเองก็ไม่หยุดปากที่จะชมเซียวหงเลย

“.....”

ลี่ลี่ที่ยืนอยู่ตรงประตูและมองเห็นความสนิทสนมระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรด้วยสายตาที่เหม่อลอย

ทำไมเธอรู้สึกว่ามู่เหลียงกับแมงมุมยักษ์ตัวนี้่เข้ากันได้ดีอย่างกับรู้ใจกัน และช่างเป็นภาพที่ดูแล้วอบอุ่นเหลือเกิน

“ด้วยเส้นใยพวกนี้ มันจะกลายเป็นผ้าชั้นเลิศ แม้แต่เกราะก็ยังเทียบไม่ได้”

มู่เหลียงมองดูด้ายใย ก่อนที่จะคิดถึงเครื่องแบบทหารของเขา

ในโลกที่โหดร้ายแบบนี้ นอกจากพลังวิเศษและพลังจากการกลายพันธ์แล้ว ทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือกำปั้นและอาวุธ

และอาวุธธรรมดาๆ ไม่ควรที่จะทะลวงผ่านเสื้อที่สร้างจากใยพวกนี้ได้ เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมากจนโจมตีทะลุเส้นใยของเซียวหงได้

“ฝึกทุกคนเพิ่มอีกหน่อย และให้หลบเลี่ยงการถูกฟันหรืออาวุธมีคม เราคงไม่จำเป็นต้องการเกราะหนักเท่าไร”

มู่เหลียงคิดเรื่องนี้และบ่นกับตัวเอง

เขาคิดว่าหากศัตรูโจมตีเจาะทะลุเสื้อใยแมงมุมพวกนี้ได้ อาจจะต้องมีอะไรเสริมอีกชั้น

แต่ในความเป็นจริงเขาไม่มีวัตถุดิบอะไรมากนัก

เปลือกของหนอนปีศาจเก้าส่วนก็ไม่พอแล้ว ที่จะสร้างชุดเกราะถึง 27 ชุด

เพราะงั้นเมื่อมีวัตถุดิบมากพอในอนาคต เขาจะศึกษาสร้างแบบชุดเกราะและอาวุธให้มากขึ้น และพอที่จะสร้างอาวุธวิญญาณระดับกลางได้

ชุดที่ดีในความคิดของมู่เหลียงคือชุดที่สามารถปกป้องจุดสำคัญๆ เอาไว้ได้ และจุดสำคัญเหล่านั้นจะต้องมีเกราะหรือความหนาพิเศษกว่าจุดอื่น

หากเครื่องแบบของเขาเป็นกึ่งชุดเกราะ ทหารของเขาจะเหมือนกับฝูงเสือที่ดุร้ายกระโจนออกมาจากขุนเขา

“เราคิดไกลเกินไปแล้ว”

มู่เหลียงส่ายหัว

เขามองไปยังวัตถุดิบที่มีในห้องทำงานของเขา ทั้งหมดเป็นชิ้นส่วนของสัตว์อสูร ทั้งเขี้ยวฟัน แต่ไม่มีเปลือกของหนอนปีศาจเก้าส่วนอีกแล้ว

“ดูเหมือนว่ารองเท้าแบบบูทจะตอบทุกโจทย์”

มู่เหลียงคิดถึงรองเท้าคอมแบทหรือรองเท้าบูททหาร

มันมีส่วนที่ช่วยป้องกันเท้าได้ครอบคลุมทั้งหมด เหมาะกับการตะลุยและเตะคน

รองเท้าคอมแบทนั้นใช้เป็นอาวุธได้ มันไม่ยากเลยที่จะใช้ร้องเท้านี้เตะคนให้ตายในไม่กี่ครั้ง

แต่เอาจริงๆ แล้วเขาชอบตรงที่มันใส่แล้วดูเท่แค่นั้นเอง

จี้!!

เซียวหงส่งเสียงแปลกๆ ออกมา

“เกิดอะไรขึ้น”

มู่เหลียงเมื่อได้สติกลับมาก็หันไปมองทันที

เขาเห็นว่าเซียวหงมันสามารถถักทอใยจนกลายเป็นผ้ายาวประมาณ 1 เมตร และความเร็วนั้นพอๆ กับเครื่องจักรโรงงานได้

แต่เนื้อผ้าจากใยแมงมุมนี้ยังหนาอยู่ และต้องหาวิธีการย้อมสีอีกหน่อย

มู่เหลียงเมื่อสัมผัสผ้าแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า หากเป็นไปได้จริงๆ เขาอยากจะทำชุดที่มีผ้าสองชั้น ชั้นนอกเป็นผ้าธรรมดาและชั้นในเป็นผ้าจากใยแมงมุม

และสิ่งที่เขาต้องการต่อจากนี้คือสีของชุด เขาต้องการชุดสีดำหรือสีเข้ม เพราะชุดสีขาวมันสะดุดตาเกินไป

การทำงานบางอย่าง หรือแอบซ่อนตัวสีขาวนั้นจะเห็นเด่นกว่าสีอื่น

“ชุดสีขาวก็พอจะทำได้ แต่คงไม่เอาผ้าใยแมงมุมมาทำทั้งชุดมันจะเปลืองเกินไป”

“จะมีเฉพาะบางหน่วยที่จะได้สวมเครื่องแบบสีขาวทั้งตัว”

มู่เหลียงหันไปมองลี่ลี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู ในชุดเกราะภูติผี และคิดว่าชุดเกราะนี้ใช้เวลานานมากกว่าจะทำได้สักตัว การจะทำชุดเกราะแบบนี้ไม่ค่อยทำบ่อย

“มีอะไรให้ฉันช่วยรึป่าว”

ลี่ลี่ถามเบาๆ

เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยที่มู่เหลียงจ้องมองราวกับมองทะลุชุดเกราะที่เธอสวมใส่อยู่

“ไม่มีอะไร แค่กำลังคิดอะไรบางอย่างเท่านั้น”

มู่เหลียงตอบอย่างสบายๆ

และเริ่มที่จะออกแบบเครื่องแบบทหาร และของหน่วยรบพิเศษ

เครื่องแบบทั่วไปของกองกำลังปกป้องเต่าทมิฬนั้น จะต่างจากเครื่องแบบของหน่วยรบพิเศษ ชุดของหน่วยพิเศษจะดูเบากว่า

และระดับบัญชาการจะได้รับเครื่องแบบพิเศษมีเสื้อคลุมบ่งบอกสถานะ และความแตกต่างจากทหารทั่วไป

และในชุดต้องมีคำว่าเต่าทมิฬอยู่ที่ด้านหลังของเสื้อคลุมเพื่อความดูดีและมีเอกลักษณ์

ในเมื่อต้องดูแลจัดการคนจากภายนอก หากไม่ดูแตกต่างและมีเอกลักษณ์ จะทำให้คนอื่นเชื่อถือได้ยังไง

“คงต้องให้แม่ทัพของแต่ละกองทัพวัดขนาดตัวคนในกองกำลังตัวเองมาให้แล้ว”

มู่เหลียงหันหน้าไปทางลี่ลี่อีกครั้ง ราวกับจะบอกให้เธอจัดการ

เขาต้องออกแบบชุดเครื่องแบบที่ใช้ในกองทัพอีกสักพักใหญ่

แต่มู่เหลียงนั้นจะเป็นคนคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คงไม่ลงไปสร้างเอง

เว้นแต่ว่ามันจะเป็นของรุ่นแรก หรือเป็นของรุ่นทดลอง สร้างเอาเป็นตัวอย่างให้คนอื่นมาศึกษาทำตาม

ส่วนเรื่องการตัดผ้าจากใยแมงมุม เซียวหงเองก็ให้ความร่วมมือที่จะช่วยตัดผ้าอยู่แล้ว

ไม่งั้นคงไม่มีทางที่คนทั่วไปจะตัดผ้าใยแมงมุมได้ หรืออาจจะต้องใช้กำลังอย่างมหาศาลในการตัด

“ได้”

ลี่ลี่ขานรับก่อนที่จะวิ่งออกไป