ตอนที่ 175

รุ่งเช้า

ที่หน้าป้อมเทียนเหมินตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากมายืนรอเข้าแถวอยู่

ทั้งหมดเป็ผู้ติดตามและสมาชิกตระกูลเยี่ยทั้งหมด เวลานี้พวกเขาได้รับการยอมรับให้กลายเป็นประชาชนของเมืองเต่าทมิฬแล้ว

“ไม่รู้ว่าเมืองเต่าทมิฬจะดีไหม ทั้งที่พึ่งจะย้ายที่อยู่มาแท้ๆ กลับต้องย้ายอีกแล้ว”

“มันก็คงไม่เลวร้ายหรอก เมื่อวานก็ได้เห็นถนนการค้าไปแล้วไม่ใช่งั้นหรอ?”

“ถนนการค้ามันคนละเรื่องกันเลย ที่นั้นข้าวของแพงมาก พวกเราไม่มีทางที่จะจับจ่ายซื้อขายได้เลย”

คนในตระกูลเยี่ยต่างถกเถียงกัน และกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง

พวกเขาเคยปรารถนาชีวิตในเมืองเซิงหยางมาก่อน แต่พวกเขาเองก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่เมืองเซิงหยางมอบให้ และจดจำเป็นบทเรียนฝังใจ

ทำให้ทุกคนต่างกลัวว่าเมืองเต่าทมิฬเองก็จะทำซ้ำรอยเช่นเดียวกับเมืองเซิงหยาง

“ทุกคนโปรดเชื่อมั่น”

เยี่ยลี่ยี่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูเทียนเหมินในชุดที่ดูเป็นพิธีการ

เธอต้องปลอบขวัญผู้คนในตระกูล และจัดการเรื่องคนของเธอ

“คุณหนู คุณหนู!”

หลังจากที่ทุกคนเห็นเยี่ยลี่ยี่ปรากฏตัว สีหน้าของความกังวลก็จางหายไป และดูเชื่อมั่นมากขึ้น

“เมืองเต่าทมิฬนั้นดีกว่าที่ทุกคนจะคาดคิดได้”

เยี่ยลี่ยี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมั่นใจ

เธอไม่ได้กลับไปที่พักในเมืองเซิงหยางตั้งแต่เมื่อคืน และได้พักอาศัยอยู่ในเมืองเต่าทมิฬ

และในตอนเช้า เมื่อเธอเดินออกมาจากบ้านพักชั่วคราว ก็เห็นว่าบ้านเมืองและเขตที่อยู่อาศัยเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก เรียกได้ว่าดีกว่าเมืองเซิงหยางหลายเท่า

“จริงหรอคุณหนู?”

หลายคนตะโกนถามด้วยความสงสัย

“เดี๋ยวทุกคนจะเข้าใจเองเมื่อเห็นกับตา”

เยี่ยลี่ยี่กล่าวพร้อมกับก้าวนำทุกคนเข้าไปในประตูเทียนเหมิน

ในเวลาเดียวกันป้อมประตูเทียนเหมินก็เปิดออก และกำลังเตรียมตรวจสอบบุคคลเข้าเมือง ไม่ให้ใครแอบแฝงเข้าไปได้

“ประกาศเพื่อไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องแอบเข้าไปในเมืองเต่าทมิฬ ได้โปรดระบุตัวตนและคนรอบข้างด้วย”

เกาเฉายืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับตะโกนเสียงดัง

“ทางเราจะจัดเตรียมบ้านที่อยู่อาศัยให้ โปรดเข้าแถวและยืนรวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อขอที่พักอาศัยเดียวกัน”

“อะไรนะ…พวกเขาจะมอบบ้านให้ด้วยงั้นหรอ?”

ทุกคนต่างตื่นตกใจเมื่อได้ยิน

ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีการจัดสรรที่พักและบ้านให้แบบนี้

“ใช่ ผู้ที่เข้ากับเมืองเต่าทมิฬแล้ว โดยสิทธิ์พื้นฐานต้องมีที่อยู่อาศัย”

แววตาของเกาเฉานั้นดูเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจเมืองเต่าทมิฬ

เพื่อความสวยงามของบ้านเมือง การมีคนย้ายเข้ามาอยู่ก็ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยมีชีวิตชีวามากขึ้น

แต่แน่นอนว่ามันมีแค่บ้านเท่านั้น พวกเครื่องเรือนต่างๆ ทุกคนจำเป็นต้องทำงานเพื่อสะสมแต้มไปแลกเปลี่ยน

“ถ้าได้บ้านมาก็ดีมากแล้ว”

ทุกคนเริ่มดูมีความหวังมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่แย่ขนาดไหน ขอแค่มันเป็นบ้านกันแดดกันลมกันฝนได้ก็ดี

อวี๋จือภรรยาของเฉิงเหมาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“พี่เฉิง พี่เองก็ได้บ้านด้วยงั้นหรอ?”

“ใช่ และเป็นบ้านที่ดีมากด้วย”

เฉิงเหมาพูดพร้อมกับรอยยิ้นที่ดูมีความสุข

เขานึกถึงบ้านในเขตที่อยู่อาศัยในเมืองก่อนหน้านี้ตอนที่มาเมืองเต่าทมิฬ และรู้ว่าหลังจากนี้ไปบ้านพวกนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนตระกูลเยี่ยทำให้เขาดีใจมาก

เขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ เพราะพวกเขาเพิ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเต่าทมิฬได้ไม่ถึงวัน ไม่มีทางที่เจ้าเมืองจะมอบบ้านที่อยู่อาศัยให้กับทุกครอบครัวแบบนี้

“งั้นก็ดีเลย”

อวี๋จือถอนหายใจอย่างโล่งอก

เธอลูบไปที่หัวของลูกสาวอย่างแผ่วเบา ลูกสาวของเฉิงเหมามีชื่อว่า เฉิงเซียว ที่เธอรู้สึกโล่งอกเพราะการมีบ้านจะทำให้ลูกสาวของเธอเติบโตขึ้นมาอย่างดี

“แต่ละครอบครัวถ้าพร้อมแล้วโปรดมาลงทะเบียนเพื่อรับที่อยู่อาศัยด้วย”

เกาเฉาตะโกนขึ้น

“พวกเราไปกันก่อน”

เฉิงเหมาเดินนำหน้าออกไปพร้อมกับภรรยาและลูกสาว

“ชื่อ จำนวนคนในครอบครัว อายุ….”

เจ้าหน้าที่กางสมุดออกพร้อมกับซักถาม

“เฉิงเหมา ภรรยาอวี๋จือ และลูกสาว เฉิงเซียว อายุ 7 ขวบ”

เฉิงเหมาตอบคำถามที่ละข้ออย่างถูกต้อง

“ครอบครัวสำหรับ 3 คน หากมีลูกสาวอายุเกิน 7 ขวบสามารถจัดบ้านที่มีห้องนอนอีกห้องได้ มีพลังขั้น 5 ได้รับห้องเพิ่มอีกหนึ่งห้อง”

เจ้าหน้าที่เริ่มพิจารณาคุณสมบัติตามที่ระบุมาจากเจ้าเมืองเต่าทมิฬ

หลังจากเขียนบันทึกทุกอย่างแล้ว เขาก็ยื่นกระดาษให้หนึ่งแผ่นและกุญแจสองสามดอกก่อนที่จะกล่าวต่อ

“เฉิงเหมาและครอบครัวได้รับที่พักขนาดสามห้องนอน สองห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว”

“อะไรน่ะ?”

เฉิงเหมารับกระดาษกับกุญแจมาด้วยความมึนงง

“ถูกต้องแล้ว ทำตามคำแนะนำในกระดาษนั้นแล้วมันจะพาไปยังที่พักเอง”

เจ้าหน้าที่ตอบพร้อมกับพยักหน้า

ก่อนที่จะชี้ไปที่ทางเดินข้างๆ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไปได้แล้ว

“ขอบคุณ…”

เฉิงเหมาพาภรรยาและลูกเดินออกมา และเดินไปตามทางด้วยสีหน้ามึนงง

ที่ด้านข้าง

เยี่ยลี่ยี่พยักหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจ และมองดูผู้คนในตระกูลเยี่ยเดินผ่านไปที่ละกลุ่ม ก่อนที่จะเดินเข้าไปหากลุ่มของเฉิงเหมา และก้มลงไปสัมผัสใบหน้าของเฉิงเซียว

สีหน้าของเยี่ยลี่ยี่ดูพึงพอใจอย่างมาก และพูดกับเฉิงเหมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกันเอง

“ไปจัดการเรื่องบ้านให้เรียบร้อยก่อน แล้วหลังจากนี้เจ้าเมืองเต่าทมิฬจะคัดกรองอีกที”

“ขอรับคุณหนู”

เฉิงเหมาขานรับด้วยสีหน้าดูซับซ้อน

ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ภายใต้เยี่ยลี่ยี่อีกแล้ว และรู้ดีว่าคุณหนูของเขาทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถแล้ว

อดีตผู้นำตระกูลน้อยของเขาได้ทำเพื่อทุกคนแล้ว มันถึงเวลาที่พวกเขาทุกคนจะได้เริ่มต้นชีวิตกันใหม่ที่นี่

“ไปได้แล้ว”

เยี่ยลี่ยี่พยักหน้าเบาๆ บอกเป็นนัยว่าให้เฉิงเหมาไปได้แล้ว

“ครับ”

เฉิงเหมาเดินไปตามทางพร้อมกับลูกสาวและภรรยา

ทั้งสามเดินขึ้นบันไดไปจนถึงป้อมเฉือนคง และรู้สึกขบขันกับการต้องฝากอาวุธไว้ที่นี่

“สูงมากเลย”

เฉิงเซียวก้มมองลงมาดูเบื้องล่างหลังจากถึงประตูซานไห่ และรู้สึกแปลกตากับทุกอย่างที่เห็น

“ระวังอย่าไปยืนใกล้ขอบ”

อวี๋จือคว้ามือลูกสาวเอาไว้ และพาเดินผ่านประตูซานไห่ไป

และทั้งสามก็เดินไปถึงประตูเว่ยฉาย และเข้าไปในเมืองชั้นใน

“เป็นบ้านเมืองที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยจริงๆ”

อวี๋จือมองดูอาคารบ้านเรือนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น

“พ่อๆ บ้านของเราอยู่ตรงไหน”

เฉิงเซียวถามขึ้นและมองพ่อของเธออย่างคาดหวัง

“ขอดูก่อนนะ”

เฉิงเหมาหยิบกระดาษออกมาและอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนนั้น

“มันบอกว่าอาคาร 3 บ้านเลขที่ 6 ซอย 1 “

“ซอย 1?”

อวี๋จือเกิดความสงสัยขึ้น

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ซูเอ๋อพึ่งกินมื้อเช้าเสร็จและกำลังจะออกไปทำงานที่สวน บังเอิญได้ยินที่ครอบครัวนี้พูดขึ้น

“นั้นตรงนั้นคือซอย 1 “

เธอชี้ไปทางซอยแรกด้านหน้า

ซูเอ๋อเริ่มที่จะแนะนำสถานที่ต่อทันที

“ตรงั้นซอย 2 และ ถัดไปคือซอย 3”

“ขอบคุณมากค่ะ”

อวี๋จือรีบขอบคุณซูเอ่อทันที

“ไม่เป็นไรหรอก”

ซูเอ่อพูดขึ้นพร้อมกับเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

“เธอดูเป็นคนดีมากเลย”

อวี๋จือมองดูผู้หญิงท่าทางใจดีที่ไม่รู้จักเดินจากไป และพูดด้วยความประหลาดใจ

“ดูเหมือนแถวนี้ไม่ค่อยมีคนเลย”

“ดูเหมือนพวกเขาจะออกไปทำงานกันหมด”

เฉิงเหมาคาดเดาดู

เขาพาภรรยาและลูกไปตามซอย 1 และเห็นว่าบ้านแถวนี้มีหน้าตาเหมือนกันหมด

แต่สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันคือป้ายที่แขวนอยู่หน้าบ้าน

“ตึกงั้นหรอ”

อวี๋จือนับจำนวนบ้านแถวนั้นดู

“แบบนี้เองสินะ”

เฉิงเหมาสังเกตอยู่ไม่นาน ก่อนที่จะตบมือและพูดขึ้น

“เร็วเข้า ไปดูบ้านใหม่กันเถอะ”

อวี๋จือพูดขึ้นอย่างใจร้อน

เธอตั้งตารอดูบ้านใหม่ไม่ไหวแล้ว และไม่คิดว่าจะได้บ้านดีๆ แบบนี้

ทั้งสามมาถึงหน้าอาคารที่เขียนว่า 3 และเดินขึ้นไปยังชั้นสาม และดูเลขห้องหมายเลข 6

คลิก

กุญแจไขประตูเปิดออก

ทำให้เห็นห้องกว้างขนาดใหญ่

“มันดูสะอาดมาก”

อวี๋จือพูดด้วยความดีใจ

ผนังก็เรียบไม่เหมือนกับเต๊นท์หนังสัตว์ที่อยู่ในสลัมที่รูรั่วทำให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้

“พ่อๆ ที่นี่ดีกว่าบ้านหลังเดิมอีก”

เฉิงเซียววิ่งไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น

“ใช่แล้ว”

เฉิงเหมาพูดออกมาด้วยอารมณ์ที่สับสน เขาไม่คิดเลยว่าจะได้ที่พักดีๆ แบบนี้ตั้งแต่มาถึง

ตอนนี้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเต่าทมิฬแล้วจริงๆ