รุ่งเช้า
ที่หน้าป้อมเทียนเหมินตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากมายืนรอเข้าแถวอยู่
ทั้งหมดเป็ผู้ติดตามและสมาชิกตระกูลเยี่ยทั้งหมด เวลานี้พวกเขาได้รับการยอมรับให้กลายเป็นประชาชนของเมืองเต่าทมิฬแล้ว
“ไม่รู้ว่าเมืองเต่าทมิฬจะดีไหม ทั้งที่พึ่งจะย้ายที่อยู่มาแท้ๆ กลับต้องย้ายอีกแล้ว”
“มันก็คงไม่เลวร้ายหรอก เมื่อวานก็ได้เห็นถนนการค้าไปแล้วไม่ใช่งั้นหรอ?”
“ถนนการค้ามันคนละเรื่องกันเลย ที่นั้นข้าวของแพงมาก พวกเราไม่มีทางที่จะจับจ่ายซื้อขายได้เลย”
คนในตระกูลเยี่ยต่างถกเถียงกัน และกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง
พวกเขาเคยปรารถนาชีวิตในเมืองเซิงหยางมาก่อน แต่พวกเขาเองก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่เมืองเซิงหยางมอบให้ และจดจำเป็นบทเรียนฝังใจ
ทำให้ทุกคนต่างกลัวว่าเมืองเต่าทมิฬเองก็จะทำซ้ำรอยเช่นเดียวกับเมืองเซิงหยาง
“ทุกคนโปรดเชื่อมั่น”
เยี่ยลี่ยี่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูเทียนเหมินในชุดที่ดูเป็นพิธีการ
เธอต้องปลอบขวัญผู้คนในตระกูล และจัดการเรื่องคนของเธอ
“คุณหนู คุณหนู!”
หลังจากที่ทุกคนเห็นเยี่ยลี่ยี่ปรากฏตัว สีหน้าของความกังวลก็จางหายไป และดูเชื่อมั่นมากขึ้น
“เมืองเต่าทมิฬนั้นดีกว่าที่ทุกคนจะคาดคิดได้”
เยี่ยลี่ยี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมั่นใจ
เธอไม่ได้กลับไปที่พักในเมืองเซิงหยางตั้งแต่เมื่อคืน และได้พักอาศัยอยู่ในเมืองเต่าทมิฬ
และในตอนเช้า เมื่อเธอเดินออกมาจากบ้านพักชั่วคราว ก็เห็นว่าบ้านเมืองและเขตที่อยู่อาศัยเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก เรียกได้ว่าดีกว่าเมืองเซิงหยางหลายเท่า
“จริงหรอคุณหนู?”
หลายคนตะโกนถามด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวทุกคนจะเข้าใจเองเมื่อเห็นกับตา”
เยี่ยลี่ยี่กล่าวพร้อมกับก้าวนำทุกคนเข้าไปในประตูเทียนเหมิน
ในเวลาเดียวกันป้อมประตูเทียนเหมินก็เปิดออก และกำลังเตรียมตรวจสอบบุคคลเข้าเมือง ไม่ให้ใครแอบแฝงเข้าไปได้
“ประกาศเพื่อไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องแอบเข้าไปในเมืองเต่าทมิฬ ได้โปรดระบุตัวตนและคนรอบข้างด้วย”
เกาเฉายืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับตะโกนเสียงดัง
“ทางเราจะจัดเตรียมบ้านที่อยู่อาศัยให้ โปรดเข้าแถวและยืนรวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อขอที่พักอาศัยเดียวกัน”
“อะไรนะ…พวกเขาจะมอบบ้านให้ด้วยงั้นหรอ?”
ทุกคนต่างตื่นตกใจเมื่อได้ยิน
ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีการจัดสรรที่พักและบ้านให้แบบนี้
“ใช่ ผู้ที่เข้ากับเมืองเต่าทมิฬแล้ว โดยสิทธิ์พื้นฐานต้องมีที่อยู่อาศัย”
แววตาของเกาเฉานั้นดูเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจเมืองเต่าทมิฬ
เพื่อความสวยงามของบ้านเมือง การมีคนย้ายเข้ามาอยู่ก็ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยมีชีวิตชีวามากขึ้น
แต่แน่นอนว่ามันมีแค่บ้านเท่านั้น พวกเครื่องเรือนต่างๆ ทุกคนจำเป็นต้องทำงานเพื่อสะสมแต้มไปแลกเปลี่ยน
“ถ้าได้บ้านมาก็ดีมากแล้ว”
ทุกคนเริ่มดูมีความหวังมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่แย่ขนาดไหน ขอแค่มันเป็นบ้านกันแดดกันลมกันฝนได้ก็ดี
อวี๋จือภรรยาของเฉิงเหมาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“พี่เฉิง พี่เองก็ได้บ้านด้วยงั้นหรอ?”
“ใช่ และเป็นบ้านที่ดีมากด้วย”
เฉิงเหมาพูดพร้อมกับรอยยิ้นที่ดูมีความสุข
เขานึกถึงบ้านในเขตที่อยู่อาศัยในเมืองก่อนหน้านี้ตอนที่มาเมืองเต่าทมิฬ และรู้ว่าหลังจากนี้ไปบ้านพวกนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนตระกูลเยี่ยทำให้เขาดีใจมาก
เขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ เพราะพวกเขาเพิ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเต่าทมิฬได้ไม่ถึงวัน ไม่มีทางที่เจ้าเมืองจะมอบบ้านที่อยู่อาศัยให้กับทุกครอบครัวแบบนี้
“งั้นก็ดีเลย”
อวี๋จือถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอลูบไปที่หัวของลูกสาวอย่างแผ่วเบา ลูกสาวของเฉิงเหมามีชื่อว่า เฉิงเซียว ที่เธอรู้สึกโล่งอกเพราะการมีบ้านจะทำให้ลูกสาวของเธอเติบโตขึ้นมาอย่างดี
“แต่ละครอบครัวถ้าพร้อมแล้วโปรดมาลงทะเบียนเพื่อรับที่อยู่อาศัยด้วย”
เกาเฉาตะโกนขึ้น
“พวกเราไปกันก่อน”
เฉิงเหมาเดินนำหน้าออกไปพร้อมกับภรรยาและลูกสาว
“ชื่อ จำนวนคนในครอบครัว อายุ….”
เจ้าหน้าที่กางสมุดออกพร้อมกับซักถาม
“เฉิงเหมา ภรรยาอวี๋จือ และลูกสาว เฉิงเซียว อายุ 7 ขวบ”
เฉิงเหมาตอบคำถามที่ละข้ออย่างถูกต้อง
“ครอบครัวสำหรับ 3 คน หากมีลูกสาวอายุเกิน 7 ขวบสามารถจัดบ้านที่มีห้องนอนอีกห้องได้ มีพลังขั้น 5 ได้รับห้องเพิ่มอีกหนึ่งห้อง”
เจ้าหน้าที่เริ่มพิจารณาคุณสมบัติตามที่ระบุมาจากเจ้าเมืองเต่าทมิฬ
หลังจากเขียนบันทึกทุกอย่างแล้ว เขาก็ยื่นกระดาษให้หนึ่งแผ่นและกุญแจสองสามดอกก่อนที่จะกล่าวต่อ
“เฉิงเหมาและครอบครัวได้รับที่พักขนาดสามห้องนอน สองห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว”
“อะไรน่ะ?”
เฉิงเหมารับกระดาษกับกุญแจมาด้วยความมึนงง
“ถูกต้องแล้ว ทำตามคำแนะนำในกระดาษนั้นแล้วมันจะพาไปยังที่พักเอง”
เจ้าหน้าที่ตอบพร้อมกับพยักหน้า
ก่อนที่จะชี้ไปที่ทางเดินข้างๆ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไปได้แล้ว
“ขอบคุณ…”
เฉิงเหมาพาภรรยาและลูกเดินออกมา และเดินไปตามทางด้วยสีหน้ามึนงง
ที่ด้านข้าง
เยี่ยลี่ยี่พยักหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจ และมองดูผู้คนในตระกูลเยี่ยเดินผ่านไปที่ละกลุ่ม ก่อนที่จะเดินเข้าไปหากลุ่มของเฉิงเหมา และก้มลงไปสัมผัสใบหน้าของเฉิงเซียว
สีหน้าของเยี่ยลี่ยี่ดูพึงพอใจอย่างมาก และพูดกับเฉิงเหมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกันเอง
“ไปจัดการเรื่องบ้านให้เรียบร้อยก่อน แล้วหลังจากนี้เจ้าเมืองเต่าทมิฬจะคัดกรองอีกที”
“ขอรับคุณหนู”
เฉิงเหมาขานรับด้วยสีหน้าดูซับซ้อน
ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ภายใต้เยี่ยลี่ยี่อีกแล้ว และรู้ดีว่าคุณหนูของเขาทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถแล้ว
อดีตผู้นำตระกูลน้อยของเขาได้ทำเพื่อทุกคนแล้ว มันถึงเวลาที่พวกเขาทุกคนจะได้เริ่มต้นชีวิตกันใหม่ที่นี่
“ไปได้แล้ว”
เยี่ยลี่ยี่พยักหน้าเบาๆ บอกเป็นนัยว่าให้เฉิงเหมาไปได้แล้ว
“ครับ”
เฉิงเหมาเดินไปตามทางพร้อมกับลูกสาวและภรรยา
ทั้งสามเดินขึ้นบันไดไปจนถึงป้อมเฉือนคง และรู้สึกขบขันกับการต้องฝากอาวุธไว้ที่นี่
“สูงมากเลย”
เฉิงเซียวก้มมองลงมาดูเบื้องล่างหลังจากถึงประตูซานไห่ และรู้สึกแปลกตากับทุกอย่างที่เห็น
“ระวังอย่าไปยืนใกล้ขอบ”
อวี๋จือคว้ามือลูกสาวเอาไว้ และพาเดินผ่านประตูซานไห่ไป
และทั้งสามก็เดินไปถึงประตูเว่ยฉาย และเข้าไปในเมืองชั้นใน
“เป็นบ้านเมืองที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยจริงๆ”
อวี๋จือมองดูอาคารบ้านเรือนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
“พ่อๆ บ้านของเราอยู่ตรงไหน”
เฉิงเซียวถามขึ้นและมองพ่อของเธออย่างคาดหวัง
“ขอดูก่อนนะ”
เฉิงเหมาหยิบกระดาษออกมาและอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนนั้น
“มันบอกว่าอาคาร 3 บ้านเลขที่ 6 ซอย 1 “
“ซอย 1?”
อวี๋จือเกิดความสงสัยขึ้น
เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ซูเอ๋อพึ่งกินมื้อเช้าเสร็จและกำลังจะออกไปทำงานที่สวน บังเอิญได้ยินที่ครอบครัวนี้พูดขึ้น
“นั้นตรงนั้นคือซอย 1 “
เธอชี้ไปทางซอยแรกด้านหน้า
ซูเอ๋อเริ่มที่จะแนะนำสถานที่ต่อทันที
“ตรงั้นซอย 2 และ ถัดไปคือซอย 3”
“ขอบคุณมากค่ะ”
อวี๋จือรีบขอบคุณซูเอ่อทันที
“ไม่เป็นไรหรอก”
ซูเอ่อพูดขึ้นพร้อมกับเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
“เธอดูเป็นคนดีมากเลย”
อวี๋จือมองดูผู้หญิงท่าทางใจดีที่ไม่รู้จักเดินจากไป และพูดด้วยความประหลาดใจ
“ดูเหมือนแถวนี้ไม่ค่อยมีคนเลย”
“ดูเหมือนพวกเขาจะออกไปทำงานกันหมด”
เฉิงเหมาคาดเดาดู
เขาพาภรรยาและลูกไปตามซอย 1 และเห็นว่าบ้านแถวนี้มีหน้าตาเหมือนกันหมด
แต่สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันคือป้ายที่แขวนอยู่หน้าบ้าน
“ตึกงั้นหรอ”
อวี๋จือนับจำนวนบ้านแถวนั้นดู
“แบบนี้เองสินะ”
เฉิงเหมาสังเกตอยู่ไม่นาน ก่อนที่จะตบมือและพูดขึ้น
“เร็วเข้า ไปดูบ้านใหม่กันเถอะ”
อวี๋จือพูดขึ้นอย่างใจร้อน
เธอตั้งตารอดูบ้านใหม่ไม่ไหวแล้ว และไม่คิดว่าจะได้บ้านดีๆ แบบนี้
ทั้งสามมาถึงหน้าอาคารที่เขียนว่า 3 และเดินขึ้นไปยังชั้นสาม และดูเลขห้องหมายเลข 6
คลิก
กุญแจไขประตูเปิดออก
ทำให้เห็นห้องกว้างขนาดใหญ่
“มันดูสะอาดมาก”
อวี๋จือพูดด้วยความดีใจ
ผนังก็เรียบไม่เหมือนกับเต๊นท์หนังสัตว์ที่อยู่ในสลัมที่รูรั่วทำให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้
“พ่อๆ ที่นี่ดีกว่าบ้านหลังเดิมอีก”
เฉิงเซียววิ่งไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น
“ใช่แล้ว”
เฉิงเหมาพูดออกมาด้วยอารมณ์ที่สับสน เขาไม่คิดเลยว่าจะได้ที่พักดีๆ แบบนี้ตั้งแต่มาถึง
ตอนนี้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเต่าทมิฬแล้วจริงๆ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved