ตอนที่ 43

หลังจากเสียงของความวุ่นวายจบลง

มู่เหลียงเอาหินที่ถูกไฟเผาจนแดงหย่อนลงไปในอ่างน้ำที่เขาทำขึ้น ทำให้น้ำที่อยู่ในนั้นอุ่นขึ้นมาในระดับหนึ่ง พอสำหรับที่สองสาวจะใช้อาบ

หลังจากที่ทำอะไรมากมายมาทั้งวัน ร่างกายก็เต็มไปด้วยเหงื่อและฝุ่น มันทำให้ตัวสกปรก

“ต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะเปลี่ยนความคิดของสองสาวนี้ได้”

มู่เหลียงส่ายหัวด้วยความหนักใจ

“ระหว่างรอสองคนอาบน้ำ งั้นเราลองชงชาดีกว่า”

มู่เหลียงชำเลืองมองไปทางห้องน้ำ โดยที่ไม่สนใจเสียงที่ดูวุ่นวายของมินโฮที่ดังออกมาจากห้องน้ำ

เขาเอาหม้อเหล็กที่ล้างสะอาดแล้วมาตั้งไฟ ก่อนที่จะค่อยๆ โรยยอดอ่อนของชาที่มินโฮเก็บได้วันนี้

“เปิดความสามารถ เกล็ดแข็งพรางตา”

มู่เหลียงใช้มือของตัวเองผัดใบชาไปมา และเป็นจังหวะหากจะให้พูดกันในเชิงคำพูดของผู้ชงชานี้คือการคั่วใบชา

“ต่อไปเราก็ต้องนวดใบชา”

มู่เหลียงนึกถึงสมัยยังอยู่ในกองทัพขึ้นมาทันที

ไม่รู้ว่าเพราะพลังที่เพิ่มขึ้นหรือป่าว ทำให้ความทรงจำต่างๆ ถูกจดจำได้แม่นขึ้น และถูกเรียกออกมาใช้อย่างแม่นยำ ราวกับว่าภาพเหล่านี้ถูกฉายขึ้นมาในใจทันที

“เอาหละ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้ว”

มู่เหลียงเขย่าหม้อเบาๆ สองสามครั้งมองดูการเปลี่ยนแปลงของใบชา

ก่อนที่เขาจะเทใบชาลงไปบนแผ่นไม้ และพักให้มันเย็น

แล้วตอนนั้นเองที่เสียงของประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกับสองสาวที่เดินออกมาในชุดที่เปลี่ยนไป

มินโฮสวมชุดคลุมแขนกุดเหมือนกับชุดเดรส มันดูมีรูปร่างแปลกๆ เล็กน้อยแต่ก็ทำให้เด็กสาวดูน่ารักขึ้น

ลี่เยว่นั้นหลังจากล้างเนื้อล้างตัวแล้ว ผิวสีขาวของเธอยิ่งเด่นชัดขึ้น เหมือนดั่งดอกไม้ดอกเล็กๆ ท่ามกลางทุ่งหิมะที่ขาวโพลน

เมื่อสวมกับชุดเดรสแล้วยิ่งทำให้เธอดูเป็นสาวมากขึ้น

“ดูดีทั้งคู่เลย”

มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้

“ฉันจะกลับห้องแล้ว….”

ลี่เยว่ก้มหน้าด้วยความเขินอาย

ลี่เยว่กอดเสื้อผ้าเก่าของเธอเอาไว้ ก่อนที่จะหันกลับไปยังห้องที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่วันนี้

“ตามสบายเลย......”

มู่เหลียงไม่รั้งลี่เยว่ไว้ แต่พูดตามหลังเธอไป

“แต่ห้องใหม่ของเธอยังไม่มีเตียงเลยนะ คืนนี้ไปนอนห้องฉันก่อนก็ได้”

“ไม่! ฉันนอนได้!”

ลี่เยว่ตะโกนกลับมา และส่ายหัวอย่างดื้นรั้น

เธอนอนกลางดินนอนบนหินได้สบายๆ ไม่ต้องพูดเลยว่าตอนนี้มีห้องที่กำบังลมกำบังฝนให้เธอได้แบบนี้จะนอนลำบาก

“งั้นดื่มชาก่อนไหม?”

มู่เหลียงถามอีกครั้งเขาไม่อยากบังคับอะไรลี่เยว่มากอีกแล้ว แต่กลับรินน้ำชาไว้ในถ้วยชามของสองสาว

จ้อก…

เมื่อมู่เหลียงรินลงน้ำชาลงในถ้วยเขากลับพบว่า จุดสีเขียวที่โดดเด่นบนใบชามันกำลังเปล่งประกายออกมาเหมือนดวงดาว

และเมื่อมันลอยอยู่ในน้ำ ทำให้ภาพนั้นเหมือนกับทะเลสาบยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงของดวงดาว

“สีสวยจัง”

มินโฮจ้องมองด้วยแววตาที่เป็นประกาย และดูหลงใหลไปกับภาพนี้

“ใช่…มันดูงดงามจริงๆ”

ลี่เยว่เองก็รู้สึกเห็นด้วยกับภาพนี้

ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธของดีๆ แบบนี้แน่นอน

“งั้นลองจิบดูว่ารสชาติเป็นเช่นไร”

มู่เหลียงชักชวนให้ทั้งสองลองจิบดู

“ได้”

มินโฮเมื่อถูกเรียกก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ ยกถ้วยขึ้นมาและจิบเบาๆ

วินาทีต่อจากนั้นเอง

“อี้!!”

เมื่อน้ำชาสัมผัสกับลิ้นของมินโฮ เธอก็รับรู้ได้ถึงรสชาติขมทันทีก่อนที่จะอุทานออกมา

“ขม!”

“เอะ…?”

แต่สักพักเธอก็ชะงักไปและทำปากแจ็บๆ ราวกับสงสัยอะไรสักอย่าง

“เมื่อกี้มันขม แต่พอผ่านไปสักพักมันก็หวานขึ้นมาเอง และทำให้หัวโล่งไปหมด”

“รสของชานั้นจะขมก่อนแล้วหวานตามงั้นหรอ!!!”

มินโฮฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขราวกับตัวละครจากโรงงิ้ว

“สดชื่นจัง”

ลี่เยว่พูดขึ้นเบาๆ พร้อมกับจิบชาและหลับตาลงเพื่อลิ้มรสชาติของมันอย่างเต็มที่

สำหรับลี่เยว่แล้ว การชงชาดื่มชานั้นมันเป็นของชนชั้นสูง

หากว่าเธอไม่ได้มาที่นี่ และอยู่กับมู่เหลียงทั้งชีวิตนี้เธอคงไม่ได้ลิ้มรสชาติของน้ำชา

“ดูเหมือนว่าต้องหาพวกคนที่สนใจใบชาสักหน่อยแล้ว”

มู่เหลียงรู้ว่าเขาจำเป็นต้องใช้ผลึกสัตว์อสูรจำนวนมาก และน่าจะมีคนที่ยินยอมจะแลกเปลี่ยนมันกับใบชาพวกนี้

ลี่เยว่เห็นถึงความต้องการของมู่เหลียงจึงพูดขึ้น

“พวกเขาจะต้องชอบมันแน่ๆ แต่อย่าได้ทำการซื้อขายกันครั้งละมากๆ แล้วกัน”

“เข้าใจแล้ว ยังไงตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะเอาใบชาออกไปขาย”

มู่เหลี่ยงมองดูใบชาที่เหลืออยู่บนกระดานไม้

มินโฮเองก็ยังเห็นว่ามีใบชาเหลืออยู่บนกระดานไม้ไม่มากจึงพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

“พวกเราจะดื่นน้ำชาเยอะเกินไปรึป่าว”

“ไม่หรอก แน่นอนว่าเกรดดีๆ จะต้องเก็บไว้ขายในตลาดเพื่อให้ได้ราคาสูงๆ”

มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับส่ายหัว

หรือหากขายไม่ได้ก็เก็บไว้ดื่มเองดีกว่า

“เกรดดีๆ?”

ลี่เยว่นั้นถึงกับคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูด

“ชาพวกนี้ทำจากยอดอ่อน แต่ยอดอ่อนนั้นเก็บไม่ได้มาก”

มู่เหลียงตอบ

เพราะใบชาธรรมดาก็เอามาชงกินได้แต่รสชาติจะแย่กว่า

“มู่เหลียงต้องการจะเก็บใบชาอีกหรอ?”

มินโฮพูดขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกายและดูตื่นเต้น

“ใช่ เพราะงั้นเรื่องนี้ฉันฝากเธอด้วยนะมินโฮ”

มู่เหลียงตอบกลับไป

“ฉันจะได้เก็บใบชาด้วยล่ะ!”

มินโฮกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความสุข ก่อนที่จะหายออกไปนอกประตูบ้าน

“มู่เหลียงไม่คิดจะหยุดเธอหน่อยหรอ….มันดึกแล้วนะ”

ลี่เยว่ที่มองอยู่ก็พูดขึ้นพร้อมกับหันมาทางมู่เหลียง

“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวสักพักเธอก็กลับมาเอง”

มู่เหลียงอมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากก่อนจะตอบกลับไป

เขาลองเอาถ้วยน้ำชาของมินโฮขึ้นมาและลองจิบดู

ทำให้มู่เหลียงรู้ได้ทันทีว่าชานี้เป็นชาชั้นยอดที่แม้แต่โลกเดิมของเขาก็ไม่มีชาที่ดีแบบนี้มาก่อน

มู่เหลียงตัดสินใจได้ทันที และเพิ่มราคาของมันเป็นหลายสิบเท่า ไม่งั้นเขาจะขาดทุนอย่างมาก

“....”

ลี่เย่วนั้นเหมือนจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็หยุดลง เธอไม่เข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูดเมื่อกี้หมายความว่าอะไร

ไม่ถึงสิบวินาที

“มู่เหลียง!!! มาดูทางนี้หน่อย!!”

มินโฮไม่ได้กลับเข้ามาแต่ตะโกนเรียกมู่เหลียงแทน

ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งมาที่ประตูและตะโกนอีกครั้ง

“ต้นชา!!! ต้นชามันเรืองแสงได้!! มันสวยมากๆ เลย”

“รู้แล้ว”

มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ออกมา

“รู้แล้ว? แล้วนายรู้ได้ไง ออกมาดูก่อนสิ!!”

มินโฮเดินหน้ามุ่ยเข้ามาแล้วดึงแขนมู่เหลียงออกไป

“ได้ๆ ฉันไปดูก็ได้”

มู่เหลียงกลอกตาไปมาก่อนจะลุกเดินตามไป

แต่ก่อนไปเขาได้ตบไปบนไหล่ของลี่เยว่

“....”

ลี่เยว่มองมู่เหลียงด้วยความสงสัย และลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินตามออกไป

เมื่อเธอก้าวออกพ้นประตูบ้านไป ก็เห็นว่ามู่เหลียงกับมินโฮกำลังยืนอยู่ในลานกว้างๆ ไม่ไกลจากตัวบ้านเท่าไร โดยที่ด้านหน้าของทั้งสองมีประกายแสงระยิบระยับเกิดขึ้น

“นี้มันอะไรกันเนี่ย!”

ลี่เยว่นั้นถึงกับขมวดคิ้วด้วยความตกใจ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาทั้งสองคน

เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

ตอนนี้ต้นชาเขียวประกาย มันได้เปล่งแสงจุดเล็กๆ ระยิบระยับเต็มไปหมด ราวกับดวงดาวที่มาประดับอยู่บนต้นไม้นี้

“สิ่งนี้มัน….งดงามจริงๆ”

ลี่เยว่นั้นเอ่ยปากชมออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

“เหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน”

มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ฉันไม่กล้าเด็ดใบชาเลย”

มินโฮพูดขึ้นด้วยความรู้สึกหนักใจ และไม่อยากจะทำลายภาพที่งดงามแบบนี้

“ถ้างั้น…มินโฮค่อยมาเก็บใบชาตอนเช้า”

มู่เหลียงลูบหูกระต่ายเบาๆ

“อ่าว!! ทำไมไม่เก็บตอนนี้เลย”

มินโฮทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะปัดมือของมู่เหลียงออกไป

“รอให้แสงของต้นชาหมดไปก่อน มันจะเปล่งแสงออกมาวันละสองครั้ง”

มู่เหลียงหันหลังกลับและเดินเข้าไปในบ้านก่อนที่จะตะโกนกลับมา

“อีกอย่าง!! มันก็มืดเกินไป มินโฮไม่มีทางเห็นใบชาหรอก!!”

ต้นชานี้จะเปล่งแสงออกมาสองครั้งคือตอนกลางวันรอบหนึ่ง และกลางคืนอีกหนึ่งรอบ

“อ้ะ! แฮะๆ ลืมไปเลย”

มินโฮเอามือขึ้นมาเกาหูกระต่ายด้วยท่าทางเขินๆ

“รีบกลับเข้าบ้านได้แล้ว ข้างนอกอากาศมันเย็น!”

มู่เหลียงเรียกทั้งสองคนให้กลับเข้าบ้านก่อน เขาเองก็อยากจะไปอาบน้ำแล้วเหมือนกัน

“มู่เหลียง แล้วแผ่นภาพที่ฉันต้องการอยู่ไหนแล้ว!”

“เข้าบ้านมาเอาไปเอง!”