หลังจากเสียงของความวุ่นวายจบลง
มู่เหลียงเอาหินที่ถูกไฟเผาจนแดงหย่อนลงไปในอ่างน้ำที่เขาทำขึ้น ทำให้น้ำที่อยู่ในนั้นอุ่นขึ้นมาในระดับหนึ่ง พอสำหรับที่สองสาวจะใช้อาบ
หลังจากที่ทำอะไรมากมายมาทั้งวัน ร่างกายก็เต็มไปด้วยเหงื่อและฝุ่น มันทำให้ตัวสกปรก
“ต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะเปลี่ยนความคิดของสองสาวนี้ได้”
มู่เหลียงส่ายหัวด้วยความหนักใจ
“ระหว่างรอสองคนอาบน้ำ งั้นเราลองชงชาดีกว่า”
มู่เหลียงชำเลืองมองไปทางห้องน้ำ โดยที่ไม่สนใจเสียงที่ดูวุ่นวายของมินโฮที่ดังออกมาจากห้องน้ำ
เขาเอาหม้อเหล็กที่ล้างสะอาดแล้วมาตั้งไฟ ก่อนที่จะค่อยๆ โรยยอดอ่อนของชาที่มินโฮเก็บได้วันนี้
“เปิดความสามารถ เกล็ดแข็งพรางตา”
มู่เหลียงใช้มือของตัวเองผัดใบชาไปมา และเป็นจังหวะหากจะให้พูดกันในเชิงคำพูดของผู้ชงชานี้คือการคั่วใบชา
“ต่อไปเราก็ต้องนวดใบชา”
มู่เหลียงนึกถึงสมัยยังอยู่ในกองทัพขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าเพราะพลังที่เพิ่มขึ้นหรือป่าว ทำให้ความทรงจำต่างๆ ถูกจดจำได้แม่นขึ้น และถูกเรียกออกมาใช้อย่างแม่นยำ ราวกับว่าภาพเหล่านี้ถูกฉายขึ้นมาในใจทันที
“เอาหละ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้ว”
มู่เหลียงเขย่าหม้อเบาๆ สองสามครั้งมองดูการเปลี่ยนแปลงของใบชา
ก่อนที่เขาจะเทใบชาลงไปบนแผ่นไม้ และพักให้มันเย็น
แล้วตอนนั้นเองที่เสียงของประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกับสองสาวที่เดินออกมาในชุดที่เปลี่ยนไป
มินโฮสวมชุดคลุมแขนกุดเหมือนกับชุดเดรส มันดูมีรูปร่างแปลกๆ เล็กน้อยแต่ก็ทำให้เด็กสาวดูน่ารักขึ้น
ลี่เยว่นั้นหลังจากล้างเนื้อล้างตัวแล้ว ผิวสีขาวของเธอยิ่งเด่นชัดขึ้น เหมือนดั่งดอกไม้ดอกเล็กๆ ท่ามกลางทุ่งหิมะที่ขาวโพลน
เมื่อสวมกับชุดเดรสแล้วยิ่งทำให้เธอดูเป็นสาวมากขึ้น
“ดูดีทั้งคู่เลย”
มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้
“ฉันจะกลับห้องแล้ว….”
ลี่เยว่ก้มหน้าด้วยความเขินอาย
ลี่เยว่กอดเสื้อผ้าเก่าของเธอเอาไว้ ก่อนที่จะหันกลับไปยังห้องที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่วันนี้
“ตามสบายเลย......”
มู่เหลียงไม่รั้งลี่เยว่ไว้ แต่พูดตามหลังเธอไป
“แต่ห้องใหม่ของเธอยังไม่มีเตียงเลยนะ คืนนี้ไปนอนห้องฉันก่อนก็ได้”
“ไม่! ฉันนอนได้!”
ลี่เยว่ตะโกนกลับมา และส่ายหัวอย่างดื้นรั้น
เธอนอนกลางดินนอนบนหินได้สบายๆ ไม่ต้องพูดเลยว่าตอนนี้มีห้องที่กำบังลมกำบังฝนให้เธอได้แบบนี้จะนอนลำบาก
“งั้นดื่มชาก่อนไหม?”
มู่เหลียงถามอีกครั้งเขาไม่อยากบังคับอะไรลี่เยว่มากอีกแล้ว แต่กลับรินน้ำชาไว้ในถ้วยชามของสองสาว
จ้อก…
เมื่อมู่เหลียงรินลงน้ำชาลงในถ้วยเขากลับพบว่า จุดสีเขียวที่โดดเด่นบนใบชามันกำลังเปล่งประกายออกมาเหมือนดวงดาว
และเมื่อมันลอยอยู่ในน้ำ ทำให้ภาพนั้นเหมือนกับทะเลสาบยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงของดวงดาว
“สีสวยจัง”
มินโฮจ้องมองด้วยแววตาที่เป็นประกาย และดูหลงใหลไปกับภาพนี้
“ใช่…มันดูงดงามจริงๆ”
ลี่เยว่เองก็รู้สึกเห็นด้วยกับภาพนี้
ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธของดีๆ แบบนี้แน่นอน
“งั้นลองจิบดูว่ารสชาติเป็นเช่นไร”
มู่เหลียงชักชวนให้ทั้งสองลองจิบดู
“ได้”
มินโฮเมื่อถูกเรียกก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ ยกถ้วยขึ้นมาและจิบเบาๆ
วินาทีต่อจากนั้นเอง
“อี้!!”
เมื่อน้ำชาสัมผัสกับลิ้นของมินโฮ เธอก็รับรู้ได้ถึงรสชาติขมทันทีก่อนที่จะอุทานออกมา
“ขม!”
“เอะ…?”
แต่สักพักเธอก็ชะงักไปและทำปากแจ็บๆ ราวกับสงสัยอะไรสักอย่าง
“เมื่อกี้มันขม แต่พอผ่านไปสักพักมันก็หวานขึ้นมาเอง และทำให้หัวโล่งไปหมด”
“รสของชานั้นจะขมก่อนแล้วหวานตามงั้นหรอ!!!”
มินโฮฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขราวกับตัวละครจากโรงงิ้ว
“สดชื่นจัง”
ลี่เยว่พูดขึ้นเบาๆ พร้อมกับจิบชาและหลับตาลงเพื่อลิ้มรสชาติของมันอย่างเต็มที่
สำหรับลี่เยว่แล้ว การชงชาดื่มชานั้นมันเป็นของชนชั้นสูง
หากว่าเธอไม่ได้มาที่นี่ และอยู่กับมู่เหลียงทั้งชีวิตนี้เธอคงไม่ได้ลิ้มรสชาติของน้ำชา
“ดูเหมือนว่าต้องหาพวกคนที่สนใจใบชาสักหน่อยแล้ว”
มู่เหลียงรู้ว่าเขาจำเป็นต้องใช้ผลึกสัตว์อสูรจำนวนมาก และน่าจะมีคนที่ยินยอมจะแลกเปลี่ยนมันกับใบชาพวกนี้
ลี่เยว่เห็นถึงความต้องการของมู่เหลียงจึงพูดขึ้น
“พวกเขาจะต้องชอบมันแน่ๆ แต่อย่าได้ทำการซื้อขายกันครั้งละมากๆ แล้วกัน”
“เข้าใจแล้ว ยังไงตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะเอาใบชาออกไปขาย”
มู่เหลี่ยงมองดูใบชาที่เหลืออยู่บนกระดานไม้
มินโฮเองก็ยังเห็นว่ามีใบชาเหลืออยู่บนกระดานไม้ไม่มากจึงพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
“พวกเราจะดื่นน้ำชาเยอะเกินไปรึป่าว”
“ไม่หรอก แน่นอนว่าเกรดดีๆ จะต้องเก็บไว้ขายในตลาดเพื่อให้ได้ราคาสูงๆ”
มู่เหลียงยิ้มพร้อมกับส่ายหัว
หรือหากขายไม่ได้ก็เก็บไว้ดื่มเองดีกว่า
“เกรดดีๆ?”
ลี่เยว่นั้นถึงกับคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูด
“ชาพวกนี้ทำจากยอดอ่อน แต่ยอดอ่อนนั้นเก็บไม่ได้มาก”
มู่เหลียงตอบ
เพราะใบชาธรรมดาก็เอามาชงกินได้แต่รสชาติจะแย่กว่า
“มู่เหลียงต้องการจะเก็บใบชาอีกหรอ?”
มินโฮพูดขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกายและดูตื่นเต้น
“ใช่ เพราะงั้นเรื่องนี้ฉันฝากเธอด้วยนะมินโฮ”
มู่เหลียงตอบกลับไป
“ฉันจะได้เก็บใบชาด้วยล่ะ!”
มินโฮกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความสุข ก่อนที่จะหายออกไปนอกประตูบ้าน
“มู่เหลียงไม่คิดจะหยุดเธอหน่อยหรอ….มันดึกแล้วนะ”
ลี่เยว่ที่มองอยู่ก็พูดขึ้นพร้อมกับหันมาทางมู่เหลียง
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวสักพักเธอก็กลับมาเอง”
มู่เหลียงอมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากก่อนจะตอบกลับไป
เขาลองเอาถ้วยน้ำชาของมินโฮขึ้นมาและลองจิบดู
ทำให้มู่เหลียงรู้ได้ทันทีว่าชานี้เป็นชาชั้นยอดที่แม้แต่โลกเดิมของเขาก็ไม่มีชาที่ดีแบบนี้มาก่อน
มู่เหลียงตัดสินใจได้ทันที และเพิ่มราคาของมันเป็นหลายสิบเท่า ไม่งั้นเขาจะขาดทุนอย่างมาก
“....”
ลี่เย่วนั้นเหมือนจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็หยุดลง เธอไม่เข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูดเมื่อกี้หมายความว่าอะไร
ไม่ถึงสิบวินาที
“มู่เหลียง!!! มาดูทางนี้หน่อย!!”
มินโฮไม่ได้กลับเข้ามาแต่ตะโกนเรียกมู่เหลียงแทน
ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งมาที่ประตูและตะโกนอีกครั้ง
“ต้นชา!!! ต้นชามันเรืองแสงได้!! มันสวยมากๆ เลย”
“รู้แล้ว”
มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ออกมา
“รู้แล้ว? แล้วนายรู้ได้ไง ออกมาดูก่อนสิ!!”
มินโฮเดินหน้ามุ่ยเข้ามาแล้วดึงแขนมู่เหลียงออกไป
“ได้ๆ ฉันไปดูก็ได้”
มู่เหลียงกลอกตาไปมาก่อนจะลุกเดินตามไป
แต่ก่อนไปเขาได้ตบไปบนไหล่ของลี่เยว่
“....”
ลี่เยว่มองมู่เหลียงด้วยความสงสัย และลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินตามออกไป
เมื่อเธอก้าวออกพ้นประตูบ้านไป ก็เห็นว่ามู่เหลียงกับมินโฮกำลังยืนอยู่ในลานกว้างๆ ไม่ไกลจากตัวบ้านเท่าไร โดยที่ด้านหน้าของทั้งสองมีประกายแสงระยิบระยับเกิดขึ้น
“นี้มันอะไรกันเนี่ย!”
ลี่เยว่นั้นถึงกับขมวดคิ้วด้วยความตกใจ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
ตอนนี้ต้นชาเขียวประกาย มันได้เปล่งแสงจุดเล็กๆ ระยิบระยับเต็มไปหมด ราวกับดวงดาวที่มาประดับอยู่บนต้นไม้นี้
“สิ่งนี้มัน….งดงามจริงๆ”
ลี่เยว่นั้นเอ่ยปากชมออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
“เหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ฉันไม่กล้าเด็ดใบชาเลย”
มินโฮพูดขึ้นด้วยความรู้สึกหนักใจ และไม่อยากจะทำลายภาพที่งดงามแบบนี้
“ถ้างั้น…มินโฮค่อยมาเก็บใบชาตอนเช้า”
มู่เหลียงลูบหูกระต่ายเบาๆ
“อ่าว!! ทำไมไม่เก็บตอนนี้เลย”
มินโฮทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะปัดมือของมู่เหลียงออกไป
“รอให้แสงของต้นชาหมดไปก่อน มันจะเปล่งแสงออกมาวันละสองครั้ง”
มู่เหลียงหันหลังกลับและเดินเข้าไปในบ้านก่อนที่จะตะโกนกลับมา
“อีกอย่าง!! มันก็มืดเกินไป มินโฮไม่มีทางเห็นใบชาหรอก!!”
ต้นชานี้จะเปล่งแสงออกมาสองครั้งคือตอนกลางวันรอบหนึ่ง และกลางคืนอีกหนึ่งรอบ
“อ้ะ! แฮะๆ ลืมไปเลย”
มินโฮเอามือขึ้นมาเกาหูกระต่ายด้วยท่าทางเขินๆ
“รีบกลับเข้าบ้านได้แล้ว ข้างนอกอากาศมันเย็น!”
มู่เหลียงเรียกทั้งสองคนให้กลับเข้าบ้านก่อน เขาเองก็อยากจะไปอาบน้ำแล้วเหมือนกัน
“มู่เหลียง แล้วแผ่นภาพที่ฉันต้องการอยู่ไหนแล้ว!”
“เข้าบ้านมาเอาไปเอง!”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved