ตอนที่ 53

ใกล้ตีนเขาแห่งหนึ่ง

“เต่าทมิฬน้อย อยู่ตรงนี้อย่าไปไหนนะ”

มู่เหลียงกำลังสื่อสารกับเต่าทมิฬ

“ฉันจะพรางตัวของแกให้กลมกลืนไปกับเขาลูกนี้”

แอ๊!!

เต่าทมิฬขานรับ

“หลังจากนี้ หากว่าใครก็ตามที่พยายามทำลายกำแพงหินที่อำพรางนี้ออก ให้จัดการมันทันที”

มู่เหลียงไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้องต้นชาเขียวประกายเด็ดขาด

มันคือรากฐานความมั่นคั่งของเขาในอนาคต

แอ๊!!

“เซียวหง แกจะเป็นแนวป้องกันแรกของบ้าน”

มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นไปมองแมงมุมผีแดง

“อย่าให้ใครเข้ามาทำอะไรเต่าทมิฬหรือเข้าใกล้ได้เด็ดขาด หากมีใครเข้ามาใกล้ก็ไล่พวกมันไปให้หมด”

มันจะดีกว่าหากว่าเต่าทมิฬไม่ขยับตัวหรือทำอะไรเลย

เพราะหากว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์รู้ว่ามีสัตว์อสูรยักษ์อยู่ใกล้กับที่อยู่ของพวกเขา เต่าทมิฬคงได้ตกอยู่ใต้วงล้อมของการไล่ล่าแน่

กี้!

เซียวหงขานรับพร้อมกับเค้นเสียงออกมา

“ฉันฝากดูแลบ้านด้วย”

มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับลี่เยว่และมินโฮ

โดยที่ไม่ไกลจากตัวเขา กิ้งก่าสามสีได้ล่องหนติดตามอยู่ไม่ห่าง

มู่เหลี่ยงให้เสี่ยวไกติดตามไปด้วย เพื่อคอยปกป้องสองสาว กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

ทั้งหมดเดินทางภายใต้การนำทางของลี่เยว่

ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงทั้งสามคนกับอีกหนึ่งตัวก็เดินทางมาถึงทางเข้ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนค่ายขนาดใหญ่ มีกำแพงรั้วที่ทำจากไม้เรียงกันเป็นระเบียบ

และที่ทางเข้าประตูก็มีคนต่อแถวยาวเพื่อจะเข้าไปยังสถานที่แห่งนี้

ทั้งทีมนักล่า พ่อค้า และนักล่าที่ทำงานคนเดียว ทุกคนต่างยืนเข้าแถวเพื่อได้รับการตรวจสอบ หรือจ่ายค่าภาษีเข้า

การปรากฏตัวของมู่เหลียงนั้นสร้างกระแสความสนใจอย่างมาก จากทุกคนที่อยู่รอบๆ พวกเขานั้นเอาแต่แอบมอง หรือจ้องอย่างออกหน้าออกตา

“มู่เหลียง….ฉันไม่ชอบสายตาพวกนี้เลย มันทำให้ฉันอึดอัด”

มินโฮขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ มู่เหลียง

มีสายตามากมายที่จ้องมองมายังมินโฮ ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกคุกคาม

“ไม่เป็นไร พวกเขาก็แค่อิจฉาพวกเราเท่านั้น”

มู่เหลียงเดินด้วยท่าทางสบายๆ จนไปถึงประตูค่าย

“มินโฮ….มาเร็ว”

ลี่เยว่ใช้น้ำเสียงที่แผ่วเบาเพื่อเตือน

“ลืมไปแล้วหรือไง…ที่มู่เหลียงบอกก่อนหน้านี้”

ระหว่างทางที่จะมาถึงมู่เหลี่ยงได้อธิบายแผนการทุกอย่าง และบอกให้ทั้งสองสาวทำอะไรบ้าง

“อื้ม…จำได้”

มินโฮสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์

ด้วยใบหน้าที่งดงามของมินโฮ เธอกำลังเดินตามหลังมู่เหลียง โดยที่ในมือถือห่อผ้าเอาไว้

“หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นนะ”

ภายใต้หน้ากากนั้นลี่เยว่กลับแสดงสีหน้าที่วิตกกังวลขึ้น

เธอกวาดสายตา มองไปรอบๆ อย่างใจเย็น และรับรู้ได้ว่ามีสายตาของยามรักษาการจ้องมองกลับมา

ลี่เยว่ไม่ลืมบทบาทของเธอ ตอนนี้เธอคือองครักษ์ประจำตัวมู่เหลียง

มู่เหลียงกับสองสาวและอีกหนึ่งตัวได้เดินตรงเข้าประตูค่ายโดยที่ไม่เข้าแถว

โดยที่ไม่มีใครกล้าที่จะทักท้วงหรือหยุดเขา

เพราะเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่นั้นงดงามและดูแปลกตาอย่างมาก มีเพียงแค่ฝุ่นเล็กน้อยที่ติดอยู่ชายเสื้อเท่านั้น นอกนั้นเสื้อผ้าของพวกเขาดูสะอาดอย่างมาก

หากเป็นคนธรรมดาทั่วไป และได้เป็นเจ้าของชุดเหล่านี้คงได้ถูกฆ่าและถูกขโมยชุดไปแล้ว

แล้วการที่มีคนแต่งตัวแบบนี้มาปรากฏตัวขึ้นที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้นั้นก็แปลว่าพวกเขาไม่ธรรมดา

หากว่าไม่ใช่คนโง่หรือตาบอด ก็รู้ได้ทันทีว่ากลุ่มของมู่เหลียงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

“เชิญเลยครับ”

ยามที่เฝ้าทางเข้าปล่อยให้มู่เหลียงเข้ามาในค่ายทะเลสาบพระจันทร์อย่างง่ายดาย โดยไม่มีใครกล้าขวางทางเขาสักคน

เพราะแบบนี้ทำให้มู่เหลียงและสองสาวกับหนึ่งตัวเข้ามาในค่ายโดยไม่ถูกตรวจสอบอะไร

“รีบไปรายงานเรื่องนี้ให้นายท่านหยูจูทราบ”

หัวหน้ายามได้สั่งลูกน้องของตน

“รับทราบ”

ยามคนนั้นรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในส่วนลึกของค่ายแห่งนี้ทันที

มุมปากของมู่เหลียงก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะสาดส่องสายตาไปยังฝูงชนที่อยู่รอบๆ

เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากับสองสาวว่า

“อีกไม่นานจะมีคนมาตรวจสอบพวกเรา”

“เอ๋?”

มินโฮทำหน้าสงสัย

“พวกเขาคงจะรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้นายหัวแห่งทะเลสาบพระจันทร์”

ลี่เยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

ผู้ปกครองของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์นั้นมีชื่อว่าหยูจู ซึ่งเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ

นอกจากนี้ลี่เยว่ยังได้บอกเอาไว้อีกด้วยว่าหยูจูคนนี้เป็นผู้ตื่น

“อย่าได้กังวลไป เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อปัญหา”

มู่เหลี่ยงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลาย และเอามือตบลงไปบนไหล่ของลี่เยว่

“ก็…หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

ลี่เยว่มองบนภายใต้หน้ากาก

ก่อนที่จะบ่นในใจว่า ก็จริง ที่ไม่ได้มาสร้างปัญหา แต่ในตัวของนายดันมีแต่ของสร้างปัญหาเต็มไปหมด

ลี่เยว่ยังไม่เคยลืมของรางวัลที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มอบให้หากว่านำปลาอัญมณีมาให้พวกเขาได้

“เด็กน้อย มีอะไรที่สะดุดตาเธออีกไหม”

มู่เหลียงมองไปรอบๆ เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนี้

“ไม่”

มินโฮสายหัว ในขณะที่มือของเธอนั้นกอดห่อผ้าเอาไว้แน่น แสดงออกได้ชัดเลยว่าของในห่อนี้เป็นของล้ำค่า

“แถวนี้คือรอบนอกของค่าย มีแต่ทาสกับพวกแรงงานก่อสร้างอาศัยอยู่ ต้องไปด้านในถึงจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของคนที่เสียค่าภาษี”

ลี่เยว่เริ่มแนะนำสถานที่ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“งั้นไปเดินดูกันหน่อยเถอะ”

มู่เหลี่ยงก้าวเดินออกไปข้างหน้าทันที

หญิงสาวทั้งสองก็ได้เดินตามไปติดๆ ตรงนี้เป็นถนนกว้างๆ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นว่ามีบ้านมากขึ้น

“กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ มีสภาพการเป็นอยู่แย่กว่าที่คิด”

มู่เหลี่ยงพูดแสดงความคิดเห็นขึ้น

ระหว่างทางนั้นเขาเห็นผู้คนจำนวนมากผิวเหลืองไม่ต่างจากคนขี้โรค และผอมแห้ง อีกทั้งยังมีแววตาที่เหม่อลอย

“แน่นอน!! คุณภาพชีวิตในกลุ่มเล็กๆ ของเราคงไม่ดีเหมือนพวกท่านที่มาจากเมืองใหญ่”

ทันใดก็มีเสียงของผู้หญิงที่ดูมั่นใจดังขึ้นมาจากด้านข้าง

มู่เหลี่ยงไม่คิดว่าคนที่จะมาตรวจสอบพวกเขา จะมาถึงเร็วขนาดนี้

เขาหยุดเดินพร้อมกับยิ้มออกมา และหันไปมองทางต้นเสียง

มู่เหลียงเห็นเด็กสาวผมสีแดง อายุอานามราวๆ 17 ปี สวมชุดสีเทายืนอยู่

ถ้าหากว่าลี่เยว่มีรูปลักษณ์ที่ดูลุยๆ แล้ว สาวผมแดงที่อยู่ตรงหน้านั้นดูร้อนแรงมากกว่า

โดยเฉพาะเนินอกที่ยืนออกมาอย่างเด่นชัด พอที่จะบดขยี้ความมั่นใจของสองสาวข้างกายของเขาได้

“เธอคนนี้คือลูกสาวคนโตของหยูจู นามว่าหยูเฟ่ยหยาน”

ลี่เยว่เข้าไปกระซิบข้างๆ ตัวมู่เหลียง และอธิบายว่าหญิงสาวผมแดงคนนี้เป็นใคร

“เธอเองก็เป็นผู้ตื่นเหมือนกัน และใช้พลังของไฟได้…..ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่ง”