ใกล้ตีนเขาแห่งหนึ่ง
“เต่าทมิฬน้อย อยู่ตรงนี้อย่าไปไหนนะ”
มู่เหลียงกำลังสื่อสารกับเต่าทมิฬ
“ฉันจะพรางตัวของแกให้กลมกลืนไปกับเขาลูกนี้”
แอ๊!!
เต่าทมิฬขานรับ
“หลังจากนี้ หากว่าใครก็ตามที่พยายามทำลายกำแพงหินที่อำพรางนี้ออก ให้จัดการมันทันที”
มู่เหลียงไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้องต้นชาเขียวประกายเด็ดขาด
มันคือรากฐานความมั่นคั่งของเขาในอนาคต
แอ๊!!
“เซียวหง แกจะเป็นแนวป้องกันแรกของบ้าน”
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นไปมองแมงมุมผีแดง
“อย่าให้ใครเข้ามาทำอะไรเต่าทมิฬหรือเข้าใกล้ได้เด็ดขาด หากมีใครเข้ามาใกล้ก็ไล่พวกมันไปให้หมด”
มันจะดีกว่าหากว่าเต่าทมิฬไม่ขยับตัวหรือทำอะไรเลย
เพราะหากว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์รู้ว่ามีสัตว์อสูรยักษ์อยู่ใกล้กับที่อยู่ของพวกเขา เต่าทมิฬคงได้ตกอยู่ใต้วงล้อมของการไล่ล่าแน่
กี้!
เซียวหงขานรับพร้อมกับเค้นเสียงออกมา
“ฉันฝากดูแลบ้านด้วย”
มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับลี่เยว่และมินโฮ
โดยที่ไม่ไกลจากตัวเขา กิ้งก่าสามสีได้ล่องหนติดตามอยู่ไม่ห่าง
มู่เหลี่ยงให้เสี่ยวไกติดตามไปด้วย เพื่อคอยปกป้องสองสาว กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ทั้งหมดเดินทางภายใต้การนำทางของลี่เยว่
ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงทั้งสามคนกับอีกหนึ่งตัวก็เดินทางมาถึงทางเข้ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์
สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนค่ายขนาดใหญ่ มีกำแพงรั้วที่ทำจากไม้เรียงกันเป็นระเบียบ
และที่ทางเข้าประตูก็มีคนต่อแถวยาวเพื่อจะเข้าไปยังสถานที่แห่งนี้
ทั้งทีมนักล่า พ่อค้า และนักล่าที่ทำงานคนเดียว ทุกคนต่างยืนเข้าแถวเพื่อได้รับการตรวจสอบ หรือจ่ายค่าภาษีเข้า
การปรากฏตัวของมู่เหลียงนั้นสร้างกระแสความสนใจอย่างมาก จากทุกคนที่อยู่รอบๆ พวกเขานั้นเอาแต่แอบมอง หรือจ้องอย่างออกหน้าออกตา
“มู่เหลียง….ฉันไม่ชอบสายตาพวกนี้เลย มันทำให้ฉันอึดอัด”
มินโฮขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ มู่เหลียง
มีสายตามากมายที่จ้องมองมายังมินโฮ ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกคุกคาม
“ไม่เป็นไร พวกเขาก็แค่อิจฉาพวกเราเท่านั้น”
มู่เหลียงเดินด้วยท่าทางสบายๆ จนไปถึงประตูค่าย
“มินโฮ….มาเร็ว”
ลี่เยว่ใช้น้ำเสียงที่แผ่วเบาเพื่อเตือน
“ลืมไปแล้วหรือไง…ที่มู่เหลียงบอกก่อนหน้านี้”
ระหว่างทางที่จะมาถึงมู่เหลี่ยงได้อธิบายแผนการทุกอย่าง และบอกให้ทั้งสองสาวทำอะไรบ้าง
“อื้ม…จำได้”
มินโฮสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
ด้วยใบหน้าที่งดงามของมินโฮ เธอกำลังเดินตามหลังมู่เหลียง โดยที่ในมือถือห่อผ้าเอาไว้
“หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นนะ”
ภายใต้หน้ากากนั้นลี่เยว่กลับแสดงสีหน้าที่วิตกกังวลขึ้น
เธอกวาดสายตา มองไปรอบๆ อย่างใจเย็น และรับรู้ได้ว่ามีสายตาของยามรักษาการจ้องมองกลับมา
ลี่เยว่ไม่ลืมบทบาทของเธอ ตอนนี้เธอคือองครักษ์ประจำตัวมู่เหลียง
มู่เหลียงกับสองสาวและอีกหนึ่งตัวได้เดินตรงเข้าประตูค่ายโดยที่ไม่เข้าแถว
โดยที่ไม่มีใครกล้าที่จะทักท้วงหรือหยุดเขา
เพราะเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่นั้นงดงามและดูแปลกตาอย่างมาก มีเพียงแค่ฝุ่นเล็กน้อยที่ติดอยู่ชายเสื้อเท่านั้น นอกนั้นเสื้อผ้าของพวกเขาดูสะอาดอย่างมาก
หากเป็นคนธรรมดาทั่วไป และได้เป็นเจ้าของชุดเหล่านี้คงได้ถูกฆ่าและถูกขโมยชุดไปแล้ว
แล้วการที่มีคนแต่งตัวแบบนี้มาปรากฏตัวขึ้นที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้นั้นก็แปลว่าพวกเขาไม่ธรรมดา
หากว่าไม่ใช่คนโง่หรือตาบอด ก็รู้ได้ทันทีว่ากลุ่มของมู่เหลียงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
“เชิญเลยครับ”
ยามที่เฝ้าทางเข้าปล่อยให้มู่เหลียงเข้ามาในค่ายทะเลสาบพระจันทร์อย่างง่ายดาย โดยไม่มีใครกล้าขวางทางเขาสักคน
เพราะแบบนี้ทำให้มู่เหลียงและสองสาวกับหนึ่งตัวเข้ามาในค่ายโดยไม่ถูกตรวจสอบอะไร
“รีบไปรายงานเรื่องนี้ให้นายท่านหยูจูทราบ”
หัวหน้ายามได้สั่งลูกน้องของตน
“รับทราบ”
ยามคนนั้นรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในส่วนลึกของค่ายแห่งนี้ทันที
มุมปากของมู่เหลียงก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะสาดส่องสายตาไปยังฝูงชนที่อยู่รอบๆ
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากับสองสาวว่า
“อีกไม่นานจะมีคนมาตรวจสอบพวกเรา”
“เอ๋?”
มินโฮทำหน้าสงสัย
“พวกเขาคงจะรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้นายหัวแห่งทะเลสาบพระจันทร์”
ลี่เยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
ผู้ปกครองของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์นั้นมีชื่อว่าหยูจู ซึ่งเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ
นอกจากนี้ลี่เยว่ยังได้บอกเอาไว้อีกด้วยว่าหยูจูคนนี้เป็นผู้ตื่น
“อย่าได้กังวลไป เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อปัญหา”
มู่เหลี่ยงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลาย และเอามือตบลงไปบนไหล่ของลี่เยว่
“ก็…หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”
ลี่เยว่มองบนภายใต้หน้ากาก
ก่อนที่จะบ่นในใจว่า ก็จริง ที่ไม่ได้มาสร้างปัญหา แต่ในตัวของนายดันมีแต่ของสร้างปัญหาเต็มไปหมด
ลี่เยว่ยังไม่เคยลืมของรางวัลที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มอบให้หากว่านำปลาอัญมณีมาให้พวกเขาได้
“เด็กน้อย มีอะไรที่สะดุดตาเธออีกไหม”
มู่เหลียงมองไปรอบๆ เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนี้
“ไม่”
มินโฮสายหัว ในขณะที่มือของเธอนั้นกอดห่อผ้าเอาไว้แน่น แสดงออกได้ชัดเลยว่าของในห่อนี้เป็นของล้ำค่า
“แถวนี้คือรอบนอกของค่าย มีแต่ทาสกับพวกแรงงานก่อสร้างอาศัยอยู่ ต้องไปด้านในถึงจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของคนที่เสียค่าภาษี”
ลี่เยว่เริ่มแนะนำสถานที่ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“งั้นไปเดินดูกันหน่อยเถอะ”
มู่เหลี่ยงก้าวเดินออกไปข้างหน้าทันที
หญิงสาวทั้งสองก็ได้เดินตามไปติดๆ ตรงนี้เป็นถนนกว้างๆ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นว่ามีบ้านมากขึ้น
“กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ มีสภาพการเป็นอยู่แย่กว่าที่คิด”
มู่เหลี่ยงพูดแสดงความคิดเห็นขึ้น
ระหว่างทางนั้นเขาเห็นผู้คนจำนวนมากผิวเหลืองไม่ต่างจากคนขี้โรค และผอมแห้ง อีกทั้งยังมีแววตาที่เหม่อลอย
“แน่นอน!! คุณภาพชีวิตในกลุ่มเล็กๆ ของเราคงไม่ดีเหมือนพวกท่านที่มาจากเมืองใหญ่”
ทันใดก็มีเสียงของผู้หญิงที่ดูมั่นใจดังขึ้นมาจากด้านข้าง
มู่เหลี่ยงไม่คิดว่าคนที่จะมาตรวจสอบพวกเขา จะมาถึงเร็วขนาดนี้
เขาหยุดเดินพร้อมกับยิ้มออกมา และหันไปมองทางต้นเสียง
มู่เหลียงเห็นเด็กสาวผมสีแดง อายุอานามราวๆ 17 ปี สวมชุดสีเทายืนอยู่
ถ้าหากว่าลี่เยว่มีรูปลักษณ์ที่ดูลุยๆ แล้ว สาวผมแดงที่อยู่ตรงหน้านั้นดูร้อนแรงมากกว่า
โดยเฉพาะเนินอกที่ยืนออกมาอย่างเด่นชัด พอที่จะบดขยี้ความมั่นใจของสองสาวข้างกายของเขาได้
“เธอคนนี้คือลูกสาวคนโตของหยูจู นามว่าหยูเฟ่ยหยาน”
ลี่เยว่เข้าไปกระซิบข้างๆ ตัวมู่เหลียง และอธิบายว่าหญิงสาวผมแดงคนนี้เป็นใคร
“เธอเองก็เป็นผู้ตื่นเหมือนกัน และใช้พลังของไฟได้…..ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่ง”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved