ตกดึกในห้องทดลองของมู่เหลียง
หยู่ฉินหลานและหยู่เฟ่ยหยานกำลังนั่งหารือกันถึงแนวทางปรับปรุงพื้นที่การค้าในเมืองเต่าทมิฬ
“บัตรผ่านไปถึงไหนแล้ว?”
มู่เหลียงถามขึ้น
“เตรียมไว้สามร้อยเล่มแล้ว”
หยู่ฉินหลานพลิกสมุดหนังสัตว์ของเธอ พร้อมกับรายงาน
“บัตรผ่านถูกสั่งให้ทำขึ้นต่อเนื่องทั้งกลางวันกลางคืน พรุ่งนี้ก็น่าจะได้ครบหนึ่งพันเล่ม”
“แล้วเรื่องเตรียมการสำหรับเปิดถนนการค้าว่าไง ได้ปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่บอกไปแล้วรึยัง”
มู่เหลียงถามต่อพร้อมกับมองไปทางหยู่เฟ่ยหยาน
“เรียบร้อย ร้านค้าทั้งหมดจะเตรียมขายอหาร และปรุงให้เห็นสดๆ”
หยู่เฟ่ยหยานตอบด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“เราจะไปถึงเมืองเซิงหยางวันพรุ่งนี้”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หวังว่าการเปิดตัวครั้งแรกของเราจะสร้างชื่อเสียงได้มากพอ จนดึงดูดผู้คนให้ขึ้นมาค้าขายในเมืองของเรามากขึ้น”
การที่จะได้ผลึกสัตว์อสูรอย่างไม่ขาดสายนั้น ขึ้นอยู่กับวันพรุ่งนี้แล้ว
“แล้วเราจะเอายังไงดี เข้าไปใกล้เมืองเซิงหยางแบบเปิดเผยเลยหรือไม่”
หยู่ฉินหลานขมวดคิ้วถาม และปรากฏร่องรอยของความกังวลใจขึ้นในสายตาของเธอ
เพราะเมืองเซิงหยางนั้นต่างจากเมืองสิบขั้น เป็นเมืองใหญ่ที่มีผู้คนมากมาย มีชื่อเสียงอีกทั้งยังมีผู้มีพลังขั้น 7 อยู่ด้วย
“ไม่ต้องคิดมาก ตราบใดที่มีเต่าทมิฬน้อยอยู่ไม่มีใครกล้าทำอะไรอยู่แล้ว””
มู่เหลียงตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
ในตอนนี้ตัวของเต่าทมิฬนั้นเปรียบเสมือนป้อมปราการยักษ์ที่ไม่มีใครกล้าจะหาเรื่อง หากเมืองเซิงหยางกล้าที่จะท้าทายคงได้จมอยู่ใต้เท้าเต่าทมิฬแน่
“ฉันคิดว่าเต่าทมิฬน้อย คงทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้อยู่บ้าง”
หยู่ฉินหลานพูดอย่างแผ่วเบา
และนึกถึงฉากตอนที่เต่าทมิฬน้อยไปถึงเมืองสิบขั้น มันได้สร้างความแตกตื่นอย่างมาก เพียงแค่ขู่คำรามก็ทำให้คนทั้งเมืองขวัญหนีดีฝ่อได้แล้ว
“ใช่คงทำให้ใครหลายคนไม่กล้าลงมือทำอะไรง่ายๆ”
มู่เหลียงพูดขึ้นและนึกถึงคนคนหนึ่ง หญิงสาวผมสีเขียวสดจากเมืองสิบขั้น ที่ขอให้เขาช่วยพาตระกูลของเธอหลบหนีออกมาจากเมือง
อีกฝ่ายก็ดูไม่ใช่คนเลวร้าย อาจจะขอแรงให้เธอช่วยโฆษณาเมืองเต่าทมิฬให้เขาได้
“ว่าแต่ แล้วหนังสือที่นายเขียนล่ะไปถึงไหนแล้ว พร้อมที่จะเอาไปขายแลกเปลี่ยนแล้วรึยัง”
หยู่ฉินหลานถามด้วยความอยากรู้ของเธอ
“นี้ไง”
มู่เหลียงหยิบม้วนหนังสือสัตว์ออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขา
มันคือเรื่องราวตำนานที่เขาเขียนขึ้นในช่วงไม่กี่วันมานี้
“ขอฉันอ่านหน่อยได้ไหม”
หยู่ฉินหลานลูบมือไปมา พร้อมกับแววตาที่สนใจ
เมื่อมองไปยังชื่อที่เขียนอยู่บนหนังสัตว์เธอก็ถามด้วยความสงสัย
“ปกรณัมเริ่มแรก ชื่อแปลกจัง”
“มันคือเทพนิยาย”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับอธิบายด้วยรอยยิ้ม
มันคือเรื่องราวตำนานเทพในโลกของเขา เรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อกันมาก่อนยุคประวัติศาตร์
“ผานกู่ต่อสู้กับเทพปีศาจและกำราบเทพปีศาจลงได้….และแล้วผานกู่ก็ได้สร้างโลกขึ้น”
(***ตำนานผานกู่เป็นเทพนิยายของจีนครับ เหมือนกับพวกเทพนิยายกรีก)
หยู่ฉินหลานที่ได้ลองอ่านดูก็รู้สึกประหลาดใจกับเนื้อหาของสิ่งเหล่านี้
“แล้วส่วนที่เหลือหล่ะ ทำไมมันถึงขาดหายไป”
เธอพยายามพลิกม้วนหนังเพื่อมองหาเนื้อหาที่หายไปของเรื่องนี้
“ฉันยังไม่ได้เขียนลงไป”
มู่เหลียงผายมือออกอย่างช่วยไม่ได้
มันยากมากที่จะเขียนเรื่องราวตำนานเทพที่เกิดขึ้นก่อนประวัติศาสตร์ได้ทั้งหมด
เขาคงจะต้องแบ่งเขียนเป็นช่วงๆ สำหรับตำนานของผานกู่
เพราะแค่ส่วนแรกของเทพนิยายนี้ก็ยาวถึง 30,000 คำ
และนี้จะเป็นหนังสือเล่มแรกที่ขายในถนนการค้า ในชื่อเรื่องของตอนแรกว่า ความโกลาหล
“สิ่งที่นายเขียนขึ้นมันคือเรื่องจริงรึป่าว”
หยู่ฉินหลานอดไม่ได้ที่จะสงสัย
งานเขียนของมู่เหลียงนั้นมันดูเกินจริงมาก ราวกับว่าเป็นเรื่องราวก่อนที่โลกจะถือกำเนิดขึ้น และมีเทพปีศาจกลุ่มหนึ่งพยายามยึดครองทุกสิ่ง
“มันเป็นเรื่องแต่ง….ทั้งหมดมาจากจินตนาการของฉันเอง”
มู่เหลียงส่ายหัวเบาๆ พร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย
คืนนี้เขาไม่อยากให้ เลขาและผู้ช่วยคนเก่งของเขานอนไม่หลับ เพราะอยากรู้ช่วงต่อไปของหนังสือเรื่องนี้ และมันจะทำให้เธอไม่มีแรงทำงานอื่น
“นั้นสินะ แต่สิ่งที่นายเขียนมันดูเกินจริงเกินไป”
หยู่ฉินหลานถอนหายใจอย่างโล่งอก
“แม่หนู ขออ่านด้วยได้ไหม?”
หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเธอ
“เอาไปสิ”
หยู่ฉินหลานส่งม้วนหนังให้กับหยู่เฟ่ยหยานทันที
เมื่อได้อ่านเล็กน้อย แววตาของหยู่เฟ่ยหยานก็ดูใสเป็นประกายขึ้นมาทันที
“หนังสือนี้จะเอาไปตีพิมพ์ด้วยไหม?”
“อืม งั้นคงต้องแบ่งคนที่ทำบัตรผ่าน มาช่วยพิมพ์สำเนาของม้วนหนังนี้สักชุดสองชุดก่อน”
มู่เหลียงเอาแผ่นกระดาษออกมาจากลิ้นชักและยื่นให้
“ลอกเนื้อหาลงในกระดาษแผ่นนี้ด้วยน้ำหมึก”
การจะคัดลอกตัวอักษรสามหมื่นกว่าตัวได้ คงไม่มีอะไรเร็วไปกว่าการใช้เครื่องพิมพ์อีกแล้ว
และหากมีรูปภาพอยู่ในหนังสือด้วยจะยิ่งดึงดูดคนอ่านได้ดีขึ้น
“ได้”
หยู่ฉินหลานรับกระดาษไป
ก่อนที่จะเอามือทัดผมเข้าข้างหูด้วยท่าทางอันน่ามอง และพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมีความสุข
“เมื่อคัดลอกสำเนาเสร็จแล้วตัวม้วนหนังต้นฉบับนี้ฉันขอได้ไหม”
“ได้สิ”
มู่เหลียงพยักหน้าตอบ
“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปหาคนมาจัดการเรื่องนี้ให้นายเอง”
หยู่ฉินหลานลุกขึ้น และจูงแขนลูกสาวของเธอออกไปด้วย
“เดี๋ยวสิท่านแม่!”
หยู่เฟ่ยหยานร้องขึ้น
“ยังอ่านไม่จบเลย!”
“เดี๋ยวพอเอาไปตีพิมพ์เป็นหนังสือแล้ว จะอ่านเท่าไหร่ก็ได้!!”
หยู่ฉินหลานลากตัวลูกสาวเพื่อจะไปจัดการเรื่องที่มู่เหลียงไหว้วานทันที
เมื่อมาถึงทางออกก็เห็นลี่เยว่กับลี่ลี่ยืนรออยู่แล้วที่ประตู
“ไม่รีบไปหน่อยหรอ จิบชาสักถ้วยก่อนสิ”
มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับเว่ยหยูหลันที่ถือถ้วยชุดน้ำชาอยู่
“ไม่ล่ะ มีอีกหลายอย่างที่ต้องไปทำ”
หยู่ฉินหลานยิ้มอย่างเป็นกันเอง และพาลูกสาวของเธอออกไปจัดการเรื่องคัดลอกสำเนาเทพนิยายของมู่เหลียง
มินโฮดูสองแม่ลูกจากไปอย่างเร่งรีบ ก่อนที่จะหันกลับมามองลี่เยว่กับลี่ลี่
“เธอเข้าไปก่อนเลย”
ลี่เยว่ผายมือให้มินโฮเข้าไปก่อน
ทั้งลี่เยว่และลี่ลี่มายืนรออยู่นานแล้ว แต่ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะการทำงานของมู่เหลียง
มินโฮพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินนำเข้าไปพร้อมกับเว่ยหยูหลัน
“มู่เหลียง ฉันเอาน้ำชามาให้ ดื่มดับกระหายสักหน่อย”
มินโฮนำน้ำชาและมันเทศเผาที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นของว่างให้มู่เหลียง
“ได้สิ”
มู่เหลียงรับถาดน้ำชามาจากมือของมินโฮ
และเขาก็เหลือบไปเห็นสองสาวที่ยืนอยู่นอกประตู
“เธอสองคนก็เข้ามาก่อน”
“....”
ลี่ลี่กับลี่เยว่จึงเข้ามาในห้องด้วย
“เป็นห่วงเพื่อนของเธองั้นหรอ”
มู่เหลียงถามพร้อมกับจิบชาไปพราง และพอจะเดาออกว่าทำไมสองสาวถึงมายืนอยู่หน้าประตูเช่นนี้
“พรุ่งนี้จะถึงเมืองเซิงหยางแล้ว เราเลยจะมาถามเกี่ยวกับแผนการของนาย”
ลี่เยว่พูดเบาๆ เธอคิดว่ามู่เหลียงอาจจะมีแผนการดีๆ หรือคำแนะนำให้พวกเธอหรือไม่
“เต่าทมิฬน้อยจะถึงเมืองเซิงหยางวันพรุ่งนี้ และมันจะสร้างความโกลาหลไปทั่วแน่นอน”
มู่เหลียงวางถ้วยชาลงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เมื่อถึงเวลานั้น อาศัยจังหวะที่เมืองกำลังวุ่นวาย พวกเธอก็แอบแฝงเข้าไปช่วยเพื่อนของเธอ”
“เห็นด้วย”
แววตาของลี่ลี่กับลี่เยว่ดูเป็นประกายขึ้นมาทันที
“แล้วฉันจะให้เสี่ยวไกไปช่วยสนับสนุนพวกเธออีกแรง”
มู่เหลียงเองก็เป็นห่วงเรื่องนี้เหมือนกัน ที่จะปล่อยให้หญิงสาวทั้งสองเข้าเมืองไปแบบนี้
แต่หากมีเสี่ยวไกตามไปด้วย มันก็ยังพอที่จะช่วยเป็นกำลังให้กับทั้งสองได้
“นั้นดีมากเลย”
ลี่ลี่แทบกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
เธอนั้นรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเสี่ยวไก หากเป็นแบบนั้นเธอสามารถจัดการกับผู้มีพลังขั้น 6 ได้โดยที่ไม่มีใครเห็นตัวพวกเธอเลยด้วยซ้ำ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved