ตอนที่ 254

“ตอนนี้เต่าทมิฬวิวัฒนาการจบแล้ว แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ”

มู่เหลียงมองดูความเละเทะจากบนเนินสูง

ด้วยขนาดเมืองเล็กทำให้คนมาประจุกตัวกันอยู่ที่เดียว และมีถนนเพียงไม่กี่สายเท่านั้น

อะไรที่มู่เหลียงตั้งใจจะทำตอนนี้เขาสามารถเพิ่มเติมและทำได้แล้ว

“ถ้างั้นก็เริ่มจากปรับปรุงกำแพงเมืองและซ่อมแซมมันก่อน”

มู่เหลียงใช้พลังของเขาผ่านจิต

เต่าทมิฬเองก็ให้ความร่วมมือเต็มที่เหมือนกัน มันได้สร้างหินและโคลนขึ้นมาซ่อมแซมกำแพงที่แตกร้าว และจุดที่แตกออกจากกัน เพียงไม่กี่อึดใจกำแพงก็ถูกซ่อมแซมจนเสร็จ

อีกทั้งความสูงของกำแพงยังเพิ่มขึ้นเป็น 25 เมตร และมีพื้นที่กว้างขึ้นเป็น 10 เมตรนั้นพอให้ทหารมาฝึกฝนบนกำแพงเมืองได้

ป้อมซานไห่ไม่ได้เปลี่นแปลงไป แต่มีการเพิ่มลานกว้างเล็กๆ ยื่นออกไปจากป้อม

ลานเล็กๆ นี้ มู่เหลียงตั้งใจจะใช้เป็นจุดขนส่งสินค้ากับเมืองปักษา และเรียกมันว่าลานจอดนก

เพราะเมืองเต่าทมิฬมีโดมแก้วครอบเอาไว้อยู่ ทำให้นกบินผ่านเข้ามาตรงๆ ไม่ได้

“จัดการกำแพงเมืองเสร็จแล้ว ต่อไปก็พื้นที่เนินสูง

มู่เหลียงเหลือบมองกำแพงสูงใหญ่ตรงหน้าที่พึ่งสร้างขึ้นใหม่ มันได้ปิดบังทิวทัศน์ของเนินสูงไปจนหมด

มู่เหลียงกระทืบไปที่พื้นเบาๆ หนึ่งทีทำให้พื้นดินของเนินสูงยกตัวสูงขึ้น

ขึ้นมาสิบเมตร ยี่สิบเมตร จนไปถึง ห้าสิบเมตร

และด้วยความกว้างเริ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่า เขาได้ขยายพื้นที่สวนหลังบ้าน นอกนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตำหนักแต่อย่างใด

“ทีนี้ก็มองเห็นทุกอย่างชัดเหมือนเดิมแล้ว”

มู่เหลียงมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่พึงพอใจราวกับว่าได้เห็นภูเขาทั้งลูกภายในการมองครั้งเดียว

หลังจากที่ทุกอย่างสงบลงมินโฮจึงชะเง้อหน้าออกไปดูพื้นที่เนินสูงรอบๆ และเห็นว่าบ้านทุกหลังที่อยู่ด้านล่างมันเล็กลงมากกว่าเก่า

ก่อนที่เธอจะหันกลับไปถามมู่เหลียง

“มู่เหลียงแบบนี้มันไม่สูงเกินไปงั้นหรอ?”

“ไม่เลย”

มู่เหลียงส่ายหัวเล็กน้อย

เขายังได้เพิ่มพื้นที่ชั้นในเนินสูงอีกสองชั้น ทำให้เนินสูงเวลานี้มี 5 ชั้น

พื้นที่ชั้นสองที่สร้างขึ้นมาใหม่จะให้เป็นที่อยู่ของเจ้าหน้าที่ระดับกลางถึงสูง และคนที่ทำงานในศูนย์ราชการในอนาคต

ตัวอย่างเช่น เว่ยกัง เกาเฉาและคนอื่นๆ จะได้ย้ายมาอยู่ที่ชั้น 2 หากมีการเลื่อนตำแหน่ง

ที่ชั้นสามเป็นพื้นที่ของหน่วยพิทักษ์เนินสูง และจะเป็นปรากการด้านแรก

ชั้นสี่จะเป็นฐานที่ตั้งทำการของหน่วยพิทักษ์เนินสูง และหน่วยอื่นๆ

นอกจากนี้แล้วโรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณของสองพี่น้องอาหลี่จะมาตั้งอยู่ที่ชั้นสี่ด้วยเช่นเดียวกัน

“อะ..ถุยๆ”

มินโฮเมื่ออ้าปากขึ้นก็มีเหมือนอะไรบางอย่างเข้าไปในปาก มันคือทรายนั้นเอง

มินโฮขมวดคิ้วพร้อมกับปิดปากด้วยมือทั้งสองข้าง

“อ๋อ เกือบลืมกางโดมแก้วใหม่”

มู่เหลียงขำเล็กน้อยด้วยความเขินอาย

ก่อนที่เขาจะใช้พลังควบคุมแรงโน้มถ่วงที่พึ่งได้มา ทำให้ตัวเองลอยขึ้นจากพื้น

“นี่มัน!”

แววตาของมินโฮถึงกับเบิกกว้าง และมองมู่เหลียงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าด้วยหน้าตาที่แตกตื่น

มู่เหลียงลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและสัมผัสไปที่โดมแก้วที่เขาแยกมันออกก่อนหน้านี้ และเริ่มใช้พลังสร้างผลึกแก้วใหม่

แกร็ก!

เสียงดังเหมือนกับผลึกกระทบกันดังขึ้นก่อนที่จะดังตามาราวกับเม็ดฝนกระทบหลังคา

พริบตานี้ทั่วทั้งท้องฟ้าเมืองเต่าทมิฬก็ปรากฏโดมแก้วขนาดใหญ่และมีเสาค้ำถึงสามสิบหกต้น เพื่อที่จะเป็นจุดค้ำจุนให้โดมแก้วใหม่นี้

“ฟูว”

มู่เหลียงถอนหายใจออกมาเบาๆ

เมื่อเต่าทมิฬวิวัฒนาการเป็นระดับ 8 มันได้เพิ่มขึ้นของเขาขึ้นอย่างชัดเจน

การสร้างโดมแก้วอันใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมและมีรายละเอียดมากกว่า กลับง่ายกว่าที่คิด

มู่เหลียงร่อนลงมาจากท้องฟ้าอย่างสง่างาม และเห็นสาวๆ เดินเข้ามามุงด้วยความสนใจ

“ว้าว! เสาผลึกพวกนี้ หากคนอื่นมาเห็นคงคิดว่ามันต้องเป็นสมบัติของเมืองแน่!”

แววตาของลี่ลี่เป็นประกาย ก่อนที่เธอจะเอาสมุดกระดาษออกมาจากซอกชุดเกราะและจดบันทึกอย่างรวดเร็ว

หยู่ฉินหลานเข้ามาหามู่เหลียงอย่างใจเย็น และมองดูเมืองที่ใหญ่โตขึ้น ก่อนที่จะเอ่ยปากถาม

“แบบนี้ไม่เป็นไรแน่งั้นหรอ”

“ไม่หรอก ต่อจากนี้แผนงานก่อสร้างจะดำเนินไปอย่างช้าๆ รอจนกว่าจะมีประชากรเยอะขึ้น”

มู่เหลียงบิดเอวไปมา

ตอนนี้มีประชากรอยู่ในเมืองเต่าทมิฬอยู่ไม่กี่จุดเท่านั้น

และยังไม่จำเป็นต้องขยายที่อยู่อาศัย เว้นแต่จะมีประชากรเพิ่มขึ้น

“หากมองแบบนี้แล้วคนของเราก็ยิ่งน้อยลงไปอีก”

หยู่ฉินหลานขมวดคิ้วและครุ่นคิด

ประชากรในเมืองเต่าทมิฬมีเพียงแค่ 700 - 800 คนเท่านั้น ยังไม่ถึงหลักพันเลยด้วยซ้ำ

“คนน้อยก็ไม่เป็นไร เราเน้นไปที่ถนนการค้าก่อนเป็นหลัก”

มู่เหลียงมองจากที่สูงลงไปยังพื้นที่ถนนการค้า ที่ผู้คนกำลังตื่นตระหนก

นับตั้งแต่สร้างถนนการค้าขึ้นมา มันก็ได้ตอบแทนเป็นผลึกสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่อง

แต่ยังเป็นความเร็วที่ช้าอยู่ เพราะงั้นเขาจะต้องพัฒนาจุดนี้ให้มากขึ้น

“งั้นไม่รับคนเพิ่มอีกสักหน่อยล่ะ”

หยู่ฉินหลานถามเบาๆ

พื้นที่โรงงานเองก็ขาดแรงงาน พื้นที่เกษตรกรรมเองก็ขาดคน

หรืออาจจะพูดได้เลยว่าทุกคนในเมืองเต่าทมิฬนอกจากเด็กแล้ว ทุกคนมีงานทำกันหมด

“รับสิ งั้นเมืองต่อไปเราเปิดรับคนเพิ่มแล้วกัน”

มู่เหลียงเหลือบมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่า และรู้ทันทีว่าเขามีอะไรหลายอย่างให้ต้องทำ

“มู่เหลียง เราจะทำสวนผลไม้ด้วยไหม”

หยู่เฟ่ยหยานเข้ามาถามอย่างตื่นเต้น และมองไปยังเมืองเต่าทมิฬที่กว้างใหญ่ขึ้น

“แน่นอน”

มู่เหลียงยกมือขึ้นและชี้ไปยังทิศทางพื้นที่การเกษตร และพูดว่า

“ต่อจากนี้ ไม้ผลทั้งหมดจะย้ายไปปลูกที่นั่น และพื้นที่ที่ยังเหลืออยู่ก็จะปลูกมันเทศกับผักอื่นๆ”

มู่เหลียงมีแผนที่จะเก็บตุนอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะมันเทศ เป็นสิ่งที่เขาจะต้องเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุด

และเขาจะนำออกไปขายให้กับเมืองใหญ่ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนผลึกสัตว์อสูร

“หากต้องการเปลี่ยนตรงนั้นเป็นสวนผลไม้ กับสวนมันเทศคงต้องใช้แรงงานประมาณ 100 คนได้”

หยู่ฉินหลานพูดอย่างหนักใจเล็กน้อย

ที่จริงการปลูกสวนผลไม้ไม่ได้ใช้คนเยอะ แต่การดูแลจัดการต่างหากที่ต้องใช้คน

เช่นการเก็บมันเทศและแปรรูปพวกมันก็ใช้แรงงานมหาศาลแล้ว

ทั้งเก็บเถาของมันเทศ เอามันเทศไปทำเป็นแป้ง หรือคัดตัดเอาไปตากแห้ง

เพราะอาณาเขตแสงดาวจากต้นชาเขียวประกายทำให้ผลผลิตโตเร็วเกินไป และมีคนไม่เพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวทุกอย่างได้ทัน

“ถ้างั้นเราจะเปิดรับคนเพิ่มพันถึงสองพันคนเมื่อเราไปถึงเมืองใหญ่ต่อไป”

มู่เหลียงขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดออกมา

แม้ว่าเมืองเต่าทมิฬจะสามารถรองรับคนได้นับหมื่นแล้วก็ตาม แต่หากรับมามากเกินไปคุณภาพชีวิตก็จะไม่ได้ดีเท่าตอนนี้

หากว่าเมืองเต่าทมิฬไม่ต้องการทรัพยากรจากภายนอกเลย และพึ่งพาแต่ตัวเองพอที่จะเลี้ยงดูคนได้พันถึงสองพันคน

“เข้าใจแล้ว”

หยู่ฉินหลานตอบเบาๆ

เมื่อเธอได้ยินว่ามู่เหลียงยอมที่จะรับคนเพิ่ม เธอก็เบาใจลง

ตอนนี้เธอรับผิดชอบกิจการทุกอย่างครึ่งหนึ่งของเมืองเต่าทมิฬ และลูกสาวของเธอก็ถูกย้ายไปอยู่กองทัพอากาศแล้ว และเอาแต่ฝึกใช้ชุดเกราะหงส์เพลิงทุกวัน ทำให้ภาระของเธอมากขึ้น

หากว่าถนนการค้าไม่ถูกจัดการให้เรียบร้อยแบบนี้แต่แรก หยู่ฉินหลานคงวุ่นวายกว่านี้แน่

“ถ้าจะทำสวนผลลไม้ ก็ต้องมีบ่อน้ำเพิ่ม”

หยู่ฉินหลานชี้ไปที่พื้นที่เกษตร และเสนอความคิด

“หากเป็นแบบนั้น จะมีน้ำใช้สำหรับการเกษตรที่เพียงพอ

“เรื่องนั้นง่ายนิดเดียว”

มู่เหลียงยิ้มมุมปาก

เขาแค่ยกฝ่าเท้าขึ้นเล็กน้อยและตบลงไปเบาๆ แล้วจุดที่หยู่ฉินหลานชี้ไปนั้นก็เกิดหลุมลึกขึ้น

แล้วทุกคนก็ต่างตกใจเมื่อเห็นว่ามีเส้นคูน้ำเกิดขึ้นและไหลเป็นทางยาวต่อไปถึงหลุมนี้

มู่เหลียงไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของสาวๆ เขาแค่เชื่อมต่อระบบชลประทานเท่านั้น และเริ่มที่จะขยายให้มันใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า

เขามองดูแผ่นดินที่ว่างเปล่า และรู้สึกว่าคูน้ำที่สร้างขึ้นแยกระหว่างพื้นที่นั้นเล็กเกินไป

“ดูเหมือนว่าจะต้องเพิ่มระดับเจ้าปลาอัญมณีแล้ว ไม่งั้นน้ำคงไม่พอใช้แน่ๆ”

มู่เหลียงพูดและถอนหายใจ