“มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมดเลย”
ดวงตาของซิไป่ฉีเบิกกว้าง กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“มันถูกปลูกมาอย่างดี ไม่มีร่องรอยของการเหี่ยวเฉาเลย”
มิอานั่งยองๆ ลงดูต้นไม้ใบหญ้าและลองใช้เงาขุดรากของต้นหญ้าขึ้นมาดู
เธอรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นว่าแม้แต่รากของต้นหญ้ายังอุดมสมบูรณ์มากกว่าต้นไม้ในดินแดนเขียวขจีเสียอีก
“ต้องรู้ให้ได้ว่า ทำไมต้นไม้ใบหญ้าที่นี่ถึงงอกงามแบบนี้”
มิอาไม่สามารถหยุดความอยากรู้อยากเห็นของเธอได้
แต่ในสถานการณ์ตอนนี้หากไม่ระวังตัวพวกเธอจะถูกจับได้ทันที
แคร็ก
เสียงของบางสิ่งเล็กๆ ดังขึ้นมา
หูแมวของมิอากระตุก เธอรู้ได้ทันทีว่ามันคือเสียงเหยียบใบไม้ที่แห้ง
เธอเหลือบมองไปทางซิไป่ฉีและเห็นว่าซิไป่ฉีไม่ได้ขยับตัว ดังนั้นมีเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิดเสียงได้
มิอาเข้าไปหาซิไป่ฉีอย่างใจเย็นและกระซิบเบาๆ
“เราไปตรงนั้นกันเถอะ”
“ได้”
ซิไป่ฉีพยักหน้า
มิอาเดินไปตามขอบของเนินสูง พร้อมกับซิไป่ฉีและทำเหมือนกับสำรวจพื้นที่รอบๆ
ก่อนที่มิอาเดินเข้ามาประชิดตัวซิไป่ฉี และเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะไปที่ปากของซิไป่ฉี
“เราถูกเจอตัวแล้ว เตรียมตัวหนี”
“.....”
รูม่านตาของซิไป่ฉีกลายเป็นสีแดงสดพร้อมกับพยักหน้ารับ ตอนนี้เธอไม่ปิดบังปีกของเธออีกต่อไป
ฟิ้วว!!
เสียงของบางสิ่งแหวกอากาศดังขึ้น
แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของมิอาทำให้เธอปัดสิ่งนั้นออกไปได้ ก่อนที่จะใช้เงาพันไว้รอบต้นไม้และดึงร่างของตัวเองหลบออกไป
เมื่อมิอาเคลื่อนไหว ซิไป่ฉีเองก็ตื่นตัวทันที
เธอดีดตัวออกจากพื้น และพุ่งไปหามิอาโดยที่หลบบางสิ่งที่ฟาดเข้ามาที่หลังของเธอ
หยางปิงถึงกับชักดาบออกมา เดิมทีเธอต้องการจะทำให้ทั้งคู่สลบ ไม่คิดว่าทั้งคู่จะตอบสนองเร็วแบบนี้
“....”
ลี่ลี่ที่ซัดหมัดออกไปก็ดึงมือกลับทันที ด้วยความประหลาดใจ
ทั้งคู่มองหน้ากันและเข้าใจได้ทันทีว่า ทั้งสองรู้ตัวและระวังตัวมาสักพักแล้ว ไม่งั้นทั้งสองคงไม่มีทางตอบสนองได้เร็วขนาดนี้
“ไม่เห็นใครเลย”
แววตาสีแดงของมิอามองเห็นแต่ความว่างเปล่า
“ฉันก็ไม่เห็น!”
ซิไป่ฉีพยักหน้า
“พวกมันคงมีความสามารถในการล่องหน”
มิอานึกถึงความสามารถของผู้ตื่นทันที
“งั้นเราจะบินหนีกัน”
ซิไป่ฉีกางปีกออกพร้อมกับกอดร่างของมิอา
ฟิ้ว!!
ประกายแสงเย็นยะเยือกปรากฏขึ้น
เงาที่ใต้เท้าของมิอาม้วนตัวก่อนที่จะปัดประกายแสงจากดาบ
ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปผลักซิไป่ฉีให้หลบบางสิ่งที่พุ่งเข้ามา ทำให้ซิไป่ฉีกระเด็นไปอย่างกระทันหัน
ตูม!!
หมัดของลี่ลี่กระแทกลงกับพื้น ทำให้เกิดหลุมขนาดเท่าหัวคน
“อยู่แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่!”
การโจมตีที่มองไม่เห็นนั้นทำให้มิอาหลบได้อย่างยากลำบาก
เธอมีพลังของผู้ตื่นแห่งเงา ควบคู่ไปกับการเป็นผู้กลายพันธ์ด้วย ทำให้เธอพอที่จะหลบการโจมตีได้หลายครั้ง
ไม่งั้นหากเป็นผู้มีพลังขั้น 5 ทั่วไปคงเสร็จตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกแล้ว
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ตื่นขั้น 5 ที่มีพลังล่องหนแบบนี้ มิอาเองก็ตึงมือเหมือนกัน
“ให้ฉันสู้ด้วย!”
ซิไป่ฉียังไม่กล้าที่จะขยับตัวมากในตอนนี้ได้ตะโกนขึ้น
“ไม่!!! เธอต้องเป็นคนพาเราสองคนหนีออกไปจากที่นี่”
มิอาหลบการโจมตีอีกครั้งพร้อมกับพูดไปด้วย
“....”
ซิไป่ฉีกัดริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจ
“เตรียมพร้อมนะ!! ฉันจะซื้อเวลาให้!”
มิอาไม่กล้าที่จะช้าอีกต่อไป
ไม่งั้นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของเมืองเต่าทมิฬจะปรากฏตัวขึ้น และพวกเธอจะไม่มีโอกาสหลบหนีอีก
“ได้!”
มิอาเริ่มสะสมพลังของตัวเอง
“หอกพันเงา!”
มิอาตะโกน
เธอใช้กระบวนท่าอย่างสิ้นหวัง และเงาใต้เท้าของมิอาก็ได้พุ่งขึ้นมาจากพื้นเหมือนกับหนามหลายสิบแท่ง ไล่แทงผู้ที่กำลังไล่ล่าเธออยู่
แกร็งๆๆ
ประกายไฟสว่างวาบขึ้นหลายครั้ง
การโจมตีของมิอานั้นรุนแรง และเป็นวงกว้าง หยางปิงต้องใช้ดาบปัดออก และลี่ลี่ต้องใช้หมัดต่อยเบี่ยงวิถีออกไป
หากว่าทั้งคู่ไม่ได้สวมเกราะเอาไว้คงได้รับบาดแผลหลายแห่ง หรือไม่ก็ตัวเป็นรูไปแล้ว
“อ็อก!”
มิอาเหมือนกับสำลักหายใจไม่ทัน
นั้นเพราะเธอใช้พลังไปมากถึง 90 เปอร์เซ็น และเกือบจะทรุดลงกับพื้น
“มิอาของตกหมดแล้ว!”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นเมื่อเห็นบางสิ่งตกอยู่ข้างเท้าของมิอา
แต่มิอากับตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
“อย่าสนใจ รีบพาฉันออกไปจากที่นี่เร็ว!”
พลังมิอานอกจากจะควบคุมเงาได้แล้ว เธอยังสามารถใช้เงาสร้างพื้นที่พิเศษติดตัวและเก็บของไว้ในเงาได้
แต่เพราะใช้พลังมากเกินไป ทำให้ของที่เก็บเอาไว้หลุดออกมา
“เข้าใจแล้ว!”
ซิไป๋ฉีสยายปีก พร้อมกับกอดร่างของมิอาเอาไว้ และพุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที
ฟิ้ววว!!
ก่อนไปมิอาได้ใช้พลังเงาที่มีทั้งหมดของเธอ เก็บสิ่งหนึ่งกลับมาจากของที่ตกอยู่นั้นคือภาพวาดของน้องสาว
เธอทำใจทิ้งทุกอย่างได้ แม้แต่ไข่อสูรจิตอัสนี แต่สิ่งเดียวที่เธอทำใจทิ้งไว้ไม่ได้คือภาพวาดของน้องสาวตัวเอง
พึ้บๆ
ซิไป่ฉีบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับมิอา และบินออกจากเมืองเต่าทมิฬอย่างรวดเร็ว
“ชิร์! ไม่ได้การแล้ว พวกมันหนีไปจนได้”
ลี่ลี่คลายพลังของเกราะออก และกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะเงยหน้ามองท้องฟ้า
“พวกนั้นแข็งแกร่งมาก”
หยางปิงก็คลายพลังของเกราะออก และมองดูท้องฟ้าทิศทางที่ทั้งสองหนีไป
ศัตรูครั้งนี้ปัดป้องการโจมตีของเธอได้ และไม่พอยังสวนการโจมตีที่รุนแรงกลับมาได้อีก
ทั้งคู่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งและว่องไวขนาดนี้
ตุบ!
มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆ หญิงสาวทั้งสอง
“นายท่านมู่เหลียง?!”
หยางปิงและลี่ลี่แสดงความเคารพทันที
“ผู้บุกรุกไปไหนแล้ว”
มู่เหลียงมองไปรอบๆ
ตอนที่เขากำลังทำงานอยู่ ก็สัมผัสได้ถึงการต่อสู้ และสัมผัสของเขาบอกว่าศัตรูไม่ได้แข็งแกร่งมาก
มู่เหลียงเลยคิดว่าด้วยความสามารถของหยางปิงและลี่ลี่คงจะจัดการได้
เพราะงั้นเขาถึงไม่ออกหน้าแต่แรก แต่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเสียสมาธิกับสัมผัสที่เปลี่ยนไประหว่างที่เกิดการต่อสู้กันอยู่
กลายเป็นว่าผู้บุกรุกครั้งนี้สามารถหลบหนีไปได้
“บินไปทางนั้นแล้ว”
ลี่ลี่ก้มหัวลงและพูดด้วยความรู้สึกที่อับอาย
“บินได้ด้วยสินะ”
มู่เหลียงเองก็รู้สึกประหลาดใจ
เขามองไปบนท้องฟ้า และไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของทั้งสองคนแล้ว ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งคู่บินออกจากอาณาเขตเมืองเต่าทมิฬไปแล้ว
และนี่คือสิ่งที่มู่เหลียงกังวลมาตลอด หากเจอกับศัตรูที่บินได้การป้องกันของเขาก็ไม่อาจจะรับมือได้
“นายท่านโปรดลงโทษพวกเราเถอะ”
หยางปิงก้มศีรษะลงทันที
ถ้าเธอลงมือเร็วกว่านี้ผู้บุกรุกคงไม่มีโอกาสที่จะหนี
“ค่อยมาคุยเรื่องบทลงโทษกันภายหลัง”
มู่เหลียงกล่าวพร้อมกับโบกมือด้วยท่าทางที่สุขุม
และมองดูสิ่งของที่ตกอยู่ ทั้งเสื้อ ผ้าและอาวุธ
“นี่อะไร ไข่งั้นหรอ?”
มู่เหลียงเห็นไข่ฟองหนึ่งเลยหยิบขึ้นมา
“น่าจะใช่นะ”
ลี่ลี่เมื่อเห็นก็พอจะรู้ว่ามันคืออะไร
“มันน่าจะเป็นไข่ของสัตว์อสูรสักอย่าง”
“งั้นก็เก็บไว้ก่อน”
มู่เหลียงเก็บไข่ที่ดูเหมือนใกล้จะฟักแล้วกลับไปด้วย เพราะสัตว์อสูรที่เกิดจากไข่นี้อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงใหม่ของเขาก็ได้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved