ตอนที่ 182

“มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมดเลย”

ดวงตาของซิไป่ฉีเบิกกว้าง กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า

“มันถูกปลูกมาอย่างดี ไม่มีร่องรอยของการเหี่ยวเฉาเลย”

มิอานั่งยองๆ ลงดูต้นไม้ใบหญ้าและลองใช้เงาขุดรากของต้นหญ้าขึ้นมาดู

เธอรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นว่าแม้แต่รากของต้นหญ้ายังอุดมสมบูรณ์มากกว่าต้นไม้ในดินแดนเขียวขจีเสียอีก

“ต้องรู้ให้ได้ว่า ทำไมต้นไม้ใบหญ้าที่นี่ถึงงอกงามแบบนี้”

มิอาไม่สามารถหยุดความอยากรู้อยากเห็นของเธอได้

แต่ในสถานการณ์ตอนนี้หากไม่ระวังตัวพวกเธอจะถูกจับได้ทันที

แคร็ก

เสียงของบางสิ่งเล็กๆ ดังขึ้นมา

หูแมวของมิอากระตุก เธอรู้ได้ทันทีว่ามันคือเสียงเหยียบใบไม้ที่แห้ง

เธอเหลือบมองไปทางซิไป่ฉีและเห็นว่าซิไป่ฉีไม่ได้ขยับตัว ดังนั้นมีเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิดเสียงได้

มิอาเข้าไปหาซิไป่ฉีอย่างใจเย็นและกระซิบเบาๆ

“เราไปตรงนั้นกันเถอะ”

“ได้”

ซิไป่ฉีพยักหน้า

มิอาเดินไปตามขอบของเนินสูง พร้อมกับซิไป่ฉีและทำเหมือนกับสำรวจพื้นที่รอบๆ

ก่อนที่มิอาเดินเข้ามาประชิดตัวซิไป่ฉี และเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะไปที่ปากของซิไป่ฉี

“เราถูกเจอตัวแล้ว เตรียมตัวหนี”

“.....”

รูม่านตาของซิไป่ฉีกลายเป็นสีแดงสดพร้อมกับพยักหน้ารับ ตอนนี้เธอไม่ปิดบังปีกของเธออีกต่อไป

ฟิ้วว!!

เสียงของบางสิ่งแหวกอากาศดังขึ้น

แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของมิอาทำให้เธอปัดสิ่งนั้นออกไปได้ ก่อนที่จะใช้เงาพันไว้รอบต้นไม้และดึงร่างของตัวเองหลบออกไป

เมื่อมิอาเคลื่อนไหว ซิไป่ฉีเองก็ตื่นตัวทันที

เธอดีดตัวออกจากพื้น และพุ่งไปหามิอาโดยที่หลบบางสิ่งที่ฟาดเข้ามาที่หลังของเธอ

หยางปิงถึงกับชักดาบออกมา เดิมทีเธอต้องการจะทำให้ทั้งคู่สลบ ไม่คิดว่าทั้งคู่จะตอบสนองเร็วแบบนี้

“....”

ลี่ลี่ที่ซัดหมัดออกไปก็ดึงมือกลับทันที ด้วยความประหลาดใจ

ทั้งคู่มองหน้ากันและเข้าใจได้ทันทีว่า ทั้งสองรู้ตัวและระวังตัวมาสักพักแล้ว ไม่งั้นทั้งสองคงไม่มีทางตอบสนองได้เร็วขนาดนี้

“ไม่เห็นใครเลย”

แววตาสีแดงของมิอามองเห็นแต่ความว่างเปล่า

“ฉันก็ไม่เห็น!”

ซิไป่ฉีพยักหน้า

“พวกมันคงมีความสามารถในการล่องหน”

มิอานึกถึงความสามารถของผู้ตื่นทันที

“งั้นเราจะบินหนีกัน”

ซิไป่ฉีกางปีกออกพร้อมกับกอดร่างของมิอา

ฟิ้ว!!

ประกายแสงเย็นยะเยือกปรากฏขึ้น

เงาที่ใต้เท้าของมิอาม้วนตัวก่อนที่จะปัดประกายแสงจากดาบ

ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปผลักซิไป่ฉีให้หลบบางสิ่งที่พุ่งเข้ามา ทำให้ซิไป่ฉีกระเด็นไปอย่างกระทันหัน

ตูม!!

หมัดของลี่ลี่กระแทกลงกับพื้น ทำให้เกิดหลุมขนาดเท่าหัวคน

“อยู่แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่!”

การโจมตีที่มองไม่เห็นนั้นทำให้มิอาหลบได้อย่างยากลำบาก

เธอมีพลังของผู้ตื่นแห่งเงา ควบคู่ไปกับการเป็นผู้กลายพันธ์ด้วย ทำให้เธอพอที่จะหลบการโจมตีได้หลายครั้ง

ไม่งั้นหากเป็นผู้มีพลังขั้น 5 ทั่วไปคงเสร็จตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกแล้ว

แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ตื่นขั้น 5 ที่มีพลังล่องหนแบบนี้ มิอาเองก็ตึงมือเหมือนกัน

“ให้ฉันสู้ด้วย!”

ซิไป่ฉียังไม่กล้าที่จะขยับตัวมากในตอนนี้ได้ตะโกนขึ้น

“ไม่!!! เธอต้องเป็นคนพาเราสองคนหนีออกไปจากที่นี่”

มิอาหลบการโจมตีอีกครั้งพร้อมกับพูดไปด้วย

“....”

ซิไป่ฉีกัดริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจ

“เตรียมพร้อมนะ!! ฉันจะซื้อเวลาให้!”

มิอาไม่กล้าที่จะช้าอีกต่อไป

ไม่งั้นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของเมืองเต่าทมิฬจะปรากฏตัวขึ้น และพวกเธอจะไม่มีโอกาสหลบหนีอีก

“ได้!”

มิอาเริ่มสะสมพลังของตัวเอง

“หอกพันเงา!”

มิอาตะโกน

เธอใช้กระบวนท่าอย่างสิ้นหวัง และเงาใต้เท้าของมิอาก็ได้พุ่งขึ้นมาจากพื้นเหมือนกับหนามหลายสิบแท่ง ไล่แทงผู้ที่กำลังไล่ล่าเธออยู่

แกร็งๆๆ

ประกายไฟสว่างวาบขึ้นหลายครั้ง

การโจมตีของมิอานั้นรุนแรง และเป็นวงกว้าง หยางปิงต้องใช้ดาบปัดออก และลี่ลี่ต้องใช้หมัดต่อยเบี่ยงวิถีออกไป

หากว่าทั้งคู่ไม่ได้สวมเกราะเอาไว้คงได้รับบาดแผลหลายแห่ง หรือไม่ก็ตัวเป็นรูไปแล้ว

“อ็อก!”

มิอาเหมือนกับสำลักหายใจไม่ทัน

นั้นเพราะเธอใช้พลังไปมากถึง 90 เปอร์เซ็น และเกือบจะทรุดลงกับพื้น

“มิอาของตกหมดแล้ว!”

ซิไป่ฉีพูดขึ้นเมื่อเห็นบางสิ่งตกอยู่ข้างเท้าของมิอา

แต่มิอากับตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

“อย่าสนใจ รีบพาฉันออกไปจากที่นี่เร็ว!”

พลังมิอานอกจากจะควบคุมเงาได้แล้ว เธอยังสามารถใช้เงาสร้างพื้นที่พิเศษติดตัวและเก็บของไว้ในเงาได้

แต่เพราะใช้พลังมากเกินไป ทำให้ของที่เก็บเอาไว้หลุดออกมา

“เข้าใจแล้ว!”

ซิไป๋ฉีสยายปีก พร้อมกับกอดร่างของมิอาเอาไว้ และพุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที

ฟิ้ววว!!

ก่อนไปมิอาได้ใช้พลังเงาที่มีทั้งหมดของเธอ เก็บสิ่งหนึ่งกลับมาจากของที่ตกอยู่นั้นคือภาพวาดของน้องสาว

เธอทำใจทิ้งทุกอย่างได้ แม้แต่ไข่อสูรจิตอัสนี แต่สิ่งเดียวที่เธอทำใจทิ้งไว้ไม่ได้คือภาพวาดของน้องสาวตัวเอง

พึ้บๆ

ซิไป่ฉีบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับมิอา และบินออกจากเมืองเต่าทมิฬอย่างรวดเร็ว

“ชิร์! ไม่ได้การแล้ว พวกมันหนีไปจนได้”

ลี่ลี่คลายพลังของเกราะออก และกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะเงยหน้ามองท้องฟ้า

“พวกนั้นแข็งแกร่งมาก”

หยางปิงก็คลายพลังของเกราะออก และมองดูท้องฟ้าทิศทางที่ทั้งสองหนีไป

ศัตรูครั้งนี้ปัดป้องการโจมตีของเธอได้ และไม่พอยังสวนการโจมตีที่รุนแรงกลับมาได้อีก

ทั้งคู่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งและว่องไวขนาดนี้

ตุบ!

มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆ หญิงสาวทั้งสอง

“นายท่านมู่เหลียง?!”

หยางปิงและลี่ลี่แสดงความเคารพทันที

“ผู้บุกรุกไปไหนแล้ว”

มู่เหลียงมองไปรอบๆ

ตอนที่เขากำลังทำงานอยู่ ก็สัมผัสได้ถึงการต่อสู้ และสัมผัสของเขาบอกว่าศัตรูไม่ได้แข็งแกร่งมาก

มู่เหลียงเลยคิดว่าด้วยความสามารถของหยางปิงและลี่ลี่คงจะจัดการได้

เพราะงั้นเขาถึงไม่ออกหน้าแต่แรก แต่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเสียสมาธิกับสัมผัสที่เปลี่ยนไประหว่างที่เกิดการต่อสู้กันอยู่

กลายเป็นว่าผู้บุกรุกครั้งนี้สามารถหลบหนีไปได้

“บินไปทางนั้นแล้ว”

ลี่ลี่ก้มหัวลงและพูดด้วยความรู้สึกที่อับอาย

“บินได้ด้วยสินะ”

มู่เหลียงเองก็รู้สึกประหลาดใจ

เขามองไปบนท้องฟ้า และไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของทั้งสองคนแล้ว ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งคู่บินออกจากอาณาเขตเมืองเต่าทมิฬไปแล้ว

และนี่คือสิ่งที่มู่เหลียงกังวลมาตลอด หากเจอกับศัตรูที่บินได้การป้องกันของเขาก็ไม่อาจจะรับมือได้

“นายท่านโปรดลงโทษพวกเราเถอะ”

หยางปิงก้มศีรษะลงทันที

ถ้าเธอลงมือเร็วกว่านี้ผู้บุกรุกคงไม่มีโอกาสที่จะหนี

“ค่อยมาคุยเรื่องบทลงโทษกันภายหลัง”

มู่เหลียงกล่าวพร้อมกับโบกมือด้วยท่าทางที่สุขุม

และมองดูสิ่งของที่ตกอยู่ ทั้งเสื้อ ผ้าและอาวุธ

“นี่อะไร ไข่งั้นหรอ?”

มู่เหลียงเห็นไข่ฟองหนึ่งเลยหยิบขึ้นมา

“น่าจะใช่นะ”

ลี่ลี่เมื่อเห็นก็พอจะรู้ว่ามันคืออะไร

“มันน่าจะเป็นไข่ของสัตว์อสูรสักอย่าง”

“งั้นก็เก็บไว้ก่อน”

มู่เหลียงเก็บไข่ที่ดูเหมือนใกล้จะฟักแล้วกลับไปด้วย เพราะสัตว์อสูรที่เกิดจากไข่นี้อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงใหม่ของเขาก็ได้