ตอนที่ 220

ฟิ้ววว

เวลานี้ถนนการค้าในเมืองเต่าทมิฬเต็มไปด้วยฝุ่นและทราย

“นี้ไงหอสามดวงดาว”

ตาซื่อหยุดลงงที่หน้าอาคารแห่งหนึ่งที่เขียนว่าหอสามดวงดาว

“เข้าไปดูกันเถอะ”

หวาเอ่อกังพูดขึ้นพร้อมกับรีบพาคณะพ่อค้าของเขาเข้าไปในอาคาร ทำให้หอสามดวงดาวเต็มไปด้วยผู้คน

แม่มดพันหน้าที่กำลังแอบหลับอยู่ที่เคาเตอร์โรงแรมถึงกับสะดุ้งตื่นและขยี้ตาหลายครั้ง

เธอเรียกสติกลับมา และเงยหน้าขึ้นมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า และถามด้วยน้ำเสียงที่ดูงัวเงีย

“ต้องการห้องพักทุกคนเลยไหมค่ะ”

“ใช่ขอหนึ่งห้องต่อหนึ่งคน”

หวาเอ่อกังเอาผลึกแก้วที่เขาเคยเอาไปจ่ายแลกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ออกมาวางตรงเคาเตอร์

“จะใช้สิ่งนี้จ่ายแทนหรอคะ?”

แม่มดพันหน้ามองไปยังหวาเอ่อกังและมองไปยังผลึกแก้วไป่หลิว

“ใช่ นี้คือไป่หลิว เป็นของที่ผู้ทรงอำนาจชอบสะสม”

หวาเอ่อกังพูดออกมาด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย

เขายังไม่ยอมแพ้ที่จะใช้ไป่หลิวในการแลกเปลี่ยน เพราะมันอาจจะมีสักที่ที่ยอมรับไป่หลิวของเขา

แม่มดพันหน้าผลักผลึกแก้วคืนไปทางหวาเอ่อกังและพูดอย่างใจเย็น

“ต้องขออภัยด้วย เรารับแต่ผลึกสัตว์อสูรเท่านั้น”

เมื่อสิบนาทีที่แล้วหยู่เฟ่ยหยานได้เข้ามาและบอกเรื่องนี้กับเธอแล้ว

นอกจากผลึกสัตว์อสูรแล้ว ห้ามรับอย่างอื่นอีก หากต้องการสิ่งอื่นมาแลกเปลี่ยนต้องเอากลับไปตรวจสอบที่หอสมบัติก่อน

“อะ..อืม เข้าใจแล้ว”

หวาเอ่อกังมุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่จะเก็บผลึกแก้วกลับไปอย่างเสียหน้า

“หอสามดวงดาวมีห้องพักสามแบบคือ ต่ำ ทั่วไป และดีที่สุด”

แม่มดพันหน้าชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วและไล่ตัวเลือกให้ฟัง

“ห้องต่ำสุดราคาอยู่ที่ 10 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับทั่วไปต่อ 1 คืน………แล้วก็ห้องดีที่สุดราคา 10 ผลึกชั้นต้นระดับสุดยอด”

แม่มดพันหน้ากล่าวอย่างช่ำชอง และถามต่อด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการห้องพักแบบไหนค่ะ”

“.....”

ทั้งโถงต้อนรับเงียบกริบไปสามวินาที มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านช่องประตูเข้ามาเท่านั้น

ร้านเถื่อน….

นี้คือสิ่งที่ทุกคนคิดอยู่ภายในใจ

“ฮะๆ น้องสาวไม่มีห้องที่ถูกกว่านี้แล้วงั้นหรอ”

หนึ่งในกลุ่มพ่อค้าพูดขึ้นอย่างติดตลก

“ไม่”

แม่มดพันหน้าส่ายหัว

มีพ่อค้าอีกคนถามต่อ

“ถ้างั้นพวกเราขอพักหลบลมที่พื้นที่ตรงนี้ได้ไหม”

“ไม่ได้”

แม่มดพันหน้าส่ายหัวและพูดอย่างเก็บความรู้สึก

“ถ้าหากไม่เปิดห้องพักที่นี่ ทุกคนคงต้องออกไปค้างพักคืนที่ด้านนอก”

“....”

สีหน้าของพ่อค้าที่ถามถึงกับสั่นสะท้าน

“งั้นหัวหน้าพักห้องที่ดีที่สุดเถอะ พวกเราจะอยู่ห้องต่ำสุดเอง”

พ่อค้าคนอื่นๆ เริ่มพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว

“......”

สีหน้าของหวาเอ่อกังถึงกับเคร่งเครียดขึ้นมา ทำไมหัวหน้าจะต้องอยู่ดีที่สุดด้วย?

“งั้นแสดงบัตรผ่านพร้อมกับชำระค่าที่พักด้วยค่ะ”

แม่มดพันหน้าเอาสมุดจดบันทึกออกมากางบนโต๊ะพร้อมกับแท่งไม้ปากกากับหมึก

“คืองี้ จะเป็นอะไรไหมถ้าหนึ่งห้องจะนอนค้างสองคน?”

พ่อค้าอีกคนถามขึ้นอย่างเขินอาย

“ได้ค่ะ หนึ่งห้องสามารถนอนค้างได้ถึงสองคน”

แม่มดพันหน้าพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

“งั้นเรานอนด้วยกันคืนนี้”

“ใช่ๆ เรามาหารค่าที่พักกันดีกว่า ขอนอนด้วยแล้วกัน”

“ได้ๆ”

……

กลุ่มพ่อค้าเริ่มจับคู่กัน หลังจากที่ได้ยินคำตอบจากแม่มดพันหน้า

เธอมองไปยังหวาเอ่อกังและเข้าใจได้ทันทีว่าคนผู้นี้คือหัวหน้าของกลุ่มและถามขึ้น

“ต้องการห้องพักดีที่สุดไหมค่ะ?”

“....”

หวาเอ่อกังนั้นถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เขาเองก็อยากจะเลือกห้องต่ำสุดหรือทั่วไป แต่เรื่องศักดิ์ศรีมันค้ำคอเขา

หวาเอ่อกังพยักหน้าอย่างหนักแน่น และพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

“ถ้างั้น…ข…ขอห้องดีที่สุดให้ด้วย”

ตาซื่อถึงกับกลั้นขำ แต่อยู่ๆ ก็มีมืออันหยาบและกร้านกดลงที่ไหลของตาซื่อ

พร้อมกับหวาเอ่อกังที่พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

“งั้นคืนนี้ รองหัวหน้าก็มานอนกับฉันแล้วกันเรามีเรื่องที่ต้องปรึกษากันคืนนี้”

“...อะ…คือว่า…”

ตาซือแทบจะพูดออกมาทันทีว่าไม่ต้องการ

แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ข่มขู่ของหวาเอ่อกังแล้ว เขาจึงเปลี่ยนคำพูดไปทันที

“ชะช ใช่ผมไปนอนด้วย”

“งั้นส่งบัตรผ่านมาพร้อมกับชำระค่าที่พักด้วยค่ะ”

แม่มดพันหน้าไม่ได้สนใจว่าทั้งสองจะมีปฏิกริยาอะไรต่อกัน ขอแค่พวกเขาจ่ายค่าที่พักก็พอ

“รับ”

หวาเอ่อกังหยิบผลึกสัตว์อสูรออกมาครึ่งหนึ่งของราคาห้องลงบนโต๊ะ

ตาซื่อเอาผลึกสัตว์อสูรของตัวเองออกมาจ่ายให้เต็มจำนวนค่าห้อง ด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด

ด้วยความแข็งแกร่งของทั้งคู่การหาผลึกสัตว์อสูรระดับนี้ไม่ใช่เรื่องยาก

แต่การใช้ผลึกสัตว์อสูรมากขนาดนี้เพื่อจ่ายค่าที่พักคืนเดียวมันก็ทำให้พวกเขาจุกไม่น้อย

แม่มดพันหน้ารับผลึกมาและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะจัดเก็บ

และก้มลงไปเขียนลงในสมุดบันทึกพร้อมกับพูดขึ้นมา

“รอสักครู่นะค่ะ เดี๋ยวจะพาไปห้องพัก”

เมื่อแม่มดพันหน้าจดบันทึกเสร็จแล้ว ก็เดินนำขึ้นไปบนชั้นบนของหอสามดวงดาว โดยมีหวาเอ่อกังกับตาซื่อตามไปติดๆ

ทั้งหมดขึ้นมาที่ชั้นสาม โดยแม่มดพันหน้ายืนอยู่หน้าประตูห้องแรก พร้อมกับหยิบกุญแจออกมาไขประตู

เมื่อเปิดเข้ามาในห้องสิ่งที่เห็นคือห้องนอนสองห้อง พร้อมกับห้องนั่งเล่นหนึ่งห้อง และหนึ่งห้องน้ำในตัว

“นี่คือห้องของคุณลูกค้า หากต้องการอะไรเพิ่มเติมให้มาหาฉันที่ชั้นหนึ่ง”

แม่มดพันหน้ากล่าวพร้อมกับยื่นกุญแจให้กับทั้งสอง

จากนั้นเธอก็รีบกลับลงไปชั้นหนึ่งเพื่อไปรับลูกค้าคนอื่น

คืนนี้เธอจะได้แต้มสะสมจำนวนมากเพราะมีลูกค้าเต็มไปหมด

ปัง…

เสียงประตูห้องปิดลงโดยตาซื่อเป็นคนปิด

ทั้งสองถึงกับตะลึงไปกับการตกแต่งภายในห้องที่หรูหรา พื้นทำมาจากไม้ที่ขัดจนเรียบสวย ผนังก็ทำมาจากไม้มีหนังสัตว์ตกแต่ง พร้อมกับงานแกะสลักที่งดงาม

“ถือว่าผลึกสัตว์อสูรที่จ่ายไปคุ้มค่าแล้ว”

หวาเอ่อกังถึงกับอึ้งจนอุทานออกมา

เขาเห็นห้องน้ำที่สะอาดสะอานมากๆ มีถังน้ำใบใหญ่ถึงสองใบ

มีอ่างน้ำขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ และมีป้ายแขวนเขียนไว้ข้างๆ อ่างว่าหากต้องการน้ำอุ่นให้แจ้งพนักงานที่ชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ภายในห้องยังมีแมลงเต่าทองให้แสงสว่างอีก

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

“ใคร”

ตาซื่อถามขึ้น

“ฉันเองค่ะ”

เสียงของแม่มดพันหน้าพูดขึ้น

ตาซื่อเดินไปเปิดประตูห้อง

ที่ด้านนอกแม่มดพันหน้ากำลังถือถาดไม้ที่มีเนื้อย่างสองชิ้นเล็กๆ พร้อมกับถ้วยที่ใส่ซุปมาสองถ้วย

“นี่คืออาหารบริการให้กับลูกค้าที่พักห้องดีสุดค่ะ”

แม่มดพันหน้ายิ้มสู้แขก

“มีน้ำกับอาหารให้ด้วยงั้นหรอ?”

ตาซื่อถึงกับตกใจ

“ใช่ค่ะ นี้เป็นเนื้อสดปรุงใหม่”

แม่มดพันหน้ายื่นถาดไม้ส่งให้กับตาซื่อและหันหลังเดินจากไป

“พวกเขาทำอาหารจากเนื้อสดให้เราด้วย แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้ว”

ทั้งตาซื่อและหวาเอ่อกังนั้นมองหน้ากันและรู้สึกว่าห้องพักราคานี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน

“กลิ่นเนื้อหอมมาก ดูน่าอร่อย”

เนื้อย่างชิ้นพอประมาณสองชิ้น ที่สามารถกินหมดได้ในสองสามคำ

“เนื้อย่างนี้หมักมาดีมาก ดีกว่าเนื้อย่างที่เคยกินที่ไหนมาเสียอีก”

ตาซื่อแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“พรุ่งนี้ฉันจะไปถามดูว่าจะหาซื้อเครื่องเทศหมักได้ที่ไหน”

หวาเอ่อกังยิ้มและพูดต่อ

“ใช่เป็นความคิดที่ดี”

ตาซื่อพยักหน้าเห็นด้วย

……

รุ่งเช้าของวันใหม่ก็มาถึง

หวาเอ่อกังและตาซื่ออยู่ในสภาพที่อิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก เขาเดินลงมาจากชั้นบนจนมาถึงโถงต้อนรับ และเห็นแม่มดพันหน้านั่งอยู่

เธอกำลังตะไบเล็บอย่างสบายอารมณ์

แม่มดพันหน้ารับรู้ถึงการมาของทั้งสอง จึงเงยหน้าขึ้นทักทายทันที

“อรุณสวัสดิ์คุณลูกค้า ไม่ทราบว่าเมื่อคืนพักสบายดีไหมค่ะ”

ทั้งสองคนนี้คือลูกค้ารายใหญ่ของเธอ และไม่สามารถที่จะทำตัวแย่ๆ ใส่ได้ เพราะทั้งคู่คือผู้สร้างรายได้ใหญ่ให้กับเธอ

“ใช่ นอนหลับสบายมากเลย”

วันนี้หวาเอ่อกังอารมณ์ดีกว่าปกติ นั้นเพราะเขาได้นอนหลับสบายอย่างมากเมื่อคืน

“ด้วยความยินดีค่ะ”

แม่มดพันหน้าตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

“ว่าแต่นะ เครื่องเทศที่ใช้หมักเนื้อย่างเมื่อคืน หาซื้อได้ที่ไหนหรอ?”

ตาซื่ออดไม่ได้ที่จะถาม

แม่มดพันหน้าวางตะไบเล็บลงและชี้ไปยังทิศทางหนึ่งและพูดขึ้น

“สามารถหาซื้อเครื่องเทศได้ที่หอสมบัติ”

หอสมบัติเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่มู่เหลียงสร้างขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และตรงตามชื่อของมัน มันจะเป็นที่ซื้อขายของมีมูลค่าหรือสมบัติ

“ขอบคุณ”

ตาซื่อตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม

“แล้วพอจะรู้ไหมว่าที่ไหนขายแมลงเต่าทองบ้าง”

หวาเอ่อกังถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย ราวกับไม่อยากให้ใครได้ยิน

“ที่หอสมบัติเหมือนกันค่ะ ที่นั้นมีหลายสิ่งให้เลือกซื้อ”

แม่มดพันหน้าแนะนำ

“ที่นั้นไม่เพียงแต่แมลงเต่าทองเท่านั้น ยังมีของอีกหลายอย่างให้ไปเลือกชมซึ่งลูกค้าเข้าไปเลือกชมได้”

“แล้วหอสมบัติอยู่ที่ไหน”

ตาซื่อฟังและคิดถามก่อนที่จะถามถึงที่ตั้งของสถานที่

“ออกจากหอสามดวงดาวไปแล้วเลี้ยวขวาค่ะ”

แม่มดพันหน้าผายมือบอกทาง

เมื่อวานเธอแอบไปหอสมบัติมาเพื่อดูว่ามีอะไรขายบ้าง มีสิ่งของหลายอย่างที่เธออยากได้แต่ยังไม่มีปัญญาซื้อตอนนี้

“งั้นมีอีกคำถาม ฉันจะเอาหนังสัตว์และชิ้นส่วนสัตว์อสูรไปขายได้ที่ไหน”

ตาซื่อคิดถึงสิ่งของที่พวกเขาแบกมาด้วย

“เช่นเดียวกันสามารถเอาไปขายที่หอสมบัติซึ่งพวกมันจะถูกแลกเปลี่ยนเป็นผลึกสัตว์อสูร”

แม่มดพันหน้ายังแนะนำต่อไป

แววตาของตาซื่อและหวาเอ่อกังสว่างขึ้นมาทันที และมีแผนในใจก่อนที่จะเตรียมตัวไปยังหอสมบัติเพื่อแลกเปลี่ยน