ตอนที่ 64

“เอ๋ ท่านมู่….ท่านกำลังทำอะไรกับป้าคนนั้น”

มินโฮที่พึ่งออกมาก็เอ่ยปากถามขึ้นทันที และใช้คำพูดจู่โจมหยูจู

“ปะ—ปะป้างั้นหรอ??”

สีหน้าอันทรงเสน่ห์ของหยูจูนั้นแข็งขึ้นมาทันที ราวกับว่าหัวใจของเธอถูกลูกศรที่สลักคำว่าป้าปักเข้าเต็มลำ

เธอหันหน้าไปทางมินโฮพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ใจจริงกับอยากดึงหูกระต่ายนั้นเหลือเกิน

“แม่ฉันบาดเจ็บ เลยให้มู่เหลียงอุ้มไปส่ง”

หยูเฟ่ยหยายนั้นรีบอธิบายให้มินโฮฟังอย่างรวดเร็วทันที พร้อมกับขยิบตาให้มินโฮเพื่อบอกอะไรสักอย่าง

หยูเฟ่ยหยานนั้นรู้ว่าแม่ของตัวเองค่อนข้างเครียดกับอายุของเธอ และกลัวคำว่าป้าจะฝั่งลึกข้าไปในหัวของมินโฮ

“เอ๋ แล้วท่านป้าบาดเจ็บสาหัสหรอคะ”

มินโฮถามด้วยแววตาไร้เดียงสา

“สาวน้อย…คือเรียกฉันว่าหยูจูก็ได้ ไม่ก็พี่สาวหยูดีกว่านะ”

หยูจูยิ้มอย่างฝืนๆ ราวกับกำลังเตือนมินโฮด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“คือเวลาถูกเรียกป้าบ่อยๆ แล้วฉันดูเป็นคนแก่ขึ้นมาเลย”

“แต่…”

ตอนนั้นเองที่แววตาของมินโฮนั้นฉายออกถึงความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู๋

“อะแฮ่ม….หยูเฟ่ยหยาน นำทางด้วย”

มุมปากของมู่เหลียงกระตุกเล็กน้อย และมองไปยังมือของหยูจูที่จิกแขนเสื้ของเขาไว้แน่น

หากว่าปล่อยให้มินโฮพูดต่อมีหวังหยูจูคงได้เจ็บช้ำทางใจอย่างแน่

“ได้ เดี๋ยวนำทางให้”

หยูเฟ่ยหยานรีบพุ่งตัวออกไป และนำทางทันที

มู่เหลียงอุ้มหยูจูในท่าเจ้าหญิง ในขณะที่ด้านหลังของเขามีเด็กสาวสองคนเดินตามรั้งท้าย

“มินโฮ ตอนนี้เธอดูใจกล้าขึ้นเยอะเลยนะ”

ลี่เยว่ที่เดินข้างๆ ออกปากชมมินโฮด้วยความแปลกใจ

ก่อนที่จะถามอีกคำถาม

“ทำไมเธอถึงไม่ประหม่าหรืออายแล้วล่ะ”

“พอเห็นมู่เหลียงกอดนังป้านั่น มันทำให้ฉันหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก”

มินโฮเบะปากตอบกลับมาอย่างว่องไว ความรู้สึกหมั่นใส้ของเธอได้ชนะความอายของเธออย่างขาดลอย

เธอนั้นรู้จักมู่เหลียงนานที่สุดในกลุ่ม แต่เขายังไม่เคยอุ้มเธอแบบนี้เลย

“มันก็จริง…มันน่าหมั่นไส้นิดๆ”

ลี่เยว่พูดขึ้นก่อนที่จะมองไปยังแผ่นหลังของมู่เหลียง

เมื่อมองเธอก็ยิ่งอารมณ์เสีย

“เฮ้…ดูท่าจะมีอะไรสนุกๆ ทำแล้วสิ”

หยูจูแสยะยิ้มออกมา

ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ ทำให้ประสาทสัมผัสรับเสียงของเธอนั้นดีพอที่จะรู้ว่าเด็กสาวทั้งสองพูดคุยอะไรกัน

หยูจูหันหน้าไปหาสองสาว และยิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับกระพริบตาสีฟ้าของเธออย่างยียวนไปทางเด็กสาวทั้งสอง

ถูกต้องแล้วเธอกำลังแก้แค้นที่มินโฮมาเรียกเธอว่าป้า

“นังนี้…มันกวนประสาทชะมัด!”

มินโฮแก้มป่องเหมือนกับกระรอก

“ใช่ยัยแก่บ้า!!”

ลี่เยว่นั้นได้แต่กัดฟันด้วยความอดกลั้น

“ยัยแก่?”

หยูจูนั้นรู้สึกโกรธจนหางตากระตุกทันที ก่อนที่จะนึกแผนดีๆ ขึ้นได้

เธออ้าปากพูดเป็นคำๆ ให้ทั้งสองเข้าใจได้ และได้พูดว่า ฉันกำลังถูกมู่เหลียงอุ้มอยู่ พวกเธออิจฉาฉันไหม? จริงสิพวกเธอคงไม่เคยถูกอุ้มแบบนี้มาก่อน

ทั้งสองนั้นอ่านปากของหยูจูออกได้ในไม่กี่วินาที

มินโฮและลี่เยว่นั้นรู้แล้วว่าหยูจูนั้นพูดว่าอะไร

“ยัยป้านั้นกำลังกวนประสาทพวกเรา ถ้าหากว่าเธอมีแรงแกล้งเราแบบนี้ แปลว่าเธอมีแรงที่จะเดินเอง ฉันจะไปบอกมู่เหลียง”

มินโฮโกรธมากจนหูกระต่ายของเธอตั้งตรงเป็นรูปตัว V และกำลังจะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความโกรธ

“ไม่…เขาเดินไม่ไหวจริงๆ”

ลี่เยว่ดึงแขนของมินโฮเอาไว้

เธอมองไปยังหยูจูด้วยสายตาแปลกๆ และไม่คิดว่าคนที่เป็นถึงนายหัวของกลุ่มจะมีนิสัยเหมือนเด็กแบบนี้

“ฮึ!”

หยูจูพ่นลมหายใจออกมาราวกับว่าเป็นผู้ได้รับชัยชนะ เมื่อเห็นสายตาที่ทั้งสองมองมา

“เป็นอะไร เจ็บแผลงั้นหรอ”

มู่เหลียงแกล้งทำเป็นถาม และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสิ่งที่หยูจูทำ

“ไม่ ฉันสบายดี”

ร่อยรองของความตื่นเต้นฉายขึ้นบนใบหน้าของหยูจูอย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะแกล้งส่ายหัวและซบอก

ของมู่เหลียง

“ถ้าเจ็บบอกได้ ฉันจะได้เดินให้ช้าลง”

มู่เหลียงพูดอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับดวงตาของเขาที่ฉายออกถึงรอยยิ้ม

“ไม่ต้องหรอก”

หยูจูส่ายหัวอย่างรวดเร็ว และหยุดแกล้งสองสาวทันที

“นังตัวแสบนั่น!!!”

มินโฮนั้นโมโหมากจนถึงกับขั้นดึงหูตัวเอง

“อดทนไว้ พรุ่งนี้เราก็จะไปจากที่นี่แล้ว”

ลี่เยว่ตบไหล่ของมินโฮเบาๆ และมองด้วยสายตาที่อยากจะถามว่า เธอดึงหูตัวเองแบบนั้นไม่เจ็บบ้างหรอ

“อือ!!”

มินโฮพยักหน้าด้วยความขุ่นเคือง

มินโฮผู้ไร้เดียงสาได้พ่ายแพ้ให้กับลูกเล่นของหยูจูเป็นครั้งแรก

ตลอดทางที่เดินทีมนักล่านั้นคอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง และส่งพวกมู่เหลียงจนถึงบ้านของหยูจู

“วางแม่ฉันลงบนเตียงนี้”

หยูเฟ่ยหยานนั้นพาทุกคนเข้าไปในห้องนอนของแม่เธอ

“ได้”

มู่เหลียงค่อยๆ วางร่างของหยูจูลงอย่างแผ่วเบา

“ท่านแม่ รู้สึกเช่นไรบ้าง”

หยูเฟ่ยหยานถามด้วยความเป็นห่วง

โดยที่หยูเฟ่ยหยานไม่รู้เลยว่าแม่ของเธอนั้นมีแรงพอที่จะแกล้งสองสาวที่ติดตามมู่เหลียงมาด้วย

“เราออกไปก่อนเถอะ”

มู่เหลียงพูดขึ้นก่อนที่จะพาทั้งสองสาวออกไป ให้หยูจูทำแผลก่อน

“อือ”

มินโฮพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

แต่ก่อนเธอจะเดินออกไปได้หันกลับมาแลบลิ้นใส่หยูจู

“ฮะๆ น่ารักจริงๆ เด็กสาวคนนี้”

หยูจูมองด้วยสายตาที่เย็นชา แต่ก็รู้สึกชอบใจ

แล้ววินาทีต่อจากนั้นคือความเจ็บปวดแสนสาหัส

“ซี้ด…..เจ็บ”

หยูจูร้องขึ้นขณะที่ลูกสาวทำแผลให้

“แม่เจ็บขนาดนี้ ยังมีหน้ามาหัวเราะได้อีก”

หยูเฟ่ยหยานไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ของเธอถึงทำแบบนี้

เธอเอามือไปแตะที่หน้าผากของหยูจู และพูดขึ้นว่า

“วันนี้แม่ได้รับบาดเจ็บที่หัวรึป่าว ทำไมวันนี้แม่ทำตัวแปลกๆ”

ที่จริงหยูจูนั้นเคยบาดเจ็บอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิมในสายตาของหยูเฟ่ยหยาน

“ลูกสาว….ลูกรังเกียจที่มีแม่แก่ๆ แบบนี้รึป่าว”

หยูจูแกล้งทำเป็นเศร้าและบีบน้ำตา

“พอเถอะแม่! ฉันไม่หลงกลแม่หรอกนะ”

หยูเฟ่ยหยานนั้นเบ้ปากด้วยความเอือมระอา

แม่ของเธอแกล้งเธอแบบนี้ตั้งแต่เธออายุ 14 จนตอนนี้เธออายุ 17 แล้ว เธอไม่หลงกลลูกไม้เดิมๆ อีกต่อไป

“ชิ!! หมดสนุกหมดเลย”

หยูจูเลิกบีบน้ำตา และเม้มปากอย่างเบื่อหน่าย

“สนุก?”

มุมปากของหยูเฟ่ยหยานนั้นกระตุกขึ้นมาทันที

ก่อนที่จะอดไม่ได้ที่จะทำแผลด้วยน้ำหนักมือที่เพิ่มขึ้น

“โอ๊ย!! นังลูกงี่เง่าหากว่ายังไม่เบามือให้มากกว่านี้ แม่เองก็จะทนไม่ไหวแล้วนะ”

หยูจูนั้นบ่นออกมาด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด

“ก็ดีแล้วนิ ถ้ายังเจ็บอยู่ก็แปลว่าท่านแม่ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก”

แววตาของหยูเฟ่ยหยานนั้นฉายออกถึงความหงุดหงิดเล็กๆ แต่ก็ดูเศร้ามากกว่า

แต่เธอก็ไม่หยุดที่จะจิกกัดแม่ของเธอเอง

“ท่านแม่ บางครั้งหนูก็สงสัยเหมือนกันนะ เหมือนแม่เป็นพี่สาวของหนูมากกว่า”

“พูดอะไรแบบนั้นกันเล่า”

หยูจูกระแอ่มออกมาเบาๆ ด้วยความเขินอาย

เธอจ้องมองหยูเฟ่ยหยานอยู่เงียบๆ และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และคิดในใจว่า

นังเด็กดื้อ…หนี้ที่พี่สาวฉันทำเอาไว้เธอก็ต้องชดใช้บ้าง

ผู้หญิงที่ไม่เคยมีความรักและแต่งงานมาก่อนกลับมีลูกสาวหนึ่งคน

นั้นเพราะพี่สาวฝาแฝดของเธอที่กำลังไล่ตามหาความจริงอะไรสักอย่าง และทิ้งลูกสาวเอาไว้ให้กับเธอแล้วหนีหายไป

แต่จะบ่นอะไรได้ลูกของพี่สาวก็เหมือนลูกของเธอแล้วในตอนนี้

“หนูถึงถามไง เพราะอยากรู้จริงๆ”

หยูเฟ่ยหยานนั้นพันผ้าพันแผลอย่างเบามือ และเปลี่ยนเสื้อให้หยูจูใหม่

“ไม่หรอก แม่แค่กลัวว่าลูกจะเบื่อเวลาอยู่กับแม่เท่านั้นเอง”

แต่แววตาของหยูจูกลับมองไปรอบๆ ราวกับหลบสายตา

จะให้พูดได้ไงว่าเวลาที่เธอเบื่อๆ การได้เห็นหน้ากลมๆ ของหยูเฟ่ยหยานแล้วจะหมั่นเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูกและอย่าจะแกล้งทุกครั้ง

“ฮึ หนูไม่เคยเบื่อเลยเวลาอยู่กับท่านแม่”

หยูเฟ่ยหยานนั้นพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน

กลายเป็นว่าหยู่เฟ่ยหยานเข้าใจว่าที่แม่ของเธอแกล้งเธอบ่อยๆ เพราะกลัวเธอเหงานั้นเอง

“ให้มู่เหลียงเข้ามา แม่มีเรื่องต้องคุยกับเขา”

หยูจูนั้นพูดด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง และฟื้นคืนความเป็นสตรีสูงศักดิ์

“ได้”

หยูเฟ่ยหยานนั้นตรวบดูแผลอีกรอบ ก่อนที่จะเดินออกไปเรียกหามู่เหลียง

ไม่นาน มู่เหลียงก็เดินเข้ามาพร้อมกับสองสาว

สิ่งที่มู่เหลียงเห็นคือหยูจูที่หน้าตาซีดเซียวนอนอยู่บนเตียง ทำให้เขาคิดถึงนางเอกละครขี้โรค

ในเวลานี้หยูจูนั้นเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว ทำให้เธอไม่อายหรือเขินอีกต่อไป

“ทำให้นายท่านมู่เหลียงมาเห็นสภาพที่น่าอับอายของฉันเสียแล้ว”

หยูจูนั้นพูดด้วยท่าทางที่สง่าและดูใจกว้าง เธอเม้มริมฝีปากที่ซีดๆ ของเธอและกล่าวต่อ

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่าง”

“ยินดี มันอยู่ในความรับผิดชอบของฉันอยู่แล้ว”

มู่เหลียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก

เขามาคิดได้ว่าที่เซียฮูมาที่นี่ ก็เพราะมาตามหาเขา

แต่บังเอิญกลายเป็นหยูจูที่รับดาบแทนเขา

“ความรับผิดชอบ?”

หยูจูนั้นเลิกคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะพูดอย่างอ่อนแรง

“นายท่านมู่เหลียง ท่านอยากจะทำข้อตกลงกับฉันไหม”

“ถ้าท่านหยูจูจะให้ฉันแต่งงานกับหยูเฟ่ยหยานนั้นเลิกล้อเล่นเถิด”

มู่เหลียงดักหยูจูไว้ก่อน ไม่ปล่อยให้หยูจูสร้างความได้เปรียบในการสนทนานี้

“อะไร!! ทำไมดูเหมือนว่าจะไม่มีใครต้องการฉันเลย…”

หยูเฟ่ยหยานนั้นกระทืบเท้าเบาๆ ด้วยความโมโห และไม่พอใจอย่างมาก

“ทำไมแต่งกับฉันแล้วมันจะทำไม ฉันไม่ดี ฉันไม่สวยงั้นหรอ”

ลี่เยว่กับมินโฮนั้นมองหน้ากันแม้จะไม่พูดออกมาแต่ในใจทั้งคู่นั้นร้องตะโกนว่า ถูกต้อง!

“เหออ…ฉันเองก็ไม่ได้อยากพูดเช่นนี้เลย แต่เป็นไปได้ไหมว่านายท่านมู่เหลียงจะพอชอบพอลูกสาวทึ่มๆ ของฉันได้”

หยูจูนั้นหรี่ตาลง และมองไปยังมู่เหลี่ยงและหยูเฟ่ยหยานและทำท่าพิจารณาอย่างละเอียด

ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างแผ่วเบา และพูดออกมาอย่างไร้กำลัง

“ดูสิ…เธอสองคนดูเข้าคู่กันจะตายไป”

ฮึ!!

ลี่เยว่นั้นยกนิ้วโป้งให้กับมินโฮภายในใจกับการ พ่นลมหายใจขัดจังหวะ

“อย่างงั้นเองหรอกหรอ…”

หยูเฟ่ยหยานนั้นพยักหน้าหงึกๆ ราวกับเห็นด้วย

“เอ๋.”

มุมปากของหยูจูนั้นกระตุกขึ้น แสดงให้เห็นถึงรอยยิ้มที่แข็งกระด้างของเธอ พร้อมกับคิดในใจว่า

โถ้ไอ้ลูกโง่!! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ็บแผล แม่จะลุกขึ้นไปทุบตีให้นอนหมอบกับพื้นเลย

“อะแฮ่ม…หยูจู บอกมาสักทีเถอะว่าข้อตกลงที่ว่านั้นคืออะไร”

มู่เหลียงเปลี่ยนเรื่องทันที

หากปล่อยให้หยูจูเล่นแบบนี้ต่อไปสองสาวที่อยู่ข้างๆ เขาได้ระเบิดแน่