ตอนที่ 62

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

“มู่เหลียงนี้นายคิดจะแต่งกับสาวผมแดงนั่นจริงๆ งั้นหรอ?!”

มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับเอามือทาบหน้าอกและก้มมองดู ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

ในสายตาของเธอหยูเฟ่ยหยานนั้นพึ่งจะเจอกับมู่เหลียงไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำ ไหนมู่เหลียงถึงต้องการแต่งกับเธอด้วย

มินโฮนั้นก้มหัวลงจนคางนั้นติดกับอกเธอก้มมองจนเห็นเท้าของเธอได้ ซึ่งมันทำให้รู้ว่าหน้าอกของเธอมันเล็กแค่ไหน

เธอหวังว่าอีกไม่กี่ปีมันจะโตขึ้น

“หึ…”

ลี่เยว่ถอดหน้ากากโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ และเดินไปรอบๆ พร้อมกับฮัมเป็นจังหวะ ก่อนที่จะจ้องเขม็งใส่มู่เหลียงด้วยสายตาที่เย็นชา พร้อมกับมือที่ทาบอกเหมือนกัน

เธอนั้นรู้จักมู่เหลียงเร็วกว่าสาวผมแดงนั้นเป็นไหนๆ….ลี่เยว่นั้นคงไม่ยอมที่จะให้ใครมาคว้าผลของชัยชนะไปจากเธอได้แน่

“เดี๋ยว เดี๋ยว นี้แม่นางน้อยในบ้านของฉันกำลังหึงรึไง?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

“ดูท่าฉันคงต้องทำอะไรที่ชัดเจนแล้วสิ”

“อะไร…ใครหึงนายกัน!”

ลี่เยว่รีบสวมหน้ากากทันที เพื่อปิดบังใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ

“หง…หึงอะไร ฉันไม่สนใจหรอก”

มินโฮพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง

มู่เหลียงเลยพยายามที่จะเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อย

“หึ หึ หึ”

มู่เหลียงทำเสียงไอในลำคอ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหามินโฮที่ทำแก้มป่องอย่างน่าเอ็นดู

เขาขยับเข้าไปใกล้ๆ เรื่อยๆ พร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก

“มู่ มู่ มู่เหลียง…นายคิดจะทำอะไร”

มินโฮถอยหลังครูดด้วยความกลัว พร้อมกับอ้าปากค้าง

“มู่เหลียง มินโฮยังเด็กเกินไปที่จะทำเรื่อง……”

ลี่เยว่เข้ามาขวางหน้ามู่เหลียงเอาไว้ พร้อมกับกางแขนออกกันตัวมินโฮ

“เด็กเกินไป?”

มู่เหลียงผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไป เพราะเริ่มนึกอะไรได้

“นาย นายคงจะไม่…”

ลี่เยว่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย กว่าที่จะพูดออกมา

“ลี่เยว่เธอคิดอะไรของเธออยู่? ฉันก็แค่จะมาสั่งสอนด้วยการจี้จุดเท่านั้น ก็แค่จี้จุด?”

มู่เหลียงยื่นมือออกไป และจี้ไปที่รักแร้ของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

“ฮ่าๆๆ”

ลี่เยว่นั้นถึงกับหัวเราะออกมาโดยที่่ไม่สามารถห้ามตัวเองได้ เธอถูกมู่เหลียงจัํกจี้จนหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลไปหมด และบิดตัวไปมาเพื่อหลบมือของมู่เหลียง

“เอ๊?”

มินโฮนั้นมองว่าทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันแน่

และมันช่างเป็นการทรมานที่น่ากลัวมาก ลี่เยว่รับเคราะห์แทนเธองั้นหรอ ทำไมเขาถึงไม่ทำเธอก่อนคนแรก?

ตูม!

ทันใดประตูห้องก็ถูกถีบออก

บรรยากาศที่ดูสนุกสนานก็พลันหายไปทันที

เฉียวหูนั้นลดเท้าลง และมองเข้ามาในห้องก็เห็นว่ามีชายคนหนึ่งกำลังยื่นมือไปจับที่อกของเด็กสาวที่สวมหน้ากากอยู่

เขาหรี่ตาลงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก

“ไอหัวขโมย ดูมีความสุขดีนะ!”

“ไม่ๆ นายกำลังเข้าใจอะไรผิด เธอแค่คันแล้วฉันเกาให้เฉยๆ

มู่เหลียงปล่อยมือด้วยความรู้สึกผิด

เป็นอีกครั้งที่มีคนเข้าใจเขาผิดอีกแล้ว

“ช่างเรื่องของแกสิวะ!! ฉันไม่สนหรอกแกจะทำอะไร”

เฉียวหูนั้นชี้นิ้วออกไปพร้อมกับตะคอกใส่

“แกมากับฉันเดี๋ยวนี้ และหากว่า ยังอยากมีชิ้นส่วนครบก็ส่งปลาอัญมณีมาให้ฉันดีๆ หากไม่ยอม..ต่อให้ต้องตัดแขนตัดขาแกก็ตาม ฉันก็จะลากแกออกไปให้ได้”

ตอนนี้เฉียวหูไม่มีเวลาอีกแล้ว เขาต้องรีบจัดการทุกอย่าง ก่อนที่หยูจูจะหมดแรงถ่วงเซียฮู และเขาจะเสียโอกาสนี้ไปตลอดกาล

ซุบ!

ลี่เยว่นั้นตอบสนองทันที เธอเตะธนูยาวคู่ใจของเธอขึ้นมาพร้อมกับลูกศร และเล็งง้างไปที่เฉียวหูทันที

“พูดขนาดนี้แล้ว ยังขัดขืนอีก อย่าหาว่าใจร้ายแล้วกัน!”

เฉียวหูนั้นสะบัดมือออกไป ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหามู่เหลียง

เขากระโดดสลับไปมา จนยากเกินกว่าที่ลี่เยว่จะเล็งยิงได้ เฉียวหูนั้นว่องไวมาก เพราะเขาเป็นผู้กลายพันธ์ของสายพันธ์จิ้งจอก

เล็บของเขานั้นคมเหมือนเล็บของสัตว์ล่าเนื้อ อีกทั้งยังว่องไวเหมือนจิ้งจอกอีกด้วย

“มานี่!”

เขาพยายามคว้าไปที่คอของมู่เหลียง หากว่ามู่เหลียงไม่ขัดขืนเล็บก็จะไม่ปาดคอของเขา

“ท่าเยอะจริงๆ นะ”

มู่เหลียงเปิดใช้งานเกล็ดแข็งพรางตา ทำให้ผิวหนังทั่วทั้งร่างของเขาเปลี่ยนไปเหมือนกับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสามสี

ตูม!!

มู่เหลียงชกสวนเข้าไปที่หน้าของเฉียวหูจนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว และกระเด็นออกไป

หมัดเมื่อครู่ทำให้ฟันหน้าของเฉียวหูหักหมด และดั้งหักทันที

“เป็น เป็นไปไม่ได้….”

เฉียวหูเอามือขึ้นมากุมปากของตัวเองเอาไว้ และอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้….”

มู่เหลียงย่อตัวลง ก่อนที่จะคว้าคอเสื้อของเฉียวหูเอาไว้ และเดินลากมันออกไป เขาต้องการจะเอามันออกไปโยนทิ้งนอกโรงเตี๊ยม

ก่อนหน้านี้มู่เหลียงเองก็สัมผัสได้ถึงมวลน้ำที่ผันผวนอยู่นอกโรงเตี๊ยม และได้ยินเสียงโครมครามบางอย่าง

เดิมทีมู่เหลียงไม่ต้องการจะเข้าไปยุ่งเรื่องอะไรแบบนี้ และอยู่ให้ไกลจากปัญหา เขาจึงทำไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก และหันมาเล่นกับสองสาวแทน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาเรื่องเขาถึงที่

มู่เหลียงได้บ่นพึมพำขณะที่กำลังจะเดินออกไปจากโรงเตี๊ยม

“หยูจูเป็นอะไร ไม่เห็นเก่งอย่างที่ว่าเลย ทำไมถึงปล่อยสวะแบบนี้หลุดเข้ามาได้”

ลี่เยว่นั้นมองทุกอย่างด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เธอลดธนูลงอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่

ก่อนที่เธอจะหันหน้าไปหามินโฮและพูดขึ้น

“อยู่ในนี้นะ อย่าไปไหนเดี๋ยวฉันออกไปดูข้างนอกสักหน่อย”

“อือเข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยข้างนอกเสียงดังมากเลย”

มินโฮพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

“ไม่เป็นไร”

ลี่เยว่ยิ้มให้เล็กๆ ก่อนที่จะหยิบธนูกับซองลูกศรตามหลังมู่เหลียงไป

ในช่วงเวลาเดียวกัน

เปรี้ยง ปัง!!

เปลวเพลิงสีแดงโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับลูกไฟระเบิดที่ถูกซัดใส่เซียเต๋าและเย่ฉาย

“แม่!”

หยูเฟ่ยหยานนั้นเม้นริมฝีปากของเธอด้วยความวิตก เธอเป็นห่วงแม่เธออย่างมาก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าของเธอเต็มไปหมด พร้อมกับใช้เปลวเพลิงป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาใกล้แม่ของเธอได้

“ยอมแพ้เถอะ หยูจู!! แกทนได้อีกไม่นานหรอก!”

เย่ฉายตะโกนขึ้นพร้อมกับกระโดดหลบลูกไฟ

“พวกเศษสวะ!!”

หยูเฟ่ยหยานนั้นกัดฟันก่อนที่จะตะโกนด่าทอ และสาดลูกบอลไฟใส่เซียเต๋ากับเย่ฉายให้ถอยออกไป

เธอหันกลับไปมองแม่ของเธอที่ตอนนี้ลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นแล้ว และคุกน้ำก็เริ่มที่จะคงสภาพไม่อยู่อีกแล้ว

“ไม่ทันหรอเนี่ย…มันยังนานไม่พอ”

ตอนนี้ทั้งพลังกายและพลังใจของหยูจูนั้นใกล้จะหมดแล้ว สติของเธอก็เริ่มเลือนลางทุกขณะ ตัวของเธอใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว

ต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อคงสภาพคุกน้ำเอาไว้ ทำให้มีพลังไม่มากพอที่จะห้ามเลือดตัวเอง

แล้วคุกน้ำก็เริ่มจะพังทลายลงทุกขณะ

“อยู่ต่อหน้าเราสองคนแล้ว ยังกล้าหันไปสนใจอย่างอื่นอีกงั้นหรอ!”

มีดที่เปื้อนเลือดตัดลูกไฟพร้อมกับพุ่งเข้ามาหาหยูเฟ่ยหยาน

เซียเต๋านั้นได้ร่ำเรียนกระบวนท่าวิชามีดมาจากเซียฮูตั้งแต่เด็กทำให้เขานั้นมีท่าฟันที่รวดเร็วและไร้ความปราณี

“ไปลงนรกซะ!”

เซียเต๋าตะโกนขึ้นพร้อมกับมีดที่ใกล้จะถึงคอของหยูเฟ่ยหยาน

“จบสิ้นแล้ว…”

หยูเฟ่ยหยานนั้นจ้องมองด้วยแววตาที่แดงก่ำ เธอรู้ว่ามันไม่สมควรจะมาร้องไห้ในเวลานี้ แต่ก็ไม่อาจจะปิดซ่อนได้อีกต่อไป

เธอก้มหน้าและกัดฟันแน่น ก่อนที่จะดิ้นรนครั้งสุดท้าย เธอเปลี่ยนทั้งร่างของเธอให้กลายเป็นเพลิง และกะจะเข้าแลกกับทั้งสองให้ตกตายไปพร้อมกัน

ฟิ้ว!! ตูม!!

อยู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งลอยมาชนกับเซียเต๋าอย่างแรงจนกระเด็นออกไป

“ใครกัน!”

เย่ฉายนั้นรีบถอยออกมา และมองเห็นว่ามีร่างสองร่างเดินออกมาจากโรงเตี๊ยม

“แฮ่กๆ”

หยูเฟ่ยหยานหอบหายใจอย่างแรง ร่างของเธอทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง จนขาพับขาอ่อนไปหมด

เธอพยายามใช้มือพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกับพื้น และระงับเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่บนร่าง

“พวกแกนี้มันหนวกหูจริงๆ”

มู่เหลียงมองดูและพูดออกมาอย่างสบายๆ

“แกเป็นใคร!”

เซียเต๋าผลักร่างที่กระเด็นมาโดนตัวเขาออกไป และเห็นว่าร่างนั้นคือเฉียวหู

ทุกคนนั้นเห็นสิ่งที่เฉียวหูทำ และรู้ได้ทันทีว่าเฉียวหูขึ้นไปหาชายคนนี้ นั้นก็หมายความว่า…

“แกเป็นหัวขโมยสินะ!!”

“หัวขโมย?? ไฮย้า!! ทำไมมีแต่คนเรียกฉันแบบนี้ตลอดเลย”

มู่เหลียงก้าวออกไปข้างหน้าและพูดอย่างสุขุม

“ฉันไม่ชอบชื่อนี้สักเท่าไหร่”

“เจ้านี้ประมาทไม่ได้”

เย่ฉายพูดขึ้น พร้อมกับถอยไปด้านหลังของเซียเต๋า

“ต้องช่วยพ่อออกมาให้ได้ก่อน!”

แววตาของเซียเต๋านั้นดูดุร้ายขึ้นมาทันที

“หยูเฟ่ยหยาน….กระผมต้องการผลึกสัตว์อสูรชั้นต่ำระดับสุดยอด 100 ชิ้น”

มู่เหลียงเดินเข้ามาหาสาวผมแดง พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

“เพียงตกลง กระผมสัญญาว่า จะช่วยแก้ไขปัญหานี้”

“ฉัน…”

หยู่เฟ่ยหยานนั้นกัดริมฝีปาก ก่อนที่ริมฝีปากที่แห้งกร้านจะเปิดออก

ซูม!!!

หยูจูไม่สามารถคงสภาพคุกน้ำได้อีกแล้ว ตอนนี้คุกน้ำได้พังทลายลง และปลดปล่อยเซียฮูออกมา

“แค่กๆ ฮ่ะๆๆ”

เซียฮูที่หลุดออกมาได้ก็ไอและสำลักน้ำออกมาก้อนโต ก่อนที่จะหัวเราะอย่างผู้ชนะ

“หยูจู!! แกคงทนไม่ไหวอีกแล้วสินะ”

“ได้!! ข้ายอมจ่ายไม่ว่าเท่าไรก็ตาม”

หยูเฟ่ยหยานนั้นรีบตอบทันทีเมื่อเห็นเซียฮูหลุดออกมาแล้ว เธอคว้าแขนของมู่เหลียงเอาไว้

“เพราะงั้นได้โปรดช่วยท่านแม่ด้วย”

“ตราบใดที่คุณหนูยินดีที่จะจ่าย ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”

มู่เหลียงตบไปบนหลังมือของหยูเฟ่ยหยานเบาๆ ก่อนที่จะแกะมือนั้นออก และเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับเซียฮู

ชายคนนี้เป็นตัวเงินตัวทองสำหรับเขาจริงๆ

“แกเป็นใครอีกเนี่ย…เดินเข้ามาแบบนี้รนหาที่ตายรึไง!”

เซียฮูยืนขึ้นและจ้องมู่เหลียงด้วยสายตาที่เย็นชา

“มันเป็นหัวขโมยคนนั้น!”

เซียเต๋าร้องตะโกนขึ้น

“โห!! กล้าดีไม่เบา ทั้งที่สร้างความพินาศให้ฉันต้องมากมาย ไม่คิดว่าแกจะกล้ามายืนต่อหน้าฉันอีก”

เซียฮูสะบัดน้ำออกจากหัว พร้อมกับกำมีดในมือแน่น

“หัวขโมย…ทำไมถึงเรียกฉันแบบนั้นกันจัง ก็แค่หยิบของออกมานิดหน่อยเอง”

มู่เหลียงเดินเข้าไปใกล้เซียฮูมากขึ้นอีกด้วยสีหน้าไร้เดียงสา

“ส่งปลาอัญมณีมา ไม่งั้นฉันจะให้แกรู้ซึ้งถึงคำว่าเสียใจ”

เซียฮูชูมีดจ่อไปยังมู่เหลียง พร้อมกับที่จะฟันใส่เขา

“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าแกมีความสามารถเพียงพอรึป่าว”

มู่เหลียงโบกมือพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนมั่นใจ

“จะตายแล้วยังกล้าที่จะยั่วโมโหหัวหน้าอีกงั้นหรอ!”

เย่ฉายนั้นมองด้วยความรู้สึกยินดี

“หึ…”

เซียเต๋าพ่นลมหายใจที่เหยียดหยามออกมา

“ระวัง!!”

ลี่เยว่นั้นเล็งธนูใส่เซียฮูทันที

“ตายด้วยน้ำมือฉันซะเถอะ!”

เซียฮูเหวี่ยงมีดออกไปสุดแรง หวังจะตัดร่างของมู่เหลียงออกเป็นสองส่วน

“มีแต่ช่องโหว่เต็มไปหมด”

แววตาสีดำของมู่หลียงเป็นประกายขึ้น ก่อนที่ร่างของเขาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาเอนตัวหลบมีดของเซียฮูอย่างชิวเฉียด ก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเซียฮู พร้อมกับแทงศอกใส่อกของเซียฮูสุดแรง

ศอกนั้นกระแทกตรงกับตำแหน่งหัวใจพอดี

“พรู้ดดด!!!”

เซียฮูถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต การโจมตีนี้ส่งผลกับอวัยวะภายในโดยตรง ทำให้เขากระอักเลือดออกมาไม่หยุด

เซียฮูนั้นกำลังเซและจะล้มลง

ตอนนั้นเองที่มู่เหลียงกระทืบเท้าหนึ่งที และก็มีหินที่แหลมคมพุ่งขึ้นมาจากพื้นตรงตำแหน่งที่เซียฮูจะล้มลงไป

ฉึก!!

หินแหลมนั้นแทงทะลุหัวใจของเซียฮูอย่างพอดิบพอดี

“ไม่จริง….ไม่จริง…..นั้นแค่ภาพลวงตาใช่ไหม?!”

เซียเต๋ากับเย่ฉายที่เห็นก็ถึงกับตกตะลึงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นว่าร่างของเซียฮูนั้นถูกแขวนอยู่บนหินแหลม

“ตาย…ตายแล้วจริงๆ งั้นหรอ”

หยูเฟ่ยหยานอุทานออกมาอย่างกับไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น

เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก และไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น เซียฮูที่น่าเกรงขามคนนั้นตายง่ายๆ แบบนั้นเลยงั้นหรอ?

“แค่ก….”

หยูจูนั้นไอเป็นเลือดออกมา พร้อมกับฟุบลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง และมองไปยังแผ่นหลังของมู่เหลียงด้วยนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของเธอ

และคิดในใจว่า ท่านแม่…ไม่คิดเลยว่าวันนี้..ฉันจะเป็นฝ่ายถูกปกป้องเสียเอง…..