ช่วงบ่ายๆ ของวันเดียวกัน
ที่บ้านหลังใหม่ของเว่ยกัง บ้านหลังนี้ดูเล็กกว่าบ้านหลังเก่าของเขา แต่เขาก็ชอบมันมาก
มันแบ่งออกเป็นสามห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องน้ำ อีกทั้งยังมีลานบ้านให้อีกด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่ดีกว่าบ้านหลังเก่าเลยคือที่นี่สะอาดกว่าและสิ่งแวดล้อมดีกว่า
ตอนนี้เว่ยกังกำลังตัดไม้ที่เตรียมมาด้วยเพื่อจะทำเตียงนอน
“สามี! ฉันจะพาลูกหลันไปที่เนินสูงเพื่อฝากเป็นสาวรับใช้ของท่านหยู่จู”
ซูเอ๋อเดินจูงลูกสาวมาหาเว่ยกังที่นั่งทำงานอยู่
“ห้่ะ!”
เว่ยกังถึงกับชะงักไปก่อนที่จะหันกลับมาหาสองแม่ลูก และมองลูกสาวของเขาที่เป็นเด็กดีทำตัวว่านอนสอนง่ายมาตลอด
เขาถึงกับคิ้วขมวดเข้าหากันและถามต่อทันที
“ลูกหลันยังเด็กอยู่เลย เร็วเกินไปรึป่าวที่จะไปเป็นสาวใช้?”
“ไม่เด็กแล้ว ลูกหลันอายุต้อง 13 ปีแล้ว สมัยก่อนฉันอายุได้ 12 ปีก็ถูกฝากไปเป็นสาวใช้แล้ว”
ซูเอ๋อยกมือขึ้นไปลูบหัวของเด็กสาวเบาๆ และพูดว่า
“อีกอย่างฉันไม่ได้ให้ลูกของเราไปรับใช้ใครทันที แต่ให้ติดตามและอยู่ในการดูแลของฉันไปก่อนจนกว่าเธอจะคล่อง”
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซูเอ๋อก็ตั้งใจจะพาลูกสาวของเธอไปฝากตัวเป็นสาวใช้ และเธอเองก็จะอยู่ดูแลสอนงานลูกสาวเธออีกปีสองปีถึงจะให้เธอเป็นสาวใช้ติดตามท่านหยู่จูหรือคุณหนูหยู่เฟ่ยหยาน
“แต่…”
เว่ยกังดูลังเลไม่น้อย เขายังไม่อยากให้ลูกสาวตัวน้อยของเขาออกจากบ้านไป
“จะมาตงมาแต่อะไรอีก! อย่าลืมสิ เราไม่ได้อยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์แล้ว ตอนนี้เราอยู่เมืองเต่าทมิฬ”
ซูเอ๋อเริ่มบ่นชุดใหญ่ใส่เว่ยกังไม่หยุด
“คนเดียวที่เราพึ่งพาได้คือท่านหยู่จู หากเราส่งลูกสาวของเราไปเป็นสาวใช้ของท่าน ฉันจะได้มีสายสัมพันธ์กับท่านหยู่จูเมื่อตอนฉันแก่ตัวลง”
“ถ้างั้นก็ไปพรุ่งนี้เถอะ…วันนี้พักผ่อนก่อนจะดีกว่า”
เว่ยกังพยายามยื้อเวลาให้ลูกสาวอยู่ที่บ้านอีกสักวันก็ยังดี
“ไม่ล่ะ! ฉันเป็นห่วงท่านหยู่จู”
ซูเอ๋อส่ายหัว ด้วยสีหน้าหนักใจ
“นายท่านหยู่จูบาดเจ็บหนัก และตอนนี้ไม่มีใครรับใช้เธอเลยสักคน”
“บ้าน่า ที่นั้นจะไม่มีสาวใช้เลยสักคนงั้นหรอ?”
เว่ยกังนึกถึงสาวๆ ที่ติดตามมู่เหลียง
“เว่ยกัง!! นี้เจ้าให้ปีศาจราคะบังตาอีกแล้วรึไง?”
ซูเอ๋อทำท่าเท้าเอว ก่อนที่จะพูดด้วยความโมโห
“เด็กสาวเหล่านั้นไม่ใช่สาวใช้ทั่วไปแน่ และพวกเธอคงรับใช้แต่เจ้าเมืองเต่าทมิฬเท่านั้น นี้สามีไม่รู้จริงๆ งั้นหรอ!”
“ระ-รู้แล้วๆ”
เว่ยกังใบหน้าซีดเซียวขึ้นมาทันทีพร้อมกับพยักหน้างกๆ
“เฮ้อ….สามีฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
เมื่อเห็นท่าทางของเว่ยกังทำให้ซูเอ๋อถึงกับถอนหายใจ
“อยากแรกเลยพวกเธอไม่น่าจะใช่สาวใช้ และคงมีหน้าที่สำคัญเป็นของตัวเอง อยากได้ประเมินพวกนางต่ำเกินไป ไม่งั้นมันจะสร้างปัญหาให้พี่ได้”
ซูเอ๋อนั้นไม่ต้องการให้สามีที่ซื่อบื้อของเธอไปทำอะไรให้คนอื่นขุ่นเคืองใจ และสร้างปัญหาขึ้นในอนาคต ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงกว่านั้นก็ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาต้องเป็นบุคคลสำคัญของเมืองเต่าทมิฬ
“เข้าใจแล้ว”
เว่ยกังพยักหน้าอีกที
“อีกอย่าง….ถึงจะได้เป็นสาวใช้แล้วก็ตาม แต่ฉันก็กลับรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี”
ซูเอ๋อส่ายหัว ก่อนที่จะพูดต่อ
“สามีเองก็อย่ามัวแต่นั่งทำอะไรแบบนี้อยู่เลย จัดตั้งทีมนักล่าแล้วไปหาท่านเจ้าเมืองโดยเร็วเถอะ เผื่อท่านจะมีงานหรือภารกิจให้ทำ”
“แต่เตียงนอนคืนนี้ยังไม่เสร็จเลยนะ”
เว่ยกังพูดก่อนที่จะก้มมองดูโครงไม้ที่ยังทำไม่เสร็จ
“ค่อยมาทำมันตอนกลางคืนก็ได้ ตอนนี้สามีควรทำสิ่งที่ลูกผู้ชายเขาทำกันก่อน”
ซูเอ๋อจูงลูกสาวที่แสดงสีหน้ามึนงงออกไป
“เข้าใจแล้ว”
เว่ยกังขานรับ ก่อนที่จะวางไม้และอุปกรณ์ช่างในมือ
“พ่อของลูกสมองทึบจริงๆ ต้องให้ผู้หญิงอย่างแม่คอยสั่งสอนตลอด”
ซูเอ๋อบ่นให้เว่ยหยู่หลันฟัง
ก่อนที่เธอจะสอนสิ่งต่างๆ ให้ลูกสาวของเธอเพิ่มเติม
“จำเอาไว้นะลูก….เมื่อไรที่ลูกเป็นสาวรับใช้ของท่านหยู่จูแล้ว ในวันข้างหน้าลูกต้องมีสายตาที่เฉียบแหลม และรู้จักสงบปากสงบคำ และต้องรู้จักทำให้จิตใจผ่องใสอยู่เสมอ”
“ลูกเข้าใจแล้ว”
เว่ยหยูหลันแสดงสีหน้าสงสัย แต่ก็พยักหน้ารับ
“ไม่จำเป็นหรอกว่าลูกจะเข้าใจสิ่งที่แม่พูดตอนนี้รึป่าว เอาเป็นว่าจำเอาไว้ และสักวันลูกจะเข้าใจเอง”
ซูเอ๋อก็ไม่ได้หวังว่าลูกสาวของเธอจะเข้าใจตอนนี้ แต่เธอจะค่อยๆ สอนไปที่ละนิด ให้มันซึมซับเข้าไปในใจของลูกสาวเอง
ขณะที่เดินไปยังเนินสูง ซูเอ๋อก็กระซิบบอกอีกว่า
“ที่นั่น เขาไม่เลี้ยงดูคนเกียจคร้านจำไว้ ลูกต้องขยัน และหาสิ่งใดทำอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าสิ่งนั้นจะดูไร้ความหมายก็ตาม”
“ลูกเข้าใจแล้ว”
เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของแม่เธอเว่ยหยูหลันก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟังเท่านั้น
“หลังจากขึ้นไปแล้วลูกห้ามวิ่งหรือเดินไปไหนคนเดียวเด็ดขาดรู้ไหม”
ซูเอ๋อกำชับกับลูกสาวอีกครั้งก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไปบนเนินสูง
“อือ”
เด็กสาวขานรับอย่างเชื่อฟัง
ซูเอ๋อพาลูกสาวเดินขึ้นบันไดมาไม่นานก็มาถึงชั้นบนสุด
ทั้งสองเห็นหญิงสาวผมขาวที่สวมหน้ากากยืนอยู่พร้อมกับคันธนูและลูกศรในมือ
“คุณผู้หญิง เรามาที่นี่เพื่อเข้าพบท่านหยู่จู”
ซูเอ๋อพูดอย่างใจเย็น
แต่เมื่อเว่ยหยูหลันมองไปยังมือของแม่เธอก็เห็นว่ามันกำลังสั่น ด้วยความหวาดกลัว
“เข้าไปสิ เธออยู่ด้านในบ้านทางซ้าย”
ลี่เยว่จ้องมองสองแม่ลูก ก่อนที่จะละสายตาและชี้ไปทางบ้านที่อยู่ด้านหลัง
ก่อนที่เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
“แล้วอย่าได้เดินซี้ซั้วไปที่อื่นละ ไม่งั้นอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้”
“รับทราบแล้วคุณผู้หญิง”
ซูเอ๋อโค้งรับอย่างนอบน้อม
และพาลูกสาวของเธอไปยังบ้านด้านหลังทางซ้าย
มันทำให้เธอนึกถึงคำพูดของเว่ยกัง และได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“หญิงสาวแบบนี้จะเป็นสาวใช้ได้ยังไงกัน หากเป็นนักฆ่าสิจะไม่แปลก”
ก่อนที่เธอจะกระซิบข้างหูของลูกสาวอีกครั้ง
“ในอนาคตหากว่าลูกได้มาทำงานที่นี่แล้วจริงๆ อย่าได้ทำตัวโดดเด่นหรือแข่งขันกับใครเด็ดขาด…เข้าใจไหม ไม่งั้นมันจะนำภัยมาสู่ตัวของลูกเอง”
“หนู…จะไม่ทำ”
เด็กสาวส่ายหัวเบาๆ
“ลูกยังเด็กเกินไป”
ซูเอ๋อมองดูใบหน้าที่ไร้เดียงสาของลูกสาวอย่างอ่อนโยน และลูบหัวเธอเบาๆ
เว่ยหยูหลันนั้นก้มหน้าลงเล็กน้อย และให้แม่ของเธอลูบหัว
“เรามาถึงแล้ว อย่าได้พูดสิ่งใดอีก”
ซูเอ๋อเตือนอีกครั้ง
ก่อนที่จะเดินไปยังประตูบ้านหลังที่ลี่เยว่บอก และเรียกเบาๆ
“ท่านหยู่จูนี้ฉันเอง ซูเอ๋อเจ้าค่ะ”
“เข้ามา”
เสียงที่ดูเรียบๆ แต่ก็ดูอ่อนโยนตอบกลับออกมา
ซูเอ๋อกวักมือให้ลูกสาวเดินตามเธอเข้ามาในบ้าน
เมื่อเข้ามาถึงเธอก็เห็นว่าหยู่ฉินลานนอนผิงกับหัวเตียง และกำลังเขียนอะไรบางอย่างบนหนังสัตว์
“ท่านหยู่จู…ท่านยังบาดเจ็บอยู่ ควรพักผ่อนให้มากกว่านี้นะ เจ้าค่ะ”
ซูเอ๋อรีบเข้าไปใกล้ๆ และตรวจดูอาการบาดเจ็บ ราวกับคนใกล้ชิด
“การนอนหลับมันทำงานไม่ได้ ตอนนี้ฉันสบายดีแล้วไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
หยู่ฉินหลานยกแผ่นหนังขึ้นให้ซูเอ๋อดูแผล
ก่อนที่เธอจะหันไปเห็นเด็กสาวที่ติดตามซูเอ๋อมาด้วย เธอจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ซูเอ๋อ เด็กสาวคนนี้คือลูกสาวเธองั้นหรอ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ฉันเองก็ได้สั่งสอนเธอไว้มากมายแล้ว และต้องการให้เธอมาเป็นสาวใช้ของท่านหยู่จูด้วย”
ซูเอ๋อพูดอย่างนอบน้อม
“เลิกเรียกฉันว่าหยู่จูเถอะ ตอนนี้ฉันไม่ใช่นายหัวของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์อีกแล้ว”
หยู่ฉินหลานนั้นส่ายหัว และพูดด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
“นอกจากนี้…ฉันเองก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมารับใช้อีกแล้ว ฉันว่าเธอควรพาแม่หนูคนนี้ ไปหาเจ้าเมืองจะดีกว่า”
หยู่ฉินหลานนั้นรับรู้ถึงสถานะของตัวเองดี และต้องชัดเจนกับมัน
เวลานี้การรับสาวใช้สักคน เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ
หากไม่ได้รับอำนาจจากมู่เหลียง
“....แต่ท่านหยู่จู….ยังบาดเจ็บอยู่ ต้องมีคนดูแล”
ซูเอ๋อพูดด้วยความกังวล
ก่อนที่นำเสียงของหยู่ฉินหลานจะดูดุขึ้น
“ซูเอ๋อ….ฉันบอกชัดเจนแล้วนะ ฉันไม่ใช่นายหัวของที่นี่ หรือเจ้าเมืองเต่าทมิฬ”
และยังพูดต่อไปอีกว่า
“ในเมื่อเจ้าเมืองยังไม่มีคนรับใช้ แล้วฉันที่เป็นเหมือนกับบริวารของเขากลับมีสาวใช้เป็นของตัวเองคนอื่นจะมองเช่นไร?”
นี่คือเหตุผลที่แท้จริง ในการไม่รับสาวใช้ของเธอ
เจ้าของสถานที่แห่งนี้ยังไม่มีคนรับใช้ แต่เธอดันมีแบบนี้มันจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของมู่เหลียง
แล้วจะสร้างความห่างเหินขึ้นระหว่างเขากับเธออีกด้วย
“ซูเอ๋อเข้าใจแล้ว”
ซูเอ๋อแม้จะลังเลใจแต่ก็ก้มหัวยอมรับอย่างช่วยไม่ได้
“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ข้างๆ ฉันยังมีเฟ่ยหยานทั้งคน”
หยู่ฉินหลานผายมือไปทางลูกสาวของตัวเองที่นอนอยู่เตียงข้างๆ
“จริงด้วยเจ้าค่ะ”
ซูเอ๋อชำเลืองมองไปยังหยู่เฟ่ยหยานที่กำลังหลับอยู่ แต่สีหน้าและแววตาของเธอก็ยังไม่หมดความกังวลใจ
ก่อนที่เธอจะพาเว่ยหยูหลันไปยังบ้านใหญ่หลังกลางของเนินแห่งนี้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved