ที่เขตอยู่อาศัยชั้นนอกเมืองเซิงหยาง
“คุณหนู เราจะเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬจริงๆ งั้นหรอ”
เฉิงเหมาถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกังวล
ครั้งหนึ่งตระกูลเยี่ยนั้นเป็นถึงตระกูลที่มีอำนาจในเมืองสิบขั้น และมีตำแหน่งหนึ่งในเจ้าเมืองทั้งสิบ
แม้ว่าหลังจากจะย้ายถิ่นฐานมาที่เมืองเซิงหยางแล้วจะไม่ดีอย่างที่คิด แต่พวกเขาก็ยังได้รับอิสระทำอะไรได้มากมายไม่มีข้อผูกมัด
“เรื่องนี้ฉันตัดสินใจไปแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่มองดูผู้ติดตามนับสิบที่อยู่ต่อหน้าเธอ
หลังจากที่ได้เข้าไปในถนนการค้าแล้วในช่วงกลางวัน เธอก็ได้เข้าไปเจรจาเรื่องที่อยู่อาศัยกับมู่เหลียงต่อ และเตรียมตัวจะย้ายมาตั้งถิ่นฐาน
“แล้วพวกเราล่ะ”
ผู้ติดตามคนอื่นพูดพร้อมกับท่าทางที่ดูลำบากใจ
“ทุกอย่างท่านเจ้าเมืองเต่าทมิฬเตรียมการไว้หมดแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่รู้ว่าคนในตระกูลของเธอค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอจึงพูดต่อทันที
“ทุกคนไม่ต้องคิดมาก ทุกคนจะได้รับหน้าที่ตามความสามารถของตัวเองในเมืองเต่าทมิฬ”
“เข้าใจแล้วคุณหนู”
เหล่าผู้ติดตามทั้งหมดขานรับ
“หลังจากวันนี้ไป ฉันจะไม่ใช่คุณหนูและผู้นำตระกูลของทุกคนอีกแล้ว”
เยี่ยลียี่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ต่อจากนี้ไปทุกคนจะต้องจงรักภักดีต่อเจ้าเมืองเต่าทมิฬเท่านั้น”
เธอไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นกลุ่มอิทธิพลในเมืองเต่าทมิฬ โดยที่คนของเธอไม่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าเมือง และจะทำให้เกิดความลำบากได้
“....”
สมาชิกในตระกูลทุกคนมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน และพูดไม่ออก
“เข้าใจแล้ว คุณหนู”
เฉิงเหมาพูดขึ้นเป็นคนแรก
“ท่านลุงเข้าใจด้วยนะ”
เยี่ยลี่ยี่มองไปทางเฉิงเหมาด้วยแววตาลึกซึ้ง
“เข้าใจแล้ว คุณหนู”
ผู้ติดตามคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังเคารพเยี่ยลี่ยี่อยู่
เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วกับเรื่องนี้
“เราไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตระกูลเพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตัวได้ และมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากทำแบบนั้น”
เมืองเต่าทมิฬนั้นไม่เหมือนกับเมืองสิบขั้น เมืองเต่าทมิฬมีกฏระเบียบของตัวเอง
ผู้ติดตามและสมาชิกของตระกูลเยี่ยคนใดทำผิด เยี่ยลี่ยี่ก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้
แต่การได้เข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬจะทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของทุกคนดีขึ้น
“รับทราบ”
ทุกคนขานรับ
ก๊อกๆ
แล้วตอนนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“นั้นใคร”
เยี่ยลี่ยี่ถามขึ้นด้วยเสียงที่ดัง
“ท่านเจ้าเมือง ต้องการพบเยี่ยลี่ยี่”
เสียงที่ดูนิ่งสงบของลี่ลี่ดังขึ้น
“จะไปเดี๋ยวนี้”
เยี่ยลี่ยี่จำได้ว่านี้คือเสียงของใคร
เธอลุกขึ้นทันที และเดินไปที่ประตูพร้อมกับเปิดออก มีร่างของหญิงสาวตัวเล็กยืนอยู่หลังประตู
“ไปกันเถอะ อย่าให้ท่านเจ้าเมืองรอนานเลย”
ลี่ลี่หันหลังแล้วเดินนำออกไป
เธอแอบฟังอยู่หลังประตูนานแล้ว และได้ยินทุกอย่างที่เยี่ยลี่ยี่พูดกับคนของเธอ และทุกอย่างลี่ลี่จะนำไปรายงานให้มู่เหลียงได้รับรู้
“อื้ม”
เยี่ยลี่ยี่ตามไปทันที
ทั้งสองเดินทางกลับไปที่เนินสูงของเมืองเต่าทมิฬ ตลอดทางนั้นทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันจนมาถึงห้องอาหารของตำหนักเจ้าเมือง
เยี่ยลี่ยี่เข้าไปในห้องอาหารและเห็นหญิงสาวมากมายอยู่ในนี้
มู่เหลียงนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะและโบกมือเรียกเธอ
“มานั่งก่อน แล้วกินอะไรก่อนสิ”
“ค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่ขานรับด้วยสีหน้าที่เคารพ
เธอนั่งลงข้างกับหญิงสาวผมแดง
“น้องหลัน เอาทอดมันเนื้อ”
มู่เหลียงสั่ง
“เจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
มิโฮลุกขึ้นด้วยท่าทางนิ่งสงบ ก่อนที่จะเข้าไปรินน้ำชาให้กับเยี่ยลี่ยี่ และกลับไปนั่งลงข้างๆ มู่เหลียง
“คุณเยี่ย วันนี้ผลงานของเธอยอดเยี่ยมมาก”
มู่เหลียงยกถ้วยชาขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางชื่นชม
วันนี้มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในถนนการค้า ก็เพราะการกระจายข่าวของเยี่ยลี่ยี่
“นั้นก็เพราะแผนของท่านเจ้าเมืองค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่รีบยกถ้วยชาขึ้นแสดงท่าทางคำนับต่อมู่เหลียง
“พรุ่งนี้ให้ทุกคนย้ายมาที่นี่ได้เลย”
มู่เหลียงพูดก่อนที่จะจิบชา
“เข้าใจแล้วค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่รู้สึกโล่งอกที่เมื่อสิ่งที่สัญญากับมู่เหลียงไว้เป็นความจริง
“คนจากตระกูลเยี่ยทั้งหมด ฉันจะย้ายพวกเขาไปอยู่ในกองกำลังป้องกันเมืองเต่าทมิฬ”
มู่เหลียงกล่าวต่อ เขาวางแผนที่จะคัดกรอง และนำกำลังคนเหล่านี้มาเสริมกำลังรบให้กับเมือง
นอกจากนี้เขายังจัดตั้งหน่วยพิเศษขึ้น เพื่อรับผิดชอบรักษาความสงบของเมืองอีกด้วย
“ค่ะ ฉันจะทำตามที่ท่านเจ้าเมืองต้องการ”
เยี่ยลี่ยี่ตอบทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิด
มู่เหลียงมองดูและจิบชาอีกครั้งก่อนที่จะพูดอย่างใจเย็น
“แล้วเธอล่ะ อยากทำอะไรต่อจากนี้”
“ฉัน…อยากทำอะไรต่อจากนี้หรอค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่กุมถ้วยชาไว้แน่น และเผยให้เห็นร่องรอยของความสับสนในแววตาของเธอ
เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ เพราะก่อนหน้านี้เธอรู้เพียงว่าต้องรักษาตระกูลเยี่ยเอาไว้ให้ได้
ตอนนี้เยี่ยลี่ยี่ได้นำทุกคนเข้ากับเมืองเต่าทมิฬแล้ว และไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากสิ่งใดอีก
“ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยสินะ”
มู่เหลียงพูดก่อนที่จะวางถ้วยชาลง
“ค่ะ ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย”
เยี่ยลี่ยี่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นและพูด
“แต่ฉันจะทำตามคำสั่งของท่านเจ้าเมืองทุกอย่างค่ะ!”
มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะถามขึ้น
“เธอชอบทำงานแบบไหนล่ะ”
เขาเคยคิดว่าจะให้เยี่ยลี่ยี่ทำอะไร แต่ไม่รู้ว่าเธอทำอะไรได้บ้างจึงไม่สามารถหางานให้เธอได้
“พวกงานอ่านเขียนค่ะ…”
เยี่ยลี่ยี่พูดอย่างอ่อนแรง
“.....”
มู่เหลียงนิ่งไปครู่หนึ่ง พร้อมกับหันไปมองทางหยู่ฉินหลานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ในโลกที่ล้มสลายแบบนี้มีงานจำพวกงานอ่านเขียนด้วยงั้นหรอ?
“อะแฮ่ม”
หยู่ฉินหลานกระแอมเบาๆ
เธอเหล่ตามองไปทางเยี่ยลี่ยี่และถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“เธอชอบทำงานจัดการบริหารสิ่งต่างๆ งั้นหรอ”
สิ่งนี้มันก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่เยี่ยลี่ยี่กล่าวสักเท่าไร
ในฐานะเลขาของท่านเจ้าเมืองมีเรื่องราวหลายอย่างที่จดบันทึก ก่อนที่จะเอาไปตีพิมหรือเอาไปอ่านประกาศ
“ฉัน….มีความรู้เพียงด้านนี้”
เยี่ยลี่ยี่พยักหน้าเบาๆ
“งั้นอยากทำงานในโรงพิมพ์ไหม”
มู่เหลียงพอจะเข้าใจสิ่งที่เยี่ยลี่ยี่บอกเมื่อลองคิดตามดู
“แล้วก็เป็นผู้จัดการร้านหนังสือในถนนการค้าด้วย”
การจัดพิมพ์เป็นเรื่องยุ่งยากในอนาคตแน่ๆ แต่จะเป็นเรื่องดีหากมีคนมารับผิดชอบงานตั้งแต่แรก
“โรงพิมพ์…ร้านหนังสือ??”
เยี่ยลี่ยี่กระพริบตาหลายครั้งด้วยความสงสัย และไม่รู้ว่าทั้งสองสิ่งนี้คืองานอะไร
“ฉินหลาน ช่วยอธิบายให้เธอด้วยนะ”
มู่เหลียงพูดเบาๆ
“ค่ะ”
หยู่ฉินหลานตอบพร้อมกับยิ้มอย่างมีเสน่ห์
ตอนนี้เธอเปรียบเสมือนมือขวาของมู่เหลียง ทำให้เธอได้รับมอบหมายงานสำคัญหลายอย่าง
แล้วอีกอย่างหากว่าเธอไม่ต้องแข่งขันกับใครเรื่องตำแหน่งข้างมู่เหลียงเธอก็ไม่สนใจเรื่องอื่นอยู่แล้ว
“ฉันจะพยายามเรียนรู้อย่างเต็มที่ค่ะ”
เยี่ยลี่ยี่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยกับสิ่งนี้
ตอนนี้เธอได้ก้าวออกมาจากความสะดวกสบายทั้งหมดที่เคยมี และต้องไปทำงานที่เธอไม่รู้จักมาก่อน
“ทอดมันเนื้อมาแล้วเจ้าค่ะ”
เว่ยหยู่หลันมาพร้อมกับจานที่ใส่ทอดมันเนื้อ
ก่อนที่เธอจะคีบวางลงบนจานของทุกคน
มู่เหลียงมองดูทอดมันเนื้อกองสูงในจานของเขา และเห็นว่าหยู่เฟ่ยหยานนั้นก็จ้องมองทอดมันเนื้อตาเป็นประกาย
“แล้ววันนี้สรุปยอดผลึกสัตว์อสูรที่ได้มารึยัง”
มู่เหลียงถามพร้อมกับกัดลงไปบนทอดมันเนื้อ และมองดูสองสาวที่อยู่ข้างๆ
“ทุกอย่างจดสรุปไว้หมดแล้ว”
หยู่ฉินหลานเอานำสมุดบันทึกออกมาจากอ้อมแขนของเธอพร้อมกับยื่นให้มู่เหลียง
“เอาไปให้ฉันที่ห้องคืนนี้”
หลังจากที่เขาดูจบแล้ว เขาจะส่งคืนทันที
เขาต้องการแต้มวิวัฒนาการเพื่อเพิ่มระดับสัตว์อสูร และเพิ่มกำลังรบในอนานคต
“ค่ะ”
หยู่ฉินหลานขานรับพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
มู่เหลียงหันมองมินโฮที่ตอนนี้หูกระต่ายของเธอดูพันไปหมด
มู่เหลียงถึงกับขมวดคิ้วและถามด้วยความสงสัย
“เป็นอะไรมินโฮ วันนี้ดูเธอกะจิตกะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย”
“ฮ่ะ!?”
มินโฮสะดุ้งด้วยความตกใจ พร้อมกับส่ายหัว
เธอเห็นว่ามู่เหลียงดูยุ่งกับงานมาก และเธอเองก็เกรงใจที่จะรบกวนเวลาของมู่เหลียง
“ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวฉันจะส่งคนเข้าไปในเมืองเซิงหยางเพื่อตามหาข่าวของพี่สาวเธอภายในวันสองวันนี้แหละ”
มู่เหลียงยกมือขึ้นและลูบไปที่หัวของมินโฮเบาๆ อย่างอ่อนโยน
มู่เหลียงมีภาพเหมือนพี่สาวมินโฮแล้ว เมื่องถึงเวลา เขาจะตีพิมพ์ภาพนี้หลายสิบใบ และการตามหาพี่สาวของมินโฮก็จะง่ายขึ้น
เพราะการตามหาคนจากคำอธิบายรูปร่างนั้นยากเกินไป
“อือ”
มินโฮตอบรับเบาๆ และไม่ถามเหตุผลว่าทำไมต้องรออีกวันสองวัน
เดิมทีเธออยากจะขอความช่วยเหลือจากเยี่ยลี่ยี่ แต่ด้วยนิสัยขี้อายของเธอ ทำให้เธอลังเลอยู่หนึ่งวันโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่ตอนนี้เธอได้รับคำมั่นสัญญาจากมู่เหลียงแล้วทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved