มู่เหลียงรอไม่นาน พวกเจ้าเมืองก็กลับมา
หว่านเอ่อตู้และเจ้าเมืองคนอื่นๆ ก็ได้เอาผลึกสัตว์อสูรจำนวนมากมาแลกเปลี่ยนกับต้นอ่อนที่สัญญากันไว้
ก่อนที่ทุกคนจะกลับมู่เหลียงได้กระซิบเบาๆ บอกเยี่ยลี่ยี่
“เก็บของเตรียมให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาจะมีสัญญาณ และไม่ต้องห่วงเธอรู้แน่นอนว่านี้คือสัญญาณจากเรา”
“เข้าใจแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่พยักหน้ารับ และพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกดีใจเอาไว้ และกลับไปพร้อมกับลังไม้เปล่าสามลัง
ลังไม้ที่เธอเอาไปเป็นของหลอก ภายในนั้นว่างเปล่าไม่ได้มีต้นอ่อนแต่อย่างใด และลังไม้นั้นถูกปิดสนิทจนไม่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน เธอก็ถือกลับไปโดยไม่แสดงอาการใดๆ ให้ใครจับผิดสังเกตได้
“ทำไมไม่ชวนเธอไปอยู่ในเมืองเต่าทมิฬเลยละ”
หยู่ฉินหลานถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ทำไมต้องชวนด้วย?”
มู่เหลียงถามกลับพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
“แล้ว…ฉันจะไปรู้ได้ไงว่านายกำลังคิดอะไรอยู่ จริงไหมมู่เหลียง”
หยู่ฉินหลานมองมู่เหลียงด้วยสายตาที่ซุกซน พร้อมกับขมวดคิ้ว
ที่จริงเธอไม่กล้าถามแต่แรก ว่าทำไมเขาถึงไม่ชวนตระกูลเยี่ยเข้าเมืองเต่าทมิฬ
“นั้นก็เพราะยังไว้ใจเธอไม่ได้”
มู่เหลียงตอบและพูดด้วยน้ำเสียงสุขุม
“งั้น….”
หลังจากได้ฟังคำพูดนี้หยู่ฉินหลานก็ได้แต่ถามในใจว่า “แล้วตอนที่เจอฉัน นายรู้จักฉันดีแล้วงั้นหรอ?”
สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป เพราะสองสาวกำลังจ้อมมองเธออยู่
“หรือว่าเธออยากจะอยู่เป็นเครื่องปั๊มน้ำต่อไป?”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเงียบขรึม
“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ ที่ทนทำอะไรแบบนั้น และถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือ”
“ฉัน…ฉันก็แค่ทำหน้าที่ที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นก่อน”
หยู่ฉินหลานเถียงออกไปอย่างไม่รู้ตัว
หลังจากพูดจบ นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ และมองผู้ชายที่ยืนอย่างองอาจต่อหน้าต่อ และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“อยากรู้สินะว่า ทำไมฉันถึงรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่”
มู่เหลียงเลิกคิวก่อนจะพูดต่อ
“มู่เหลียงนายไม่ได้มีพลังอ่านใจใช่ไหม”
หยู่ฉินหลานถอยไปหลายก้าวพร้อมกับกอดสมุดไว้แน่น
เธอรู้ว่ามู่เหลียงมีความสามารถและพลังหลายอย่าง และเป็นไปได้ที่เขาจะมีพลังในการอ่านใจอยู่ด้วย
“คิดอะไรแบบนั้น สีหน้าเธอมันแสดงออกมาหมดทุกอย่าง ทำไมฉันจะอ่านไม่ออก”
มู่เหลียงกลอกตาไปมา และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุ
“ถ้าไม่เชื่อ ก็ถามคนอื่นดูแล้วกัน”
“เอ๋?”
หยู่ฉินหลานหันไปทางลี่เยว่ มินโฮ สาวใช้ตัวน้อย ทุกคนมีแววตาที่แปลกๆ มองมายังเธอ
“ยัยป้าติ๊งต๊อง”
มินโฮพูดเบาๆ
เว่ยหยูหลันอุทานออกมา
“เครื่องปั๊มน้ำ?”
“อะแฮ่ม!!”
อยู่ๆ เว่ยกังก็กระแอมดังๆ
“ฮึ่ม!”
ใบหน้าของหยู่ฉินหลานแดงขึ้นมาทันที
เธอรีบหันหน้าหนีพร้อมกับพ่นเสียงออกมา มันช่างเป็นเรื่องน่าอับอายจริงๆ
หลังจากนั้นไม่นาน
ครอบครัวของพวกหัวขโมยก็มารวมตัวกันพร้อมกับสัมภาระมากมาย
“ทุกคนมารวมกันตรงนี้”
ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
“ทั้งหมดนี้ให้เธอเป็นคนจัดการแล้วกัน”
มู่เหลียงพูดกับหยู่ฉินหลาน
“ได้ ฉันจัดการเอง”
หยู่ฉินหลานรับปากทันที
ในเวลานี้เธอได้สติกลับมาและฟื้นคืนความสง่างามและดูสูงส่งของเธอ และไม่มีร่องรอยของความรู้สึกเขินอายอีก
มู่เหลียงส่งกระแสจิตไปสั่งเต่าทมิฬ
“เต่าทมิฬน้อย สร้างบันไดหินให้ที”
ครืน!!!
พื้นดินอยู่ๆ ก็สั่นสะเทือนก่อนที่แผ่นดินจะยกตัวขึ้นกลายเป็นบันใด ขึ้นไปสู่กำแพงเมืองเต่าทมิฬ
“เก็บรวบรวมผลึกสัตว์อสูรด้วย พวกเราจะกลับกันก่อน”
มู่เหลียงพูดขึ้น
เขาไม่สามารถรั้งรออยู่ที่นี่ได้ เขาต้องรีบกลับขึ้นไปก่อนด้วยลิฟแผ่นหิน เพื่อเปลี่ยนผลึกและรับสัตว์เลี้ยงใหม่สองตัว
“ได้เลย”
มินโฮกอดกล่องไม้ที่ใส่ผลึกสัตว์อสูรไว้แน่น
เธอรู้ว่าสิ่งนี้สำคัญกับมู่เหลียงมากๆ และเว่ยกังกับคนอื่นๆ ต้องจัดการหน้าที่อื่นตรงนี้ต่อ
ลี่เยว่พูดกับลี่ลี่ทันที
“เอาแกะเขาสามเหลี่ยมานี้”
“อะ”
ลี่ลี่ลากคอแกะมาด้วยมือข้างเดียว
“งั้นฝากที่เหลือทีนะ”
มู่เหลียงพูดส่งท้ายกับหยู่ฉินหลานอย่างนุ่มนวล
หยู่ฉินหลานเองก็พูดด้วยท่าทางอันทรงเสน่ห์ของเธอ
“ไปเถอะ สบายใจได้ ตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”
“งั้นมารวมกันตรงนี้”
มู่เหลียงบอกคนที่จะขึ้นไปด้านบน ก่อนที่จะควบคุมแผ่นหินให้ยกตัวขึ้นทันที
เมื่อแผ่นหินผ่านพวกโจรขโมยทั้งหลายพวกมันก็ได้แต่นิ่งเงียบทำตัวดีๆ ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
และเมื่อพวกมันมองไปยังบันไดที่สร้างขึ้นมาเมื่อครู่ พวกมันก็ถึงกับสับสน
มันเห็นว่าบรรดาญาติพี่น้องของตัวเองกำลังเดินขึ้นบันไดไปยังเมืองเต่าทมิฬพร้อมกับข้าวของเต็มตัว
“ไม่ๆๆ”
ทุกคนต่างดิ้นไปมาด้วยความร้อนรน พวกเขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่บนนั้นคืออะไร และครอบครัวของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
แต่ทำไมสีหน้าครอบครัวและญาติของพวกเขากลับแสดงสีหน้าที่ดูเชื่อฟังแบบนี้แทน
มู่เหลียงไม่ได้สนใจพวกหัวขโมยเลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงพวกมันก็ต้องได้รับโทษในอีกไม่นานนี้
แผ่นหินได้เลื่อนตัวเข้าหากำแพงเมือง และทั้งกลุ่มก็มุ่งหน้ากลับไปยังเนินสูงกับสัมภาระทุกอย่าง
มู่เหลียงเดินเข้าไปในห้องโถงก่อนที่จะพูดขึ้น
“เอาผลึกสัตว์อสูรทั้งหมดออกมา”
ทุกคนก็เทผลึกสัตว์อสูรทั้งหมดลงบนโต๊ะทันที
มู่เหลียงใช้ฝ่ามือสัมผัสไปบนกองผลึกสัตว์อสูรเบาๆ และคิดในใจ
“ระบบเปลี่ยนผลึกสัตว์อสูรทั้งหมดเป็นแต้ม”
-ติ๊ง!! เปลี่ยนแปลงสำเร็จได้รับแต้มวิวัฒนาการทั้งหมด 1,185,960 แต้ม-
คิ้วและแววตาของมู่เหลียงแสงออกถึงความสุขทันที ก่อนที่จะพูดกับตัวเองเบาๆ
“การลงแรงครั้งนี้ได้ผลตอบแทนมหาศาลจริงๆ ไม่เสียแรงเปล่า!”
แต้มวิวัฒนาการกว่า 1.8 ล้านแต้ม นั้นมากพอที่จะเพิ่มระดับสัตว์เลี้ยงเป็นระดับ 7 และระดับ 6 กับระดับ 5 อีกหลายตัว
ลี่ลี่มองดูผลึกสัตว์อสูรหายไปต่อหน้าต่อตาด้วยความมึนงง
ก่อนที่เธอจะโน้มตัวเข้าไปหาลี่เยว่และถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เขาทำให้ผลึกสัตว์อสูนหายไปได้ไง”
“นั้นเป็นพลังของมู่เหลียงเขาเป็นผู้ตื่นที่สามารถดูดพลังของผลึกสัตว์อสูรใช้มันเพื่อทำให้สัตว์อสูรที่เขาเลี้ยงเติบโตได้”
ลี่เยว่ตอบเบาๆ
“มีพลังแบบนี้อยู่ด้วยงั้นหรอ?!”
ลี่ลี่ถึงกับตกตะลึง
“พลังของผู้ตื่นทุกคนล้วนแปลกประหลาดอยู่แล้ว”
ลี่เยว่ตอบก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เตือน
“เธอไม่เคยได้ยินเรื่องผู้ตื่นที่มีพลังมากกว่าหนึ่งอย่างงั้นหรอ”
“นั่นสินะ”
ลี่ลี่พยักหน้าเห็นด้วย
“ลี่เยว่เอาแกะเขาสามเหลี่ยมเข้ามา”
มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดัง
ตอนนี้เขาต้องการจะฝึกสัตว์เลี้ยงใหม่ก่อน ยังไม่รีบร้อนที่จะเพิ่มระดับเต่าทมิฬน้อยในตอนนี้ เพราะเขาต้องออกไปจากบริเวณเมืองสิบขั้นก่อนเพื่อสะดวกในการวิวัฒนาการ
“เอานี้”
ลี่เยว่ลากแกะเขาสามเหลี่ยมเข้ามาในห้องโถง
“ระบบรับแกะเขาสามเหลี่ยมเป็นสัตว์เลี้ยง และเพิ่มระดับเป็นระดับ 5 ทันที”
มู่เหลียงเอามือสัมผัสไปบนหัวของแกะเขาสามเหลี่ยมเบาๆ
-ติ๊ง!! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับ 0 แกะเขาสามเหลี่ยม….เริ่มทำการฝึก-
-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้มในการฝึกเลี้ยงสัตว์อสูร……ฝึกฝนสำเร็จ-
-ติ๊ง! แกะเขาสามเหลี่ยมระดับ 0 ทำการวิวัฒนาการเป็นระดับ 5 ใช้แต้มวิวัฒนาการ 11,110 แต้ม-
-แกะเขาสามเหลี่ยมกลายพันธ์เป็นแกะเขาหกเหลี่ยม!!-
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถแกะอสูร 6 เขา-
รูม่านตาของมู่เหลียงหดลงเล็กน้อยด้วยความสนใจ
-ถ่ายทอดสำเร็จ-
มู่เหลียงเริ่มรู้สึกเคยชินกับความรู้สึกของพลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว และไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา
เขารู้สึกว่าที่มือของเขามีหนามหรือน่อเล็กๆ งอกออกมา ก่อนที่จะหันไปสนใจถึงการเปลี่ยนของแกะเขาหกเหลี่ยมตรงหน้า
ตอนนี้ตัวของมันสูงถึงสามเมตร และขนของมันก็ได้กลายเป็นสีดำ
และที่เด่นชัดยิ่งกว่าอะไรเลยคือเขาบนหัวของมันได้มีหกเขา เป็นเกลียว แต่ละอันสาวเท่ากับแขนของมู่เหลียงได้
มีสองอันยืนออกมาจากด้านหน้า อีกสองบนหัว และอีกสองเขาออกมาทางซ้ายและขวา
มู่เหลียงเลยส่งกระแสจิตไปหาแกะเขาหกเหลี่ยม
“ไหนใช้พลังที่มีติดตัวมาของแกให้ฉันดูหน่อย”
แมะ!!!
แกะเขาหกเหลี่ยมได้พองตัวเองจนกลายเป็นลูกบอลขนแกะสีดำ
ดึ๋ง!!
มันเด้งไปมาทั่วทั้งห้องจนทำลายข้าวของไปหมด ราวกับลูกบอลเด้งที่มู่เหลียงเคยเล่นสมัยเด็ก
“พอๆ หยุด!”
มู่เหลียงตะโกนออกมาทันที พร้อมกับสภาพห้องที่เละเทะไปหมด
ใยแมงมุมมากมายถูกปล่อยออกมาเพื่อขึงร่างของเจ้าแกะเอาไว้
“พลังของแกคือการสะท้อนงั้นหรอ”
มินโฮมองดูรอบๆ ห้องด้วยแววตาที่โกรธเคืองและพูดออกมาอย่างอาฆาต
“มู่เหลียง…..ฉันฆ่ามันได้ไหม แล้วเอาเนื้อมาทำอาหารเย็นนี้”
“อะ..เอ่อ…”
มู่เหลียงถึงมุมปากกระตุกพร้อมกับมองไปทางมินโฮและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เอาเป็นว่า ฉันจะตัดขนของมัน แล้วเอามาทำเสื้อกันหนาวขนสัตว์ให้เธอดีกว่าไหมมินโฮ”
“????”
เจ้าแกะมองมินโฮด้วยสายตาไร้เดียงสา
“ฉันจะตัดมันด้วยตัวของฉันเอง!”
มินโฮจ้องเขม็งไปทางเจ้าแกะ
ก่อนที่จะมองไปยังห้องโถงที่พังไม่เหลือชิ้นดี เธอโกรธมาก และต้องเริ่มเก็บกวาดทุกอย่างพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved