“ฟู่วว ในที่สุดก็มาถึงเมืองสิบขั้นสักที”
ลี่ลี่ก้มตัวลงไปใช้มือทั้งสองข้างนวดไปที่ต้นขา จากจุดที่เธออยู่สามารถมองเห็นเมืองได้ไกลๆ แล้ว
“รีบไปที่เมืองกันเถอะ พวกศพมายาคงใกล้ตามพวกเรามาทันแล้ว”
ลี่เยว่รีบก้าวเท้าเดินต่อทันที พร้อมกับดึงร่างของลี่ลี่ให้มากับเธอด้วย
ตั้งแต่ออกจากเผ่าเฟิ่งมาทั้งคู่ก็ถูกศพมายาไล่ล่าตลอด แต่ด้วยประสบการณ์เอาตัวรอดในพื้นที่รกร้าง ทำให้พวกเธอหนีรอดจากศพมายาได้
ถึงจะบอกว่าหนีรอดมาได้แต่ก็มีสองสามครั้งที่ศพมายาตามมาทัน จนเกิดการปะทะขึ้น แต่พอสบโอกาสทั้งสองก็หนีทันที
“เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่เท่าไรเลย”
ลี่เยว่มองไปยังกำแพงเมืองที่สูงเพียงห้าเมตรเท่านั้น
หากเปรียบเทียบกับเมืองเต่าทมิฬแล้ว กำแพงนี้เตี้ยกว่าเป็นร้อยเท่า และหากมันปรากฏตัวคงทำให้ทั้งเมืองนี้ตกอยู่ในความหวาดกลัวทันที
“แค่สร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดนี้ได้ก็ถือว่าเป็นเมืองที่ทรงอำนาจมากแล้วนะ”
ลี่ลี่เหลือบไปมองลี่เยว่และพูดขึ้นพร้อมกับคิดในใจว่า หากสิ่งนี้เรียกว่าเล็กแล้ว อะไรคือใหญ่สำหรับเธอ?
“เธอยังไม่เข้าใจลี่ลี่”
ลี่เยว่ส่ายหัวเล็กน้อย
ลี่เยว่มีบ้านที่ดีกว่านี้เป็นร้อยเท่า และนั้นทำให้เธอภูมิใจอย่างมาก
“พักนี้ลี่เยว่ของฉันดูมีความลับเยอะไปหมดเลย บางครั้งก็ชอบหัวเราะคิกคักคนเดียว….”
แววตาสีชมพูของลี่ลี่ก็หรี่ลง พร้อมกับโน้มตัวไปด้านหน้าลี่เยว่ ก่อนที่ทั้งสองจะประสานสายตากัน
“มองอะไรของเธออีกล่ะ?”
ลี่เยว่ถามด้วยแววตาที่ใสซื่อ ก่อนที่เธอจะเริ่มหลบสายตาของลี่ลี่
“หือ!!! ลี่เยว่น้อย…มีคนที่แอบชอบรึยังเนี้ย?”
ลี่ลี่พูดขึ้นก่อนที่จะเอามือขึ้นมาทาบหน้าอกและพูดออกมา
“อ๋อ ฉันพอจะรู้แล้ว”
“ไม่ๆ เธอเข้าใจผิดแล้ว”
ใบหน้าสวยๆ ของลี่เยว่นั้นกระตุกทันที และแดงขึ้น แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้
“หลังจากไม่เจอกันหลายสิบวัน เธอไปเจออะไรมางั้นหรอ? ไปแอบชอบใครมารึป่าว?”
ลี่ลี่เริ่มถามซักไซร้ไม่หยุดด้วยความสงสัย และวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากนิสัยของเพื่อนเธอ
หากว่าจะมีใครสักคนที่เผลอใจไปชอบใครก่อน สำหรับเธอคงเป็นโหย่วเฟ่ย เพราะรายนั้นในหัวไม่เคยคิดอะไรมากนอกจากงาน อีกทั้งยังซื่อบื้อไร้เดียงสา หากว่าเจอผู้ชายที่เข้าใจเธอ และอ่อนโยนต่อเธอ รับรองว่าโหย่วเฟ่ยจะหลงรักผู้ชายคนนั้นทันที
และในลำดับถัดไปนั้นลี่ลี่เองก็ไม่มั่นใจว่าระหว่างเธอกับลี่เยว่ใครจะเผลอใจไปแอบชอบใครก่อน
“อีกไม่นาน เธอจะได้รู้ทุกอย่างเอง ว่าฉันไปเจออะไรมาบ้าง”
ลี่เยว่ไม่ตอบอย่างชัดเจน แต่ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้ลี่ลี่แทน
เพราะการให้เห็นกับตาคงง่ายกว่าการที่จะมานั่งอธิบายให้ลี่ลี่เชื่อ
“เดี๋ยว! อย่าบอกนะว่า ลี่เยว่เธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว!”
ลี่ลี่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลี่เยว่ทำให้เธอประหลาดใจอย่างมาก จนเธอไปไม่ถูก
“ไม่ๆ ฉันไม่ได้ชอบใคร”
ลี่เยว่พยายามเก็บอาการ และเม้มริมฝีปากเอาไว้ไม่ให้อมยิ้ม
“จบแล้ว….จริงงั้นหรอเนี้ย”
ลี่ลี่ถอนหายใจ เธอรู้สึกน้อยใจนิดหน่อย ก่อนที่จะดึงไปยังผมแกละทั้งสองข้างราวกับหงุดหงิดในความไร้เดียงสาของเพื่อนเธอ
“ยังไม่จบสักหน่อย….”
ลี่เยว่ตอบพร้อมกับมุมปากที่ยกสูงขึ้น
“แต่เธอสองคนคงไม่มีวันได้อยู่ร่วมกันหรอก อีกฝ่ายคงยอมรับปีศาจยังพวกเราไม่ได้”
ลี่ลี่ตัดสินใจบอกความจริงกับเพื่อนของเธอไปตรงๆ
เธอต้องการให้ลี่เยว่ หยุดคิดเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เพื่อนของเธอต้องเสียใจไปมากกว่านี้
“ไม่…เขารับตัวตนของฉันได้”
ลี่เยว่พูดด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขและสัมผัสไปยังเกราะแขนที่มู่เหลียงทำให้อย่างอ่อนโยน
“เดี๋ยวก่อนนะ…หรือว่าเขาแอบชอบเธอ?”
ลี่ลี่เริ่มหาคำอธิบายอาการของเพื่อนสาวของเธอทันที และไม่มีอะไรสมเหตุสมผลไปมากกว่าการที่ฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายแอบชอบเพื่อนของเธอ โดยที่ลี่เยว่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนเลยด้วยซ้ำ
“แอบชอบ?”
ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยความสงสัย
“ใช่ อีกฝ่ายยังไม่เห็นหน้าของเธอใช่ไหม?”
ลี่ลี่ถามด้วยความรู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นถูกต้อง
“ไม่..เขาเห็นใบหน้าของฉันหมดแล้ว”
ลี่เยว่พยักหน้าตอบ
“หา..? เห็นหน้าเธอแล้วด้วยงั้นหรอ!”
ลี่ลี่นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ก่อนที่คิ้วของเธอจะขมวดเข้าหากัน
“เขาไม่ได้กลัวโรคผีมายาที่เธอเป็นอยู่เลยงั้นหรอ….หรือว่าเขากำลังหลอกเธออยู่ลี่เยว่!”
“ไม่เขาไม่ได้รังเกียจหรือกลัวฉันเลย แถมยัง….กล้าสัมผัสหน้าของฉันอีก”
ลี่เยว่พูดด้วยใบหน้าที่เขินอาย และพยายามเก็บอาการให้อยู่
“ว่าไงนะ?!”
ลี่ลี่ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก
มันทำให้เธออยากรู้มากขึ้นไปอีกว่าคนแบบนี้เป็นใคร
“มีผู้ชายที่วิเศษแบบนี้จริงๆ งั้นหรอ? เขามีหน้าตาเป็นยังไง?”
“เขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป และเขาก็ดูดีมากๆ”
ลี่เยว่คิดถึงหน้าตาของมู่เหลียง และอธิบายได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูดีและหล่อเหลา
“ให้เดานะ….เป็นไปได้ไหมว่าคนที่ลี่เยว่ชอบจะเป็นเด็กน้อย”
ลี่ลี่พูดขึ้นพร้อมท่าทางสงสัย
มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่ไม่รู้จักโรคผีมายา และถึงยอมรับลี่เยว่ได้ง่ายดายแบบนี้
“ผิดแล้ว เขาอายุมากกว่าต้องหลายปี”
ลี่เยว่จ้องไปยังลี่ลี่ ที่กำลังแสดงสีหน้าราวกับเรื่องราวความรักที่เธอรู้มานั้นผิดเพี้ยนไปหมด
“แปลกชะมัด!”
ลี่ลี่ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ และรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติ
“เร็วเถอะ เข้าไปในเมืองก่อน”
ลี่เยว่ลากลี่ลี่ไปยังทางเข้าเมือง
เมื่อทั้งสองผ่านเข้ามาได้ ก็มาอยู่ในพื้นที่รอบนอกของเมือง
ที่รอบนอกไม่มีการตรวจสอบอะไรมากนัก หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มี มีเพียงพื้นที่ส่วนในเท่านั้นที่จะมีการตรวจสอบที่เข้มข้นกว่านี้
“สกปรกสุดๆ ไปเลย แถมกลิ่นก็เหม็นมาก”
ลี่เยว่บ่นออกมาพร้อมกับจะเอามือขึ้นมาปิดจมูกแต่มันก็ติดกับหน้ากากเสียก่อน
เธอเห็นสภาพแวดล้อมของที่นี่แล้ว มันดูเสื่อมโทรมอย่างมาก มีพวกทาสขอทานนั่งอยู่เต็มสองข้างทางไปหมด เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาเฆี่ยนตีให้ลุกไปทำงาน
“เมืองใหญ่ๆ ก็เป็นแบบนี้เกือบทั้งหมดอยู่แล้ว”
ลี่ลี่ย่นจมูกเล็กน้อยก่อนที่จะมองไปรอบๆ
“ที่จริงมันมีอะไรที่ดีกว่านี้”
ลี่เยว่พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหัว
เธอเริ่มคิดถึงบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมภายในเมืองเต่าทมิฬ ทั้งสะอาด อากาศก็บริสุทธิ์ ซึ่งต่างจากสถานที่แห่งนี้มาก
“หา?”
ลี่ลี่ไม่เข้าใจสิ่งที่ลี่เยว่พูดเลยแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง”
ลี่เยว่ได้แต่ถอนหายใจ และคิดถึงเมืองเต่าทมิฬมากกว่าเก่า
มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองเต่าทมิฬที่ทั้งสะอาดและอากาศดี แล้วอยู่ๆ ก็ต้องมาเจอสภาพเมืองสิบขั้นที่ทั้งสกปรกและเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า
“เดี๋ยวอีกแล้วงั้นหรอ!”
ลี่ลี่รู้สึกว่ามันอะไรกันหนักกันหนากับคำว่าเดี๋ยวก็รู้ มันจะแตกต่างไปจากเดิมขนาดไหนกัน
ลี่ลี่เข้ามาใกล้ๆ ลี่เยว่และถามขึ้น
“แล้วโหย่วเฟ่ยล่ะ”
“พรุ่งนี้เธอก็จะมาที่นี่แล้ว”
ลี่เยว่ตอบพร้อมกับคิดถึงสัญญาที่จะเจอกันในอีกสิบวัน แต่สิบวันสำหรับเธอนั้นมันยาวนานเป็นสิบปีสำหรับเธอ
“โหย่วเฟ่ยไม่ได้อยู่คนเดียวรึไง? ฉันกลัวว่าเธอจะหลงทาง แล้วเตลิดไปไหนต่อไหน!”
ลี่ลี่ดึงผมแกละด้วยความกังวล
“ลี่เยว่บอกที่เถอะ ว่าเธอเดินทางมากับคนที่ไว้ใจได้ หรือเธอเดินทางมาถูกไม่หลง”
“นี้…ลี่ลี่เธอเห็นโหย่วเฟ่ยงี่เง่าขนาดนั้นเลยงั้นหรอ?”
มุมปากของลี่เยว่กระตุกทันที
“ก็โหย่วเฟ่ยเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ไม่ว่าใครจะทำอะไรเธอก็ไม่สนใจและหลับใส่ โหย่วเฟ่ยจะฉลาดขึ้นก็ตอนต่อสู้กับเวลาศึกษาหาความรู้เท่านั้น”
ลี่ลี่บ่นเกี่ยวกับโหย่วเฟ่ยทันที
“ไม่ต้องห่วง มีคนพาเธอมา”
ลี่เยว่ตอบเบาๆ
“ใครที่จะพาโหย่วเฟ่ยมาที่นี่?”
ลี่ลี่ถามด้วยความประหลาดใจ
“เอ่อ….ก็คนๆ นั้นแหละ….”
ลี่เยว่ตอบพร้อมกับเบื้อนหน้าหนีอย่างอายๆ
“อะไรนะ คนที่เธอชอบจะมาพร้อมกับโหย่วเฟ่ยงั้นหรอ?”
ลี่ลี่ยิ่งประหลาดใจมากกว่าเก่า
“ใช่”
ลี่เยว่พยักหน้าตอบ
“นี่มันมากเกินไปกว่าที่ฉันจะรับได้แล้วนะ”
ลี่ลี่กุมขมับด้วยความรู้สึกปวดหัว และหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที
ลี่เยว่มองไปยังลี่ลี่ที่สูงเพียง 155 เซนติเมตร และกำลังดึงผมของเธอจนยุ่งเหยิงไปหมด ซึ่งเป็นฉากที่น่าดูมาก
“โว้ย! ช่างก็ได้!”
ลี่ลี่ปล่อยผมของเธอและตัดสินใจรอดูสิ่งที่จะมาถึง
เธอมองไปยังเมืองชั้นใน และพูดขึ้น
“ลี่เยว่ ตอนนั้นเธอบอกว่าปีกนางฟ้าอยู่ที่นี่ งั้นพวกเราไปตามหยานปิงกลับมาดีกว่าไหม แล้ววางแผนช่วยกันขโมยมันออกมา”
“ดอกปีกนางฟ้า ไม่ได้อยู่ในเมือง แต่โหย่วเฟ่ยจะนำมันมาพร้อมกับเธอ”
ลี่เยว่ขัดการพูดของลี่ลี่ทันที
“เอ้า…ในเมื่อดอกปีกนางฟ้าอยู่ที่โหย่วเฟ่ย แล้วทำไมเราต้องถ่อมาถึงเมืองสิบขั้น?”
ลี่ลี่พูดออกมาด้วยความสงสัย และประหลาดใจ
ก็ถ้าดอกปีกนางฟ้าอยู่กับโหย่วเฟ่ย ทำไมไม่เจอกันที่เผ่าเฟิ่งไปเลย
“อะแฮ่มๆ”
ลี่เยว่กระแอมเบาๆ
“เธอทำตัวแปลกๆ อีกแล้ว”
ลี่ลี่หรี่ตาลงและมองไปยังลี่เยว่
“รออีกไม่นาน เธอจะรู้เองตอนนี้ฉันพูดอะไรไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอก”
ลี่เยว่ไม่อยากเสียเวลามาพูดมากกับการอธิบายเรื่องต่างๆ และให้ความสนใจในการหลบหนีจากศพมายามากกว่า
“ฮึ่ม!! ฉันจะดูว่าสิ่งที่เธอปิดบังไว้มันจะดีสักแค่ไหน!”
ลี่ลี่เท้าเอวด้วยมือทั้งสองข้างและมองเขม็งไปยังลี่เยว่
และบ่นพึมพำออกมาอย่างไม่พอใจ
“อะไรก็รอก่อน อะไรก็เดี๋ยว น่ารำคาญชะมัด”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved