รุ่งเช้าที่ห้องอาหารตำหนักเจ้าเมือง
ซุปมะเขือเทศที่ต้มอย่างเข้มข้นยิ่งออกรสเปรี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หมี่เปรี้ยวเผ็ดวันนี้ยิ่งอร่อย
“ซูด!!”
ตึง!
หยู่เฟ่ยหยานวางชามใบใหญ่ลงด้วยความรู้สึกพึงพอใจมากๆ และกินหมดไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปสักหยด
“อร่อยจริงๆ”
เธอเช็ดมุมปากของเธอและกล่าวออกมาอย่างชอบใจ
มู่เหลียงวางตะเกียบลงและยกชามขึ้นซดน้ำซุป เขากินหมี่เปรี้ยวเผ็ดไปสองชามได้แล้ว ทำให้เขารู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูก
เขาหันหน้าไปทางมินโฮและถามอย่างแผ่วเบา
“วันนี้มินโฮปรับเปลี่ยนรสชาติเพิ่มงั้นหรอ?”
“ใช่ ฉันลองใส่ใบชาประกายแสงลงไป เพื่อทำให้มันไม่เผ็ดเกินไป อีกทั้งยังช่วยทำให้จิตใจสงบเมื่อได้ดื่มน้ำซุปด้วย”
มินโฮอธิบายอย่างละเอียด
“ฮ่าๆๆ เก่งมาก มินโฮนี้มีความคิดสร้างสรรค์จริงๆ”
มู่เหลียงเอ่ยปากชมอย่างมีความสุข
แล้วเขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนที่จะพูดออกมา
“ครั้งหน้ามินโฮลองเอาเนื้อไปตุ๋นกับใบชาดู ลดเครื่องเทศลงและใส่ใบชาเข้าไป รสชาติคงจะดีแน่ๆ”
มู่เหลียงนึกถึงเนื้อตุ๋นสมุนไพรที่ชื่อบักกุ๊ดเต๋ที่โลกเดิมของเขา
“ได้ ฉันจะลองทำดู”
แววตาของมินโฮส่องเป็นประกาย และมีความคิดมากมายในการทำอาหาร
และมินโฮตัดสินใจว่าจะไปที่ห้องทดลองของโหย่วเฟ่ยเพื่อขอความรู้เรื่องสมุนไพรที่เอามาใช้ทำอาหารได้
โหย่วเฟ่ยเองก็ไม่ได้ออกมาจากห้องวิจัยของเธอมาสามวันแล้ว มีเพียงสาวใช้เอาอาหารและนำไปให้เท่านั้น
จากสิ่งที่สาวใช้ได้ยินมา เหมือนว่าตอนนี้งานวิจัยของเธออยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และโหย่วเฟ่ยไม่อยากจะเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อศึกษามัน
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันออกไปทำงาน
มู่เหลียงและหยู่ฉินหลานไปที่โรงงานทางการทหาร เพื่อตรวจงานและดูความคืบหน้าในการผลิตอาวุธ
โรงงานทางการทหารตั้งอยู่ที่เขตเมืองชั้นใน แต่ตั้งอยู่ห่างจากเขตอยู่อาศัย และยังตั้งอยู่พื้นที่ตรงกันข้ามกับพื้นที่โรงงานปกติ
“ท่านเจ้าเมือง ท่านฉินหลาน”
เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าโรงงาน หน่วยพิทักษ์เนินสูงสองคนในเสื้อคลุมผีได้เข้ามาทำความเคารพทันที
หน่วยพิทักษ์เนินสูงนั้นนอกจากดูแลพื้นที่เนินสูงแล้ว ยังต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ด้วย ทั้งคลังอาวุธ และโรงงานทางการทหาร
มู่เหลียงพยักหน้าและถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ
“มีอะไรเกิดขึ้นรึป่าว”
“ไม่ค่ะ ทุกอย่างปกติดี”
หญิงสาวที่สวมหน้ากากตอบกลับมาอย่างเคารพ
“ดี”
มู่เหลียงตอบสั้นๆ ก่อนที่จะเดินผ่านทั้งสองเข้าไปในโรงงานทางการทหาร
“ท่านเจ้าเมือง!”
ผู้ดูแลโรงงานแห่งนี้ปรากฏตัวขึ้นมาทันที และรีบทำความเคารพ
เดิมทีคนผู้นี้เป็นหนึ่งในกองกำลังปกป้องเต่าทมิฬ แต่เขาได้รับเลือกจากมู่เหลียงให้อยู่ใต้บัญชาของคำสั่งนางพญา ให้รับผิดชอบดูแลจัดการโรงงานทางการทหารทั้งหมด
“พาฉันเดินชมรอบๆ หน่อย”
มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ
“ครับท่านเจ้าเมือง! เชิญทางนี้เลยครับ”
มู่ซานขานรับก่อนที่จะเดินนำหน้าไป
พื้นที่โรงงานมีอาคารทั้งหมดสามหลัง แต่ละหลังมี 3 ชั้น และที่อาคารแรกพื้นที่ชั้นหนึ่งรับหน้าที่ผลิตโล่
“ท่านเจ้าเมือง ตอนนี้โรงงานได้เริ่มผลิตโล่กลมแล้ว”
มู่ซานผายมือไปด้านหน้าเพื่อชี้นำ
ข้างหน้าของเขามีคนงานหลายคนกำลังยุ่งกับการเตรียมเปลือกของอสูรหนอนเก้าส่วน
มีสามคนรับหน้าที่ตัดแบ่ง อีกสองคนรับหน้าที่ต้มเปลือกเพื่อให้เปลือกคายของเหลวเหนียวออกมาทำให้น้ำหนักเบาลง
“เครื่องมือวัดที่ส่งมาก่อนหน้านี้ ใช่งานได้ไหม?”
มู่เหลียงถามอย่างสงสัย
มู่เหลียงส่งตลับเมตร ไม้บรรทัด ไม้โปรแทรกเตอร์ และวงเวียนมาให้
เครื่องมือวัดเหล่านี้ได้ถูกผลิตออกมาจำนวนมาก และถูกส่งมายังโรงงานทางการทหารเป็นที่แรก
-“มันใช้งานได้ดีมากเลยครับ -แล้วก็ใช้ง่ายมาก มันลดข้อผิดพลาดของการทำงาน ช่วยประหยัดเวลาได้มากครับ”
มู่ซานตอบพร้อมกับใบหน้าที่ชื่นชม
ต้องขอบคุณเครื่องมือวัดเหล่านี้ทำให้การทำงานของโรงานดีขึ้นมาก
มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ และเดินสำรวจที่ชั้นแรกอยู่พักหนึ่ง
เขาเห็นคนงานใช้ไม้โปรแทรกเตอร์เพื่อวัดขนาดมุมก่อนที่จะตัดเปลือก และใช้มันอย่างชำนาญ
หยู่ฉินหลานเองรู้สึกประหลาดใจวิธีการใช้ไม้โปรแทรกเตอร์พวกนี้เหมือนกัน
จากนั้นมู่เหลียงก็มุ่งหน้าไปที่ชั้นสองของโรงงานที่เป็นพื้นที่ผลิตหน้าไม้
คนงานกำลังเตรียมกระดูกของอสูรคางคกหกขา
หากไม่มีไม้บรรทัดวัดพวกเขาคงไม่สามารถตัดกระดูกได้ในความยาวที่สม่ำเสมอ ก่อนที่จะนำกระดูกไปเผา และเอาไปต้มเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกไป
“ท่านเจ้าเมือง ลูกดอกกับหน้าไม้ชุดแรกสร้างเสร็จแล้ว นายท่านโปรดตรวจสอบด้วย”
มู่ซานกล่าวด้วยท่าทางเคารพ
“ทำได้เร็วขนาดนี้เลยงั้นหรอ?”
มู่เหลียงเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน ขั้นตอนการผลิตทำได้เร็วกว่าที่เขาคิดมาก
ภายใต้การดูแลกำกับของมู่ซาน ทั้งสามขึ้นไปยังชั้นสามต่อไป นี้เป็นพื้นที่โกดังเก็บของที่ทำเสร็จแล้ว
มีชั้นวางที่ทำมาจากไม้เรียงยาว และบนชั้นวางก็มีงานผลิตที่สร้างเสร็จแล้ววางอยู่
มู่เหลียงหยุดลงและลองหยิบดาบขึ้นมาจากชั้นวางอันแรก รูปร่างมันเหมือนกับดาบสมัยราชวงศ์ถังที่มู่เหลียงเคยเห็นจากโลกเดิมของเขา
เขาตวัดดาบไปมา จนเกิดเสียงหึ่งๆ ของใบดาบที่ตัดผ่านอากาศ และรู้ว่าดาบนี้คุณภาพดี
“ท่านเจ้าเมือง ดาบแบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 12 เล่ม”
มู่ซานรายงานทันที
“มันดีมาก ส่งมันไปให้เฉิงเหมา”
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ ก่อนที่จะวางดาบลงบนชั้นไม้
เมื่อเดินมาอีกหน่อยก็พบกล่องไม้ที่ภายในนั้นเต็มไปด้วยลูกดอก
มู่ซานจึงรายงานขึ้นทันที
“ท่านเจ้าเมือง นี้คือลูกดอกหน้าไม้ตอนนี้เราผลิตได้ 300 ดอกครับ”
ลูกดอกหน้าไม้ถูกสร้างขึ้นที่นี่ด้วยเหมือนกัน ปลายลูกดอกเป็นหนามจากดอกพันหนาม
หนามของดอกพันหนามนั้นแหลมคมอยู่แล้ว ไม่ต้องการขั้นตอนการลับคมใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ติดขนที่ท้ายลูกดอกก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
มู่เหลียงดึงลูกดอกขึ้นมาหนึ่งดอก และแตะเบาๆ ไปที่หัวลูกดอกพร้อมกับพึงพอใจกับความแหลมคมของมัน
“วันหนึ่งสามารถผลิตได้เท่าไร”
มู่เหลียงถามอย่างใจเย็น
“อย่างน้อยวันละร้อยดอกครับ”
เห็นได้ชัดเลยว่ามู่ซานผู้นี้รู้ทุกอย่างและควบคุมดูแลโรงงานเป็นอย่างดี ก่อนที่มู่ซานจะพูดต่อ
“คนงานบางคนถูกย้ายไปผลิตหน้าไม้ และโล่กลม แต่ทำให้กำลังผลิตลูกดอกน้อยลงด้วย”
”เข้าใจแล้ว ฉันจะหาคนมาเพิ่มให้ ยังไงลูกดอกพวกนี้เป็นของสิ้นเปลืองอยู่แล้ว อีกอย่างเราต้องการลูกดอกจำนวนมาก”
มู่เหลียงพูดอย่างจริงจัง
พวกเขากำลังจะไปเมืองปักษา หน้าไม้เป็นอาวุธที่ใช้ต่อต้านการโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียวที่มี
หากเกิดเรื่องขัดแย้งกันขึ้นไม่รู้ว่าทหารแต่ละคนจะยิงแม่นมากน้อยแค่ไหน เพราะงั้นต้องมีลูกดอกสำรองจำนวนมาก
“รับทราบแล้ว”
มู่ซานพยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับคิดหาทางจัดการเรื่องนี้
ก่อนที่เขาจะชี้ไปยังข้างๆ ตัว และพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“นายท่าน นี้เป็นหน้าไม้ชุดแรกที่สร้างเสร็จทั้งหมด 20 อันครับ”
หน้าไม้ทุกอันทำมาจากระดูกของอสูรคางคกหกขา
กระดูกขาของอสูรคางคกหกขาถูกนำมาสร้างเป็นหน้าไม้ได้อย่างไม่เสียของสักชิ้นเดียว
แล้วอสูรคางคกหกขาก็ถูกฝูงของราชาหมาป่าจันทราล่ามาได้เป็นเรื่องปกติ
โดยหน่วยพิทักษ์เนินสูงนั้นจะไปรวมกลุ่มกับฝูงหมาป่าจันทราเพื่อออกล่าทุกวัน จากนั้นจะส่งชิ้นส่วนกลับมาที่โกดังเพื่อแปรรูป
มู่ซานหยิบหน้าไม้หนึ่งอันให้มู่เหลียง
“ลองยิงดูแล้วรึยัง”
มู่เหลียงรับหน้าไม้มา และตรวจสอบอย่างละเอียดน้ำหนักของมันกำลังพอดีมือ
“หน้าไม้ทั้งหมดนี้ได้รับการทดลองใช้งานแล้ว ไม่พบปัญหาใดๆ ทั้งสิ้นครับ”
มู่ซานตอบอย่างมั่นใจ
“เอาลูกดอกหน้าไม้มาให้สักสามลูกสิ”
มู่เหลียงสั่งพร้อมกับขึ้นสายหน้าไม้
“นี้ครับ”
มู่ซานเอาลูกดอกมาส่งให้กับมู่เหลียง
หยู่ฉินหลานที่กำลังตรวจดูหน้าไม้อยู่นั้นก็ถึงกับตกใจกับคุณภาพของอาวุธพวกนี้ มันเทียบได้กับอาวุธวิญญาณระดับต่ำ หากใครรู้ว่าที่นี่สามารถสร้างอาวุธวิญญาณระดับต่ำออกมาได้จำนวนมากคงได้หวาดกลัวเมืองเต่าทมิฬอย่างแน่นอน
และในอนาคตหากว่าแนวป้องกันเมือง และทหารทุกคนได้รับหน้าไม้พวกนี้ และใช้งานจนชำนาญคงมีแต่ความตายเท่านั้นหากคิดบุกเมืองเต่าทมิฬ
“นายท่าน ด้านนอกมีพื้นที่ทดลองอาวุธอยู่ เชิญทางนี้”
มู่ซานพูดขึ้น
“นำทางไป”
มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น
“ครับ”
ทั้งหมดมาที่ด้านหลังของโรงงาน เป็นพื้นที่โล่งกว้างมีหุ่นไม้สามตัวตั้งอยู่ในระยะไกล ซึ่มันเป็นเป้าไว้ทดลองหน้าไม้
มู่เหลียงนำลูกดอกติดตั้งบนหน้าไม้ ก่อนที่จะบรรจงเล็งและเหนี่ยวไกออกไป เสียงของสายหน้าไม้ดีดดังสนั่น
เปรี้ยง!
หุ่นไม้ที่โดนลูกดอกถึงกับตัวแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ลูกดอกไม่ได้หมดพลังเพียงเท่านั้นมันยังพุ่งต่อไปจนปักเข้ากับกำแพงดินที่อยู่ด้านหลัง
ปัง!
เกิดรูขนาดเท่ากับฝ่ามือบนกำแพงดิน ก่อนที่ลูกดอกจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะทนแรงไม่ไหว
“พลังทำลายล้างเทียบได้กับผู้ใช้พลังขั้น 4…”
หยู่ฉินหลานร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“มันดีมาก ฉันชอบ”
มู่เหลียงมุมปากยกสูงขึ้นอย่างพอใจ
เขาง้างสายหน้าไม้และบรรจุลุกดอกอีกครั้ง ก่อนที่จะยิงออกโดยเล็งไปที่กำแพงดิน ทำให้กำแพงดินนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ
หยู่ฉินหลานรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก และสติหลุดลอยไปพักหนึ่ง หน้าไม้พวกนี้ต่อไปจะเป็นอาวุธประจำการของทหารแห่งเมืองเต่าทมิฬ
เธอจำได้ว่ามู่เหลียงยังทำหน้าไม้สำหรับหน่วยพิทักษ์เนินสูงที่เป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางอีกด้วย แค่หน้าไม้ระดับต่ำยังทรงพลังขนาดนี้ แล้วหน้าไม้ระดับกลางจะทรงพลังขนาดไหน?
มู่เหลียงเสกกำแพงหินขึ้นมาอีก และซ่อมกำแพงดินที่ด้านหลังด้วยพลังของเขา
“มันดีมาก ผลิตหน้าไม้ต่อไปอยากได้หยุด”
เขาส่งหน้าไม้คืนให้กับมู่ซานและออกคำสั่ง
“แล้วมีปัญหาอะไรอีกไหมในโรงงาน”
“ไม่ครับมีเพียงปัญหาเฉพาะทางเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ๆ ตอนนี้คือแรงงานไม่พอครับ”
มู่ซานตอบอย่างหนักใจ
“คนงานงั้นหรอ….เดี๋ยวฉันจะส่งคนมาเพิ่มให้หลังจากนี้”
มู่เหลียงขมวดคิ้วครุ่นคิด
ก่อนที่จะพูดต่อ
“ตอนนี้ทำหน้าไม้และลูกดอกพวกนี้ให้พร้อม ฉันจะให้คนมารับไปภายหลัง”
“รับทราบครับ”
มู่ซานขานรับอย่างนอบน้อม
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved