ตอนที่ 223

รุ่งเช้าที่ห้องอาหารตำหนักเจ้าเมือง

ซุปมะเขือเทศที่ต้มอย่างเข้มข้นยิ่งออกรสเปรี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หมี่เปรี้ยวเผ็ดวันนี้ยิ่งอร่อย

“ซูด!!”

ตึง!

หยู่เฟ่ยหยานวางชามใบใหญ่ลงด้วยความรู้สึกพึงพอใจมากๆ และกินหมดไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปสักหยด

“อร่อยจริงๆ”

เธอเช็ดมุมปากของเธอและกล่าวออกมาอย่างชอบใจ

มู่เหลียงวางตะเกียบลงและยกชามขึ้นซดน้ำซุป เขากินหมี่เปรี้ยวเผ็ดไปสองชามได้แล้ว ทำให้เขารู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูก

เขาหันหน้าไปทางมินโฮและถามอย่างแผ่วเบา

“วันนี้มินโฮปรับเปลี่ยนรสชาติเพิ่มงั้นหรอ?”

“ใช่ ฉันลองใส่ใบชาประกายแสงลงไป เพื่อทำให้มันไม่เผ็ดเกินไป อีกทั้งยังช่วยทำให้จิตใจสงบเมื่อได้ดื่มน้ำซุปด้วย”

มินโฮอธิบายอย่างละเอียด

“ฮ่าๆๆ เก่งมาก มินโฮนี้มีความคิดสร้างสรรค์จริงๆ”

มู่เหลียงเอ่ยปากชมอย่างมีความสุข

แล้วเขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนที่จะพูดออกมา

“ครั้งหน้ามินโฮลองเอาเนื้อไปตุ๋นกับใบชาดู ลดเครื่องเทศลงและใส่ใบชาเข้าไป รสชาติคงจะดีแน่ๆ”

มู่เหลียงนึกถึงเนื้อตุ๋นสมุนไพรที่ชื่อบักกุ๊ดเต๋ที่โลกเดิมของเขา

“ได้ ฉันจะลองทำดู”

แววตาของมินโฮส่องเป็นประกาย และมีความคิดมากมายในการทำอาหาร

และมินโฮตัดสินใจว่าจะไปที่ห้องทดลองของโหย่วเฟ่ยเพื่อขอความรู้เรื่องสมุนไพรที่เอามาใช้ทำอาหารได้

โหย่วเฟ่ยเองก็ไม่ได้ออกมาจากห้องวิจัยของเธอมาสามวันแล้ว มีเพียงสาวใช้เอาอาหารและนำไปให้เท่านั้น

จากสิ่งที่สาวใช้ได้ยินมา เหมือนว่าตอนนี้งานวิจัยของเธออยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และโหย่วเฟ่ยไม่อยากจะเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อศึกษามัน

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันออกไปทำงาน

มู่เหลียงและหยู่ฉินหลานไปที่โรงงานทางการทหาร เพื่อตรวจงานและดูความคืบหน้าในการผลิตอาวุธ

โรงงานทางการทหารตั้งอยู่ที่เขตเมืองชั้นใน แต่ตั้งอยู่ห่างจากเขตอยู่อาศัย และยังตั้งอยู่พื้นที่ตรงกันข้ามกับพื้นที่โรงงานปกติ

“ท่านเจ้าเมือง ท่านฉินหลาน”

เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าโรงงาน หน่วยพิทักษ์เนินสูงสองคนในเสื้อคลุมผีได้เข้ามาทำความเคารพทันที

หน่วยพิทักษ์เนินสูงนั้นนอกจากดูแลพื้นที่เนินสูงแล้ว ยังต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ด้วย ทั้งคลังอาวุธ และโรงงานทางการทหาร

มู่เหลียงพยักหน้าและถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ

“มีอะไรเกิดขึ้นรึป่าว”

“ไม่ค่ะ ทุกอย่างปกติดี”

หญิงสาวที่สวมหน้ากากตอบกลับมาอย่างเคารพ

“ดี”

มู่เหลียงตอบสั้นๆ ก่อนที่จะเดินผ่านทั้งสองเข้าไปในโรงงานทางการทหาร

“ท่านเจ้าเมือง!”

ผู้ดูแลโรงงานแห่งนี้ปรากฏตัวขึ้นมาทันที และรีบทำความเคารพ

เดิมทีคนผู้นี้เป็นหนึ่งในกองกำลังปกป้องเต่าทมิฬ แต่เขาได้รับเลือกจากมู่เหลียงให้อยู่ใต้บัญชาของคำสั่งนางพญา ให้รับผิดชอบดูแลจัดการโรงงานทางการทหารทั้งหมด

“พาฉันเดินชมรอบๆ หน่อย”

มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ

“ครับท่านเจ้าเมือง! เชิญทางนี้เลยครับ”

มู่ซานขานรับก่อนที่จะเดินนำหน้าไป

พื้นที่โรงงานมีอาคารทั้งหมดสามหลัง แต่ละหลังมี 3 ชั้น และที่อาคารแรกพื้นที่ชั้นหนึ่งรับหน้าที่ผลิตโล่

“ท่านเจ้าเมือง ตอนนี้โรงงานได้เริ่มผลิตโล่กลมแล้ว”

มู่ซานผายมือไปด้านหน้าเพื่อชี้นำ

ข้างหน้าของเขามีคนงานหลายคนกำลังยุ่งกับการเตรียมเปลือกของอสูรหนอนเก้าส่วน

มีสามคนรับหน้าที่ตัดแบ่ง อีกสองคนรับหน้าที่ต้มเปลือกเพื่อให้เปลือกคายของเหลวเหนียวออกมาทำให้น้ำหนักเบาลง

“เครื่องมือวัดที่ส่งมาก่อนหน้านี้ ใช่งานได้ไหม?”

มู่เหลียงถามอย่างสงสัย

มู่เหลียงส่งตลับเมตร ไม้บรรทัด ไม้โปรแทรกเตอร์ และวงเวียนมาให้

เครื่องมือวัดเหล่านี้ได้ถูกผลิตออกมาจำนวนมาก และถูกส่งมายังโรงงานทางการทหารเป็นที่แรก

-“มันใช้งานได้ดีมากเลยครับ -แล้วก็ใช้ง่ายมาก มันลดข้อผิดพลาดของการทำงาน ช่วยประหยัดเวลาได้มากครับ”

มู่ซานตอบพร้อมกับใบหน้าที่ชื่นชม

ต้องขอบคุณเครื่องมือวัดเหล่านี้ทำให้การทำงานของโรงานดีขึ้นมาก

มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ และเดินสำรวจที่ชั้นแรกอยู่พักหนึ่ง

เขาเห็นคนงานใช้ไม้โปรแทรกเตอร์เพื่อวัดขนาดมุมก่อนที่จะตัดเปลือก และใช้มันอย่างชำนาญ

หยู่ฉินหลานเองรู้สึกประหลาดใจวิธีการใช้ไม้โปรแทรกเตอร์พวกนี้เหมือนกัน

จากนั้นมู่เหลียงก็มุ่งหน้าไปที่ชั้นสองของโรงงานที่เป็นพื้นที่ผลิตหน้าไม้

คนงานกำลังเตรียมกระดูกของอสูรคางคกหกขา

หากไม่มีไม้บรรทัดวัดพวกเขาคงไม่สามารถตัดกระดูกได้ในความยาวที่สม่ำเสมอ ก่อนที่จะนำกระดูกไปเผา และเอาไปต้มเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกไป

“ท่านเจ้าเมือง ลูกดอกกับหน้าไม้ชุดแรกสร้างเสร็จแล้ว นายท่านโปรดตรวจสอบด้วย”

มู่ซานกล่าวด้วยท่าทางเคารพ

“ทำได้เร็วขนาดนี้เลยงั้นหรอ?”

มู่เหลียงเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน ขั้นตอนการผลิตทำได้เร็วกว่าที่เขาคิดมาก

ภายใต้การดูแลกำกับของมู่ซาน ทั้งสามขึ้นไปยังชั้นสามต่อไป นี้เป็นพื้นที่โกดังเก็บของที่ทำเสร็จแล้ว

มีชั้นวางที่ทำมาจากไม้เรียงยาว และบนชั้นวางก็มีงานผลิตที่สร้างเสร็จแล้ววางอยู่

มู่เหลียงหยุดลงและลองหยิบดาบขึ้นมาจากชั้นวางอันแรก รูปร่างมันเหมือนกับดาบสมัยราชวงศ์ถังที่มู่เหลียงเคยเห็นจากโลกเดิมของเขา

เขาตวัดดาบไปมา จนเกิดเสียงหึ่งๆ ของใบดาบที่ตัดผ่านอากาศ และรู้ว่าดาบนี้คุณภาพดี

“ท่านเจ้าเมือง ดาบแบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 12 เล่ม”

มู่ซานรายงานทันที

“มันดีมาก ส่งมันไปให้เฉิงเหมา”

มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ ก่อนที่จะวางดาบลงบนชั้นไม้

เมื่อเดินมาอีกหน่อยก็พบกล่องไม้ที่ภายในนั้นเต็มไปด้วยลูกดอก

มู่ซานจึงรายงานขึ้นทันที

“ท่านเจ้าเมือง นี้คือลูกดอกหน้าไม้ตอนนี้เราผลิตได้ 300 ดอกครับ”

ลูกดอกหน้าไม้ถูกสร้างขึ้นที่นี่ด้วยเหมือนกัน ปลายลูกดอกเป็นหนามจากดอกพันหนาม

หนามของดอกพันหนามนั้นแหลมคมอยู่แล้ว ไม่ต้องการขั้นตอนการลับคมใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ติดขนที่ท้ายลูกดอกก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

มู่เหลียงดึงลูกดอกขึ้นมาหนึ่งดอก และแตะเบาๆ ไปที่หัวลูกดอกพร้อมกับพึงพอใจกับความแหลมคมของมัน

“วันหนึ่งสามารถผลิตได้เท่าไร”

มู่เหลียงถามอย่างใจเย็น

“อย่างน้อยวันละร้อยดอกครับ”

เห็นได้ชัดเลยว่ามู่ซานผู้นี้รู้ทุกอย่างและควบคุมดูแลโรงงานเป็นอย่างดี ก่อนที่มู่ซานจะพูดต่อ

“คนงานบางคนถูกย้ายไปผลิตหน้าไม้ และโล่กลม แต่ทำให้กำลังผลิตลูกดอกน้อยลงด้วย”

”เข้าใจแล้ว ฉันจะหาคนมาเพิ่มให้ ยังไงลูกดอกพวกนี้เป็นของสิ้นเปลืองอยู่แล้ว อีกอย่างเราต้องการลูกดอกจำนวนมาก”

มู่เหลียงพูดอย่างจริงจัง

พวกเขากำลังจะไปเมืองปักษา หน้าไม้เป็นอาวุธที่ใช้ต่อต้านการโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียวที่มี

หากเกิดเรื่องขัดแย้งกันขึ้นไม่รู้ว่าทหารแต่ละคนจะยิงแม่นมากน้อยแค่ไหน เพราะงั้นต้องมีลูกดอกสำรองจำนวนมาก

“รับทราบแล้ว”

มู่ซานพยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับคิดหาทางจัดการเรื่องนี้

ก่อนที่เขาจะชี้ไปยังข้างๆ ตัว และพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

“นายท่าน นี้เป็นหน้าไม้ชุดแรกที่สร้างเสร็จทั้งหมด 20 อันครับ”

หน้าไม้ทุกอันทำมาจากระดูกของอสูรคางคกหกขา

กระดูกขาของอสูรคางคกหกขาถูกนำมาสร้างเป็นหน้าไม้ได้อย่างไม่เสียของสักชิ้นเดียว

แล้วอสูรคางคกหกขาก็ถูกฝูงของราชาหมาป่าจันทราล่ามาได้เป็นเรื่องปกติ

โดยหน่วยพิทักษ์เนินสูงนั้นจะไปรวมกลุ่มกับฝูงหมาป่าจันทราเพื่อออกล่าทุกวัน จากนั้นจะส่งชิ้นส่วนกลับมาที่โกดังเพื่อแปรรูป

มู่ซานหยิบหน้าไม้หนึ่งอันให้มู่เหลียง

“ลองยิงดูแล้วรึยัง”

มู่เหลียงรับหน้าไม้มา และตรวจสอบอย่างละเอียดน้ำหนักของมันกำลังพอดีมือ

“หน้าไม้ทั้งหมดนี้ได้รับการทดลองใช้งานแล้ว ไม่พบปัญหาใดๆ ทั้งสิ้นครับ”

มู่ซานตอบอย่างมั่นใจ

“เอาลูกดอกหน้าไม้มาให้สักสามลูกสิ”

มู่เหลียงสั่งพร้อมกับขึ้นสายหน้าไม้

“นี้ครับ”

มู่ซานเอาลูกดอกมาส่งให้กับมู่เหลียง

หยู่ฉินหลานที่กำลังตรวจดูหน้าไม้อยู่นั้นก็ถึงกับตกใจกับคุณภาพของอาวุธพวกนี้ มันเทียบได้กับอาวุธวิญญาณระดับต่ำ หากใครรู้ว่าที่นี่สามารถสร้างอาวุธวิญญาณระดับต่ำออกมาได้จำนวนมากคงได้หวาดกลัวเมืองเต่าทมิฬอย่างแน่นอน

และในอนาคตหากว่าแนวป้องกันเมือง และทหารทุกคนได้รับหน้าไม้พวกนี้ และใช้งานจนชำนาญคงมีแต่ความตายเท่านั้นหากคิดบุกเมืองเต่าทมิฬ

“นายท่าน ด้านนอกมีพื้นที่ทดลองอาวุธอยู่ เชิญทางนี้”

มู่ซานพูดขึ้น

“นำทางไป”

มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น

“ครับ”

ทั้งหมดมาที่ด้านหลังของโรงงาน เป็นพื้นที่โล่งกว้างมีหุ่นไม้สามตัวตั้งอยู่ในระยะไกล ซึ่มันเป็นเป้าไว้ทดลองหน้าไม้

มู่เหลียงนำลูกดอกติดตั้งบนหน้าไม้ ก่อนที่จะบรรจงเล็งและเหนี่ยวไกออกไป เสียงของสายหน้าไม้ดีดดังสนั่น

เปรี้ยง!

หุ่นไม้ที่โดนลูกดอกถึงกับตัวแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ลูกดอกไม่ได้หมดพลังเพียงเท่านั้นมันยังพุ่งต่อไปจนปักเข้ากับกำแพงดินที่อยู่ด้านหลัง

ปัง!

เกิดรูขนาดเท่ากับฝ่ามือบนกำแพงดิน ก่อนที่ลูกดอกจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะทนแรงไม่ไหว

“พลังทำลายล้างเทียบได้กับผู้ใช้พลังขั้น 4…”

หยู่ฉินหลานร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“มันดีมาก ฉันชอบ”

มู่เหลียงมุมปากยกสูงขึ้นอย่างพอใจ

เขาง้างสายหน้าไม้และบรรจุลุกดอกอีกครั้ง ก่อนที่จะยิงออกโดยเล็งไปที่กำแพงดิน ทำให้กำแพงดินนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ

หยู่ฉินหลานรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก และสติหลุดลอยไปพักหนึ่ง หน้าไม้พวกนี้ต่อไปจะเป็นอาวุธประจำการของทหารแห่งเมืองเต่าทมิฬ

เธอจำได้ว่ามู่เหลียงยังทำหน้าไม้สำหรับหน่วยพิทักษ์เนินสูงที่เป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางอีกด้วย แค่หน้าไม้ระดับต่ำยังทรงพลังขนาดนี้ แล้วหน้าไม้ระดับกลางจะทรงพลังขนาดไหน?

มู่เหลียงเสกกำแพงหินขึ้นมาอีก และซ่อมกำแพงดินที่ด้านหลังด้วยพลังของเขา

“มันดีมาก ผลิตหน้าไม้ต่อไปอยากได้หยุด”

เขาส่งหน้าไม้คืนให้กับมู่ซานและออกคำสั่ง

“แล้วมีปัญหาอะไรอีกไหมในโรงงาน”

“ไม่ครับมีเพียงปัญหาเฉพาะทางเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ๆ ตอนนี้คือแรงงานไม่พอครับ”

มู่ซานตอบอย่างหนักใจ

“คนงานงั้นหรอ….เดี๋ยวฉันจะส่งคนมาเพิ่มให้หลังจากนี้”

มู่เหลียงขมวดคิ้วครุ่นคิด

ก่อนที่จะพูดต่อ

“ตอนนี้ทำหน้าไม้และลูกดอกพวกนี้ให้พร้อม ฉันจะให้คนมารับไปภายหลัง”

“รับทราบครับ”

มู่ซานขานรับอย่างนอบน้อม