ตอนที่ 156

ลี่เยว่กับลี่ลี่กำลังขี่เสี่ยวไกลงมาจากหลังของเต่าทมิฬน้อย แล้วแอบเข้าไปที่เมืองเซิงหยางจากด้านข้าง

ตลอดการเคลื่อนที่นั้นทั้งหมดอยู่ในสภาพล่องหน แต่ต่อให้ไม่ล่องหนก็ตามเวลานี้ทุกสายตาส่วนใหญ่ก็กำลังจับจ้องไปที่เต่าทมิฬน้อยหมด เลยไม่ใช่เรื่องยากที่จะแอบเข้าไป

สองสาวเดินเข้าไปในเมืองจนถึงเขตเมืองชั้นในโดยมีเสี่ยวไกตามมาไม่ห่าง จนไปถึงอาคารใกล้กับที่พักของเจ้าเมือง ซึ่งอาคารแห่งนี้คือคุก

“หยางปิงจะถูกจับอยู่ในคุกใต้ดินรึป่าวนะ”

ลี่ลี่พูดขึ้นด้วยความกังวลใจ

เธอกลัวว่าหยางปิงจะถูกขังอยู่ในคุกพิเศษ ซึ่งยากมากที่จะตามหา

“เราก็เริ่มจากคุกใต้ดินนี้ก่อน ถ้าไม่ใช่….เราก็คงต้องไปที่คุกของชายคนนั้น”

ลี่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชามาก

“อือ”

ลี่ลี่พยักหน้า

“เสี่ยวไกไปรอเราตรงนั้นก่อนนะ”

ลี่เยว่ลูบไปบนหัวของเสี่ยวไก และบอกทิศทางให้ให้มันไปซ่อนตัวแถวกำแพง และรอสัญญาณจากพวกเธอ

กี้!

เสี่ยวไกแลบลิ้นพร้อมกับส่งเสียงออกมาราวกับเข้าใจทุกอย่าง และไปแอบอยู่มุมกำแพงอย่างเงียบๆ

“มันเข้าใจด้วยงั้นหรอ?!”

ลี่ลี่ถามด้วยความประหลาดใจ

“พวกเราสวมชุดเกราะที่ทำมาจากเกล็ดของมัน และมันทำให้พอที่จะสื่อสารกันได้เล็กน้อย”

ลี่เยว่กระซิบตอบอย่างแผ่วเบา

“เข้าใจแล้ว”

แววตาของลี่ลี่ดูเป็นประกายเมื่อได้ยิน

ก่อนที่เธอจะเหลือบไปมองกิ้งก่าตัวใหญ่ แล้วก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

“ไปกันได้แล้ว อย่าได้ไปขี่มันเล่นเชียว”

ลี่เยว่มองออกถึงความคิดของลี่ลี่

“โถ่”

ลี่ลี่เบะปากอย่างไม่สบอารมณ์

แล้วทั้งสองก็เข้าไปในคุกใต้ดิน พวกเธอรู้หนทางเข้าเป็นอย่างดีเพราะเคยมาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้การสำรวจนั้นไม่ใช่เรื่องยาก

“ดูนั้นหยางปิงอยู่ที่ห้องในสุด!”

ลี่เยว่เป็นคนแรกที่สังเกตเห็นหยางปิง

เธอรีบพุ่งไปยังกรงขังอย่างรวดเร็ว และมองดูหญิงสาวที่นอนอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นอยู่ด้านใน

“นั้นใคร…”

หยางปิงนั้นรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา จึงลืมตาขึ้น

“ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ทรมานเท่าไรเลยนะหยางปิง!”

เสียงหยอกล้อของลี่ลี่ดังขึ้น

“ลี่ลี่! นั้นเธองั้นหรอ!”

หยางปิงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองออกไปด้วยสีหน้าแตกตื่น

“ทำไมเธอถึงมาอยู่ในนี้ได้”

ลี่ลี่ยกเลิกการพรางตัว และเผยให้เห็นร่างของเธอ

ถึงลี่ลี่จะสวมชุดเกราะภูติผีอยู่ แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กกระทัดรัดนั้นก็ดูน่ามอง

“ชุดอะไรของเธอเนี้ย”

หยางปิงวิ่งมาเกาะที่ลูกกรงทันที และคว้าจับแขนของลี่ลี่

“เราสวมชุดเกราะวิญญาณระดับสูง ชื่อเกราะภูติผี”

ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาของเธอ พร้อมกับยกเลิกการพรางตา

ร่างของเธอยืนอยู่ถัดจากลี่ลี่ไปเล็กน้อย

“ลี่เยว่! เธอก็มาด้วยงั้นหรอ!”

แววตาสีม่วงของหยางปิงฉายออกถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนมากขึ้น

“ไปทำยังไงถึงถูกจับได้แบบนี้”

ลี่เยว่รู้สึกได้เลยว่าเรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผล

เธอรู้ดีเกี่ยวกับหยางปิง เธอเป็นผู้หญิงที่จะสู้จนถึงที่สุด และจะไม่ไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบจนโดนจับได้

แต่ดูจากสภาพของหยางปิงตอนนี้เธอดูไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากเลย มันต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างแน่นอน

“พวกเธอกลับไปเถอะ ฉันจะอยู่ต่อ!”

หยางปิงส่ายหัวพร้อมกับปล่อยมือของลี่ลี่ และเดินไปนอนหันหลังให้กับทั้งสอง

“นี้คิดจะทำบ้าอะไรอีก!”

สีหน้าของลี่ลี่เปลี่ยนไป และพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“พวกเราอุสาเสี่ยงมาช่วยเธอนะ!”

“ฉันไม่ไป”

หยางปิงพูดอย่างเย็นชา

“เธอถูกข่มขู่งั้นหรอ”

ลี่เยว่ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“โหย่วเฟ่ยก็อยู่กับเราแล้ว และกำลังรอให้เธอกลับไป”

สิ่งที่ลี่เยว่ต้องการจะสื่อคือโหย่วเฟ่ยปลอดภัยแล้วไม่มีใครให้เธอต้องเป็นห่วง

“ไม่ ฉันอยู่ที่นี่เองด้วยความต้องการของฉัน”

หยางปิงหันกลับมาพร้อมกับเม้มปากและตอบกลับไป

หากเธอบอกเหตุผลที่แท้จริงไป ทั้งสองคงไม่เห็นด้วยอย่างแน่

“เธอพยายามที่จะกลายเป็นผีมายาที่แตกต่างงั้นหรอ”

ลี่ลี่คิดถึงเรื่องอายุขัยของพวกเธอ

ก่อนที่ลี่ลี่จะพูดขึ้นด้วยความร้อนรน

“หยางปิงพวกเราเจอดอกปีกนางฟ้าแล้ว เพราะงั้นพวกเราจะไม่ต้องกลายเป็นผีมายาอีกแล้ว”

“จริงงั้นหรอ?!”

หยางปิงหันมองลี่ลี่ด้วยนัยน์ตาสีม่วงที่เบิกกว้าง และสูญเสียความเย็นชาไปในทันที

“ใช่ แล้วโหย่วเฟ่ยกำลังหาทางทำยารักษาอยู่”

“นั้นมันดีมากเลย! แบบนี้ทุกคนก็จะรอดแล้ว”

หยางปิงกล่าวอย่างมีความสุข

เธอดูผ่อนคลายลง และรู้สึกว่าอนาคตไม่ได้โหดร้ายอีกต่อไป

“ถ้างั้นตอนนี้เธอกำลังกังวลเรื่องอะไร”

ลี่เยว่ถามด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลง

เธอเห็นได้ชัดเลยว่าหยางปิงปิดบังอะไรบางอย่าง และไม่ยอมไปเพราะเหตุผลนั้น

“ลี่เยว่..ถอยไปเดี๋ยวฉันจะทำลายกรงนี้ทิ้ง”

ลี่ลี่ถอยออกไปสองสามก้าวและไม่อดทนรออีกแล้ว

“อย่า!”

หยางปิงพูดขึ้นให้ลี่ลี่หยุด

เธอไม่อยากเรียกให้ผู้คุมมาที่นี่ และไม่อยากให้หนี่จี๋ชากลายเป็นผู้ต้องสงสัย

“ถ้างั้นเราจะไม่ไปไหนถ้าเธอไม่ยอมบอกเหตุผลกับเรา”

ลี่เยว่พูดพร้อมกับกอดอก

“ถ้าบอก พวกเธอสัญญาได้ไหมว่าจะไปจากที่นี่”

หยางปิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“บอกมาก่อน”

ลี่เยว่กอดอกแน่นและพูดอย่างจริงจัง

“หนี่จี๋ชากับกลุ่มของเธอมีแผน…..”

แล้วหยางปิงก็เริ่มเล่าแผนของหนี่จี๋ชาให้ทั้งสองฟัง

“เธอบ้าไปแล้วรึไง!!”

ลี่เยว่คิ้วขมวด

เธอถึงกับพุ่งเข้าไปจับกรงเหล็ก และตะโกนออกมา

“ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นเครื่องสังเวยในแผนนี้หรอก!”

“แต่มันเป็นโอกาสที่เราจะได้เข้าใกล้และฆ่าเฟ่ยฉี๋ได้!”

หยางปิงก้มหัวลงพร้อมกับเถียงสุดใจ

เธอต้องการหนทางแก้แค้นและวิธีนี้ก็ดูมีความเป็นไปได้

“หยางปิง…ปกติเธอฉลาดกว่านี้ แต่ไม่คิดว่าวันนี้เธอจะไร้ความคิด”

ลี่เยว่ลดมือลง แและถามอย่างเย็นชา

“เธอคิดว่าผู้มีพลังขั้น 5 จะสู้กับขั้น 7 ได้งั้นหรอ?”

“.....”

หยางปิงลังเลที่จะตอบ

แน่นอนเธอรู้ว่าแผนนี้มีโอกาสสำเร็จน้อยแค่ไหน แต่ถ้าไม่ลองมันก็ไม่มีความหวังเลย

“ทำไมเธอไม่คิดจะฆ่าเฟ่ยฉี๋ด้วยมือของตัวเองแทนล่ะ…”

แววตาของลี่เยว่มองหยางปิงด้วยความเฉียบคม

ในกลุ่มของพวกเธอ ใครก็ตามที่จะฆ่าเฟ่ยฉี๋ได้มากที่สุดก็คงเป็นหยางปิง

“ฉันงั้นหรอ?”

หยางปิงเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย และมองลี่เยว่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

“พวกเรามีดอกปีกนางฟ้า ขอเวลาอีกสักสองสามปีพวกเราจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นการจะฆ่าเฟ่ยฉี๋ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว”

ลี่เยว่กัดฟันของเธอแน่น ด้วยความแค้นที่ฝั่งอยู่ในใจ

“ทำไมเธอถึงเลือกเส้นทางที่เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะควบคุมอะไรได้เลย แล้วมอบชีวิตให้คนอื่นไปแบบนี้”

ในอดีตการจะคิดแบบหยางปิงก็ไม่ผิด เพราะติดเรื่องอายุขัยที่มีจำกัด แต่เวลานี้มีดอกปีกนางฟ้าแล้ว พวกเธอสามารถยืดอายุตัวเองออกไปได้เท่าที่ต้องการ และพอที่จะสะสมความแข็งแกร่งและกลับมาแก้แค้น

“ฉัน…”

หยางปิงลุกขึ้นและก้าวออกมาหาลี่เยว่ด้วยใบหน้าที่ดูสับสน

“ไม่อยากจะฆ่ามันด้วยมือของเธอเองงั้นหรอ”

ลี่เยว่ถามอีกครั้ง

“แน่นอน!! ฉันอยาก!”

หยางปิงตอบด้วยความเดือดดาล

“ถ้างั้นมากับพวกเรา!”

ลี่เยว่พูดอย่างเย็นชา

เธอพยักหน้าบอกลี่ลี่ ให้ทำลายกรงนี้ซะ

“ถอยไป!”

ลี่ลี่โบกมือไล่หยางปิง

เธอถอยหลังไปสองสามก้าว และซัดหมัดตรงเข้าตรงประตูห้องขังอย่างจัง

ตูม!!

ประตูเหล็กงอ พร้อมกับโซ่เหล็กมากมายที่ขาดออกจากกัน

“ไปเรียกคนอีกสองสามคนไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ผู้คุมถึงกับตกใจกับเสียงที่ได้ยิน

ตูม!!

หมัดที่สองถูกซัดเข้าไปจนในที่สุดประตูเหล็กก็เปิดออก

“ไปกันเถอะ”

ลี่เยว่เอาธนูของเธอออกมาและเข้าสู่สภาวะล่องหนทันที

“ไปที่ทางออกของคุกใต้ดิน เดี๋ยวพวกเราจะเปิดทางให้”

ลี่ลี่ก็เข้าสู่สภาวะล่องหน และตามหลังลี่เยว่ไป

“....”

หยางปิงได้แต่เม้มปากของเธอและมองดูทั้งสองจากไป

น้องสาวที่เธอเคยปกป้องมาตลอดเวลานี้ได้เติบโตขึ้นแล้ว