ตอนนี้ข้างนอกโรงเตี๊ยมยิ่งมืดลงเรื่อยๆ
มู่เหลียงนั่งจิบชารอลี่เยว่อย่างใจเย็น
ส่วนมินโฮนั้นนอนฟุบไปกับโต๊ะแล้ว
ก็อกๆ
อยู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
มู่เหลียงเหลือบมองเห็นว่ามินโฮนั้นนอนหลับสนิทไม่รู้เรื่อง เขาจึงปล่อยเธอไว้ยังงั้นก่อนที่จะลุกไปเปิดประตู
เมื่อประตูเปิดออกเขาเห็นลี่เยว่พร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่เอาผ้ามาพันหัว
“ลี่เยว่ เข้ามาก่อน”
มู่เหลียงเขยิบตัวถอยห่างจากประตู พร้อมกับรอยยิ้ม
ตั้งแต่ลี่เยว่มาถึงเสี่ยวไกก็ได้บอกมู่เหลียงล่วงหน้าแล้ว
และเสี่ยวไกเองก็ไม่กล้าปรากฏตัว หรือส่งจิตคุกคามใส่ เพราะพึ่งถูกมู่เหลียงดุเรื่องที่ทำให้มินโฮตกใจกลัว
มันได้แต่นอนถอนหายใจ อยู่ในตรอกแคบๆ และพลิกตัวไปมา
“กลับมาแล้ว”
น้ำเสียงที่เย็นชาแต่กลับเต็มไปด้วยความสุขของลี่เยว่ดังขึ้น เธอเดินเข้ามาพร้อมกับถุงผ้าใบใหญ่
“เธอเองก็เข้ามาด้วย”
มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน และมองไปยังเด็กสาวอีกคนที่ยังยืนรออยู่นอกห้องอย่างกระวนกระวาย
“คือ…”
โหย่วเฟ่ยยืนดูด้วยสายตาที่กลัวๆ กล้าๆ ไปยังผู้ชายที่ท่าทางอบอุ่น
ดวงตาสีดำของเขานั้นดูลึกล้ำและมีเสน่ห์มาก และไม่ได้แสดงออกถึงความรังเกียจเธอเลยแม้แต่น้อย
มันได้สร้างความประทับใจให้กับโหย่วเฟ่ยอย่างมาก และได้เติมเต็มหัวใจของเธอที่ไม่ได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าคนดีมานานแสนนาน
หัวใจของเธอถึงกับเต้นระรั้ว แก้มนั้นแดงขึ้นมาอย่างที่ไม่รู้ตัว
เธอจ้องอย่างจริงจังไปยังชายหนุ่มที่ไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“เพื่อนฉันเป็นคนขี้อายน่ะ”
ลี่เยว่พูดขึ้นขณะที่มองไปยังมินโฮที่นอนหลับอยู่ และพยายามเดินให้เบาที่สุด
เธอค่อยๆ เดินออกไปลากโหย่วเฟ่ยเข้าห้องอย่างเงียบๆ
“เออ…พวกเธอยังสบายดีอยู่นะ”
มู่เหลียงถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเหมือนลี่เยว่ไปลักพาตัวใครมามากกว่า
“เพื่อนฉัน…อาจจะยังสับสนอยู่น่ะ เลยต้องใช้การกระทำน่าจะเห็นผลมากกว่าคำพูด”
ขณะที่ลีเยว่พูดเธอก็ถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าของเธอ
“งั้นหรอ”
มู่เหลียงตอบสั้นๆ
เขาลุกไปที่เตาในห้องก่อนที่จะพูดขึ้น
“พวกเธอกินอะไรมารึยัง?”
“ยังไม่ได้กิน”
ลี่เยว่ตอบอย่างเป็นกันเอง
โหย่วเฟ่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับแบกถุงใบใหญ่สองถุง ก็แอบมองมู่เหลียงที่กำลังย่างเนื้ออยู่ เธอรู้สึกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่สุขุม และหน้าตาดี
“แล้วเพื่อนเธอ.…”
มู่เหลียงไม่สามารถทนต่อการจ้องมองของโหย่วเฟ่ยได้ ก่อนที่จะยักหน้าให้ลี่เยว่หนึ่งที
“เพื่อนฉันชื่อโหย่วเฟ่ย อายุ 18 ปี เธอคอนข้างจะซื่อๆ และตามคนไม่ค่อยทัน”
ลี่เยว่แนะนำตัวโหย่วเฟ่ยให้มู่เหลียงรู้จัก
ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อนของเธอและพูดขึ้น
“วางของลงก่อน”
“อะ อะอืม..”
ตัวของโหย่วเฟ่ยสั่นเล็กน้อยจากการแบกของนาน เธอดูแปลกไปและไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าลี่เยว่
“ไม่ต้องคิดมากทำตัวผ่อนคลาย”
ลี่เยว่มองไปยังโหย่วเฟ่ยซึ่งต่างไปจากเดิม เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นโหย่วเฟ่ยแสดงอาการเช่นนี้
หากจะให้อธิบายท่าทางของโหย่วเฟ่ยตอนนี้ เหมือนกับคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และเหมือนตกใจอยู่ตลอดเวลา
“นี้คือคนที่ฉันเล่าให้ฟัง”
ลี่เยว่ช่วยยกถุงผ้าของโหย่วเฟ่ยลง และเริ่มแนะนำทุกคนในห้องแห่งนี้
“ส่วนที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะคือมินโฮ”
“ยินดีที่ได้รู้จัก ยินดี ยินดี”
ใบหน้าของโหย่วเฟ่ยนั้นแดงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และพูดออกมาอย่างเขินอาย
“???”
นัยน์ตาของลี่เยว่แสดงออกถึงความประหลาดใจ และเต็มไปด้วยความสงสัย นี้คือโหย่วเฟ่ยจอมซื่อบื้อที่เธอรู้จักจริงๆ งั้นหรอ
ทำไมถึงกล่าวทักทายได้น่าขนลุกแบบนี้
อยู่ๆ ลี่เยว่ก็คิดอะไรขึ้นได้ว่าทำไมเพื่อนเธอถึงเป็นแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะนี้เป็นครั้งแรกของเธอที่ได้พบเจอกับคนปกติ และได้ใกล้ชิดขนาดนี้ด้วย มันเลยทำให้เธอดูไม่เป็นตัวเอง
ในที่สุดลี่เยว่ก็รู้คำตอบว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ได้
“อย่ายืนอยู่เลย นั่งก่อนสิ”
มู่เหลียงพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง
“อะอือ”
โหย่วเฟ่ยนั้นค่อยๆ ขยับตัวอย่างช้าๆ และดูเก้ๆ กังๆ อย่างมาก ไปที่เก้าอี้
หัวใจของเธอเต้นเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเธอเริ่มรู้สึกเวียนหัว
บทกวีและเรื่องรักใคร่ๆ ที่ลี่ลี่เคยพูดให้เธอฟังทุกวันได้ดังอยู่ในหัว
‘หากสตรีที่เห็นชายใด แล้วใจสั่น อีกทั้งยังไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ มีความเป็นไปได้ว่าสิ่งนี้คือรักแรกพบ’
กล่าวไว้โดยลี่ลี่
“นี้เราตกหลุมรักมู่เหลียงตั้งแต่แรกพบเลยงั้นหรอ?”
โหย่วเฟ่ยนั้นอดไม่ได้ที่จะหวั่นไหว เธอไม่อยากจะเชื่อคำพูดนี้เลย
“ไม่จริง ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายอย่างที่ลี่ลี่พูด”
“เราแค่รู้สึกว่าการได้เห็นผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้านแบบนี้ครั้งแรกมันน่าประทับใจมาก”
“ใช่ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น!”
คำพูดมากมายผุดขึ้นมาในหัวของโหย่วเฟ่ยไม่หยุด
“กินอะไรก่อนเถอะ”
มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะวางจานที่เต็มไปด้วยเนื้อย่าง
“อะ เข้าใจแล้ว”
โหย่วเฟ่ยนั้นตอบอย่างสับสน แต่มือเองก็หยิบไม้เนื้อย่างขึ้นมากิน
นัยน์ตาสีทองของเธอประสานกับนัยน์ตาสีดำของมู่เหลียง ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งที่เธอพึ่งจะสงบสติอารมณ์ได้เมื่อครู่ ตอนนี้เธอกลับมาว้าวุ้นอีกแล้ว
“มีอะไรผิดปกติรึป่าว”
มู่เหลียงมองไปยังโหย่วเฟ่ยด้วยความสงสัย จากนั้นก็หันไปมองลี่เยว่ที่อยู่ข้างๆ
“ไม่ต้องคิดมาก เธออาจจะยังตื่นเต้นอยู่”
ลี่เยว่กินเนื้อย่างอย่างสบายอารมณ์ และพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ให้เวลาเธออีกหน่อย เดี๋ยวเธอก็ปรับตัวได้เอง”
“เข้าใจแล้ว”
มู่เหลียงเมื่อได้ยินแบบนี้ก็สบายใจขึ้น และไม่รบกวนโหย่วเฟ่ยอีก
อยู่ๆ มู่เหลียงก็ถามเกี่ยวกับคนที่จับตาดูเขาอยู่
“ลี่เยว่…ระหว่างทางที่กลับเข้ามา เธอเห็นอะไรผิดปกติไหม”
“ใช่ฉันเห็น ทหารยาม และทีมนักล่าที่เดินตรวจตาตามท้องถนนหายไปหมดเลย”
ลี่เยว่จิบน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะ และพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“และฉันยังเห็นอีกด้วยว่าที่รอบๆ โรงเตี๊ยมตอนนี้เต็มไปด้วยคน และกำลังจับตาดูเราอยู่”
“เป็นพวกทีมนักล่าใช่ไหม”
มู่เหลียงถามด้วยแววตาที่ครุ่นคิด
“ใช่ ฉันจำสองสามคนที่เป็นทีมนักล่าได้”
ลี่เยว่ตอบอย่างมั่นใจ
“ดูท่าแล้ว เหมือนพวกเราไปทำให้ใครบางคนกลัว”
มู่เหลียงคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเซียฮูมันได้สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในค่ายแห่งนี้
จากนั้นเขาก้คิดถึงความเป็นไปได้ของเรื่องทุกอย่าง ก่อนที่จะบ่นพึมพำกับตัวเอง”
“ไม่น่าใช่ ไม่งั้นทำไมพวกทหารยามเดินเวรถึงหายไปด้วย”
“มู่เหลียง นายจะบอกว่าทุกอย่างนี้เกิดจากที่นายหัวของกลุ่มนี้บาดเจ็บงั้นหรอ”
ลี่เยว่ขมวดคิ้วเข้าหากัน และลองคาดเดาสถานการณ์ดู
“พวกเขาอาจจะส่งทหารยามไปอารักษ์ขานายหัวก็ได้”
“ไม่ฉันคิดว่านั่น..ไม่สมเหตุสมผล”
มู่เหลียงปฏิเสธความคิดนี้ทันที
เพื่อที่จะปกป้องคนคนเดียว ถึงกับจำเป็นต้องใช้ทั้งทีมนักล่าและทหารทั้งหมดเลยงั้นหรอ?
เว้นแต่ว่า มีคนคิดจะก่อเรื่องขึ้น พวกเขาถึงได้เรียกรวมคนทั้งหมด”
“แล้วทำไมพวกเขาถึงจะก่อเรื่องด้วย? แล้วพวกเขาจะไปก่อเรื่องกับใครที่ไหน?”
มู่เหลียงพยายามคิดแต่ก็หาจุดที่ลงตัวไม่ได้
“ฉันคิดว่าพวกเขาคงคิดทำอะไรสักอย่างกับนายหัวของกลุ่ม”
โหย่วเฟ่ยพูดขึ้นเบาๆ
เธอคิดในมุมของคนเลวที่อยู่ในกลุ่ม หากได้ยินว่านายหัวของกลุ่มบาดเจ็บสาหัส เธอเองก็คงเลือกลงมือในตอนนี้เหมือนกัน
และใครคือพวกคนเลวเหล่านั้น? ไม่มีใครที่สามารถผลิตน้ำได้อีกแล้วในค่ายแห่งนี้ และในค่ายเองก็ยังมีประชากรอยู่จำนวนมาก
เมื่อมู่เหลียงลองคิดแบบที่โหย่วเฟ่ยพูด มันก็ทำให้เขานั้นเข้าใจได้ทันที
“ใช่!! ทำไมแค่นี้ฉันคิดไม่ออก”
มู่เหลียงคิดออกทันทีจากคำพูดของโหย่วเฟ่ย และทำให้ข้อสงสัยทุกอย่างของเขาเชื่อมโยงเข้าหากันได้
คนที่มาเฝ้าจับตาดูพวกเขาอยู่ ก็แค่กันไม่ให้พวกเขาไปช่วยหยูจูได้ทัน
“แต่…ทำไมล่ะ”
มู่เหลียงยังรู้สึกว่ามันยังขาดแรงจูงใจอยู่
ถ้ามีใครคิดต่อต้านหยูจูได้และรวบรวมกำลังคนได้ขนาดนี้ก็คงมีแต่ผู้อาวุโสของกลุ่ม
แต่พวกเขาจะทำไปทำไม?
ถ้าต้องการจะใช้น้ำ อย่างน้อยก็ต้องรอให้หยูจูหายดีก่อน
แต่หากว่าอาการบาดเจ็บของเธอหายดีแล้ว นั้นก็หมายความว่าเธอนั้นกลับมาแข็งแกร่งดั้งเดิมด้วย ซึ่งยากมากที่จะจัดการหยูจูในเวลานั้น
เว้นแต่ว่าเขาจะจับหยูจูในตอนนี้ และขังเอาไว้เพื่อเป็นเครื่องผลิตน้ำมีชีวิตเท่านั้น
เหตุผลนี้ดูจะมีน้ำหนักมากที่สุดแล้วที่จะเป็นไปได้ พวกเขาคงจะปั่นหัวทีมนักล่า หว่านล้อมทหารของกลุ่มให้คิดร้ายกับหยูจู จนทั้งหมดเริ่มเสียความภักดี
ผู้ที่เคยภักดีต่อหยูจูนั้นไหนกลับยอมที่จะช่วยทำให้นายหัวของกลุ่มผู้เสียสละกลายมาเป็นเครื่องผลิตน้ำมีชีวิตแทนล่ะ?
“มันต้องมีอะไรที่คุ้มค่าที่จะต่อต้านหยูจู อะไรสักอย่างที่ดีต่ออนาคตของทุกคน”
มู่เหลียงพยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและคำพูดคุยที่ได้ยินในวันนี้ทั้งหมด
“ถ้าอย่างงั้นสิ่งที่น่าเป็นไปได้ที่สุดคือ พวกเขาเจอแหล่งน้ำใหม่”
“และแหล่งน้ำใหม่นั้น….ก็คือนาย”
ลี่เยว่พูดขึ้น เมื่อเธอลองคิดตามมู่เหลียง
“ไม่ใช่ฉัน”
มู่เหลียงส่ายหัว
เพราะเรื่องที่เขาเป็นผู้ตื่นพลังแห่งวารียังไม่ถูกเปิดเผย ไม่น่าจะมีใครรู้นอกจากสองแม่ลูก
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องแหล่งน้ำใหม่น่าจะแพร่กระจายมานานแล้ว หากเป็นเรื่องของเขาจริงอย่างน้อยเร็วสุดก็ต้องเป็นวันพรุ่งนี้
“ดูเหมือนว่าพวกตาแก่เหล่านั้นจะไม่ใช่เล่นๆ แล้ว”
มู่เหลียงเริ่มคิดถึงผู้อาวุโสของกลุ่มที่เห็นในวันนี้
“ฉันไม่เคยได้ยินข่าวลือว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เจอแหล่งน้ำใหม่เลย ไม่งั้นพวกเขาคงจะละทิ้งกลุ่มนี้ไปแล้ว ตั้งแต่นายหัวบาดเจ็บ”
ลี่เยว่พูดขึ้น และเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก
“พวกเรามีข้อมูลน้อยเกินไป แต่หากให้เดาตอนนี้พวกตาแก่นั้นกำลังจ้องเล่นงานหยูจูอยู่”
มู่เหลียงยกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนที่จะวางลง
ลี่เยว่เองก็ลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะถามขึ้น
“แล้วเราจะช่วยพวกหยูจูไหม?”
“ไม่ใช่ตอนนี้”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับชำเลืองตาไปที่หน้าต่าง
“ตอนนี้หยูจูยังปลอดภัยอยู่ แต่เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าพวกผู้อาวุโสของกลุ่มกำลังวางแผนอะไร”
มู่เหลียงต้องการจะช่วยหยูจูจากภัยนี้ นั้นเพราะเขาต้องการผลึกสัตว์อสูรจากเธอ
จากนั้นเขาจะสามารถวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงของเขาเป็นระดับ 6 ได้
“นายจะเล่นงานพวกผู้อาวุโสงั้นหรอ”
ลี่เยว่ถามขึ้นด้วยแววตาที่ประหลาดใจ
ทำไมเขาต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องแบบนี้ด้วย?
“พวกเราไม่ใช่คนของกลุ่มนี้ ไม่เห็นจะต้องสนใจอะไรเลย”
มู่เหลียงที่ได้ฟังก็ถึงกับแสยะยิ้มออกมาที่มุมปาก ก่อนที่จะพูดอย่างสุขุม
“เราแค่ไปหาพวกผู้อาวุโสและขอหยิบยืมอะไรสักหน่อยเท่านั้น”
ลี่เยว่กระพริบตาหลายครั้ง และไม่เชื่อในสิ่งที่มู่เหลียงพูด
“นี้นาย….ไม่ได้คิดขโมยของใช่ไหม?”
“ขโมย? ไม่ ไม่ ไม่เรียกแบบนี้ไม่ถูก”
มู่เหลียงชี้นิ้วขึ้นก่อนที่จะสะบัดมันไปมา
“เราแค่ไปรับของรางวัล และทำให้หยูจูติดหนี้เราด้วย”
แน่นอนว่าสิ่งที่มู่เหลียงอยากรู้คือแผนการของพวกผู้อาวุโส
ในทางกลับกันเขาจะทำให้หยูจูติดหนี้เขาด้วย
แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นก็เพื่อผลึกสัตว์อสูร
การพึ่งพาการแลกเปลี่ยนใบชาประกายแสงนั้นยุ่งยากเกินไป และได้ผลตอบแทนช้า ไม่เพียงพอที่จะวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงของเขาเป็นระดับ 6 ได้ในเวลาสั้นๆ
และไม่ต้องกล่าวถึงระดับ 7 เลย หากยังหาผลึกสัตว์อสูรได้น้อยแบบนี้
แผนการของเขาคือวิวัฒนาการเต่าทมิฬให้เป็นระดับ 6 และเขาจะสะสมพลังเพื่อที่จะได้ออกล่าสัตว์อสูรได้ เอาชิ้นส่วนของพวกมันไปขายแลกเปลี่ยน
เพราะเขาคงไม่สามารถที่จะรับของจากคนอื่นแบบไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้ตลอดไปได้
“ถ้าหยูจูรู้เข้า คงอยากจะกินหัวนายแน่”
ลี่เยว่นึกถึงภาพของหยูจูสตรีที่สง่าผ่าเผย และดูมีชีวิตชีวา แล้วอยู่ๆลี่เยว่ก็รู้สึกหมั่นใส้ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“เหอะ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะสูญเสียฐานะและอิสระภายในไม่ช้า และคงมาไล่กัดฉันไม่ได้แล้ว”
มู่เหลียงตอบและเห็นว่าโหย่วเฟ่ยกำลังมองเขาอยู่ เขาจึงขยิบตาให้เธอไปทีหนึ่งอย่างขี้เล่น
“.....”
แววตาของโหย่วเฟ่ยนั้นสั่นสะท้านทันที จนหูคอเธอแดงไปหมด
หญิงสาวไม่คิดว่ามู่เหลียงจะเล่นหูเล่นตากับเธอแบบนี้ และทำให้เธอใจสั่น
…….
“แล้วจะลงมือตอนไหน?”
ลี่เยว่ถามขึ้น โดยที่ไม่สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างสองคน ไม่อย่างงั้นเธอคงไม่สามารถถามได้อย่างปกติเช่นนี้
“อีกซักพักเราจะลงมือ แล้วพรุ่งนี้เราจะกลับไปยังเต่าทมิฬ”
มู่เหลียงพูดขึ้น และไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มนี้มากนัก
“ฉันจะไปด้วย”
ลี่เยว่ขอตามไปด้วย
“ไม่เป็นไร เธอแค่….”
มู่เหลียงพูดขึ้นก่อนที่จะมองไปทางมินโฮที่แกล้งนอนหลับอยู่ แต่เขารู้นานแล้วว่ามินโฮแอบฟัง เขารู้ได้จากหูกระต่ายของเธอที่กระดิกเบาๆ ตลอดเวลา
มุมปากของเขายกสูงขึ้นเล็กน้อย และพูดอย่างจงใจ
“มินโฮหลับไปแล้ว เราคงต้องทิ้งเธอไว้ที่ห้องแบบนี้ก่อน”
“ไม่ ไม่!! ฉันจะไปด้วย”
มินโฮรีบลุกขึ้นและพูดอย่างร้อนรน
หลังจากที่มินโฮเห็นว่ามู่เหลียงกับลี่เยว่มองเธอด้วยรอยยิ้ม เธอก็รู้ตัวแล้วว่าทั้งสองรู้นานแล้วว่าเธอแกล้งหลับแล้วแอบฟังอยู่
“ฮึ่ม..ฉันจะไปด้วย”
มินโฮทำหน้ามุ่ยหันหลบอย่างเขินอาย
ก่อนที่เธอจะหันไปเห็นโหย่วเฟ่ย ที่ทั้งหัวถูกห่อราวกับมัมมี่ เธอหดตัวลงและทำท่าเขินอายอย่างมาก และเขยิบไปใกล้มู่เหลียง
“คือว่า…เออ…คือ”
โหย่วเฟ่ยพยายามกล่าวทักทาย แต่เมื่อเห็นสายตาของมินโฮเธอก็ได้แต่อ้าปากค้างไป
แววตาของโหย่วเฟ่ยดูผิดหวัง เธอเม้มปาก และก้มหน้าลง
ลี่เยว่สังเกตเห็นและรู้ได้ทันที ก่อนที่จะพูดขึ้น
“มินโฮเป็นคนขี้อาย แต่ไม่ได้กลัวเธอหรอก”
“เหมือนกับลี่ลี่เลย”
โหย่วเฟ่ยนั้นเริ่มดูสดใสขึ้นมา และกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง
“เธอเองก็กลัวคนแปลกหน้า แต่เมื่อรู้จักกันแล้ว เธอเองก็จะพูดไม่หยุดเลยสินะ น่าสนใจจริงๆ”
“ก็..ก็น่าจะคล้ายๆ กันอยู่”
ลี่เยว่ถึงกับมุมปากกระตุก และได้แต่พูดลอยๆ ไป
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว”
โหย่วเฟ่ยพูดพร้อมกับพยักหน้า
“.....”
ลี่เยว่อยากจะต่อว่าเธอเล็กน้อย ว่าคนอย่างเธอจะไปเข้าใจอะไรบ้าง
“งั้นฉันไปด้วย”
โหย่วเฟ่ยพูดขึ้น พร้อมกับยิ้มให้กับมินโฮ
“อ้ะ!”
มินโฮตกใจจนเผลอร้องออกมา เพราะเห็นรอยยิ้มของโหย่วเฟ่ยผ่านผ้าที่พันหน้าเธออยู่
มันยิ่งทำให้เธอมุดเข้าไปชิดตัวมู่เหลียงมากขึ้น และแอบมองโหย่วเฟ่ยอย่างเขินอาย
“เอ่อ…คือ โหย่วเฟ่ย อยากจะถอดผ้าคลุมหน้าออกไหม?”
ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ
“ไม่ๆ”
โหย่วเฟ่ยชำเลืองไปมองมู่เหลียง และส่ายหัวอีกครั้ง มือเล็กๆ ของเธอจับผ้าอย่างแน่นหนา
เธอไม่อยากให้มู่เหลียงเห็นใบหน้าของเธอ และกลัวว่าเขาจะกลัวรูปลักษณ์ที่แท้จริง
“เอางั้นก็ได้”
ลี่เยว่ถอนหายใจ
เมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยใจของลี่เยว่ มู่เหลียงก็รู้สึกขบขันไม่น้อย
เขายิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนที่จะตบไปบนหัวของมินโฮเบาๆ
การได้เห็นสามสาวในเวลานี้มันช่างทำให้เขามีความสุขจริงๆ
มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก
“เราต้องเตรียมตัวแล้ว ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น”
ลี่เยว่มองไปยังมู่เหลียงที่กำลังอมยิ้มอยู่อย่างมีความสุข ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะสงสัยในรอยยิ้มนี้
“อะแฮ่ม ถ้างั้นเราเตรียมทุกอย่างให้พร้อมกันเถอะ เราจะไปพบนายหัวของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์กัน หลังจากนั้นเราก็จะไปรับของรางวัล แล้วกลับบ้าน!”
น้ำเสียงของมู่เหลียงพูดราวกับว่ากำลังจะไปเที่ยวบ้านเพื่อน
“โอ้ว”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved