“ดูท่า…นี้จะไม่ใช่เผ่าหรือเมืองเล็กๆ แล้ว”
หวาเอ่อกังขึ้นมาถึงบนหลังของเต่าทมิฬ และมองไปยังป้อมปราการที่เขียนว่าซานไห่
“ไม่คิดว่าจะมีเมืองใหญ่อยู่บนนี้”
สีหน้าของตาซื่อเองก็เริ่มจริงจังมากขึ้น
ป่าหว่านกู่นั้นกว้างใหญ่ จนเราไม่รู้ว่ามีเมืองมาตั้งอยู่แถวนี้รึป่าว”
หวาเอ่อกังคิดว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก
“แต่พวกเราใช้เส้นทางนี้มามากกว่าหนึ่งครั้งแล้วนะหัวหน้า”
ตาซื่อเตือนสติหวาเอ่อกัง
“จริงด้วย…..”
หวาเอ่อกังถึงกับพูดไม่ออก
สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นมาและพูดต่อ
“เป็นไปได้ไหมว่าเมืองนี้พึ่งจะสร้างขึ้น?”
“เป็นไปได้”
ตาซื่อมองไปตามแนวกำแพงที่สูงใหญ่
เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเขาเดินผ่านป้อมปราการมาถึงสองป้อม และไหนจะต้องมาเจอกำแพงเมืองที่สูงใหญ่แบบนี้อีก
สิ่งนี้เขามั่นใจเลยว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น
“บางทีพวกเราอาจจะหลงทาง”
หวาเอ่อกังนั้นแทบจะไม่เชื่อความคิดของตัวเองเมื่อครู่เหมือนกัน
เขากลับรู้สึกว่าครั้งนี้พวกเขาอาจจะมาผิดทางก็ได้
ครืน!!
มีเสียงดังขึ้นที่ประตูซานไห่ พร้อมกับประตูหินยักษ์ที่เปิดออกอย่างช้าๆ
เว่ยกังและกับทหารของเขายืนรอ ราวกับกำลังรอการมาของกลุ่มคนกลุ่มนี้
ก่อนที่เว่ยกังจะพูดขึ้น
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองเต่าทมิฬ”
“เข้าไปเลยได้ใช่ไหม?”
หวาเอ่อกังมองไปยังกลุ่มคนที่แต่งตัวเหมือนกันตรงหน้า และถามด้วยความลังเล
เพราะเวลานี้คำพูดและความคิดที่ดูถูกเมืองนี้ได้หายไปทันที และรู้ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะล้อเล่นได้
“เชิญทุกท่านเข้ามา”
เว่ยกังพูดขึ้นพร้อมกับโบกมือให้สัญญาณ
คณะเดินทางของหวาเอ่อกังเดินผ่านประตูซานไห่ ภายใต้แรงกดดันที่แปลกประหลาด
สิ่งที่พวกเขาเห็นเมื่อผ่านประตูเข้ามา คือพื้นที่เมืองที่สว่างไสว แต่ดูเงียบเหงาไม่มีผู้คนเท่าไร
ลี่เยว่มองดูทุกอย่างอยู่เงียบๆ ด้วยท่ากอดอก
เวลานี้ถนนการค้าได้ปิดไปแล้ว มีเพียงร้านอาหารไม่กี่แห่งที่เปิดอยู่ เพื่อรองรับลูกค้าจากหอสามดวงดาว
แต่เมื่อมู่เหลียงทราบว่ามีกลุ่มคนมาถึง 40 คน เขาจึงออกคำสั่งพิเศษให้ถนนการค้ากลับมาเปิดอีกครั้ง
“ที่นี่มันดูสะอาดเกินไปรึป่าว”
“ใช่ แถมยังสว่างมากอีกด้วยไม่ต่างจากตอนเช้าเลย”
“กลิ่นหอมๆ พวกนี้คือะไร มันเป็นกลิ่นอาหารแน่ๆ”
เกินกว่าครึ่งเริ่มได้กลิ่นหอมที่เย้ายวนและเริ่มเอ่ยถึงมัน
หากว่าหวาเอ่อกังและตาซื่อไม่ได้คุมคณะพ่อค้าเร่อยู่ ทั้งหมดคงกระจัดกระจายไปตามกลิ่นหอมเย้ายวนเหล่านี้แล้ว
“นี้มัน….ต่างจากภาพที่ฉันคิดไว้ในหัวอย่างมาก”
หวาเอ่อกังพูดด้วยน้ำเสียงที่เงียบนิ่ง และไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรดี
“แล้วตอนนี้หัวหน้าคิดว่าไง?”
ตาซื่อถามต่อด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉยเหมือนกัน
ภาพตรงหน้าที่ทั้งสองคนเห็น มันไม่เหมือนกับเผ่าเล็กๆ หรือเมืองใดเลย แม้แต่เมืองปักษาเองก็ยังเทียบไม่ได้กับที่นี่
“ดูนั่น”
หวาเอ่อกังชี้ไปที่ประตูเว่ยฉาย
“เข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าถนนเส้นนี้จะเป็นพื้นที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาได้เท่านั้น”
ตาซื่อเข้าใจทุกอย่างได้ทันที
คณะพ่อค้าของพวกเขาเคยไปยังเมืองใหญ่มาหลายที่ และมีเมืองใหญ่บางแห่งที่มีพื้นที่เปิดให้เฉพาะค้าขายเท่านั้น
“ทุกคน แยกกันไปแลกเปลี่ยนของ”
หวาเอ่อกังสั่งกับทุกคน
คณะพ่อค้าไป่หลิวส่วนหนึ่งเป็นพ่อค้า อีกครึ่งหนึ่งเป็นหุ้นส่วน ส่วนที่เหลือเป็นลูกน้องของหวาเอ่อกัง
“ไปกันได้”
ทุกคนเริ่มแยกย้าย
“เราไปหาอะไรเติมท้องกันก่อน”
หวาเอ่อกังแบกกระเป๋าสัมภาระและเดินไปหาร้านที่มีกลิ่นหอมที่เย้ายวนมากๆ
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
ในร้านมีพนักงานขายอยู่สองคนนั่งอยู่
“ที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง”
หวาเอ่อกังมองไปรอบๆ และดูของตกแต่งร้านก็พอจะรู้ว่าร้านนี้ไม่ใช่ร้านขายของถูกๆ
“ที่นี่เราขายหมี่ค่ะ”
พนักงานส่งรายการอาหารให้
นี่คือร้านก๋วยเตี่ยวที่พึ่งจะเปิดเพิ่มขึ้นมาได้สองวัน เดิมทีกำลังจะเปิดทดลองร้าน ไม่คิดว่าจะได้ลองลูกค้าจริงแบบนี้
“หมี่งั้นหรอ?”
หวาเอ่อกังรับแผ่นรายการอาหารมาและมองดูด้วยความสงสัย
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินชื่ออาหารประเภทนี้
“ค่ะ เป็นอาหารที่ทำมาจากรากของพืช”
พนักงานจึงอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นท่าทางของลูกค้าที่สงสัย
“รากของพืชงั้นหรอ? แล้วขายยังไง”
หวาเอ่อกังรู้สึกไม่ชอบมาพากลเท่าไร
“หมี่หนึ่งถ้วย 30 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอดค่ะ”
พนักงานตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“หา…นี้พูดเล่นรึป่าว”
ทั้งหวาเอ่อกังและตาซื่อเมื่อได้ยินถึงกับขนลุกกับราคาที่พนักงานบอก
“พูดจริงค่ะ”
พนักงานตอบอย่างจริงจัง
“เราใช้พืชผักจำนวนมากในการทำ วันหนึ่งทำได้เพียง30 ถ้วยเท่านั้น”
หมี่หนึ่งถ้วยกว่าจะทำออกมาได้ต้องใช้พืชผักจำนวนมาก แค่ซุปพื้นฐานก็ต้องต้มมะเขือเทศเกินหนึ่งโหลแล้ว
ไม่ต้องพูดว่าตัวเส้นนั้นทำมาจากแป้งมันเทศ และยังต้องใช้มันเทศในจำนวนมากอีกด้วยกว่าจะได้แป้ง และด้วยปัญหาเรื่องที่ดินที่มีจำกัดทำให้แป้งถูกผลิตได้จำกัดด้วย
“หัวหน้าไปกันเถอะ”
ตาซื่อดึงแขนของหวาเอ่อกังให้ไปต่อ
คงไม่มีใครโง่พอที่จะใช้ผลึกสัตว์อสูร 30 ก้อนแลกกับหมี่ถ้วยเดียวแน่นอน
“นี้จะบอกว่าหมี่หนึ่งถ้วยทำมาจากพืชผักเยอะขนาดนั้นเลยงั้นหรอ? แล้วมีส่วนประกอบอะไรบ้าง”
หวาเอ่อกังถามอย่างสนใจ
เขาคิดว่าจะไปตัดสินได้ยังไงในเมื่อยังไม่ได้กิน
แล้วของแพงแบบนี้มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่
เพราะเขาก็เป็นพ่อค้าและมักจะคุยโวโอ้อวดเพื่อเพิ่มราคาสินค้ามาตลอด เพราะงั้นเขาเองก็อยากรู้ว่าร้านค้าพวกนี้มีเคล็บลับในการขายยังไง
เพราะในเผ่าเล็กๆ ที่เขาเคยไปมาเพราะความรู้ที่น้อยของคนในเผ่า ทำให้เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด ก็ต่างหลงเชื่อและยอมจ่ายในราคาที่สูงมาเสมอ
เขาอยากรู้เหมือนกันว่าหมี่หนึ่งถ้วยที่ราคาแพงขนาดนี้ จะมีกลลวงอะไรมาหลอกล่อ
หากรู้จักพูดและขายเป็น มีโอกาสเก้าในสิบการขายมักจะสำเร็จเสมอ
“มีมะเขือเทศ มันเทศ กะหล่ำปลี แล้วก็พริก มีผักทั้งหมด 4 ชนิดในการทำค่ะ”
พนักงานบอกส่วนผสมให้ทั้งคู่ฟัง
“อาหารจานเดียวใช้ผักถึง 4 ชนิดเลยงั้นหรอ?”
นัยน์ตาของหวาเอ่อกังเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
นี่มันจะหรูหราเกินไปไหม เดิมที่เขาคิดว่าจะบอกว่ามีผักสักสองอย่าง ใครจะไปคิดว่าพนักงานคนนี้จะพูดออกมาถึงสี่อย่าง
ไม่ต้องพูดเลยว่า เมื่อได้ยินเขาเองก็อยากจะลองกินดูเหมือนกัน
ตาซื่อปล่อยมือของหวาเอ่อกัง และสนใจที่จะลองเหมือนกัน
“ใช่ค่ะ นี่คืออาหารที่ท่านเจ้าเมืองคิดค้นขึ้น”
พนักงานตอบด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“งั้นขอแลกหมี่สองถ้วยด้วยสิ่งนี้ได้ไหม?”
หวาเอ่อกังหยิบผลึกแก้วโปร่งแสงขนาดเท่ากำปั้นออกมา
“สิ่งนี้คืออะไร”
พนักงานถามพร้อมกับจ้องมองวัตถุผลึกแก้วโปร่งแสงอย่างสงสัย
“สิ่งนี้เรียกว่าไป่หลิว”
หวาเอ่อกังลดเสียงพูดลงราวกับกระซิบ
“ผู้ทรงอำนาจและแข็งแกร่งต่างก็แย่งชิงเพื่อเอามาไว้ในครอบครอง”
“ถ้ามันเป็นสมบัติล้ำค่าแบบนั้น ทำไมถึงเอามาแลกหมี่ถ้วยล่ะ”
พนักงานถามสวนกลับไปทันที ด้วยความสงสัย
“เออ….”
สิ่งนี้ำให้หวาเอ่อกังถึงกับไปไม่เป็น
เขาไม่สามารถพูดได้ว่าสิ่งที่เขาเรียกว่าสมบัติในมือของเขาไม่ได้มีค่าอะไรเลย
หากผลึกนี้หายไป เขาก็แค่รอให้สัตว์เลี้ยงของเขาผลิตแก้วออกมาให้ใหม่ จริงๆ มูลค่าของมันเทียบไม่ได้กับผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอด 30 ก้อนเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของผู้ทรงอำนาจ เพียงผลึกแก้วชิ้นเดียวก็ไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง
ดังนั้นหวาเอ่อกังถึงไม่กล้าที่จะขายไป่หลิวในจำนวนมากๆ ในคราวเดียว ไม่งั้นจะไม่มีใครอยากได้มันอีก
“งั้นขอเอาไปตรวจสอบดูก่อน รอสักครู่ค่ะ”
พนักงานรับผลึกแก้วมาจากมือของหวาเอ่อกัง
เนื่องจากว่าพนักงานขายไม่สามารถตัดสินใจได้ จำเป็นต้องไปให้หยู่เฟ่ยหยานตรวจสอบดูก่อน
“ได้”
หว่าเอ่อกู่พยักหน้า
ตาซื่อเองก็ไม่หยุดการกระทำของหัวหน้า เขาคุ้นเคยกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว
ทุกครั้ง เมื่อต้องไปเยือนยังเผ่าหรือกลุ่มเล็กๆ หัวหน้าจะเปิดเผยไป่หลิว และทำราวกับเป็นของลึกลับ เพื่อล่อให้บุคคลสำคัญออกมาเจรจาเอง
พนักงานเอาไป่หลิวออกไปจากทางหลังร้าน
หว่าเอ่อกังที่มองอยู่ ก็กระซิบออกมาเบาๆ
“ไม่รู้ว่ามันจะดึงดูดคนประเภทไหนออกมา และพวกเราไม่รู้ด้วยว่าเขาจะชอบไป่หลิวไหม”
“พวกเขาจะต้องชอบมันหัวหน้า”
ตาซื่อตอบ เขามั่นใจได้ว่าคนที่สร้างถนนที่งดงามเช่นนี้ขึ้นมา จะต้องรู้คุ้นค่าของสิ่งของสวยงามอย่างไป่หลิวนี้ และไม่มีทางปล่อยผ่านแน่
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved