ตอนที่ 126

“งั้นพวกเราจะไปที่ไหนกันต่อดี”

หยู่ฉินหลานถามขึ้นอย่างน่าฟัง

มู่เหลียงนึกอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะคิดถึงเมืองที่เยี่ยลี่ยี่พูดก่อนหน้านี้

เขาหันหน้าไปทางลี่เยว่และถามขึ้นทันที

“เมืองที่มีคนเยอะกว่านี้ที่เคยพูดถึงนั้นชื่อเมืองเซิงหยางใช่ไหม”

ตอนนี้มู่เหลียงต้องการที่จะค้าขายกับเมืองใกล้ๆ แถวนี้

และต้องการจะเผยแพร่สิ่งดีๆ ของเมืองเต่าทมิฬดึงดูดผู้คนให้ย้ายมาอยู่กับเขา

“.......ใช่”

ลี่เยว่กระพริบตาสองสามครั้งอย่างกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และตอบอย่างลังเลใจ

ตั้งแต่กลับมาเธอยังไม่มีเวลาบอกเรื่องเมืองเซิงหยางทั้งหมดให้มู่เหลียงรู้เลย ว่ามันเป็นสถานที่อันตรายขนาดไหน

“เขาจะไปที่นั้นจริงๆ งั้นหรอ”

ลี่ลี่ก้มหน้าลงและกระซิบข้างๆ หูของลี่เยว่

โหย่วเฟ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบามากๆ และแฝงไปด้วยความกังวล

“หากเราเปิดเผยตัวตนตอนนี้ มันอาจจะนำภัยมาสู่เมืองเต่าทมิฬได้”

ลี่เยว่ส่ายหัวเบาๆ และบีบไปที่ต้นขาของโหย่วเฟ่ยเป็นการบอกให้เธอหยุดพูดไปมากกว่านี้

เดี๋ยวเธอจะเข้าไปคุยกับมู่เหลียงเป็นการส่วนตัวเอง มันคงไม่ดีหากจะขัดค้านในการประชุมแบบนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัว

“จากจุดนี้ไปเมืองเซิงหยางใช้เวลากี่วัน”

มู่เหลียงถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย เพราะเขาเองก็ต้องเตรียมตัวอย่างน้อยสองสามวันเพื่อที่จะปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬอีก

ลี่เยว่ลองคำนวนจากความเร็วของเต่าทมิฬตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ ก่อนที่จะตอบออกไป

“หากใช้ความเร็วนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่น่าจะเกิน 8 วันก็คงถึง”

หากเป็นก่อนที่เต่าทมิฬจะวิวัฒนาการคงใช้เวลาประมาณ 10 วัน

“งั้นฉันจะให้เต่าทมิฬเดินช้าลงอีกหน่อย”

มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายลง

“เราจำเป็นต้องเตรียมการหลายอย่าง กับแผนผังของเมือง และต้องทำให้เสร็จก่อนถึงเมืองเซิงหยาง”

“รับทราบ”

ทุกคนในห้องประชุมตอบพร้อมกัน

“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนทุกคนแยกย้ายได้”

มู่เหลียงยืนขึ้นก่อนที่จะพูดอย่างขึงขัง

“ต่อจากนี้ไปเราจะปรับเปลี่ยนและวางโครงสร้างเมืองเต่าทมิฬ”

เขาวางแผนในการปรับแผนผังเมืองครั้งใหญ่ เพราะสุดท้ายแล้วมันจะส่งผลไปถึงอนาคตหากเต่าทมิฬเติบโตขึ้นอีกด้วย และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีถึงทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอย

มู่เหลียงจะเป็นผู้รับผิดชอบรายละเอียด ส่วนเต่าทมิฬจะคอยจัดการสร้างแบบหยาบๆ ให้ก่อน หลังจากนั้นถึงจะเริ่มวางโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างต่อได้

“มันจะเริ่มอีกแล้วสินะ”

มินโฮพูดพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ

ในฐานะผู้ที่ก่อตั้งเมืองตั้งแต่แรก ตั้งแต่สมัยเจ้าเต่าทมิฬยังตัวเท่าฝ่ามือ มันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่มันเติบโต

มู่เหลียงเดินออกไปจากห้องโถง และตามมาด้วยกลุ่มคน พวกเขาทั้งหมดมองออกไปและเห็นว่าเวลานี้เมืองเต่าทมิฬเปลี่ยนไปแค่ไหน

ในเวลานี้มีคนจำนวนมากมารอกันที่ถนนด้านล่างเนินสูง เพื่อรอคำสั่งจากเจ้าเมือง

มู่เหลียงมองลงมาและส่งกระแสจิตบอกเต่าทมิฬ

“เต่าทมิฬน้อย ฉันต้องการหินและดินจำนวนมาก”

แอ๊!!

เต่าทมิฬคำรามก่อนที่มันจะเดินมาถึงเนินเขาสูง 100 เมตร และใช้พลังของมันในการเคลื่อนย้ายทั้งเนินเขาขึ้นมาบนหลังของมันในเวลาไม่กี่วินาที

ครืน!!!

ทั้งหินดินตกลงมาเหมือนกับน้ำตก และกองเป็นภูเขาอยู่บนหลังของเต่าทมิฬ

“......”

สิ่งนี้ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

“นี่คืออีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของเต่าทมิฬใช่ไหม”

หยู่ฉินหลานถามด้วยแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

“พวกเราจะไม่ถูกมันเอาดินฝั่งใช่ไหม”

ลี่ลี่ถามต่อด้วยแววตาตื่นตกใจ

“ไม่…ไม่หรอกไม่ต้องกลัว”

ลี่เยว่ปลอบขวัญเพื่อนของเธออย่างประหม่าเล็กน้อย

“มันสุดยอดมาก!!”

มีเพียงโหย่วเฟ่ยคนเดียวที่มีแววตาเป็นประกาย และมองไปยังกองหินกองดินตรงหน้า

“นี้มันไม่สุดยอดเกินไปงั้นหรอ หรือนี้คือพลังของขั้น 7 ?”

แววตาสีแดงของหยู่เฟ่ยหยานมองอย่างเป็นประกาย และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น

“มู่เหลียง นายทำทุกคนตกใจอีกแล้ว”

มินโฮบ่นเบาๆ เธอเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา และมองไปเห็นเว่ยหยูหลันเกาะชายแขนเสื้อเธอแน่น

“นี่คือพลังของท่านเจ้าเมือง น่าเกรงขามจริงๆ”

เว่ยกังนั้นอดไม่ได้ที่จะถอยหลังด้วยความกลัว

ไม่เพียงเขาเท่านั้นผู้คนที่อยู่บนหลังของเต่าทมิฬเองก็รู้สึกตื่นตกใจ บางคนถึงกับกลัวจนฉี่ราดเลยก็มี!

“มันเกิดอะไรขึ้น!”

ไทเกิ่นที่นอนอยู่ในห้องขังลุกขึ้นมาดู เมื่อได้ยินเสียงดังโครมคราม และเห็นว่ามีกองหินและดินลอยอยู่บนท้องฟ้าก่อนที่จะเทไหลลงมาราวกับน้ำตก

เขาใช้มือถึงสองข้างกุมไปที่หน้าของเข้าด้วยความหวาดกลัว และแทบเป็นลมสิ้นสติ

“มีคนกำลังโจมตีเมืองเต่าทมิฬงั้นหรอ!!”

แม่มดพันหน้าคิดว่านี้อาจจะเป็นโอกาสที่เหมาะในการหลบหนี

ทันทีที่เธอคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนมาจากด้านนอก

“ทุกคน! โปรดใจเย็นนี่คือพลังของท่านเจ้าเมือง ท่านกำลังเตรียมการสำหรับปรับปรุงเมือง”

“อย่าแตกตื่น และวิ่งหนีอยู่กับที่แล้วจะปลอดภัย”

“....”

แม่มดพันหน้าได้แต่ยืนเหม่อลอยเป็นคนไร้สติเมื่อได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นฉากที่น่าหวาดหวั่นนี้เกิดจากฝีมือของเจ้าเมืองเต่าทมิฬ แค่นี้ก็ทำให้เธอรู้สึกสิ้นหวังในการหลบหนีออกจากเมืองแห่งนี้แล้ว

…….

มู่เหลียงเองไม่ได้สนใจสายตาของชาวบ้าน เขาในความสนใจไปกับการเคลื่อนย้ายหินและดินไปยังจุดที่จะก่อสร้าง

อย่างแรกต้องสร้างกำแพงเมืองใหม่ เพิ่มความสูงเป็นสิบห้าเมตร และหนาถึงหกเมตร

และยังสร้างหอคอยสังเกตการณ์ขึ้นมาบนกำแพงเมือง เพื่อให้หน่วยลาดตระเวนใช้งานดูแลความเรียบร้อย

นอกจากนนี้มันจะเป็นหนึ่งในปราการของเมืองเต่าทมิฬในอนาคต

“เอาแค่นี้ก่อน”

มู่เหลียงพูดขึ้นหลังจากที่เห็นโครงสร้างของกำแพงและหอคอยจากไกลๆ

มันอาจจะดูไม่สวยในเวลานี้ แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะดูไม่สวยในช่วงแรก

นี่เป็นเหตุผลที่มู่เหลียงจะต้องลงไปตามเก็บงานต่อจากเต่าทมิฬอีกที

เต่าทมิฬเองเริ่มขนหินและดินขึ้นมามากขึ้น และสร้างทุกอย่างขึ้นมาอย่างหยาบๆ

ความละเอียดของเต่าทมิฬนั้นแค่ระดับสองสามเมตรเท่านั้น ไม่ได้ละเอียดในหน่วยเซนติเมตร

มันเหมือนกับเด็กน้อยที่สามารถรอยด้ายกับเข็มได้ง่ายๆ พอโตขึ้นการจะรอยด้ายกับเข็มก็ดูยากขึ้นมาทันที

“ถ้าอย่างนั้น ก็สร้างทางเข้าเมืองส่วนในแล้วก็เชื่อมไปยังพื้นที่การค้า และสร้างถนนในพื้นที่การค้า”

มู่เหลียงเริ่มวางแผงผังเมืองใหม่ทันที พร้อมกับลงรายละเอียดเล็กน้อยๆ

“ข้างถนนในเขตการค้าก็ควรมีกำแพงกั้นไว้ด้วย แล้วก็เพื่อพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ทำอาคารสองชั้น ทั้งสองฝั่ง”

มู่เหลียงปรับเปลี่ยนพื้นที่อย่างคล่องแคล่วไม่นานโครงสร้างพื้นที่การค้าก็เสร็จ และเขาก็เริ่มไปวางผังเขตที่อยู่อาศัยใหม่ทันที

มู่เหลียงสร้างถนนหลายทางเชื่อมเข้าหากัน พร้อมกับสร้างบ้านที่มีสองชั้นเผื่อในอนาคตจำนวนประชากรมากขึ้นอาจจะต้องมีสองครอบครัวในหนึ่งอาคาร

มู่เหลียงยังไม่คิดจะสร้างบ้านขนาดใหญ่ แต่จะสร้างบ้านสามชั้นแทนไว้รองรับคนเพิ่ม

แล้วพื้นที่ส่วนใหญ่รอบนอกมู่เหลียงจะใช้เป็นพื้นที่การเกษตร และทำไร่ทำสวน

ยังมีพื้นที่ใช้สอยอีกหลายส่วนที่มู่เหลียงแบ่งขึ้น

และเขาเองก็เตรียมทำพื้นที่โรงตีเหล็กหรือพื้นที่อุตสาหกรรมในอนาคต

พร้อมทั้งยังวางผังสำหรับพื้นที่เอาไว้ฝึกฝนออกกำลังกายอีกด้วย

“ต่อไปก็กำแพง”

มู่เหลียงจะใช้กำแพงแบ่งกันเป็นเขตๆ และไม่ให้สูงไปกว่ากำแพงเมือง

“คงดีหากว่าสร้างพื้นที่ใจกลางเอาไว้หน้าเนินสูง เอาไว้เป็นสถานที่ชุมนุมเวลาจะประกาศอะไรสักอย่าง

“อีกอย่างเนินสูงเองก็ต้องขยายหลายส่วน และต่อเติมพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มอีก จะได้เอาพืชผักมาปลูกเพิ่ม

“เพิ่มความสูงของเนินสูงเป็น 16 เมตรก็ดีเหมือนกัน แล้วแบ่งออกเป็นสามชั้น ใช้สำหรับทำงานต่างกัน”

“ตัวบ้านจะอยู่ชั้นบนสุด และวันหนึ่งมันจะกลายเป็นวังหรือปราสาทได้”

ยิ่งมู่เหลียงลงมือทำมากเท่าไร เขาก็ตระหนักได้ว่ามีหลายสิ่งที่เขาต้องการจะทำมากขึ้นเรื่อยๆ

การปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬครั้งนี้ใกล้สมบูรณ์มากขึ้น และเขาตัดสินใจจะเพิ่มรายละเอียดอื่นๆ ตามลงไปที่หลังจากนี้