“งั้นพวกเราจะไปที่ไหนกันต่อดี”
หยู่ฉินหลานถามขึ้นอย่างน่าฟัง
มู่เหลียงนึกอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะคิดถึงเมืองที่เยี่ยลี่ยี่พูดก่อนหน้านี้
เขาหันหน้าไปทางลี่เยว่และถามขึ้นทันที
“เมืองที่มีคนเยอะกว่านี้ที่เคยพูดถึงนั้นชื่อเมืองเซิงหยางใช่ไหม”
ตอนนี้มู่เหลียงต้องการที่จะค้าขายกับเมืองใกล้ๆ แถวนี้
และต้องการจะเผยแพร่สิ่งดีๆ ของเมืองเต่าทมิฬดึงดูดผู้คนให้ย้ายมาอยู่กับเขา
“.......ใช่”
ลี่เยว่กระพริบตาสองสามครั้งอย่างกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และตอบอย่างลังเลใจ
ตั้งแต่กลับมาเธอยังไม่มีเวลาบอกเรื่องเมืองเซิงหยางทั้งหมดให้มู่เหลียงรู้เลย ว่ามันเป็นสถานที่อันตรายขนาดไหน
“เขาจะไปที่นั้นจริงๆ งั้นหรอ”
ลี่ลี่ก้มหน้าลงและกระซิบข้างๆ หูของลี่เยว่
โหย่วเฟ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบามากๆ และแฝงไปด้วยความกังวล
“หากเราเปิดเผยตัวตนตอนนี้ มันอาจจะนำภัยมาสู่เมืองเต่าทมิฬได้”
ลี่เยว่ส่ายหัวเบาๆ และบีบไปที่ต้นขาของโหย่วเฟ่ยเป็นการบอกให้เธอหยุดพูดไปมากกว่านี้
เดี๋ยวเธอจะเข้าไปคุยกับมู่เหลียงเป็นการส่วนตัวเอง มันคงไม่ดีหากจะขัดค้านในการประชุมแบบนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัว
“จากจุดนี้ไปเมืองเซิงหยางใช้เวลากี่วัน”
มู่เหลียงถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย เพราะเขาเองก็ต้องเตรียมตัวอย่างน้อยสองสามวันเพื่อที่จะปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬอีก
ลี่เยว่ลองคำนวนจากความเร็วของเต่าทมิฬตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ ก่อนที่จะตอบออกไป
“หากใช้ความเร็วนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่น่าจะเกิน 8 วันก็คงถึง”
หากเป็นก่อนที่เต่าทมิฬจะวิวัฒนาการคงใช้เวลาประมาณ 10 วัน
“งั้นฉันจะให้เต่าทมิฬเดินช้าลงอีกหน่อย”
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายลง
“เราจำเป็นต้องเตรียมการหลายอย่าง กับแผนผังของเมือง และต้องทำให้เสร็จก่อนถึงเมืองเซิงหยาง”
“รับทราบ”
ทุกคนในห้องประชุมตอบพร้อมกัน
“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนทุกคนแยกย้ายได้”
มู่เหลียงยืนขึ้นก่อนที่จะพูดอย่างขึงขัง
“ต่อจากนี้ไปเราจะปรับเปลี่ยนและวางโครงสร้างเมืองเต่าทมิฬ”
เขาวางแผนในการปรับแผนผังเมืองครั้งใหญ่ เพราะสุดท้ายแล้วมันจะส่งผลไปถึงอนาคตหากเต่าทมิฬเติบโตขึ้นอีกด้วย และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีถึงทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอย
มู่เหลียงจะเป็นผู้รับผิดชอบรายละเอียด ส่วนเต่าทมิฬจะคอยจัดการสร้างแบบหยาบๆ ให้ก่อน หลังจากนั้นถึงจะเริ่มวางโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างต่อได้
“มันจะเริ่มอีกแล้วสินะ”
มินโฮพูดพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ
ในฐานะผู้ที่ก่อตั้งเมืองตั้งแต่แรก ตั้งแต่สมัยเจ้าเต่าทมิฬยังตัวเท่าฝ่ามือ มันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่มันเติบโต
มู่เหลียงเดินออกไปจากห้องโถง และตามมาด้วยกลุ่มคน พวกเขาทั้งหมดมองออกไปและเห็นว่าเวลานี้เมืองเต่าทมิฬเปลี่ยนไปแค่ไหน
ในเวลานี้มีคนจำนวนมากมารอกันที่ถนนด้านล่างเนินสูง เพื่อรอคำสั่งจากเจ้าเมือง
มู่เหลียงมองลงมาและส่งกระแสจิตบอกเต่าทมิฬ
“เต่าทมิฬน้อย ฉันต้องการหินและดินจำนวนมาก”
แอ๊!!
เต่าทมิฬคำรามก่อนที่มันจะเดินมาถึงเนินเขาสูง 100 เมตร และใช้พลังของมันในการเคลื่อนย้ายทั้งเนินเขาขึ้นมาบนหลังของมันในเวลาไม่กี่วินาที
ครืน!!!
ทั้งหินดินตกลงมาเหมือนกับน้ำตก และกองเป็นภูเขาอยู่บนหลังของเต่าทมิฬ
“......”
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“นี่คืออีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของเต่าทมิฬใช่ไหม”
หยู่ฉินหลานถามด้วยแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
“พวกเราจะไม่ถูกมันเอาดินฝั่งใช่ไหม”
ลี่ลี่ถามต่อด้วยแววตาตื่นตกใจ
“ไม่…ไม่หรอกไม่ต้องกลัว”
ลี่เยว่ปลอบขวัญเพื่อนของเธออย่างประหม่าเล็กน้อย
“มันสุดยอดมาก!!”
มีเพียงโหย่วเฟ่ยคนเดียวที่มีแววตาเป็นประกาย และมองไปยังกองหินกองดินตรงหน้า
“นี้มันไม่สุดยอดเกินไปงั้นหรอ หรือนี้คือพลังของขั้น 7 ?”
แววตาสีแดงของหยู่เฟ่ยหยานมองอย่างเป็นประกาย และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น
“มู่เหลียง นายทำทุกคนตกใจอีกแล้ว”
มินโฮบ่นเบาๆ เธอเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา และมองไปเห็นเว่ยหยูหลันเกาะชายแขนเสื้อเธอแน่น
“นี่คือพลังของท่านเจ้าเมือง น่าเกรงขามจริงๆ”
เว่ยกังนั้นอดไม่ได้ที่จะถอยหลังด้วยความกลัว
ไม่เพียงเขาเท่านั้นผู้คนที่อยู่บนหลังของเต่าทมิฬเองก็รู้สึกตื่นตกใจ บางคนถึงกับกลัวจนฉี่ราดเลยก็มี!
“มันเกิดอะไรขึ้น!”
ไทเกิ่นที่นอนอยู่ในห้องขังลุกขึ้นมาดู เมื่อได้ยินเสียงดังโครมคราม และเห็นว่ามีกองหินและดินลอยอยู่บนท้องฟ้าก่อนที่จะเทไหลลงมาราวกับน้ำตก
เขาใช้มือถึงสองข้างกุมไปที่หน้าของเข้าด้วยความหวาดกลัว และแทบเป็นลมสิ้นสติ
“มีคนกำลังโจมตีเมืองเต่าทมิฬงั้นหรอ!!”
แม่มดพันหน้าคิดว่านี้อาจจะเป็นโอกาสที่เหมาะในการหลบหนี
ทันทีที่เธอคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนมาจากด้านนอก
“ทุกคน! โปรดใจเย็นนี่คือพลังของท่านเจ้าเมือง ท่านกำลังเตรียมการสำหรับปรับปรุงเมือง”
“อย่าแตกตื่น และวิ่งหนีอยู่กับที่แล้วจะปลอดภัย”
“....”
แม่มดพันหน้าได้แต่ยืนเหม่อลอยเป็นคนไร้สติเมื่อได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นฉากที่น่าหวาดหวั่นนี้เกิดจากฝีมือของเจ้าเมืองเต่าทมิฬ แค่นี้ก็ทำให้เธอรู้สึกสิ้นหวังในการหลบหนีออกจากเมืองแห่งนี้แล้ว
…….
มู่เหลียงเองไม่ได้สนใจสายตาของชาวบ้าน เขาในความสนใจไปกับการเคลื่อนย้ายหินและดินไปยังจุดที่จะก่อสร้าง
อย่างแรกต้องสร้างกำแพงเมืองใหม่ เพิ่มความสูงเป็นสิบห้าเมตร และหนาถึงหกเมตร
และยังสร้างหอคอยสังเกตการณ์ขึ้นมาบนกำแพงเมือง เพื่อให้หน่วยลาดตระเวนใช้งานดูแลความเรียบร้อย
นอกจากนนี้มันจะเป็นหนึ่งในปราการของเมืองเต่าทมิฬในอนาคต
“เอาแค่นี้ก่อน”
มู่เหลียงพูดขึ้นหลังจากที่เห็นโครงสร้างของกำแพงและหอคอยจากไกลๆ
มันอาจจะดูไม่สวยในเวลานี้ แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะดูไม่สวยในช่วงแรก
นี่เป็นเหตุผลที่มู่เหลียงจะต้องลงไปตามเก็บงานต่อจากเต่าทมิฬอีกที
เต่าทมิฬเองเริ่มขนหินและดินขึ้นมามากขึ้น และสร้างทุกอย่างขึ้นมาอย่างหยาบๆ
ความละเอียดของเต่าทมิฬนั้นแค่ระดับสองสามเมตรเท่านั้น ไม่ได้ละเอียดในหน่วยเซนติเมตร
มันเหมือนกับเด็กน้อยที่สามารถรอยด้ายกับเข็มได้ง่ายๆ พอโตขึ้นการจะรอยด้ายกับเข็มก็ดูยากขึ้นมาทันที
“ถ้าอย่างนั้น ก็สร้างทางเข้าเมืองส่วนในแล้วก็เชื่อมไปยังพื้นที่การค้า และสร้างถนนในพื้นที่การค้า”
มู่เหลียงเริ่มวางแผงผังเมืองใหม่ทันที พร้อมกับลงรายละเอียดเล็กน้อยๆ
“ข้างถนนในเขตการค้าก็ควรมีกำแพงกั้นไว้ด้วย แล้วก็เพื่อพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ทำอาคารสองชั้น ทั้งสองฝั่ง”
มู่เหลียงปรับเปลี่ยนพื้นที่อย่างคล่องแคล่วไม่นานโครงสร้างพื้นที่การค้าก็เสร็จ และเขาก็เริ่มไปวางผังเขตที่อยู่อาศัยใหม่ทันที
มู่เหลียงสร้างถนนหลายทางเชื่อมเข้าหากัน พร้อมกับสร้างบ้านที่มีสองชั้นเผื่อในอนาคตจำนวนประชากรมากขึ้นอาจจะต้องมีสองครอบครัวในหนึ่งอาคาร
มู่เหลียงยังไม่คิดจะสร้างบ้านขนาดใหญ่ แต่จะสร้างบ้านสามชั้นแทนไว้รองรับคนเพิ่ม
แล้วพื้นที่ส่วนใหญ่รอบนอกมู่เหลียงจะใช้เป็นพื้นที่การเกษตร และทำไร่ทำสวน
ยังมีพื้นที่ใช้สอยอีกหลายส่วนที่มู่เหลียงแบ่งขึ้น
และเขาเองก็เตรียมทำพื้นที่โรงตีเหล็กหรือพื้นที่อุตสาหกรรมในอนาคต
พร้อมทั้งยังวางผังสำหรับพื้นที่เอาไว้ฝึกฝนออกกำลังกายอีกด้วย
“ต่อไปก็กำแพง”
มู่เหลียงจะใช้กำแพงแบ่งกันเป็นเขตๆ และไม่ให้สูงไปกว่ากำแพงเมือง
“คงดีหากว่าสร้างพื้นที่ใจกลางเอาไว้หน้าเนินสูง เอาไว้เป็นสถานที่ชุมนุมเวลาจะประกาศอะไรสักอย่าง
“อีกอย่างเนินสูงเองก็ต้องขยายหลายส่วน และต่อเติมพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มอีก จะได้เอาพืชผักมาปลูกเพิ่ม
“เพิ่มความสูงของเนินสูงเป็น 16 เมตรก็ดีเหมือนกัน แล้วแบ่งออกเป็นสามชั้น ใช้สำหรับทำงานต่างกัน”
“ตัวบ้านจะอยู่ชั้นบนสุด และวันหนึ่งมันจะกลายเป็นวังหรือปราสาทได้”
ยิ่งมู่เหลียงลงมือทำมากเท่าไร เขาก็ตระหนักได้ว่ามีหลายสิ่งที่เขาต้องการจะทำมากขึ้นเรื่อยๆ
การปรับปรุงเมืองเต่าทมิฬครั้งนี้ใกล้สมบูรณ์มากขึ้น และเขาตัดสินใจจะเพิ่มรายละเอียดอื่นๆ ตามลงไปที่หลังจากนี้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved