ตอนที่ 178

“นายจะปลูกดอกนิทราที่นี่งั้นหรอ?”

โหย่วเฟ่ยเอ่ยถามและมองไปยังดอกไม้ต้นสูงหกเมตร

และมองไปยังมินโฮที่ได้รับผลกระทบของดอกนิทราที่สลบอยู่ในอ้อมแขนของมู่เหลียง ด้วยความรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

ถึงโหย่วเฟ่ยจะถามแบบนั้น แต่ปกติแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่เข้าออกสวนตำหนักเจ้าเมืองได้

“ตอนนี้ต้องเรียกมันว่าดอกเมฆาแล้ว…ส่วนเรื่องสถานที่ปลูกนั้นฉันเองก็ยังไม่ได้คิดเอาไว้”

มู่เหลียงมองดูดอกเมฆาที่คล้ายกับดอกบัวสีดำที่แกว่งไปมา

เขาเริ่มขมวดคิ้วและคิดว่า จะหาที่ปลูกดอกเมฆาไว้ตรงไหนไม่ให้คนได้รับผลกระทบของมัน

และไม่รู้ว่าเหล่าผึ้งงานจะเข้ามาเก็บน้ำหวานจากดอกเมฆาได้รึป่าวโดยที่ไม่สลบไปก่อน

บีสๆ

ระหว่างที่คิดอยู่นั้น มู่เหลียงก็ได้ยินเสียงของแมลงกระพือปีกเข้ามา

“มาได้ถูกเวลาจริงๆ”

เขาเงยหน้าขึ้นและยิ้มเจือนๆ และเห็นว่านางพญาผึ้งบินอยู่บนท้องฟ้า

มันบินวนอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะส่งกระแสจิตมาขอมู่เหลียงเข้าไปใกล้กับแกนกลางของดอกเมฆา

มันเริ่มบินวนไปมาก่อนจะเข้ามาเก็บน้ำหวานและผสมเกสรดอกไม้

“สัตว์อสูรตัวนี้สามารถต้านทานผลของดอกเมฆาได้ ฉันอยากได้เลือดของมันมาทดลองจัง”

โหย่วเฟ่ยมองไปยังผึ้งยักษ์ด้วยแววตาที่หิวกระหายอีกครั้ง

“งั้นเดี๋ยวฉันจะเก็บเลือดของมันมาให้”

มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ

หลังจากที่เขาได้รู้ถึงพลังและความสามารถในการลองผิดลองถูกของโหย่วเฟ่ยแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะสนับสนุนการทดลองของเธอมากขึ้น

“จริงหรอ? งั้นเลือดของเต่าทมิฬน้อยก็ได้ด้วยใช่ไหม!”

แววตาของโหย่วเฟ่ยยิ่งส่องเป็นประกายมากกว่าเก่าด้วยความคาดหวัง

“เรื่องนั้นก็ไม่มีปัญหา”

มู่เหลียงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

“ยอดไปเลย! ที่นี่ฉันจะสามารถทดลองสิ่งใหม่ๆ ได้แล้ว”

โหย่วเฟ่ยกระโดดขึ้นด้วยความดีใจ

บีสๆๆๆ

เมื่อนางพญาผึ้งผสมเกสรเสร็จแล้วมันก็รีบบินจากไปทันที เพราะไม่สามารถอยู่ทนได้นานกว่านี้

“เป็นไปได้ไหมที่จะทำยาที่ป้องกันพิษของดอกเมฆา….”

มู่เหลียงรู้สึกว่าดอกเมฆานั้นมีทั้งข้อดีและเสียในตัว หากว่าสามารถป้องกันพิษของมันได้ มันก็จะกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการสร้างยาต่างๆ

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของมันคือละอองเกสรไม่สามารถแยกแยะมิตรหรือศัตรูได้ หากมันเปิดใช้พลังเต็มที่ มีหวังคนเกือบทั้งเมืองเต่าทมิฬได้กลายเป็นเจ้าหญิงและเจ้าชายนิทราแน่

หากว่ากำจัดข้อเสียอันนี้ออกไปได้ ประโยชน์ของมันจะดีมากในหลายด้าน

โหย่วเฟ่ยมองไปยังดอกเมฆา และพยักหน้าเบาๆ

“ให้เวลาฉันได้ศึกษามันหน่อย ฉันน่าจะสร้างยาที่กันอาการเมาและสลบของมันได้”

“ได้ งั้นฉันจะเอามันไว้ที่สวนหลังตำหนักไปก่อน”

มู่เหลียงส่งกระแสจิตไปสั่งกับดอกเมฆาว่าห้ามเปิดใช้พลังของมัน

สำหรับละอองพิษที่มันปล่อยออกมานั้น ตราบใดที่ผึ้งมาเก็บน้ำหวานและผสมเกสรตรงเวลา พิษรอบๆ ก็น้อยลง

“ช่วยฉันอุ้มมินโฮหน่อย”

มู่เหลียงส่งร่างของมินโฮให้โหย่วเฟ่ยอุ้มเอาไว้

โหย่วเฟ่ยมองใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของมินโฮและไม่กล้าที่จะมองนาน

“ระบบทำการฝึกเลี้ยง”

มู่เหลียงวางมือบนต้นของดอกอัมพาต

“และวิวัฒนาการเป็นระดับ 5”

-ติ๊ง ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้มฝึกเลี้ยงสำเร็จ-

-เพิ่มระดับจากระดับ 0 ถึง 5 ใช้แต้มทั้งหมด 11,110 แต้ม-

-วิวัฒนาการเป็นดอกพันหนาม-

-ถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถ ‘หนามพันเล่ม’-

โดยชื่อของพลังที่ได้รับมามู่เหลียงรู้สึกว่ามันต่างจากก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ามันจะเป็นละอองพิษแบบดอกเมฆา

-ถ่ายทอดความสามารถเสร็จสิ้น-

“เปิดค่าสถานะ”

มู่เหลียงคิดภายในใจ

เขาไม่ได้ดูค่าสถานะมานานแล้ว และไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน

ผู้ฝึก : มู่เหลียง

อายุขัย 24 / 4610 ปี

ความสามารถ: ศิลาโลก:หนักเบา 20 ขั้นระดับ 7 อาณาเขตแสงดาวระดับ 7 ควบแน่นวารี:บัญชาวารีขั้นสูง ระดับ 6 ควบคุมลำแสงระดับ 7 กลายร่างใต้แสงจันทร์ระดับ 5 คำสั่งนางพญา ระดับ 5 ละอองเกสรระดับ 5 หนามพันเล่มระดับ 5 (ซ่อน…)

…..

สิ่งที่ฝึกฝน เต่าทมิฬ เต่าหิน(ระดับ 7) ทักษะ ศิลาโลก:หนักเบา 20 ขั้นระดับ 7

ต้นชาเขียวประกาย(ระดับ 7) ทักษะ อาณาเขตแสงดาวระดับ 7

ปลาอัญมณี(ระดับ 6) ทักษะ ควบแน่นวารี:บัญชาวารีขั้นสูง ระดับ 6

ดอกเมฆา(ระดับ5) ทักษะ ละอองเกสร : นิทรา ระดับ5

ดอกพันหนาม(ระดับ5) ทักษะ หนามพันเล่ม ระดับ5

(ซ่อน….)

…..

หลังจากเปิดดูไม่กี่วิ มู่เหลียงก็ตรวจดูการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอย่างรวดเร็วและมองไปยังแต้มวิวัฒนาการที่เหลืออยู่

ตอนนี้เขาเหลือแต้มวิวัฒนาการอีก 4 แสนแต้ม พอที่จะเปลี่ยนสัตว์อสูรเลี้ยงเป็นระดับ 6 ได้สี่ตัว

“ไว้ก่อนดีกว่าสะสมแต้มวิวัฒนาการให้มากกว่านี้จนครบล้านแล้วค่อยวิวัฒนาการเป็นระดับ 7”

มู่เหลียงปิดหน้าต่างสถานะลงพร้อมกับสนใจดอกพันหนามที่โตขึ้นอย่างงรวดเร็ว

ดอกพันหนามนั้นโตเร็วมากในระยะเวลาสั้นๆ มันขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็น 25 เมตร และพวกเถาของมันก็หนาพอๆ กับขาคน และมีหนามแหลมคมขึ้นเต็มไปหมด หนามของมันหนึ่งแท่งใหญ่พอๆ กับนิ้วก้อยได้

ตัวดอกที่เคยใหญ่พอๆ กับฝ่ามือตอนนี้มันใหญ่โตเท่ากับพัด

“ว้าว!!”

โหย่วเฟ่ยอุทานออกมาอย่างตกใจ และมองดูเถาวัลย์ที่เต็มไปด้วยหนามที่ราวกับว่าดอกไม้นี้กำลังแยกเขี้ยวเล็บของมันออกมา

เธอส่งมินโฮคืนให้มู่เหลียงพร้อมกับเข้าไปใกล้ๆ ต้นพันหนาม และแตะไปที่หนามของมันด้วยนิ้วชี้ของเธอ

โหย่วเฟ่ยเพิ่มแรงกดจนหนามนั้นแทงทะลุเนื้อ และตอนนั้นเองที่โหย่วเฟ่ยรู้สึกได้ถึงความชาที่ปลายนิ้ว

“ฤทธิ์ของดอกพันหนามเป็นไงบ้าง”

มู่เหลียงถามด้วยความสงสัยพร้อมกับอุ้มมินโฮในท่าเจ้าหญิง

“ฤทธิ์ของัมนร้ายแรงมาก พอที่จะทำให้ผู้มีพลังขั้น 5 ล้มได้เลย”

โหย่วเฟ่ยพูดอย่างตื่นเต้น

หากว่าเธอไม่ได้มีร่างกายที่ทนต่อพิษต่างๆ การถูกหนามตำเมื่อกี้คงทำให้เธอกลายเป็นอัมพาตไปแล้ว

“งั้นก็เป็นเรื่องดีที่ฤทธิ์ร้ายแรง”

มู่เหลียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“แต่นายจะปลูกมันไว้ที่นี่หรอ?”

โหย่วเฟ่ยถามพร้อมกับชี้ไปยังเถาของดอกพันหนามที่เริ่มเลื้อยเต็มสวนไปหมด

“ไม่ ฉันจะเอามันไปปลูกไว้ที่เชิงผา”

มู่เหลียงจะใช้ดอกพันหนามเป็นเครื่องป้องกันที่เนินผาของกระดองเต่าทมิฬ

สิ่งนี้ต่างจากดอกเมฆาตัวดอกไม้นั้นมีดอกขนาดใหญ่ดอกเดียว แต่ตลอดเถาของมันเต็มไปด้วยดอกเล็กๆ ผลิบานเต็มไปหมด เหมาะกับให้ผึ้งมาเก็บน้ำหวานและผสมเกสร

“งั้นขอหนามของมันให้ฉันก่อน”

โหย่วเฟ่ยหยิบมีดสั้นออกมาจากเอวและตัดหนามออกมาบางส่วน

“ทะ–ท่านมู่เหลียง!! นี้มันเกิดอะไรขึ้น!”

เว่ยหยู่หลันเดินเข้ามาพร้อมกับถาดน้ำชาในมือ ด้วยอาการสีหน้าแตกตื่น

เธอมองไปยังสวนและเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ มีดอกไม้ยักษ์สองต้น และมินโฮเองก็นอนสลบอยู่ในอ้อมแขนของมู่เหลียง

“น้องหลัน มาได้ทันเวลาพอดีมารับมินโฮไปหน่อย”

มู่เหลียงหันกลับมาแล้วพูดขึ้น

“เจ้าค่ะ”

เว่ยหยูหลันวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะม้านั่งในสวนก่อนที่จะรีบเข้ามารับร่างของมินโฮจากมู่เหลียง

“เธอพามินโฮกลับไปนอนพักที่ห้องก่อน”

มู่เหลียงพูดพร้อมกับเอามือปัดผมสีฟ้าของมินโฮที่อยู่ตรงหน้าออก

“เจ้าค่ะ”

เว่ยหยูหลันพยักหน้าตอบอย่างเคารพ

และเธอก็มองดูดอกไม้ยักษ์อีกครั้งก่อนที่จะอุ้มมินโฮออกไปจากสวน

“แล้วนายจะย้ายมันไปยังไง?”

โหย่วเฟ่ยถามพร้อมกับมองดูดอกพันหนามที่ยาวกว่า 20 เมตร

“ง่ายมาก”

มู่เหลียงใช้พลังควบคุมพื้นดินยกดอกพันหนามขึ้นมาจากพื้น และใช้พลังลดน้ำหนักของมันลง

ก่อนที่จะใช้ใยแมงมุมพันไว้รอบๆ ฐานของดอกพันหนามและกระชากอย่างแรงจนดอกพันหนามลอยขึ้นไปบนฟ้า

“เดี๋ยวแบบนี้จะดีหรอ!!”

โหย่วเฟ่ยร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับมองดอกพันหนามที่ปลิวขึ้นไปบนท้องฟ้า

ตูม!!

มู่เหลียงดีดตัวเองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วย และตามดอกพันหนามไป

เขาใช้พลังควบคุมน้ำหนักดึงดอกพันหนามกลับมาและไปติดไว้ที่ตรงเนินผา

“ต่อจากนี้ที่นี่คือบ้านของแกแ เมื่อโตขึ้นก็เลื้อยไปตามแนวผารอบๆ ทั้งหมด”

มู่เหลียงฝังดอกพันหนามไว้ที่เนินผาพร้อมกับส่งกระแสจิตสื่อสารกับมัน

ตำแหน่งที่เขาปลูกดอกพันหนามเอาไว้นั้นอยู่ที่หน้าผาในจุดที่ไม่มีคนมาเฝ้าระวังซึ่งพอเหมาะสำหรับให้ดอกพันหนามได้เติบโตและกลายเป็นแนวป้องกันพร้อมกับนางพญาผึ้งไปเลย